- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 110: ตัวตนถูกขุดคุ้ย
บทที่ 110: ตัวตนถูกขุดคุ้ย
บทที่ 110: ตัวตนถูกขุดคุ้ย
ในวงการจักรยาน อิทธิพลจากแชมป์หรือคนดังถือว่าได้ผลดีมาก ตัวอย่างเช่น จักรยานที่แพงที่สุดที่เริ่นเหอเคยเห็นในชาติก่อนมีราคาสูงถึง 3.2 ล้านหยวน ไม่ใช่เพราะมันประดับด้วยทองหรือฝังเพชร ราคาของมันถึงได้แพงขนาดนั้น แต่เป็นเพราะมันเคยเป็นพาหนะคู่ใจของแชมป์รายการตูร์เดอฟร็องส์ สุดท้ายในงานประมูลเพื่อการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง มันจึงถูกประมูลออกไปด้วยราคาสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนในตอนนั้นก็คือ 3.2 ล้านหยวน ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็เป็นแค่จักรยานแข่งขันธรรมดาๆ คันหนึ่งเท่านั้น
ประธานบริษัท TK สาขาปักกิ่งได้รับแจ้งเรื่องก็รีบจองตั๋วเครื่องบินมุ่งหน้าสู่ลั่วเฉิงทันที สิ่งที่พวกเขาต้องทำในตอนนี้คือการตามหาคนในวิดีโอให้เร็วที่สุด จากนั้นก็เกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมเซ็นสัญญากับ TK และเร่งผลิตคลิปโฆษณาสั้นๆ ที่สอดคล้องกับวิดีโอที่กำลังดังเป็นพลุแตกอยู่ในขณะนี้ออกมาให้เร็วที่สุด
ตอนนี้ทั่วโลกไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครทำเทคนิคดริฟต์จักรยานความเร็วสูงเข้าโค้งได้ เพียงแต่เริ่นเหอเป็นคนแรกที่ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาบนโลกออนไลน์เท่านั้น อีกทั้งลีลาของคนอื่นก็อาจจะไม่ได้พริ้วไหวเท่าเริ่นเหอ นักแข่งจักรยานหลายคนส่วนใหญ่มักจะทำเล่นๆ กันนอกรอบการแข่งขันอาชีพเท่านั้น
และการดริฟต์จักรยานก็เพิ่งจะถูกยกระดับขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเภทการแข่งขันจักรยานผาดโผนอย่างเป็นทางการก็เพราะวิดีโอของเริ่นเหอนี่เอง
ที่หนึ่ง ย่อมเป็นที่จับตามองมากที่สุดเสมอ
โอลิมปิก คนส่วนใหญ่จำได้แต่แชมป์ สอบเข้ามหาลัย คนที่ดังที่สุดก็คือเจ้าของคะแนนอันดับหนึ่ง นี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว
มนุษย์เราต่างโหยหาและยกย่องคำว่า ‘ที่สุด’ มาช้านาน ไม่ว่าจะทำอะไรก็อยากจะทำให้ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์ เรื่องราวของผู้ชนะเป็นราชัน ผู้แพ้เป็นกบฏมีให้เห็นอยู่ถมไป ผู้นำในสนามรบ ผู้ปกครองประเทศ ล้วนเป็นราชาในสายตาของผู้อื่น มีเพียงการได้เป็นราชาเท่านั้น ผู้อื่นจึงจะจดจำคุณได้
ยิ่งไปกว่านั้น สื่อมวลชนส่วนใหญ่มักจะสนใจแค่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ปรากฏออกมาเท่านั้น การประโคมข่าวและการโฆษณาชวนเชื่อของสื่อเกี่ยวกับ ‘ที่หนึ่ง’ จนเกินจริง แน่นอนว่าก็เพื่อตอบสนองความคาดหวังทางจิตใจของมวลชนที่โหยหาคำว่า ‘ที่สุด’ เช่นกัน
ส่วนใหญ่แล้ว สื่อจะสนใจแค่ที่หนึ่งเท่านั้น
ดังนั้น ‘ที่หนึ่ง’ ของเริ่นเหอในครั้งนี้จึงล้ำค่าอย่างยิ่ง
ประธานบริษัท TK ในประเทศจีนมีชื่อว่า อันซื่อ เขายังหนุ่มมาก หนุ่มเสียจนไม่เหมือนประธานบริษัท เขาเป็นคนจีนที่เติบโตในอเมริกาตั้งแต่เด็ก ต่อมาได้ติดตามพ่อแม่กลับมายังประเทศจีนเพื่อสืบรากเหง้าบรรพบุรุษและเปลี่ยนกลับมาใช้สัญชาติจีน อันซื่อเคยเป็นนักกีฬาจักรยานมืออาชีพ แต่ต่อมาเส้นเอ็นไขว้หน้าได้รับความเสียหายจนไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ แต่ใครจะคาดคิดว่าเขากลับมาฉายแววโดดเด่นในแวดวงธุรกิจแทน
ตัวเขาเองก็เป็นนักปั่นจักรยานมาก่อน ดังนั้นเมื่อได้เห็นวิดีโอนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะพิจารณาจากมุมมองของมืออาชีพ แต่เขาก็พบปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง เด็กหนุ่มในวิดีโอนอกจากจะดูติดๆ ขัดๆ เล็กน้อยตอนเข้าโค้งแรกแล้ว สองโค้งที่เหลือกลับลื่นไหลจนทำให้นักแข่งมืออาชีพอย่างเขาต้องทึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากกำเบรกตอนเข้าโค้งแล้ว ตัวรถก็ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย นั่นบอกได้เพียงว่าพละกำลังของขานั้นแข็งแกร่งเกินจินตนาการ
อันซื่อเป็นมืออาชีพมาก แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าความเร็วในการเข้าโค้งของอีกฝ่ายในวิดีโอนั้นสูงเกือบ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การควบคุมจักรยานในระดับนี้มันน่าทึ่งเกินไปแล้ว
นี่เป็นเรื่องจริง แม้แต่ในคลิปวิดีโอสาธิตการดริฟต์ในชาติก่อนของเริ่นเหอ ความเร็วสูงสุดก็แค่ยี่สิบกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ที่เกิน 30 ยังมีไม่มากเลย
อันที่จริง ตอนที่เริ่นเหอเกือบจะเสียการทรงตัวในครั้งแรกก็เป็นเพราะความมั่นใจแบบแปลกๆ ของตัวเองที่เพิ่มความเร็วสูงเกินไป แต่ที่น่าประหลาดใจคือ เขากลับควบคุมมันไว้ได้จริงๆ ซึ่งนับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับเริ่นเหอ! ต้องยอมรับเลยว่า สมรรถภาพทางกายของเขาในตอนนี้นั้นสำหรับเด็กมัธยมต้นแล้วมันเหมือนกับเปิดโปรแกรมโกงชัดๆ
ดังนั้น อันซื่อเองก็สนใจในตัวเริ่นเหอเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีคนมากมายที่สามารถทำเทคนิคแบบนั้นได้ และหลังจากที่วิดีโอโด่งดังก็มีคนถ่ายคลิปดริฟต์เข้าโค้งของตัวเองมาลงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครดังเท่าของเริ่นเหอเลยสักคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถ่ายทำด้วยกล้องความละเอียดสูงก็ตาม
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมีนักแข่งมืออาชีพจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้วิดีโอ พวกเขาคิดเหมือนกับอันซื่อนั่นคือ “ดริฟต์จักรยานไม่ยาก แต่ความเร็วขนาดนี้มันยากเกินไป”
“พลังระเบิดสุดยอด ตอนออกจากโค้งยังมีทีท่าว่าจะเร่งความเร็วได้อีก!”
“ผมว่าตอนนี้ผมยังทำระดับนี้ไม่ได้เลย”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นแค่นักเรียนมัธยมต้นในตำนาน? อยากรู้จริงๆ ว่าปีหน้าจะได้เจอเขาในสนามแข่งไหม?”
“สโมสรต่างๆ ยังไม่รีบแย่งตัวกันอีกเหรอ? ผมว่าเขามาเป็นตัวเปิดลมให้ทีมได้สบายๆ เลยนะ...”
นี่คือความคิดเห็นจากบรรดานักแข่งมืออาชีพ!
เมื่อความคิดเห็นเหล่านี้ปรากฏขึ้น โลกออนไลน์ก็ลุกเป็นไฟ ต้องยอมรับว่า เริ่นเหอได้สร้างเรื่องใหญ่โดยไม่ตั้งใจเข้าให้แล้ว!
และในตอนนี้ บริษัทที่รู้ตัวตนของเริ่นเหอก็มีเพียง TK แห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งภายใต้สังกัดของ TK ก็มีสโมสรจักรยานอยู่ด้วย นี่เป็นเรื่องปกติของบริษัทใหญ่ๆ เริ่นเหอเองก็ไม่ได้คาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ไม่เช่นนั้นตอนที่สั่งซื้อจักรยานกับ TK เขาก็คงจะระวังตัวมากกว่านี้ อย่างน้อยไม่ว่าจะรับงานพรีเซนเตอร์หรือไม่ ก็ยังพอมีเวลาให้ตั้งตัวได้บ้าง
อันที่จริง ตอนที่อันซื่อมาถึงหน้าบ้านของเริ่นเหอในคืนนั้น เริ่นเหอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องที่เขาดริฟต์เข้าโค้งนั้นดังไปไกลถึงต่างประเทศแล้ว...
เริ่นเหอเปิดประตูแล้วเห็นชายหนุ่มหน้าตาหมดจดที่ไม่คุ้นเคยยืนอยู่หน้าประตูก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ช่วงนี้เพราะเหตุการณ์ลักพาตัวที่บ้านหยางซี ทำให้เริ่นเหอต้องคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา วิชาอาเจียนอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมใช้งานตลอดเวลา เกิดพวกโจรลักพาตัวยังมีพรรคพวกมาล้างแค้นจะทำยังไง ใช่ไหมล่ะ?
ดังนั้นเมื่อเขาเห็นชายแปลกหน้ายืนอยู่หน้าประตู ถ้าไม่ติดว่าอันซื่ออยู่ในชุดสูทเรียบหรูดูดีแถมยังหน้าตาหมดจดขนาดนี้ล่ะก็ วิชาอาเจียนคงได้พุ่งออกไปแล้ว
“คุณมาหาใครครับ?” เริ่นเหอถาม
“ผมมาหาคุณเริ่นเหอครับ คุณคือ... ใช่ไหมครับ” อันซื่อเห็นเริ่นเหอก็มั่นใจได้ทันที คนเล่นกีฬาเหมือนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เข้ากันได้ดี
“หาผม? มีเรื่องอะไรเหรอ?” เริ่นเหอเลิกคิ้ว
“สวัสดีครับ ผม อันซื่อ ประธานบริษัท TK ประจำภูมิภาคจีน ก่อนหน้านี้คุณได้สั่งซื้อจักรยานเสือภูเขากับทางเรา” อันซื่อยิ้ม “และก็เพราะจักรยานคันนี้เอง ทำให้เรารู้ว่าคุณคือตัวเอกในวิดีโอการดริฟต์จักรยานความเร็วสูงเข้าโค้งที่กำลังโด่งดังในอินเทอร์เน็ตตอนนี้ เราจึงอยากจะมาพูดคุยเรื่องความร่วมมือกับคุณ ผมมาที่นี่ด้วยความจริงใจอย่างที่สุดครับ”
เริ่นเหอถึงได้ตระหนักว่า ถึงแม้ในวิดีโอจะไม่ได้เปิดเผยใบหน้า แต่คนของบริษัท TK เองย่อมจดจำจักรยานคันนั้นได้ไม่ยาก แถมยังมีข้อมูลการขายในแต่ละพื้นที่อีกด้วย
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เข้ามาคุยกันข้างในก่อนเถอะครับ”
เริ่นเหอพาอันซื่อเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น พลางถามระบบทัณฑ์สวรรค์ในใจ “ไอ้นี่มันไม่ใช่รายได้ที่มาจากประสบการณ์ในโลกคู่ขนานนะ คงไม่มอบภารกิจมาใช่ไหม?”
“ไม่” ระบบทัณฑ์สวรรค์ตอบกลับ
เมื่อเป็นเช่นนี้เริ่นเหอก็โล่งใจ ในเมื่อมันเป็นโอกาสที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกมา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธของฟรี เงินลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้ว จะผลักไสออกไปได้ยังไงกัน ใช่ไหมล่ะ?
อันซื่อเดินตามหลังเริ่นเหอมาพร้อมกับยิ้มแล้วพูดว่า “คุณเริ่นเหอครับ ผมเองก็เคยเป็นนักกีฬาจักรยานมาก่อน ผมจึงรู้สึกนับถือเป็นอย่างยิ่งที่คุณสามารถมีพลังระเบิดและพละกำลังกล้ามเนื้อได้ถึงขนาดนี้ตั้งแต่อายุเท่านี้”
เริ่นเหอเชิญให้อันซื่อนั่งลงบนโซฟาอย่างสุภาพ “พวกคุณต้องการร่วมมือแบบไหน? เข้าเรื่องเลยดีกว่า เราไม่ต้องมาเกรงใจกันหรอก”
อันซื่อดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดตรงไปตรงมาขนาดนี้ ความคิดในหัวถึงกับสับสนไปหมด “เอ่อ... ก่อนอื่น เราหวังว่าจะสามารถเชิญคุณมาเป็นพรีเซนเตอร์ของเรา ถ่ายทำวิดีโอเวอร์ชันความละเอียดสูงใหม่เพื่อใช้เป็นโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเราครับ ประการที่สอง เราหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ความร่วมมือกันในระยะยาว เช่น ทาง TK สามารถให้การสนับสนุนการแสดงหรือการแข่งขันของคุณทุกครั้ง และแน่นอนว่าในการแลกเปลี่ยนนั้น TK ของเราจะได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้สนับสนุนหลักครับ”
“แล้วความจริงใจที่ว่าน่ะ คืออะไรเหรอครับ?” เริ่นเหอนั่งขบคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน... คุณยังไม่ได้พูดเรื่องเงินเลยสักคำ...
-------------------------------
หลังจากนี้ลงทุกวันเวลา 20:00 ย. วันละ 10 ตอนครับผม ผู้แปลตั้งเวลาลงไว้แล้วถึงตอนที่ 200!!