เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์

บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์

บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์


"ภารกิจ: วิ่ง 1,000 เมตรให้สำเร็จภายใน 2 นาที 30 วินาที กำหนดเวลาหนึ่งสัปดาห์" เริ่นเหอครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็ไม่ได้ใส่ใจภารกิจนี้อีก เขาจำได้ว่าสถิติโลกวิ่ง 1,000 เมตรในชาติก่อนคือ 2 นาที 11 วินาที ตัวเลขของเขานี่ยังห่างไกลจากขีดจำกัดของมนุษย์มากนัก เมื่อดูจากอัตราส่วนน้ำหนักต่อพละกำลังในตอนนี้ ภารกิจนี้ไม่น่าจะสำเร็จยากเท่าไหร่

เริ่นเหอฉวยโอกาสตอนที่ในห้องเรียนกำลังวุ่นวายที่สุด พาหยางซีวิ่งออกจากโรงเรียน มุ่งหน้าไปยังดาดฟ้าบ้านของเธอ ทันทีที่ทั้งสองวิ่งพ้นประตูโรงเรียนก็หันมาสบตากันแล้วยิ้ม เริ่นเหอเอ่ยยิ้มๆ "ฉันนี่ทำเธอเสียคนรึเปล่าเนี่ย เคยโดดเรียนมาก่อนไหม"

"ไม่เคย... แต่ก็อยากลองโดดเรียนมาตั้งนานแล้ว จริงๆ แล้วความรู้สึกของการโดดเรียนนี่... มันก็ตื่นเต้นดีเหมือนกันนะ..." หยางซีครุ่นคิดก่อนตอบ

"เมื่อก่อนเธอต้องไปต่างประเทศกับพ่อบ่อยๆ เหรอ แล้วปกติเรื่องเรียนทำยังไงล่ะ" เริ่นเหอสงสัยปัญหานี้มาตลอด จะให้ย้ายโรงเรียนไปเรื่อยๆ ก็คงไม่ใช่

"เรียนด้วยตัวเองน่ะ บทเรียนส่วนใหญ่ของฉัน แล้วก็พวกเครื่องดนตรีกับดนตรี ก็อาศัยเรียนด้วยตัวเองหมดเลย โชคดีที่ยังตามทัน" หยางซีอธิบาย "ปกติเวลาไปที่ใหม่ๆ ฉันจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในที่พักเพื่ออ่านหนังสือ"

"พ่อเธอพาไปไหนมาไหนด้วยตลอดเพราะกลัวไม่มีคนดูแลเหรอ แล้วแม่เธอล่ะ" เริ่นเหอถามด้วยความอยากรู้

"ไม่ใช่ว่ากลัวไม่มีคนดูแลหรอก ปู่กับย่าอยากรับฉันไปอยู่ด้วย แต่พ่อกลัวว่าฉันจะไปติดนิสัยไม่ดีบางอย่างมา ท่านคิดว่าการที่ฉันได้ตามท่านออกไปเห็นโลกกว้าง ได้เห็นว่าประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกับไม่ดีเป็นยังไง จะช่วยให้ความคิดความอ่านของฉันเติบโตขึ้น ส่วนแม่ฉัน... ท่านหย่ากับพ่อแล้ว ท่านไปทำธุรกิจของตัวเอง บางทีปีหนึ่งพวกท่านแทบไม่ได้เจอกันเลยก็เลยหย่ากันไปเลย" พอพูดถึงแม่ตัวเอง หยางซีก็ดูซึมลงไปเล็กน้อย

กลัวว่าจะติดนิสัยไม่ดีจากการอยู่กับปู่ย่าเหรอ เริ่นเหอขบคิด ประโยคนี้มันฟังดูทะแม่งๆ ยังไงชอบกล เขาว่าเหตุผลที่น่าเชื่อถือที่สุดน่าจะเป็นเพราะหยางเอินกลัวว่าหยางซีจะไปติดนิสัยคุณหนูลูกผู้ดีที่จิงตูเสียมากกว่า เรื่องที่ปู่ย่าจะตามใจหลานสาวน่ะเป็นเรื่องปกติออก

ส่วนแม่ของหยางซี เริ่นเหอคาดว่าสองแม่ลูกคงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ ว่าแต่ นั่นก็เป็นว่าที่แม่ยายในอนาคตที่เฮียหมายปองไว้ไม่ใช่เรอะ...

พอมาถึงดาดฟ้า เริ่นเหอก็ล้วงกระดาษจดหมายพับไว้อย่างดีออกมาจากกระเป๋าอย่างลึกลับอีกครั้ง หยางซีจนปัญญาจะพูดกับเขาแล้ว ทำไมต้องทำให้มันเหมือนจดหมายรักทุกทีด้วยนะ เธอฉวยกระดาษจดหมายจากมือเริ่นเหอมาทันที "คราวนี้เขียนเพลงอะไรมา"

"ไปต้าหลี่" เริ่นเหอยิ้ม "วันนี้ไม่ต้องบรรเลงให้ฉันนะ ฉันเล่นเอง!"

ตอนนี้ทักษะกีตาร์ของเขาเลื่อนขึ้นเป็นระดับปรมาจารย์อย่างไม่ทราบสาเหตุ พูดตามตรงมันค่อนข้างจะไร้ประโยชน์อยู่สักหน่อย เขาอยากได้ยาน้ำตาสักขวดมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อได้มาแล้วก็ต้องยอมรับ เริ่นเหอเป็นคนประเภทปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดีอยู่แล้ว

หยางซีทำหน้าประหลาดใจ "นายเล่นกีตาร์เป็นด้วยเหรอ ทำไมไม่เคยได้ยินนายพูดถึงเลยล่ะ"

"แค่กๆ" เริ่นเหอหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย นี่มันรางวัลที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เลยนะ เขาทำได้เพียงอธิบายหน้าตาย "ปกติฉันไม่เล่นให้ใครฟังหรอกนะ ต้องเป็นผู้ฟังที่คู่ควรเท่านั้น ตอนนี้ฉันว่าเธอคู่ควรแล้วล่ะ!"

หยางซีหลุดหัวเราะพรืดออกมา เธอพบว่าคุณสมบัติเด่นที่สุดของเริ่นเหอก็คือความหน้าไม่อาย แต่การได้อยู่กับคนแบบนี้กลับมีความสุขเป็นพิเศษเสมอ เธอยิ้ม "พอเลย อย่ามาขี้โม้ รีบร้องให้ฉันฟังได้แล้ว"

"ได้เลย ฟังให้ดีล่ะ!" เริ่นเหอเลิกคิ้วและเข้าสู่ภวังค์อารมณ์ในทันใด หยางซีมองท่าทีของเขา ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกว่าเด็กหนุ่มที่เธอได้พบเจอในช่วงวัยที่งดงามที่สุดของตัวเองคนนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด

"รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับชีวิตหรือเปล่า"

(ไม่ค่อยพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ใช่ไหม)

"ไม่ได้ยิ้มมานานแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม"

(ไม่ได้หัวเราะมานานแล้ว และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร)

เพียงแค่สองประโยคนี้ เริ่นเหอดูราวกับกำลังผ่าแหวกความสับสนในใจของตนออกมาเปิดเผยต่อหน้าหยางซีอย่างหมดเปลือก จู่ๆ หยางซีก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา

แต่ยิ่งไปกว่านั้น หยางซีก็สังเกตเห็นบางอย่าง! กีตาร์ที่เริ่นเหอบรรเลงราวกับมีมนตร์ขลัง ความรู้สึกแบบนี้... ทั้งที่เป็นโน้ตตัวเดียวกัน แต่พอถูกดีดออกมาจากปลายนิ้วของเริ่นเหอกลับเหมือนมีเวทมนตร์

เมื่อเริ่นเหอร้องเพลงจบ หยางซีก็เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา ดูเหมือนว่ากีตาร์ตัวนี้ไม่ว่าจะใช้บรรเลงประกอบให้ใคร ก็สามารถทำให้เพลงนั้นไพเราะขึ้นมาได้ ทันใดนั้นเธอก็เริ่มจะเชื่อคำพูดของเริ่นเหอก่อนหน้านี้ขึ้นมาหน่อยแล้ว... ปกติฉันไม่เล่นให้ใครฟังหรอกนะ ต้องเป็นผู้ฟังที่คู่ควรเท่านั้น ตอนนี้ฉันว่าเธอคู่ควรแล้วล่ะ!

มีฝีมือระดับนี้ ก็สมควรแล้วที่จะหยิ่งทะนงไม่เล่นให้ใครฟังง่ายๆ!

เธอก็เรียนกีตาร์เหมือนกัน แต่พอเทียบตัวเองกับเริ่นเหอแล้ว มันราวกับเป็นช่องว่างระหว่างฟ้ากับเหว หยางซีมองเริ่นเหอที่นั่งอยู่บนดาดฟ้าอย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเริงระบำแผ่วเบาบนสายกีตาร์ใส โน้ตดนตรีแต่ละตัวไหลรินเข้าสู่โสตประสาท หยางซีต้องยอมรับว่า... ใจของเธอสั่นไหวไปเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะชื่นชมใครได้ เพราะนิสัยของเธอเป็นตัวของตัวเองเกินไป แต่แล้วเธอก็พลันคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะคนที่เคยเจอมายังไม่น่าทึ่งพอ

ที่จริง... การได้ชื่นชมเด็กหนุ่มคนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่เลวเลย!

หยางซีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม "ด้านดนตรีนายนี่มีพรสวรรค์จริงๆ นะ ฝีมือกีตาร์ของนายก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ความสามารถในการแต่งเพลงของนายเลย แต่ทำไม..."

"ปัญหานี้เราคุยกันหลายรอบแล้วไม่ใช่เหรอ" เริ่นเหอยิ้มพลางส่งกีตาร์คืนให้หยางซี "เป้าหมายของฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้ ฉันยังมีเรื่องที่ชอบมากกว่าที่ต้องไปทำ"

"เรื่องอะไรเหรอ" หยางซีสงสัย

"อืม... ไว้ค่อยบอกทีหลังแล้วกัน" เริ่นเหอยิ้ม "เธอไปซ้อมสี่เพลงที่ฉันเขียนให้เถอะ"

อันที่จริงในความทรงจำของเริ่นเหอ การทำอัลบั้มเพลงนั้นมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเพลงในอัลบั้มอยู่ ว่าต้องมีเพลงแนวไหนกี่เพลง แนวอื่นๆ กี่เพลง ขึ้นอยู่กับแนวทางของนักร้อง การมีแนวเพลงที่หลากหลายก็เพื่อเพิ่มฐานผู้ฟังให้กว้างขึ้น

แต่เริ่นเหอไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ บางทีนักร้องคนอื่นออกอัลบั้ม จุดเด่นอาจจะเป็นแจ๊ส หรือไม่ก็ป๊อป... แต่เริ่นเหอเลือกเพลงโดยใช้เกณฑ์เพียงข้อเดียว... ต้องเพราะ!

สำหรับเขาแล้ว ในเมื่อไม่ถนัดก็ไม่ต้องไปกังวลกับเรื่องพวกนี้ เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าถ้าทุกเพลงในอัลบั้มเพราะหมดแล้วจะยังขายไม่ออก

เขามั่นใจในเพลงเหล่านี้มาก!

ขณะที่หยางซีกำลังซ้อมเพลงอยู่ จู่ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาถาม "จะทำยังไงถึงจะได้เดบิวต์เหรอ ไปออกรายการประกวดร้องเพลงไหม"

เริ่นเหอชะงักไปเล็กน้อย "ไม่ให้ลูกพี่ลูกพี่เธอช่วยเหรอ"

"ที่จริงถ้าให้พี่เขาช่วย บริษัทเอเจนซี่คงจะเกรงใจอยู่หรอก แต่ได้ยินมาว่าบริษัทพวกนั้นวุ่นวายมาก ฉันไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่..." หยางซีพูดอย่างกลัดกลุ้ม

เริ่นเหอเกาคางครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพูดว่า "เอาล่ะ เรื่องนี้เธอไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง รอถึงหยุดยาวหน้าหนาวก่อน!"

"นายมีวิธีดีๆ แล้วเหรอ" หยางซีถามยิ้มๆ ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เธอถึงเลือกที่จะเชื่อเริ่นเหอโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ

"ความลับสวรรค์ห้ามเปิดเผย ถึงเวลาเดี๋ยวเธอก็รู้เอง!"

จบบทที่ บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์

คัดลอกลิงก์แล้ว