- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 96: คนลั่วเฉิงนี่มันไม่ซื่อเอาซะเลย!
บทที่ 96: คนลั่วเฉิงนี่มันไม่ซื่อเอาซะเลย!
บทที่ 96: คนลั่วเฉิงนี่มันไม่ซื่อเอาซะเลย!
ผงแมกนีเซียมเป็นสิ่งที่เริ่นเหอพกติดตัวมาตั้งแต่เช้าแล้ว เขานำถุงผงแมกนีเซียมมาแขวนไว้ที่เอว วอร์มอัพร่างกายง่ายๆ เล็กน้อยแล้วก็เริ่มปีนขึ้นไป
ทุกครั้งที่ปีนขึ้นไปหนึ่งชั้น เริ่นเหอจะใช้แรงแขนล้วนๆ ในการเหนี่ยวตัวขึ้นไปจับฐานคอมเพรสเซอร์แอร์ของชั้นบนเพื่อดึงข้อ จากนั้นก็เหยียบขึ้นไปบนคอมเพรสเซอร์แอร์ของชั้นนั้น แล้วก็ทำแบบเดิมซ้ำๆ
ถึงแม้จะดูอันตราย แต่ตอนทำจริงๆ กลับค่อนข้างง่าย ที่ใช้พละกำลังมากที่สุดก็แค่การดึงข้อราวๆ ยี่สิบกว่าครั้งเท่านั้นเอง แน่นอนว่านี่ถือเป็นการใช้ทางลัด
จุดที่ต้องระวังที่สุดในระหว่างการปีนขึ้นไปแต่ละชั้นก็คือ ต้องคอยทดสอบดูว่าคอมเพรสเซอร์แอร์ที่อยู่เหนือศีรษะติดตั้งไว้แน่นหนาดีหรือไม่ เกิดมันขึ้นสนิมตามกาลเวลาแล้วโดนเขาดึงจนหลุดลงมา แบบนั้นเขาเองก็คงร่วงตามลงไปด้วยไม่ใช่หรือ?
โชคดีที่เรื่องแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้น นับว่าน่าหวาดเสียวแต่ก็ไร้อันตราย
บนดาดฟ้าชั้นบนสุดของโรงแรมไคไหล หลินฮ่าวกำลังติดตั้งกล้องส่องทางไกลกำลังขยายสูง เขาค่อยๆ ปรับมุมกล้องอย่างช้าๆ และเมื่อมองผ่านเลนส์ออกไป ก็จะเห็นตึกที่พักของหยางซีพอดิบพอดี!
หลินฮ่าวจุดบุหรี่ให้ตัวเองอย่างสบายอารมณ์ อันที่จริงแล้ว ภารกิจที่ลั่วเฉิงครั้งนี้ถือว่าสบายมากเมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขา โดยปกติแล้วองค์กรจากต่างประเทศจะไม่กล้าทำอะไรอุกอาจในประเทศจีนมากนัก และต่อให้คนพวกนั้นเสี่ยงตายลักลอบเข้ามาจริงๆ ก็คงมากันได้ไม่กี่คน แถมยังไม่มีอาวุธหนักอีกด้วย
เพราะอย่างไรเสีย จีนในตอนนี้ก็ไม่ใช่ประเทศเล็กๆ ที่ใครจะมารังแกก็ได้
เรื่องเดียวที่เหนือความคาดหมายก็คือเด็กหนุ่มที่เขาเจอที่สะพานลั่วเฉิง จนถึงตอนนี้พอนึกถึงเรื่องที่เริ่นเหอจงใจชี้ทางผิดให้เขา เขาก็ยังรู้สึกปวดตับอยู่หน่อยๆ...
ทว่าในขณะที่เขากำลังสูบบุหรี่และสังเกตเป้าหมายอยู่นั้นเอง เขาก็พลันสังเกตเห็นว่าเด็กสาวที่อยู่ในห้องนั่งเล่นกับเป้าหมายซึ่งมองเห็นผ่านหน้าต่าง ดูเหมือนเขาจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน นี่ไม่ใช่น้องสาวที่อยู่กับเด็กหนุ่มคนนั้นในวันนั้นหรอกหรือ?
หรือว่านี่คือลูกสาวของเป้าหมาย?
ขณะที่หลินฮ่าวยืนขึ้นและอัดบุหรี่เข้าปอดลึกๆ พลางทอดถอนใจว่าช่างบังเอิญเสียจริง ในที่สุดก็มีเบาะแสที่จะตามหาตัวเริ่นเหอได้แล้ว ทันใดนั้น ที่ขอบดาดฟ้าตรงหน้าเขาก็มีมือข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาเกาะขอบกำแพง...
เชี่ยเอ๊ย! มือของหลินฮ่าวสั่นจนบุหรี่ที่คีบอยู่ร่วงลงพื้น ขนทั้งตัวลุกชันขึ้นพร้อมกันในทันที!
การที่มีมือโผล่ขึ้นมาบนดาดฟ้าชั้น 28 กลางค่ำกลางคืนแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน?! หลินฮ่าวเตรียมจะชักปืนออกมาทันที ให้ตายเถอะ ถ้ามีกีบลาสีดำติดตัวมาด้วย เขาคงพุ่งเข้าไปฟาดแล้ว...
แต่หลินฮ่าวเป็นนักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี สภาพจิตใจของเขาก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน มือข้างหนึ่งของเขาวางนิ่งอยู่ที่เอวด้านหลัง จ้องมองมืออีกข้างที่ยื่นขึ้นมาเกาะขอบกำแพง...
เมื่อหลินฮ่าวพินิจดูมือคู่นั้นอย่างละเอียด เขาก็ผ่อนคลายลง ดูจากกระดูกฝ่ามือที่เรียวบางแล้ว น่าจะเป็นมือของเด็ก อีกทั้งยังมีเลือดมีเนื้อ ผิวหนังก็ดูมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนพวกภูตผีปีศาจอะไรเทือกนั้น และที่สำคัญคือผงแมกนีเซียมสีขาวบนมือนั้น หลินฮ่าวคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี ตอนที่เขาไลฟ์สดกิจกรรมเอาท์ดอร์ เขาก็ใช้มันบ่อยๆ นี่นา!
ในเมื่อไม่ใช่สิ่งที่อยู่เหนือจินตนาการ หลินฮ่าวก็ไม่กลัว ทว่าเมื่อเริ่นเหอโผล่ร่างกายขึ้นมาครึ่งหนึ่ง สายตาของทั้งสองคนก็ประสานกันพอดิบพอดี ทั้งคู่ต่างนิ่งอึ้งไปอย่างสิ้นเชิง!
เริ่นเหอไม่คิดว่าบนดาดฟ้าจะมีคนอยู่ ยิ่งไม่คิดว่าจะเป็นคนรู้จักเสียด้วย! แถมเขายังเพิ่งไปปล่อยลมยางรถของอีกฝ่ายจนแบนแต๊ดแต๋ พูดแล้วก็รู้สึกร้อนตัวอยู่หน่อยๆ...
ส่วนสิ่งที่ทำให้หลินฮ่าวถึงกับมึนงงก็คือ เมื่อกี้เขายังคิดอยู่เลยว่าในที่สุดก็เจอเบาะแสของเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาด้วยวิธีที่เหลือเชื่อและน่าสยดสยองสุดๆ แบบนี้...
นี่มันชั้น 28 นะเว้ย? แกปีนมือเปล่าขึ้นมาเนี่ยนะ? แม้แต่ตัวหลินฮ่าวเองก็ยังไม่เคยทำอะไรเสี่ยงตายขนาดนี้เลย ให้ตายสิ แกเป็นแค่นักเรียนม.ต้นจริงๆ เหรอเนี่ย?! แต่หลินฮ่าวก็เอามือที่วางอยู่บนปืนลงแล้ว คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นแค่นักเรียนม.ต้นที่ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมเท่านั้นเอง
ทั้งสองคนต่างรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เริ่นเหอพลิกตัวปีนขึ้นมาจนสุด ในขณะนั้นเอง เสียงของระบบทัณฑ์สวรรค์ก็ดังขึ้น: "ตรวจพบโฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ รางวัล: วิชาต่อสู้ระดับปรมาจารย์!"
ไม่คิดเลยว่าสกิลด้านการต่อสู้ของตัวเองจะอัปเต็มหลอดเอาดื้อๆ แบบนี้... เริ่นเหอได้แต่บ่นในใจ เขาพบว่าเคล็ดวิชาต่อสู้ที่ระบบส่งมาให้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มีเทคนิคการควบคุมกล้ามเนื้อระหว่างการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังมีทักษะการสังหารที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า!
มันคือเคล็ดวิชาโจมตีจุดตาย!
เป็นที่ทราบกันดีว่าสาเหตุที่การโจมตีไปที่หลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณลำคอทำให้อีกฝ่ายหมดสติได้นั้น เป็นเพราะสมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงชั่วขณะนั่นเอง จะว่าไปแล้ว การขาดเลือดไปแค่แวบเดียวนั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรมากนัก แต่คนเรากลับสลบไปได้เลย!
กลไกภายในเรื่องนี้ทำให้เริ่นเหอรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาศึกษาวิชาต่อสู้ระดับปรมาจารย์ เพราะเขายังคงจ้องตากับหลินฮ่าวปริบๆ อยู่เลย...
แบบนี้ไม่ได้การ ต้องทำลายความกระอักกระอ่วนนี้ซะหน่อย เริ่นเหอจึงยิ้มแล้วพูดว่า "ฮ่าๆ คืนนี้พระจันทร์สวยดีนะครับ"
ใบหน้าของหลินฮ่าวพลันมืดครึ้ม ถ้าไม่รู้จักเปลี่ยนเรื่องคุยก็รอให้อีกฝ่ายเปิดปากก่อนก็ได้ไหม...
แต่แล้วเขาก็ได้ยินเริ่นเหอพูดต่อพร้อมรอยยิ้ม "คุณตั้งกล้องส่องทางไกลไว้แบบนี้ จะดูดาวเหรอครับ?"
พูดจบเริ่นเหอก็ก้มตัวลงไปมองในเลนส์กล้อง พอมองเข้าไปเท่านั้นแหละ ปลายเลนส์กำลังเล็งตรงไปยังบ้านของหยางซีพอดิบพอดี! เริ่นเหอเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับการที่อีกฝ่ายสะกดรอยตามหยางซี... เขาก็ทนไม่ได้อีกต่อไปในทันที ความรู้สึกผิดเรื่องที่ไปเจาะยางรถพลันมลายหายไปในพริบตา ตอนแรกเฮียยังคิดว่าอาจจะเข้าใจแกผิดไป แต่ตอนนี้เฮียพบแล้วว่าเฮียไม่ได้เข้าใจแกผิดเลยสักนิด!
หลินฮ่าวรู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศเริ่มไม่ชอบมาพากล เหมือนจะมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมา?
ในชั่วพริบตาต่อมา หลินฮ่าวก็เห็นเริ่นเหอบิดเอว กดร่างต่ำอย่างรวดเร็ว พลังทั้งร่างถูกส่งผ่านจากฝ่าเท้าไปยังหมัด หมัดที่ดูเรียวบางนั้นพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของหลินฮ่าวราวกับหมัดปืนใหญ่
แต่หลินฮ่าวก็ไม่ใช่ไก่กา ถึงแม้เริ่นเหอจะรวดเร็วมาก แต่ด้วยฝีมือของเขา การจะหลบหมัดที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ถือเป็นเรื่องง่ายดาย หลินฮ่าวใช้แรงจากฝ่าเท้าพุ่งตัวหลบไปด้านข้างของเริ่นเหอ คิดจะจับตัวเริ่นเหอไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้ลงไม้ลงมือกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางการออกแรงช่างเป็นมาตรฐานเสียจริง ประสิทธิภาพในการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อในสายตาของหลินฮ่าวนั้น เรียกได้ว่าอยากจะเอ่ยชมว่าสมบูรณ์แบบ นี่มันต้นกล้าชั้นดีชัดๆ!
แต่ก็ยังไม่ใช่นักรบระดับสุดยอดอย่างเขาหรอก มุมปากของหลินฮ่าวกระตุกยิ้มเล็กน้อย ทว่าในวินาทีที่เขาเคลื่อนตัวไปถึงด้านข้างของเริ่นเหอ เขาก็พลันรู้สึกอยากจะอาเจียน...
อ้วก! หลินฮ่าวอาเจียนออกมาทันที!
ไม่ว่าจะเป็นเพลงมวยจับทุ่มหรือประสบการณ์การต่อสู้อันโชกโชน ต่อหน้าวิชาอาเจียนล้วนเป็นแค่เศษสวะ...
ปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาที่มาจากสัญชาตญาณนั้น เพียงพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปกว่าครึ่งในชั่วพริบตา แต่จิตใจของหลินฮ่าวนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงอาเจียนออกมาอย่างกะทันหัน แม้จะอาเจียนหนักขนาดนี้ เขาก็ยังคิดจะสู้ต่อ ในตอนที่เขากำลังจะอาเจียนเป็นน้ำพุสวนกลับไปนั้นเอง... เริ่นเหอกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาเลยแม้แต่น้อย เขาซัดหมัดเข้าไปที่ชายโครงฝั่งขวาของหลินฮ่าวเต็มๆ!
แน่นอนว่าเริ่นเหอไม่ได้ใช้แรงทั้งหมด เขายังไม่อยากเป็นฆาตกร แต่นี่ก็เพียงพอที่จะทำให้หลินฮ่าวสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิงจากผลของความเจ็บปวดแปลบปลาบและอาการอาเจียนที่ซ้อนทับกัน นักรบที่แข็งแกร่งแค่ไหนเมื่อเจอความเจ็บปวดและอาการอาเจียนระดับนี้ย่อมต้องสูญเสียความสามารถในการต่อสู้อย่างแน่นอน ไอ้พวกยอดมนุษย์ในหนังที่โดนยิงหลายสิบนัดแล้วไม่ตายนั้นโดยพื้นฐานแล้วไม่มีอยู่จริงหรอก
เริ่นเหอวิ่งเข้าไปคว้ากล้องส่องทางไกลของหลินฮ่าวทุ่มลงกับพื้นแล้วกระทืบจนแหลกละเอียดทันที "ไอ้โรคจิต! คราวหลังมึงอยู่ให้ห่างๆ ไว้ได้ยินไหม ไม่งั้นเฮียจะปล่อยท่าไม้ตายแล้วนะ!"
หลินฮ่าวนอนอยู่บนพื้นอย่างงุนงง ตูกลายเป็นไอ้โรคจิตไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าเพิ่งไป อธิบายให้มันเคลียร์ก่อนสิ แถมยังไม่ถามไถ่ให้ดีก่อนก็มาพังกล้องส่องทางไกลของตูอีก มันแพงนะเว้ย...
คนลั่วเฉิงนี่มันไม่ซื่อเอาซะเลย! แล้วแบบนี้จะทำภารกิจดีๆ ได้ไหมเนี่ย?