เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56: อยู่บนเส้นทางเสมอ

บทที่ 56: อยู่บนเส้นทางเสมอ

บทที่ 56: อยู่บนเส้นทางเสมอ


เรื่องที่ประตูทางเข้าของเครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งถูกล้อมกลายเป็นข่าวใหญ่ของเมืองจิงตูในวันนั้น เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ พอทุกคนได้ยินว่าสาเหตุมาจากคำเรียกร้องให้ ‘คุนหลุน’ ลงตีพิมพ์ทุกวัน ก็เกิดความคึกคักขึ้นมาทันที: “หรือว่าพวกเราจะไปประท้วงด้วยดี?!”

“แบบนั้นมันจะไม่ดีมั้ง...”

“แกไม่อยากอ่านคุนหลุนทุกวันเหรอ?”

“ไปๆๆ พวกเราไปประท้วงด้วย!”

เมื่อโจวอู๋เมิ่งกลับมาถึงสำนักงานใหญ่ของเครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งในช่วงเย็น เขามองเห็นฝูงชนที่ล้อมประตูทางเข้าอยู่สามชั้นในสามชั้นนอก ก็ถึงกับสูดลมหายใจเฮือก ตอนนี้ตำรวจมาถึงแล้ว แต่ไม่ว่าจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล พวกเขายืนกรานให้หนังสือพิมพ์ปักกิ่งลง ‘คุนหลุน’ ทุกวัน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ยอมกลับ!

นี่มัน... เกินความคาดหมายของโจวอู๋เมิ่งไปไกลโข เขาจะไปนึกได้อย่างไรว่าความคลั่งไคล้ในนิยายกำลังภายในของทุกคนนั้นมีมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะ เพียงแต่ว่านิยายกำลังภายในก่อนหน้า ‘คุนหลุน’ มันไม่สนุกก็เท่านั้นเอง!

เขาแอบย่องเข้าทางประตูหลังที่ใช้สำหรับขนส่งสินค้า พอถึงห้องทำงานก็โยนสัญญาให้บรรณาธิการเซ็นสัญญา แล้วครุ่นคิดอยู่ครึ่งนาทีก่อนจะพูดว่า: “เพิ่มค่าต้นฉบับต่อพันอักษรของคุนหลุน ค่าต้นฉบับของตอนแรกที่ลงไปให้โอนไปให้เขาตอนนี้เลย ที่เหลือฉันจัดการเอง”

“แต่ว่ามาตรฐานค่าต้นฉบับของเขาก็สูงสุดอยู่แล้วนะครับ... แม้แต่ไป๋โม่ยังไม่ได้สูงเท่าเขาเลย” บรรณาธิการวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่ง

“มันต้องมีกรณีแรก ถ้าคนอื่นทำให้นักอ่านมาล้อมเครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งได้ ฉันก็จะให้ค่าต้นฉบับระดับนี้เหมือนกัน” โจวอู๋เมิ่งนวดขมับพลางพูด: “สหายทุกท่าน พวกคุณยังไม่รู้ตัวกันอีกเหรอ โอกาสที่เครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งจะทะลุขีดจำกัดของตัวเองอีกครั้งมาถึงแล้ว ทุกคนโปรดรอชมได้เลย”

ในขณะเดียวกัน เริ่นเหอกำลังมีความสุขกับชีวิตอันสงบสุขที่ไร้ภารกิจ ภารกิจปั่นต้นฉบับของวันนี้ก็เสร็จสิ้นแล้ว เขาสามารถไปซ้อมร้องเพลงกับหยางซีได้อย่างสบายใจ แต่ผลคือพอเพิ่งจะถึงดาดฟ้า ก็ได้รับโทรศัพท์จากโจวอู๋เมิ่ง ตาแก่คนนี้คงไม่ได้จะมาทวงต้นฉบับอีกนะ เนื้อหาที่จะลงในวันเสาร์นี้ก็ส่งไปให้แล้วนี่นา

พอกดรับสายก็ได้ยินเสียงของโจวอู๋เมิ่งจากปลายสาย: “ค่าต้นฉบับงวดที่แล้วโอนให้เธอแล้วนะ แล้วก็เพิ่มมาตรฐานให้ด้วย”

เวรแล้ว ไม่ดีแน่!

“ภารกิจ: พรุ่งนี้เวลา 9:40 น. บนลูกกรงกันขโมยนอกห้องเรียนของโฮสต์ ให้ดึงข้อ 45 ครั้งภายใน 1 นาที”

บ้าเอ๊ย ไม่ทันให้ตั้งตัวเลยจริงๆ ทำไมภารกิจครั้งนี้มันถึงได้ปวดกบาลขนาดนี้วะ ละเอียดซะขนาดนี้เลยเหรอ? ที่ผ่านมาไม่เคยมีภารกิจแบบนี้มาก่อนเลยนะ ขนาดเวลาเริ่มทำภารกิจยังกำหนดมาให้เสร็จสรรพ

แถมยังระบุสถานที่มาด้วย ว่าต้องเป็นนอกห้องเรียนของตัวเอง! ต้องรู้ก่อนว่าห้องเรียนของเขาอยู่ชั้นสาม และทั้งหมดเป็นพื้นที่โล่งแขวนอยู่กลางอากาศ

นั่นหมายความว่าก่อน 9:40 น. เขาจะต้องปีนมือเปล่าจากชั้นล่างขึ้นไปที่ชั้นสามก่อน จากนั้นพอถึงเวลา 9:40 น. เป๊ะ ก็ต้องเริ่มดึงข้อให้ครบ 45 ครั้งภายใน 1 นาที นี่มันภารกิจคอมโบชัดๆ!

หรือว่าระบบทัณฑ์สวรรค์เริ่มจะปล่อยภารกิจที่ยากขึ้นแล้ว?!

แต่ประเด็นสำคัญคือพรุ่งนี้ 9:40 น. มันเป็นเวลาเรียนคาบสองไม่ใช่เรอะ เริ่นเหอเกาคางพลางคิด พรุ่งนี้คาบสองเรียนวิชาอะไรนะ? เหมือนจะเป็นภาษาจีนนี่หว่า...

“ฮัลโหล?” ในโทรศัพท์ โจวอู๋เมิ่งจู่ๆ ก็พบว่าฝั่งเริ่นเหอเงียบไป นึกว่าสัญญาณไม่ดี

“อ่า ท่านโจวพูดต่อเลยครับ” เริ่นเหอได้สติกลับมา

“อืม เมื่อเช้านี้เครือหนังสือพิมพ์ปักกิ่งโดนนักอ่านของเธอมาล้อม” โจวอู๋เมิ่งพูดอย่างใจเย็น: “พวกเขาเรียกร้องให้ลงคุนหลุนทุกวัน ตอนแรกฉันคิดว่าจะแบ่งเนื้อหาของหนึ่งสัปดาห์มาอัปเดตทุกวัน แต่นักอ่านก็ไม่ใช่คนโง่ ดังนั้น...”

“เขียนไม่ทันครับ...” เริ่นเหอเข้าใจความหมายของท่านโจวในทันที หากเขาไม่ได้กำลังเขียน ‘คัมภีร์เทพ’ อยู่ การเขียน ‘คุนหลุน’ วันละสองหมื่นคำไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะทุกอย่างอยู่ในความทรงจำ แค่ย้ายลงคอมพิวเตอร์ก็พอ แต่ปัญหาคือการอัปเดตของ ‘คัมภีร์เทพ’ ก็ต้องดำเนินต่อไปด้วย หยุดอัปจนสามชั่วโคตร ดองนิยายทำลายชีวิตเชียวนะ!

แต่เขาไม่สามารถบอกท่านโจวได้ว่าตัวเองกำลังเขียนนิยายนิยายตลาดจ๋าอีกเรื่องเพื่อหาเงินอยู่ คาดว่าถ้าบอกไป ท่านโจวคงจะสั่งให้เขาหยุดอัปเดต ‘คัมภีร์เทพ’ ทันที...

“แค่กๆ ท่านโจวก็ทราบดีว่าเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานแบบนี้ ถ้ามุ่งแต่ความเร็ว คุณภาพก็ต้องลดลงแน่นอน ผมต้องรับประกันคุณภาพนะครับ!” เริ่นเหอพูดอย่างจริงจัง

“นั่นก็จริง” ท่านโจวครุ่นคิด...

“ผมก็รู้ว่าท่านโจวลลำบากใจ ดูแบบนี้เป็นไงครับ เราอย่าเพิ่งตอบตกลงไปตรงๆ เปลี่ยนเป็นลงทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ แบบนี้พวกเขาก็น่าจะพอใจขึ้นมาหน่อย แล้วแรงกดดันของผมก็จะไม่มากเกินไป ตกลงไหมครับ?” เริ่นเหอถาม

คราวนี้กลับเป็นโจวอู๋เมิ่งที่เริ่มกังวลเรื่องคุณภาพขึ้นมา: “แบบนี้เธอจะรับประกันคุณภาพได้เหรอ? อย่าทำให้นิยายที่สามารถกลายเป็นตำนานเรื่องนี้พังซะล่ะ!”

“ไม่หรอกครับ ไม่หรอกครับ ท่านวางใจได้!” ต้นฉบับ ‘คุนหลุน’ ทั้งหมด 950,000 คำอยู่ในหัวของเขาอยู่แล้ว ไม่มีทางจบไม่สวยแน่นอน...

“ได้ งั้นเธอจำไว้ว่าต้องส่งต้นฉบับให้ตรงเวลา!” โจวอู๋เมิ่งวางสายไป

เริ่นเหอคำนวณดูแล้ว เหลือเวลาอีกเดือนครึ่งก่อนจะถึงช่วงปิดเทอมฤดูหนาวที่เขาวางแผนจะช่วยหยางซีร้องเพลง ขอแค่เขาทำงานล่วงเวลาอีกหน่อย ก็สามารถเขียน ‘คุนหลุน’ ทั้งเรื่องให้เสร็จภายในเดือนครึ่งนี้ได้สบายๆ

เพราะพอถึงตอนปิดเทอมฤดูหนาว เขาอาจจะไม่มีเวลามากขนาดนั้นแล้ว เพียงแต่ว่า... เหมือนจะลืมบอกท่านโจวไปว่าอย่าเพิ่งรีบโอนค่าต้นฉบับมาบ่อยๆ...

ตอนที่โจวอู๋เมิ่งคุยโทรศัพท์กับเริ่นเหอ หยางซีก็ฟังอยู่ข้างๆ พอเห็นเริ่นเหอวางสาย เธอก็ถามขึ้นมาทันที: “เธอกำลังเขียนนิยายเหรอ? ชื่อคุนหลุนใช่ไหม?”

เมื่อครู่ตอนที่เริ่นเหอคุยโทรศัพท์ เขาไม่ได้ตั้งใจจะหลบหยางซี ดังนั้นเธอจึงได้ยินเสียงของโจวอู๋เมิ่งด้วย แต่ฟังได้ไม่ต่อเนื่องนัก ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ รู้แค่ว่าชื่อหนังสือคือ ‘คุนหลุน’ แต่ในตอนนี้ อิทธิพลของ ‘คุนหลุน’ ยังไม่ได้แพร่กระจายไปไกลนัก เพราะเพิ่งจะลงตีพิมพ์เป็นตอนแรกเท่านั้น ดังนั้นหยางซีจึงไม่เคยได้ยินชื่อนิยายเรื่องนี้มาก่อน และก็ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ปลายสายคือใคร

“อืม นิยายที่ฉันเขียนเอง” เริ่นเหอพูดอย่างอารมณ์ดี

“ให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?” หยางซีเอียงคอถาม

“ยังเขียนไม่จบเลย ไว้เขียนจบแล้วจะให้เธอชุดนึง” เริ่นเหอพูดปัดไป

หยางซีไม่เข้าใจว่าทำไมเริ่นเหอถึงทิ้งพรสวรรค์ด้านดนตรีของตัวเองไปเขียนนิยาย บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เริ่นเหอเรียกว่าการไล่ตามความฝัน? บางทีในชีวิตของคุณก็อาจจะมีคนแบบนี้อยู่ ที่คอยท้าทายขอบเขตใหม่ๆ ของชีวิตอยู่เสมอ ท้าทายในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต ปล่อยให้ตัวเองอยู่บนเส้นทางเสมอ ไม่ว่าจะเป็นจิตวิญญาณหรือร่างกาย

คนประเภทนี้เปรียบเสมือนตะเกียงที่สร้างแรงบันดาลใจในชีวิต แค่นึกถึงพวกเขาก็จะช่วยปลุกเร้าจิตวิญญาณของตัวเองให้ฮึกเหิม ทิ้งพลังงานด้านลบและความกังวลทั้งหมด แล้วออกเดินทางใหม่อีกครั้ง

ในสายตาของหยางซีในตอนนี้ เริ่นเหอก็คงเป็นคนแบบนั้น ก็ไม่รู้ว่าถ้าเธอได้รู้ว่าเริ่นเหอเขียนหนังสือก็เพื่อหาเงิน เธอจะคิดอย่างไร...

หลังจากเริ่นเหอกลับไปในตอนกลางคืน หยางซีก็กลับขึ้นไปบนดาดฟ้าอีกครั้ง เธอดีดกีตาร์และร้องเพลงที่เริ่นเหอมอบให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเพลงล้วนเป็นเพลงที่เธอชอบมาก ทุกเพลงเป็นเพลงของเธอเอง และทุกเพลงเป็นเพลงที่เขามอบให้

ความรู้สึกแบบนี้ เธอเพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก หยางซีในวัย 15 ปี ได้เรียนรู้ถึงความคิดถึง

จบบทที่ บทที่ 56: อยู่บนเส้นทางเสมอ

คัดลอกลิงก์แล้ว