- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 60: ช่วงภารกิจผสมผสาน!
บทที่ 60: ช่วงภารกิจผสมผสาน!
บทที่ 60: ช่วงภารกิจผสมผสาน!
“ภารกิจ: วิ่ง 5000 เมตรให้เสร็จสิ้นภายใน 16 นาที จากนั้นปีนตึกพักครูชั้น 1-7 ด้วยมือเปล่า กำหนดเวลา 1 สัปดาห์ หากไม่สำเร็จ บทลงโทษคือตาบอด 1 เดือน”
“ภารกิจ: วิ่ง 5000 เมตรให้เสร็จสิ้นภายใน 16 นาที จากนั้นวิดพื้น 90 ครั้ง กำหนดเวลา 1 สัปดาห์ หากไม่สำเร็จ บทลงโทษคือท้องเสีย 1 เดือน ระหว่างนั้นจะถ่ายเฉลี่ยวันละ 10 ครั้ง”
“ภารกิจ: วิ่ง 5000 เมตรให้เสร็จสิ้นภายใน 16 นาที จากนั้นดึงข้อ 50 ครั้ง กำหนดเวลา 1 สัปดาห์ หากไม่สำเร็จ บทลงโทษคือหูหนวก 1 เดือน”
เชี่ยเอ๊ย... เริ่นเหอรู้ดีว่าภารกิจทั้งสามคราวนี้ต้องน่าปวดตับแน่ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าจะปวดตับได้ขนาดนี้! นี่คิดจะให้ฉันวิ่งจนตายเลยหรือไง? ดันทะลึ่งใส่เงื่อนไขวิ่ง 5000 เมตรภายใน 16 นาทีเป็นตัวเปิดสำหรับทุกภารกิจผสมผสานเลยเนี่ยนะ!
แล้วไอ้บทลงโทษนี่มันอะไรกันวะ เริ่มเล่นตุกติกแล้วเรอะ?! แกป่วยหรือไง...
แต่พอเริ่นเหอลองคิดดูดีๆ แล้ว เวลา 16 นาทีที่จำกัดไว้ก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรเป็นพิเศษ ออกจะผ่อนปรนเงื่อนไขให้ด้วยซ้ำ ด้วยสมรรถภาพร่างกายของเริ่นเหอในตอนนี้ การทำภารกิจนี้ให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย ส่วนภารกิจที่ตามมาทีหลังก็ล้วนแต่ใช้พละกำลังของร่างกายส่วนบน ซึ่งการวิ่งระยะไกลไม่ได้ไปลดทอนพละกำลังในส่วนนั้น
ถ้าภารกิจผสมผสานให้วิดพื้นก่อนแล้วค่อยไปดึงข้อ ตอนนั้นแขนคงหมดแรงไปแล้ว จะไปเล่นท่ายากอะไรได้อีก?
อาจจะพูดได้ว่าภารกิจผสมผสานทั้งสามนี้ ระบบทัณฑ์สวรรค์ยังปรานีอยู่บ้าง หรือไม่ก็ระบบทัณฑ์สวรรค์เองก็คิดว่าเริ่นเหออาจจะทำไม่สำเร็จ เลยไม่ได้จัดภารกิจแบบนั้นมาให้แต่แรก
ภารกิจผสมผสานทั้งสามนี้คงต้องแบ่งทำสามวันแน่ๆ เพราะการวิ่ง 5000 เมตรมันผลาญพลังงานสุดๆ แค่คิดว่าต้องวิ่งวันละห้าพันเมตรเริ่นเหอก็ปวดตับแล้ว ถ้าเป็นการวิ่งจ็อกกิ้งช้าๆ สำหรับเขาในตอนนี้มันคือการพักผ่อนหย่อนใจ แต่การจำกัดเวลา 16 นาทีลิขิตไว้แล้วว่าเขาจะวิ่งช้าไม่ได้
สอบปลายภาคจบลงแล้ว ต้นฉบับของ ‘คุนหลุน’ ก็จัดการเสร็จสิ้นทั้งหมด สำหรับเริ่นเหอ มันเหมือนกับความรู้สึกที่ได้ผ่อนคลายลงอย่างกะทันหัน เขาไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนเขารึเปล่า คือตอนปิดเทอมจะมีความสุขกับอิสระเสรีนั้นเป็นพิเศษ แต่พอใกล้จะเปิดเทอม แม้จะรู้สึกปวดตับ แต่ก็อยากกลับไปที่โรงเรียนที่คุ้นเคยอยู่ดี
คืนนี้ยังต้องไปร่วมงานวันเกิดของต้วนเสี่ยวโหลว เริ่นเหอจึงตัดสินใจทำภารกิจให้เสร็จไปก่อนหนึ่งอย่าง ด้วยเหตุนี้ ทั่วทั้งโรงเรียนจึงเกิดปรากฏการณ์สุดแปลกขึ้นมา ทุกคนต่างเดินออกจากโรงเรียนไปพลางคุยไปพลางหัวเราะไปพลางหลังสอบปลายภาคเสร็จ แต่กลับมีคนผู้หนึ่งกำลังวิ่งสุดฝีเท้าอยู่กลางสนาม...
นี่มันช่างแตกต่างอย่างโดดเด่นเกินไปแล้ว สอบเสร็จก็วิ่งฉลองเลยงั้นเหรอ? นี่มันตรรกะแบบไหนวะ...
“เขาคิดจะวิ่งกี่รอบกันแน่...” บางคนถึงกับงง แม้ 20 รอบจะดูเยอะ แต่เริ่นเหอต้องทำให้เสร็จภายใน 16 นาที นั่นหมายความว่าเวลาเฉลี่ยของเขาคือต้องวิ่งให้ได้หนึ่งรอบในเวลาประมาณ 1 นาที
ตอนที่ทำภารกิจก่อนหน้านี้มีแค่หลี่ลั่วเหอคอยดูอยู่คนเดียว แต่ครั้งนี้กลับมีทั้งครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนเป็นผู้ชม
หยางซีรีบออกไปส่งหยางเอินแล้ว ส่วนต้วนเสี่ยวโหลวกลับยืนมองเงียบๆ อยู่ข้างสนาม ในมือถือขวดน้ำแร่ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านค้าของโรงเรียน
ความเร็วในการวิ่งของเริ่นเหอนั้นเร็วเกินไปมาก นี่คือความเร็วที่ใกล้เคียงกับสถิติโลกของมนุษย์ ถึงขนาดที่ครูพละบางคนที่เพิ่งคุมสอบเสร็จยืนมองจากบนอาคารเรียนยังต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เด็กมัธยมต้นจะวิ่งเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?
หลายคนหยุดยืนดูภาพที่เริ่นเหอวิ่ง ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับ...ตัวเองกำลังจะผ่อนคลายไปเที่ยวเล่นแล้ว แต่กลับมีคนวัยเดียวกันคนหนึ่ง กำลังปลดปล่อยชีวิตของตัวเองอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้
ทำไมในอินเทอร์เน็ตถึงมีคนรู้สึกเลือดลมสูบฉีดเมื่อได้เห็นวิดีโอกีฬาเอ็กซ์ตรีม? ก็เพราะความหมายของการท้าทายชีวิตในรูปแบบนั้น กำลังส่งต่อไปยังผู้อื่นด้วยวิธีการเผาผลาญชีวิตของตนเอง
แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า เริ่นเหอแค่กำลังทำภารกิจให้เสร็จก็เท่านั้นเอง ทำภารกิจเสร็จเร็วก็ได้สบายเร็ว...
นี่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดล้วนๆ...
เป็นเรื่องปกติที่เด็กสาววัยมัธยมต้นจะเริ่มมีความรักใคร่ชอบพอ หลายคนรู้สึกว่าท่าวิ่งของเริ่นเหอดูเท่มากเป็นบ้า บางทีพวกเธออาจจะแอบไปถามเรื่องราวเกี่ยวกับเริ่นเหอกับเพื่อนๆ ในเร็วๆ นี้ก็ได้
หลายคนกำลังนับจำนวนรอบที่เริ่นเหอวิ่ง อยากจะรู้ว่าเขาเตรียมจะวิ่งทั้งหมดกี่รอบ
ทว่าการวิ่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่ครบเสียที!
“นี่วิ่งเยอะไปแล้วนะ ฉันแค่วิ่ง 1000 เมตรขาก็สั่นแล้ว...”
“19 รอบแล้ว พวกนายว่าเขาจะหยุดตอน 20 รอบไหม?”
“น่าจะ...หยุดนะ?”
และก็เป็นไปตามคาด เริ่นเหอหยุดวิ่งในรอบที่ 20 หลายคนไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นเริ่นเหอหยุดวิ่ง ราวกับว่าถ้าเขายังวิ่งต่อไป มันจะเกินขอบเขตที่จิตใจของตนจะรับไหว...
แต่ในตอนนั้นเอง เริ่นเหอกลับตรงไปที่บาร์เดี่ยวแล้วเริ่มดึงข้ออย่างรวดเร็ว! พรวดเดียว 50 ครั้งรวด!
ทุกคนยอมใจเลย!
“เจ๋งเป้ง!”
“นี่มันจังหวะจะขึ้นเป็นขาใหญ่ของชั้น ม.3 ชัดๆ!”
“ไปไกลๆ เลยไป ดูละครน้ำเน่ามากไปหรือไง?”
อันที่จริง คนที่จิตใจสับสนที่สุดก็คือเซี่ยเหมี่ยวฮั่นที่กำลังยืนมองสนามจากบนอาคารเรียนของฝ่ายมัธยมปลาย เขารู้เรื่องของหลี่ลั่วเหอแล้ว ตอนนี้ตาแก่เซี่ยถึงกับรู้สึกหวาดผวาอยู่หน่อยๆ ถ้าตัวเองไม่ลาออกจากการเป็นครูประจำชั้น ป่านนี้ตัวเองอาจจะบ้าไปแล้วก็ได้
ปีนี้เขามารับหน้าที่สอน ม.6 แทนครูที่เกษียณไปพอดี พอดีกับที่ครูคณิตศาสตร์คนนั้นอายุมากแล้ว สอนต่อไม่ไหวจริงๆ เขาจึงถูกย้ายมาอยู่ฝ่ายมัธยมปลาย
พอรุ่นนี้จบการศึกษาไป เขาก็จะกลับไปสอนชั้น ม.4 ใหม่ ผู้อำนวยการเคยคุยกับเขาแล้วว่าอยากให้เขากลับไปเป็นครูประจำชั้นต่อ ทว่าตอนนี้ในใจของตาแก่เซี่ยกลับมีความกังวลบางอย่างผุดขึ้นมา...
ปีหน้าเริ่นเหอก็ขึ้นมัธยมปลายแล้วไม่ใช่เหรอ? จะไม่สอบเข้าโรงเรียนเราจริงๆ ใช่ไหม? จะไม่ถูกจัดมาอยู่ห้องฉันจริงๆ ใช่ไหม?!
โอกาสมันสูงมากเลยนะเว้ยเฮ้ย! ไม่ได้การ ต้องไปคุยกับ ผอ.หลิวไว้ล่วงหน้า...
ตอนนี้เริ่นเหอทำภารกิจแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทว่ารางวัลในครั้งนี้กลับทำให้เขาทั้งตกใจและดีใจ ที่ตกใจก็เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีรางวัลแบบนี้ด้วย ส่วนที่ดีใจก็เพราะรางวัลนี้มันถูกใจเขามาก!
“โฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ รางวัล: หลังจากทำภารกิจครั้งถัดไปสำเร็จ รางวัลคือการทำให้ยาน้ำตาหรือยาอาเจียนกลายเป็นไอเทมถาวรที่สามารถใช้ได้วันละ 3 ครั้ง”
นั่นหมายความว่าถ้าทำภารกิจครั้งหน้าสำเร็จ ตัวเองก็จะสามารถเลือกทำให้ยาน้ำตาหรือยาอาเจียนอย่างใดอย่างหนึ่งกลายเป็น...สกิล? ที่ใช้ได้วันละสามครั้ง
คิดๆ ดูแล้วก็แปลกพิลึก คนอื่นเขามีสกิลเท่ๆ อย่างดาบผ่าปฐพีหรือค่ายกลเงาพันธนาการอะไรเทือกนั้น แต่สกิลที่ตัวเองได้มาหลังข้ามโลกคือ ทำให้คนอื่นอ้วก?!
ทำไมสกิลของฉันมันถึงได้บ้านๆ ขนาดนี้วะ...
แต่ก็ยังมีเรื่องให้ปลอบใจอยู่... นี่มันก็ถือว่าตัวเองมีพลังพิเศษแล้วไม่ใช่เรอะ? ถึงจะเอาไปเป็นซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้ก็เถอะ... ถ้าเอาสกิลนี้ไปเป็นซูเปอร์ฮีโร่คงเสียราคาแย่!
ตอนนั้นเอง ต้วนเสี่ยวโหลวก็เดินเข้ามาพร้อมยื่นขวดน้ำแร่ในมือให้เริ่นเหอ เธอยิ้มแล้วถามว่า “เหนื่อยไหม?”
“เหนื่อยสิ” เริ่นเหอหอบหายใจพลางยิ้มตอบ แค่วิ่ง 5000 เมตรนี่ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องฝืนใจไปดึงข้อต่ออีก จะไม่เหนื่อยได้ยังไง หายใจแทบไม่ทัน เขาบิดฝาขวดน้ำแร่แล้วดื่มทันที โดยไม่ได้คิดมากว่าทำไมจู่ๆ ต้วนเสี่ยวโหลวถึงได้มาใส่ใจตัวเองขนาดนี้ ในความคิดของเขา การที่เพื่อนฝูงจะห่วงใยกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ