เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: เลือกทิศทางของรางวัล! (ฟรี)

บทที่ 30: เลือกทิศทางของรางวัล! (ฟรี)

บทที่ 30: เลือกทิศทางของรางวัล! (ฟรี)


การเขียนเพลงมันยากแค่ไหนกัน? ในแต่ละปีมีเพลงใหม่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน แต่เพลงที่ไพเราะกลับมีเพียงไม่กี่เพลง ส่วนเพลงที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับชาติยิ่งหายากราวกับขนหงส์ปีกหงส์

และเพลง ‘ดาวที่สว่างที่สุดในฟ้ายามค่ำคืน’ หลังจากปรากฏตัวขึ้นในปี 2011 ก็โด่งดังไปทั่วประเทศจีนแทบจะในทันที ต้องยอมรับว่านี่เป็นหนึ่งในเพลงโปรดที่สุดของเริ่นเหอเช่นกัน

เขาไม่รู้ว่าอะไรคือทำนองหรือจังหวะ หรือจะพูดให้ถูกคือเขาไม่รู้วิธีตัดสินว่าเพลงไหนอยู่ในระดับมืออาชีพ เขารู้แค่ว่าความไพเราะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

“ฉันรู้สึกว่ายังจับทางไม่ค่อยถูก เพลงนี้เธอเป็นคนเขียนขึ้นมา เธอช่วยร้องให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม อยากเห็นว่าในสายตาของคนแต่ง เพลงนี้ควรจะเป็นแบบไหน” หยางซีเอ่ยถาม

เอ่อ เริ่นเหอรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ถึงเสียงของเขาจะไม่เรียกว่าห่วย แต่ก็ไม่ได้ดีแน่นอน! นี่ถ้าเกิดร้องเพี้ยนจนเป็นหายนะต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบขึ้นมา คงได้กลายเป็นเรื่องตลกแน่

“แค่กๆ ไว้สองวันหน้าแล้วกันนะ...” เริ่นเหอทำได้เพียงยื้อเวลาไปก่อน เขารีบถามระบบทัณฑ์สวรรค์ในใจ “ฉันเลือกของรางวัลได้ไหม?”

“ได้”

เชี่ย ได้จริงดิ?!

“จำเป็นต้องสละรางวัลหนึ่งครั้ง เพื่อกำหนดทิศทางของรางวัลในภารกิจครั้งถัดไป” ระบบทัณฑ์สวรรค์อธิบาย

พอพูดแบบนี้เริ่นเหอก็เข้าใจทันที หมายความว่าเขาสามารถใช้โอกาสรับรางวัล 1 ครั้ง เพื่อเลือกทิศทางของรางวัลได้ และในครั้งถัดไป ระบบทัณฑ์สวรรค์จะสุ่มเลือกรังวัลจากทิศทางนั้นๆ มาให้ สิ่งที่เขาเลือกได้มีเพียงแค่ ‘ทิศทาง’ เท่านั้น

เรื่องนี้ทำให้เขาลังเลอยู่บ้าง จากที่เห็นในตอนนี้ รางวัลของระบบทัณฑ์สวรรค์นั้นยอดเยี่ยมมาก การต้องสละรางวัลไปหนึ่งครั้งทำให้เขารู้สึกเสียดายจริงๆ

แต่ก็รู้สึกว่าในอนาคตคงเลี่ยงการร้องเพลงสาธิตให้หยางซีฟังไม่ได้แน่ การต้องทนใช้เสียงห่วยๆ ทรมานโสตประสาทของเธอเป็นอะไรที่ยากจะทำใจ... เริ่นเหอกัดฟันพูดกับระบบทัณฑ์สวรรค์ “ฉันขอสละรางวัลจากการปีนตึก 5 ชั้นด้วยมือเปล่าในครั้งนี้ เพื่อแลกกับพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงในรางวัลครั้งหน้า”

“อนุมัติ!” ระบบทัณฑ์สวรรค์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่เริ่นเหอทำคือไปซื้อผงแมกนีเซียมกับถุงใส่ผงแมกนีเซียมที่แขวนเอวได้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของผงแมกนีเซียมคือ “แมกนีเซียมคาร์บอเนต” เป็นผงสีขาวไร้กลิ่น มีคุณสมบัติดูดซับเหงื่อที่มือ ทำให้ฝ่ามือแห้ง ช่วยรักษาระดับแรงเสียดทานระหว่างมือกับหน้าผา ทำให้การปีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผงแมกนีเซียมแบ่งเป็นชนิดผง ชนิดก้อน และชนิดน้ำ ชนิดผงเป็นที่นิยมที่สุด มักใช้ในกีฬายิมนาสติกและยกน้ำหนัก และเมื่อกีฬาปีนผาได้รับความนิยมมากขึ้น ผงแมกนีเซียมจึงถูกนำมาใช้เพื่อดูดซับเหงื่อที่มือระหว่างการปีนเขาด้วย

ครั้งที่แล้วตอนปีนตึกเรียนถึงชั้นสาม มือของเริ่นเหอก็เริ่มมีเหงื่อออกแล้ว ครั้งนี้ต้องปีนถึงห้าชั้น ผงแมกนีเซียมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ไม่ใช่ว่าไม่มีผงแมกนีเซียมแล้วจะปีนไม่ได้ แต่นี่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองให้มากที่สุด

เมื่อถึงเวลากลางคืนที่เงียบสงัด เริ่นเหอออกไปวิ่งวอร์มอัปเล็กน้อยแล้วจึงเริ่มปีนตึกที่พักของครอบครัวตัวเอง สำหรับเขาที่มีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ขอแค่มีพละกำลังเพียงพอ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย

ตอนที่ปีนผ่านชั้นสอง เขายังได้ยินเสียงผู้ชายกับผู้หญิงกำลังทะเลาะกันอยู่ข้างใน...

“บาปกรรมๆ...” เริ่นเหอปีนขึ้นไปต่อ...

บ้านของเขาอยู่ชั้นห้าพอดี นี่เป็นแฟลตที่พักอาศัยแบบเก่า ทั้งตึกมีความสูงแค่ 7 ชั้น เขาเปิดหน้าต่างห้องของตัวเองทิ้งไว้แล้ว พอปีนถึงชั้นห้าก็จะสามารถเข้าไปทางหน้าต่างได้พอดี

ระบบทัณฑ์สวรรค์เพิ่งมอบรางวัลเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของเขาเป็น 4.12 ดังนั้นการปีนจึงไม่ลำบากเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เริ่นเหอมีร่างกายของเด็กหนุ่ม แต่มีสมรรถภาพทางกายที่เหนือกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป

ทว่า ทันทีที่เขาปีนมาถึงชั้นสี่ เขาก็เห็นพี่ยามถือไฟฉายส่องสว่างขนาดใหญ่เดินตรวจตราอยู่ด้านล่าง เพราะเรื่องวุ่นวายที่เจ้าของห้องชั้นสองก่อขึ้นคราวก่อน พวกเขาไปร้องเรียนฝ่ายจัดการอาคาร ผลก็คือตอนนี้พี่ยามต้องพกไฟฉายส่องสว่างมาเดินตรวจตอนกลางคืนด้วย แถมยังถูกกำชับให้คอยสอดส่องว่ามีขโมยปีนตึกหรือไม่...

เมื่อเห็นว่าลำแสงจากไฟฉายกำลังจะส่องมาถึงตำแหน่งของเริ่นเหอ จากที่สามารถค่อยๆ ปีนขึ้นไปตามลำดับได้ ตอนนี้เริ่นเหอจึงต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อแข่งกับเวลา!

เขาทาผงแมกนีเซียมที่มือเล็กน้อยเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานที่นิ้วมือ สองเท้ากระทืบลงบนเหล็กดัดหน้าต่างของชั้นสี่อย่างแรง ร่างทั้งร่างคว้าขอบหน้าต่างของชั้นห้าได้ในพริบตา จากนั้นแขนทั้งสองข้างก็ออกแรงฉับพลัน ร่างของเขากระโจนเข้าไปในห้องของตัวเองราวกับวิหคราตรี พร้อมกับเอื้อมมือไปปิดหน้าต่างจนสนิท

และในตอนนั้นเอง ลำแสงจากไฟฉายก็ส่องมาถึงตำแหน่งที่เขาเคยอยู่เมื่อครู่นี้พอดี!

พี่ยามรู้สึกเหมือนเมื่อกี้มีอะไรบางอย่างไหวๆ แต่พอส่องไฟฉายไปก็ไม่เห็นอะไรแล้ว อีกทั้งหน้าต่างชั้นห้าก็ปิดสนิท เขาจึงได้แต่ส่ายหัว บางทีตัวเองอาจจะตาฝาดไป

ไอ้ผู้จัดการอาคารเวรนี่ก็หาเรื่องให้คนอื่นลำบากจริง ปกติเดินตรวจคืนละสองรอบก็พอแล้ว ผลคือตอนนี้ต้องเดินตรวจคืนละ 6 รอบ!

เริ่นเหอที่อยู่ในห้องเหงื่อท่วมหน้าผาก นี่มันเสี่ยงเกินไปแล้ว ถ้าถูกพี่ยามเห็นเข้า เรื่องต้องไปถึงหูพ่อแม่แน่นอน ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอเขาอยู่บ้าง

แต่การกระโจนเมื่อครู่นี้ สำหรับเริ่นเหอแล้ว มันเหมือนกับการเดินทางที่น่าตื่นเต้นชั่ววูบ แม้ตอนนั้นจะอันตราย แต่กลับมันส์โคตรๆ! สิ่งที่เขากำลังสนุกกับมันในตอนนี้ ก็คือความรู้สึกของการเล่นกับความตายนี่แหละ!

“โฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ รางวัลครั้งถัดไปจะถูกเลือกจากทิศทางพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง”

เรียบร้อย! เริ่นเหอไม่รอช้าอีกต่อไป เขาดึงกระดาษออกมาวาดบรรทัดห้าเส้น แล้วเขียนหัวข้อลงไป: หนานซานหนาน!

เพลงนี้ของหม่าโหยวเย่ในโลกคู่ขนานก็โด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ เรียกได้ว่าเป็นผลงานระดับปรากฏการณ์ได้อย่างแน่นอน! อีกทั้งดนตรีแนวโฟล์คก็เข้ากับรสนิยมของหยางซีพอดิบพอดี การที่เขารีบเขียนเพลงนี้ออกมา จะทำให้ภารกิจครั้งต่อไปของระบบทัณฑ์สวรรค์ปรากฏเร็วขึ้น แล้วเขาก็จะสามารถร้องเพลงต่อหน้าหยางซีได้แล้ว...

ไม่นึกเลยว่าปมด้อยเรื่องไม่กล้าร้องเพลงในชาติก่อน จะถูกแก้ไขโดยระบบทัณฑ์สวรรค์ในชาตินี้

ทันทีที่เริ่นเหอเขียนเนื้อเพลงคำสุดท้ายเสร็จ ระบบทัณฑ์สวรรค์ก็ประกาศภารกิจใหม่ในหัวของเขาทันที: “ภารกิจ: ปีนตึกที่พักของโฮสต์ด้วยมือเปล่าตั้งแต่ชั้น 1-7 กำหนดเวลา 1 สัปดาห์ หากไม่สำเร็จ สังหารทิ้ง!”

ปีนตึกอีกแล้วเรอะ แกจะให้ฉันปีนจนอ้วกเป็นตึกเลยหรือไง...

เริ่นเหอไม่คิดจะนอนต่อแล้ว พี่ยามเพิ่งเดินตรวจไปรอบหนึ่ง กว่าจะมาอีกรอบก็อีกชั่วโมงข้างหน้า สู้ทำภารกิจให้เสร็จในคืนนี้ไปเลยดีกว่า!

เขาแอบสวมถุงใส่ผงแมกนีเซียมแล้วลงไปข้างล่างอย่างเงียบๆ ตอนนี้ร่างกายยังอุ่นอยู่ ไม่จำเป็นต้องวอร์มร่างกายใหม่อีกรอบ ปีนเลยแล้วกัน!

ครั้งนี้ในห้องชั้นสองไม่มีเสียงดังแล้ว สงสัยจะทะเลาะกันจนเหนื่อยแล้วล่ะมั้ง...

เมื่อปีนกลับขึ้นมาถึงชั้นห้าอีกครั้ง เริ่นเหอก็รู้สึกได้ถึงอาการปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อ ลองนับดูแล้ว ถ้ารวมกับตึกเรียน 3 ชั้นเมื่อเช้า วันนี้เขาปีนตึกไปแล้วทั้งหมด 13 ชั้น ถ้าปีนจบ 7 ชั้นนี้ ก็จะกลายเป็น 15 ชั้น

พูดตามตรง พละกำลังของผู้ใหญ่ทั่วไปก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมายนัก ที่กล้ามเนื้อของเริ่นเหอเพิ่งจะเริ่มมีอาการปวดเมื่อย ก็ต้องขอบคุณที่ตอนนี้น้ำหนักตัวของเขายังเบาอยู่

จบบทที่ บทที่ 30: เลือกทิศทางของรางวัล! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว