เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58: ความในใจของหยางซี

บทที่ 58: ความในใจของหยางซี

บทที่ 58: ความในใจของหยางซี


หลี่ลั่วเหอเสียสติไปแล้วจริงๆ ปกติก็ไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่เขาทนเห็นคนอาเจียนไม่ได้ และก็ทนเห็นคนอยู่ข้างนอกหน้าต่างไม่ไหว ขอแค่มีคนเดินผ่านนอกหน้าต่าง เขาก็จะคลั่งตะโกนลั่นว่ามีผี...

แบบนี้แล้วเขาคงเป็นครูประจำชั้นต่อไปไม่ไหว ส่วนตำแหน่งครูประจำชั้นห้อง ม.3/2 ก็ไม่มีใครอยากจะรับไปทำ ดังนั้นตอนนี้ตำแหน่งจึงว่างลงชั่วคราว

อีกทั้งตอนนี้ทั่วทั้งโรงเรียนกำลังลือกันว่าเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับห้อง ม.3/2 นั้น เป็นเพราะฮวงจุ้ยของห้องเรียนนี้ไม่ดี แถมยังเคยมีนักเรียนฆ่าตัวตายในห้องเรียนมาก่อน ถึงได้เกิดเรื่องประหลาดๆ แบบนี้ขึ้น ขนาดครูประจำชั้นยังกลายเป็นบ้าไปเลย!

เรื่องนี้ทำเอานักเรียนห้อง ม.3/2 ถึงกับกุมขมับกันถ้วนหน้า นี่มันน่ากลัวจนไม่กล้าเข้าเรียนแล้วนะ กลัวว่าจะต้องกลายเป็นแบบหลิวอิงไห่... ได้ยินมาว่าครอบครัวของหลิวอิงไห่พาเขาไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ที่วัดไป๋หม่าซื่อแล้ว...

ทว่าเริ่นเหอรู้ดีว่ามันไม่มีปัญหาเรื่องฮวงจุ้ยอะไรทั้งนั้น และก็ไม่เคยมีนักเรียนฆ่าตัวตายในห้องนี้มาก่อน สุดท้าย โรงเรียนก็ทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องย้ายห้องเรียนให้ห้อง ม.3/2 ส่วนห้องเรียนเดิมก็ถูกปล่อยให้ว่างไว้อย่างนั้น

ชั่วพริบตาเดียว ห้อง ม.3/2 ก็กลายเป็นตำนานบทหนึ่งของโรงเรียน มีข่าวลือสารพัด...

แน่นอนว่าหลังจากเรื่องราวเหนือธรรมชาติค่อยๆ สงบลง เรื่องที่ทุกคนพูดถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องของเริ่นเหอ เพราะในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือเริ่นเหอเจ๋งจริง!

ลองคิดดูสิ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเล่นอะไรไปแล้วบ้าง? นี่มันเป็นสิ่งที่นักเรียนธรรมดาไม่กล้าแม้แต่จะคิด!

แต่หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป เริ่นเหอก็หายตัวไปจากสายตาของทุกคนอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเขาได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้ว แม้แต่หยางซียังสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เริ่นเหอไม่ค่อยไปซ้อมร้องเพลงกับเธอบนดาดฟ้าเหมือนเคย หลังเลิกเรียนก็รีบกลับบ้านทันที

ในช่วงวันที่ขาดเริ่นเหอไป หยางซีก็รู้สึกว่าชีวิตของเธอเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง การซ้อมร้องเพลงก็ไม่สนุกเหมือนวันวาน บางครั้งเธอก็นั่งเหม่ออยู่บนดาดฟ้าเป็นเวลานาน

หรือว่าทั้งหมดเป็นแค่ความคิดไปเองของเธอกันนะ? หยางซีเชื่อว่าไม่ใช่

แต่ทำไมเริ่นเหอถึงได้ทำเหมือนกำลังจะหายไปจากโลกของเธอล่ะ?

เป็นครั้งแรกที่หยางซีเริ่มรู้สึกกังวลกลัวว่าจะสูญเสียไป ในชั่วขณะหนึ่งบนดาดฟ้า พอได้ยินเสียงฝีเท้า เธอก็คิดไปว่าอาจจะเป็นเริ่นเหอที่มาหาเธอ

ทว่ากลับไม่มีอะไรเลย

ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่เริ่นเหอโทรศัพท์หาครั้งก่อน เขาเคยเปรยๆ ว่าตัวเองเขียนนิยายอยู่เล่มหนึ่ง หรือว่าเขากำลังยุ่งอยู่กับการเขียนนิยายกันนะ? ฟังจากที่เริ่นเหอพูด นิยายเล่มนี้ตอนนี้วางจำหน่ายแค่ในแถบปักกิ่ง เทียนจิน และเหอเป่ย เธอจึงไม่รู้ว่าเป็นนิยายแบบไหนกันแน่

แต่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะลองถามเพื่อนๆ ของเธอดู ว่าเคยอ่านนิยายเล่มนี้กันบ้างไหม แล้วฝากส่งมาให้เธอสักเล่ม

ความรู้สึกนี้ก็เหมือนกับ... ในวันที่คุณได้พบกับคนที่ทำให้ใจเต้นแรง ทุกเรื่องราวในช่วงเวลานั้นของคุณดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเขาไปเสียหมด และคุณก็จะคอยแอบส่องทุกความรู้สึกของเขา แม้แต่สเตตัสก็ยังต้องเข้าไปดู ไม่ใช่เพื่ออะไร แค่อยากจะทำความเข้าใจโลกของเขาให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

หยางซียกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก อีกฝ่ายรับสาย "ฮัลโหล เสี่ยวซี เธอก็โทรหาฉันเป็นด้วยเหรอ?"

ปลายสายเป็นเด็กผู้หญิง เสียงสดใสร่าเริง เธอรัวคำพูดเป็นชุด "เธอย้ายโรงเรียนกะทันหันเกินไปแล้วนะ ไม่บอกพวกเราสักคำ ตอนนี้หลี่มู่ซีกำลังเศร้าโศกเสียใจ บอกว่าจะไปหาเธอที่ลั่วเฉิงโน่นแน่ะ แต่ก่อนเธอก็ไม่เคยคุยกับเขาสักคำ กลับทำให้เขาหลงหัวปักหัวปำได้ซะงั้น"

หยางซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ "ฝากเธอบอกเขาด้วยนะ ว่าฉันมีแฟนแล้ว"

"เฮ้ย ไม่จริงน่า เทพธิดาของพวกเราโดนหนุ่มลั่วเฉิงฉกไปแล้วเหรอ?"

"ซ่งฉือ เธออย่าเพิ่งเล่นสิ ฉันมีเรื่องจะถามเธอ เธอเคยได้ยินนิยายเรื่อง 'คุนหลุน' บ้างไหม?" หยางซีขัดจังหวะคำพูดของซ่งฉือ แล้วถามถึงจุดประสงค์ของตัวเองทันที

ผลคือปลายสายส่งเสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที "เธอก็รู้จักคุนหลุนแล้วเหรอ? โห นิยายดีๆ นี่มันกระจายข่าวเร็วจริงๆ นะ ฉันนึกว่าตอนนี้จะมีแค่แถบปักกิ่ง เทียนจิน เหอเป่ยที่รู้จักซะอีก เธอไม่รู้หรอกว่าเพื่อนๆ ในห้องเราน่ะ อ่านนิยายเรื่องนี้กันจนบ้าไปหมดแล้ว! วันๆ เอาแต่พูดว่าจะออกไปตามหาบุพเพวาสนา ออกท่องยุทธภพผดุงคุณธรรม ปัญญาอ่อนชะมัด!"

หยางซีไม่คาดคิดเลยว่าคำตอบที่ได้จะเป็นแบบนี้ ในความคิดของเธอ นิยายกำลังภายในมันก็คงเหมือนๆ กัน ตอนนั้นเธอยังรู้สึกเสียดายพรสวรรค์ของเริ่นเหออยู่เลย แต่กลับคาดไม่ถึงว่าพรสวรรค์ของเขาดูเหมือนจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องดนตรี!

หยางซีหยุดไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า "มันสนุกอย่างที่เธอบอกจริงๆ เหรอ?"

"นี่เธอไม่รู้สินะ เดิมทีคุนหลุนลงเป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์ปักกิ่ง ได้ยินมาว่าท่านปู่โจวอู๋เมิ่ง ปู่ของโจวมู่ฉีเด็กคนนั้นน่ะ เป็นคนเลือกนิยายเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยนะ! พอลงไปได้แค่ตอนแรก เครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งก็โดนนักอ่านบุกไปล้อม ชูป้ายประท้วงบอกว่าต้องลงคุนหลุนทุกวัน ไม่งั้นจะยอมอดตายอยู่หน้าเครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่ง! ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนเป็นลงทุกวันอังคาร พฤหัสบดี แล้วก็เสาร์ แต่ละตอนก็ยาวสะใจ พวกเราตอนนี้ไม่ออกไปเที่ยวไหนกันแล้ว รออ่านแต่เรื่องนี้แหละ! ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียน ดันใช้นามปากกาไม่เปิดเผยตัวตนอีก ถ้าเป็นหนุ่มหล่อๆ นะ ฉันจะเสนอตัวให้ถึงที่เลย!"

หยางซีนิ่งเงียบไป เธอรู้ว่าใครคือผู้เขียน แต่เธอจะไม่บอกใครทั้งนั้น ที่แท้เริ่นเหอใช้นามปากกาที่ไม่เปิดเผยตัวตนในการตีพิมพ์นิยาย แต่เขากลับบอกความจริงกับเธออย่างเปิดอก บางทีเธออาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ความจริงนี้สินะ?

ความรู้สึกแบบนี้... ออกจะหอมหวานอยู่หน่อยๆ

เธอพอจะเดาได้ว่าตอนนี้เริ่นเหอคงกำลังปั่นต้นฉบับอยู่สินะ? ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไม่มีเวลา

แต่เธอก็จำได้ว่าเริ่นเหอเคยบอกว่าพอถึงวันหยุดฤดูหนาวจะพาเธอไปเริ่มแผนการของเขา พูดจาซะดูลึกลับ แต่ตอนนี้เธอกลับเริ่มตั้งตารออย่างมาก

"เสี่ยวฉือ หนังสือพิมพ์ที่ลงเรื่องคุนหลุนน่ะ เธช่วยส่งมาให้ฉันหน่อยได้ไหม แล้วตอนต่อๆ ไปก็ฝากส่งมาให้ด้วยนะ"

"ได้เลย ไม่มีปัญหา รอรับได้เลยจ้ะ!" ซ่งฉือหัวเราะและรับปาก

...

ส่วนทางด้านเริ่นเหอ กำลังปั่นต้นฉบับเรื่องคุนหลุนอย่างหน้าดำคร่ำเครียด...

ตอนนี้โจวอู๋เมิ่งโทรหาเขาวันละสองครั้ง เช้าครั้งหนึ่ง เย็นอีกครั้งหนึ่ง บรรณาธิการบริหารของเครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งโทรมาทวงต้นฉบับด้วยตัวเอง การดูแลระดับนี้คนอื่นได้แต่ฝันถึง แต่เริ่นเหอกลับจะรำคาญจนตายอยู่แล้ว เขาต้องอัปเดตทั้งคัมภีร์เทพ และต้องอัปเดตคุนหลุน ปริมาณตัวอักษรที่ต้องพิมพ์มันมหาศาลเกินจินตนาการ!

แต่พอคิดว่าอีกไม่นานก็จะถึงวันหยุดฤดูหนาว จะได้พาหยางซีไปเริ่มแผนการของตัวเอง เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมา

ตอนนี้โทรศัพท์จากโจวอู๋เมิ่งก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เริ่นเหอแทบจะล้มทั้งยืน "ท่านปู่ครับ ท่านคือปู่แท้ๆ ของผม ผมจะส่งต้นฉบับให้ตรงเวลาแน่นอน ท่านเลิกทวงผมก่อนได้ไหมครับ?"

"แค่กๆ" โจวอู๋เมิ่งเองก็รู้สึกกระดากใจเล็กน้อย "ฉันจะโอนค่าต้นฉบับไปให้ดีไหม? ช่วงนี้เธอทำงานหนัก ต้องบำรุงร่างกายหน่อยนะ กำลังอยู่ในวัยกำลังโต"

พอได้ยินแบบนั้นเริ่นเหอก็แทบฉี่ราด ถ้างานยุ่งขนาดนี้แล้วยังต้องไปทำภารกิจอีก เขาคงไม่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว! เขารีบพูดทันที "ท่านปู่ที่เคารพ อย่าเลยครับ ตอนคุนหลุนเขียนจบแล้วท่านค่อยรวบยอดค่าต้นฉบับมาให้ผมทีเดียวเลยก็ได้ครับ ตอนนั้นค่อยคิดเงินค่าต้นฉบับคัมภีร์ตรีอักษรมาพร้อมกันเลย ตอนนี้อย่าเพิ่งให้เด็ดขาดนะครับ!"

โจวอู๋เมิ่งได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับงง ทำไมยังมีคนไม่อยากได้เงินอีก หรือว่าจะเป็นอย่างที่เริ่นเหอพูดจริงๆ ว่าเขากลายเป็นคนที่หลุดพ้นจากกิเลสชั้นต่ำไปแล้ว...?

แต่เริ่นเหอก็เคยคิดเรื่องนี้ไว้แล้ว ค่าต้นฉบับสามารถรับพร้อมกันได้ แต่เมื่อได้รับค่าต้นฉบับสองก้อนพร้อมกัน ระบบทัณฑ์สวรรค์จะต้องคำนวณเป็นสองภารกิจ ไม่ใช่ภารกิจเดียวอย่างแน่นอน เพราะนั่นไม่ใช่ค่าต้นฉบับที่มาจากหนังสือเล่มเดียวกัน

จบบทที่ บทที่ 58: ความในใจของหยางซี

คัดลอกลิงก์แล้ว