- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์
บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์
บทที่ 50: ปรมาจารย์กีตาร์
"ภารกิจ: วิ่ง 1,000 เมตรให้สำเร็จภายใน 2 นาที 30 วินาที กำหนดเวลาหนึ่งสัปดาห์" เริ่นเหอครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็ไม่ได้ใส่ใจภารกิจนี้อีก เขาจำได้ว่าสถิติโลกวิ่ง 1,000 เมตรในชาติก่อนคือ 2 นาที 11 วินาที ตัวเลขของเขานี่ยังห่างไกลจากขีดจำกัดของมนุษย์มากนัก เมื่อดูจากอัตราส่วนน้ำหนักต่อพละกำลังในตอนนี้ ภารกิจนี้ไม่น่าจะสำเร็จยากเท่าไหร่
เริ่นเหอฉวยโอกาสตอนที่ในห้องเรียนกำลังวุ่นวายที่สุด พาหยางซีวิ่งออกจากโรงเรียน มุ่งหน้าไปยังดาดฟ้าบ้านของเธอ ทันทีที่ทั้งสองวิ่งพ้นประตูโรงเรียนก็หันมาสบตากันแล้วยิ้ม เริ่นเหอเอ่ยยิ้มๆ "ฉันนี่ทำเธอเสียคนรึเปล่าเนี่ย เคยโดดเรียนมาก่อนไหม"
"ไม่เคย... แต่ก็อยากลองโดดเรียนมาตั้งนานแล้ว จริงๆ แล้วความรู้สึกของการโดดเรียนนี่... มันก็ตื่นเต้นดีเหมือนกันนะ..." หยางซีครุ่นคิดก่อนตอบ
"เมื่อก่อนเธอต้องไปต่างประเทศกับพ่อบ่อยๆ เหรอ แล้วปกติเรื่องเรียนทำยังไงล่ะ" เริ่นเหอสงสัยปัญหานี้มาตลอด จะให้ย้ายโรงเรียนไปเรื่อยๆ ก็คงไม่ใช่
"เรียนด้วยตัวเองน่ะ บทเรียนส่วนใหญ่ของฉัน แล้วก็พวกเครื่องดนตรีกับดนตรี ก็อาศัยเรียนด้วยตัวเองหมดเลย โชคดีที่ยังตามทัน" หยางซีอธิบาย "ปกติเวลาไปที่ใหม่ๆ ฉันจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในที่พักเพื่ออ่านหนังสือ"
"พ่อเธอพาไปไหนมาไหนด้วยตลอดเพราะกลัวไม่มีคนดูแลเหรอ แล้วแม่เธอล่ะ" เริ่นเหอถามด้วยความอยากรู้
"ไม่ใช่ว่ากลัวไม่มีคนดูแลหรอก ปู่กับย่าอยากรับฉันไปอยู่ด้วย แต่พ่อกลัวว่าฉันจะไปติดนิสัยไม่ดีบางอย่างมา ท่านคิดว่าการที่ฉันได้ตามท่านออกไปเห็นโลกกว้าง ได้เห็นว่าประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกับไม่ดีเป็นยังไง จะช่วยให้ความคิดความอ่านของฉันเติบโตขึ้น ส่วนแม่ฉัน... ท่านหย่ากับพ่อแล้ว ท่านไปทำธุรกิจของตัวเอง บางทีปีหนึ่งพวกท่านแทบไม่ได้เจอกันเลยก็เลยหย่ากันไปเลย" พอพูดถึงแม่ตัวเอง หยางซีก็ดูซึมลงไปเล็กน้อย
กลัวว่าจะติดนิสัยไม่ดีจากการอยู่กับปู่ย่าเหรอ เริ่นเหอขบคิด ประโยคนี้มันฟังดูทะแม่งๆ ยังไงชอบกล เขาว่าเหตุผลที่น่าเชื่อถือที่สุดน่าจะเป็นเพราะหยางเอินกลัวว่าหยางซีจะไปติดนิสัยคุณหนูลูกผู้ดีที่จิงตูเสียมากกว่า เรื่องที่ปู่ย่าจะตามใจหลานสาวน่ะเป็นเรื่องปกติออก
ส่วนแม่ของหยางซี เริ่นเหอคาดว่าสองแม่ลูกคงไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ ว่าแต่ นั่นก็เป็นว่าที่แม่ยายในอนาคตที่เฮียหมายปองไว้ไม่ใช่เรอะ...
พอมาถึงดาดฟ้า เริ่นเหอก็ล้วงกระดาษจดหมายพับไว้อย่างดีออกมาจากกระเป๋าอย่างลึกลับอีกครั้ง หยางซีจนปัญญาจะพูดกับเขาแล้ว ทำไมต้องทำให้มันเหมือนจดหมายรักทุกทีด้วยนะ เธอฉวยกระดาษจดหมายจากมือเริ่นเหอมาทันที "คราวนี้เขียนเพลงอะไรมา"
"ไปต้าหลี่" เริ่นเหอยิ้ม "วันนี้ไม่ต้องบรรเลงให้ฉันนะ ฉันเล่นเอง!"
ตอนนี้ทักษะกีตาร์ของเขาเลื่อนขึ้นเป็นระดับปรมาจารย์อย่างไม่ทราบสาเหตุ พูดตามตรงมันค่อนข้างจะไร้ประโยชน์อยู่สักหน่อย เขาอยากได้ยาน้ำตาสักขวดมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อได้มาแล้วก็ต้องยอมรับ เริ่นเหอเป็นคนประเภทปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดีอยู่แล้ว
หยางซีทำหน้าประหลาดใจ "นายเล่นกีตาร์เป็นด้วยเหรอ ทำไมไม่เคยได้ยินนายพูดถึงเลยล่ะ"
"แค่กๆ" เริ่นเหอหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย นี่มันรางวัลที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เลยนะ เขาทำได้เพียงอธิบายหน้าตาย "ปกติฉันไม่เล่นให้ใครฟังหรอกนะ ต้องเป็นผู้ฟังที่คู่ควรเท่านั้น ตอนนี้ฉันว่าเธอคู่ควรแล้วล่ะ!"
หยางซีหลุดหัวเราะพรืดออกมา เธอพบว่าคุณสมบัติเด่นที่สุดของเริ่นเหอก็คือความหน้าไม่อาย แต่การได้อยู่กับคนแบบนี้กลับมีความสุขเป็นพิเศษเสมอ เธอยิ้ม "พอเลย อย่ามาขี้โม้ รีบร้องให้ฉันฟังได้แล้ว"
"ได้เลย ฟังให้ดีล่ะ!" เริ่นเหอเลิกคิ้วและเข้าสู่ภวังค์อารมณ์ในทันใด หยางซีมองท่าทีของเขา ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกว่าเด็กหนุ่มที่เธอได้พบเจอในช่วงวัยที่งดงามที่สุดของตัวเองคนนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด
"รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับชีวิตหรือเปล่า"
(ไม่ค่อยพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ใช่ไหม)
"ไม่ได้ยิ้มมานานแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม"
(ไม่ได้หัวเราะมานานแล้ว และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร)
เพียงแค่สองประโยคนี้ เริ่นเหอดูราวกับกำลังผ่าแหวกความสับสนในใจของตนออกมาเปิดเผยต่อหน้าหยางซีอย่างหมดเปลือก จู่ๆ หยางซีก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา
แต่ยิ่งไปกว่านั้น หยางซีก็สังเกตเห็นบางอย่าง! กีตาร์ที่เริ่นเหอบรรเลงราวกับมีมนตร์ขลัง ความรู้สึกแบบนี้... ทั้งที่เป็นโน้ตตัวเดียวกัน แต่พอถูกดีดออกมาจากปลายนิ้วของเริ่นเหอกลับเหมือนมีเวทมนตร์
เมื่อเริ่นเหอร้องเพลงจบ หยางซีก็เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา ดูเหมือนว่ากีตาร์ตัวนี้ไม่ว่าจะใช้บรรเลงประกอบให้ใคร ก็สามารถทำให้เพลงนั้นไพเราะขึ้นมาได้ ทันใดนั้นเธอก็เริ่มจะเชื่อคำพูดของเริ่นเหอก่อนหน้านี้ขึ้นมาหน่อยแล้ว... ปกติฉันไม่เล่นให้ใครฟังหรอกนะ ต้องเป็นผู้ฟังที่คู่ควรเท่านั้น ตอนนี้ฉันว่าเธอคู่ควรแล้วล่ะ!
มีฝีมือระดับนี้ ก็สมควรแล้วที่จะหยิ่งทะนงไม่เล่นให้ใครฟังง่ายๆ!
เธอก็เรียนกีตาร์เหมือนกัน แต่พอเทียบตัวเองกับเริ่นเหอแล้ว มันราวกับเป็นช่องว่างระหว่างฟ้ากับเหว หยางซีมองเริ่นเหอที่นั่งอยู่บนดาดฟ้าอย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเริงระบำแผ่วเบาบนสายกีตาร์ใส โน้ตดนตรีแต่ละตัวไหลรินเข้าสู่โสตประสาท หยางซีต้องยอมรับว่า... ใจของเธอสั่นไหวไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะชื่นชมใครได้ เพราะนิสัยของเธอเป็นตัวของตัวเองเกินไป แต่แล้วเธอก็พลันคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะคนที่เคยเจอมายังไม่น่าทึ่งพอ
ที่จริง... การได้ชื่นชมเด็กหนุ่มคนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่เลวเลย!
หยางซีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม "ด้านดนตรีนายนี่มีพรสวรรค์จริงๆ นะ ฝีมือกีตาร์ของนายก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ความสามารถในการแต่งเพลงของนายเลย แต่ทำไม..."
"ปัญหานี้เราคุยกันหลายรอบแล้วไม่ใช่เหรอ" เริ่นเหอยิ้มพลางส่งกีตาร์คืนให้หยางซี "เป้าหมายของฉันไม่ได้อยู่ตรงนี้ ฉันยังมีเรื่องที่ชอบมากกว่าที่ต้องไปทำ"
"เรื่องอะไรเหรอ" หยางซีสงสัย
"อืม... ไว้ค่อยบอกทีหลังแล้วกัน" เริ่นเหอยิ้ม "เธอไปซ้อมสี่เพลงที่ฉันเขียนให้เถอะ"
อันที่จริงในความทรงจำของเริ่นเหอ การทำอัลบั้มเพลงนั้นมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเพลงในอัลบั้มอยู่ ว่าต้องมีเพลงแนวไหนกี่เพลง แนวอื่นๆ กี่เพลง ขึ้นอยู่กับแนวทางของนักร้อง การมีแนวเพลงที่หลากหลายก็เพื่อเพิ่มฐานผู้ฟังให้กว้างขึ้น
แต่เริ่นเหอไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ บางทีนักร้องคนอื่นออกอัลบั้ม จุดเด่นอาจจะเป็นแจ๊ส หรือไม่ก็ป๊อป... แต่เริ่นเหอเลือกเพลงโดยใช้เกณฑ์เพียงข้อเดียว... ต้องเพราะ!
สำหรับเขาแล้ว ในเมื่อไม่ถนัดก็ไม่ต้องไปกังวลกับเรื่องพวกนี้ เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่าถ้าทุกเพลงในอัลบั้มเพราะหมดแล้วจะยังขายไม่ออก
เขามั่นใจในเพลงเหล่านี้มาก!
ขณะที่หยางซีกำลังซ้อมเพลงอยู่ จู่ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาถาม "จะทำยังไงถึงจะได้เดบิวต์เหรอ ไปออกรายการประกวดร้องเพลงไหม"
เริ่นเหอชะงักไปเล็กน้อย "ไม่ให้ลูกพี่ลูกพี่เธอช่วยเหรอ"
"ที่จริงถ้าให้พี่เขาช่วย บริษัทเอเจนซี่คงจะเกรงใจอยู่หรอก แต่ได้ยินมาว่าบริษัทพวกนั้นวุ่นวายมาก ฉันไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่..." หยางซีพูดอย่างกลัดกลุ้ม
เริ่นเหอเกาคางครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพูดว่า "เอาล่ะ เรื่องนี้เธอไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง รอถึงหยุดยาวหน้าหนาวก่อน!"
"นายมีวิธีดีๆ แล้วเหรอ" หยางซีถามยิ้มๆ ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เธอถึงเลือกที่จะเชื่อเริ่นเหอโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ
"ความลับสวรรค์ห้ามเปิดเผย ถึงเวลาเดี๋ยวเธอก็รู้เอง!"