เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 เจ้าสำนัก

บทที่ 50 เจ้าสำนัก

บทที่ 50 เจ้าสำนัก


บทที่ 50 เจ้าสำนัก

“เรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมชีวิตของข้าถึงเป็นอันตรายล่ะ”

เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว เจียงหยวนจ้องตาเขม็งไปที่ชายแก่ในทันที

“กลับสำนักก่อนค่อยว่ากัน”

ตลอดทาง ชายแก่ดูจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว แถมเขายังหันมามองเจียงหยวนอยู่อย่างไม่ค่อยจะว่างเว้น

นี่ทำให้เจียงหยัวขมวดคิ้วไปตลอดทาง แต่ก็ยังไม่ได้ถามอะไรออกมา

เมืองเทียนหลันแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่กว่าเมืองเทียนหยางนับร้อยเท่าสมกับเป็นเมืองหลวงของประเทศ และสำนักจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เองก็ต้องอยู่ในพื้นที่ฝั่งใต้ของเมืองเทียนหลัน

ที่นี่ ชายแก่คนหนึ่งที่ผมหงอกขาวไปจนเต็มหัวได้นั่งนิ่งอยู่ที่หน้าประตู เขาดูเหมือนรูปปั้นเพราะไม่ยอมขยับเขยื้อน แม้ชายแก่ที่พาเจียงหยวนมาและตัวเจียงหยวนเองเดินผ่านเขาไปก็ยังไม่เหลียวมอง

สำนักจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้แห่งนี้มีศิษย์อยู่น้อยกว่าพันคน แม้แต่คณาจารย์ทั้งหมดรวมกันก็ยังมีไม่ถึงร้อยคน

ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่ของสำนัก ต่อให้แต่ละคนเดินห่างกันไปโยชน์ คนที่อยู่หัวแถวก็ยังไม่อาจมองเห็นคนที่อยู่ท้ายแถวได้

ชายแก่พูดออกมาเล็กน้อยในขณะที่เดินนำทางไป

ในที่สุดเจียงหยวนก็รู้ว่าในตอนนี้เขากำลังจะไปที่ไหน นั่นก็คือเขากำลังจะไปพบเจ้าสำนักของสำนักจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

ผู้บ่มเพาะระดับยอดยุทธ ยอดยุทธทลายสวรรค์ เสวี่ยหยูเมิ่ง

ไม่นานนัก หลังจากที่เจียงหยวนได้ถูกพาเดินผ่านตึกสูงใหญ่ไปสักพัก เจียงหยวนและชายแก่ที่รับสมัครเจียงหยวนเข้ามาก็มาถึงบ้านไม้ที่แยกออกมาหลังหนึ่ง

“ท่านเจ้าสำนัก เรื่องนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วขอรับ”

ชายแก่ที่คิ้วขมวดเล็กน้อยได้ยืนตรงหน้าบ้านไม้อย่างไม่ไหวติงหลังจากพูดออกไป

“นำเขาเข้ามา ข้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง”

เสียงที่ฟังดูก้องกังวาลได้ดังขึ้นมาจากด้านในบ้านไม้

“เข้าไปกัน”

เจียงหยวนยังคงไม่ได้ถามอะไรออกมา ทำเพียงแค่เดินตรงเข้าไปในบ้าน

ภายในบ้านไม้แห่งนี้มีการตกแต่งด้วยเครื่องใช้ที่ทำจากไม้ที่เรียบง่ายไม่ว่าจะเป็นเตียง เก้าอี้ บานหน้าต่างที่ดูผุๆ และกองหนังสือที่อยู่หัวเตียง ราวกับว่าเป็นบ้านของบัณฑิตผู้ยากไร้

เป็นตอนนี้ที่ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้าธรรมดาที่นั่งอยู่ข้างเตียงและถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ในมือพลิกอ่านมันไปมาราวกับกำลังหาอะไรบางอย่าง

เมื่อชายคนนี้ได้เห็นเจียงหยวนเข้ามาในห้อง เขาก็ได้พูดออกมาเบาๆ “เจ้าคือคนที่ได้พบเด็กสาวต้องสาปเช่นนั้นรึ”

เจียงหยวนพยักหน้ารับก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆกลับไป “ใช่ครับ ข้ามีนามว่าเจียงหยวน”

ชายคนนี้เมื่อถามเสร็จก็ยังคงพลิกหนังสือในมือกลับไปมาราวกับยังไม่สิ่งที่ต้องการจะหา ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงที่นิ่งลึก “หมดหวังแล้ว....กลับไปกราบคารวะพ่อแม่ของเจ้าซะ ภายในไม่ถึงสองปีเจ้าต้องซี้แหงๆ”

“ไม่มีทางแก้เหรอ”

เจียงหยวนยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย ตอนแรกเขาก็คิดว่าเจ้าสำนักคนนี้จะบอกอะไรที่เป็นประโยชน์กับเขาบ้าง แต่นึกไม่ถึงว่าเพียงแค่เจอหน้าก็สาปส่งเขากันเสียงอย่างนั้น

“ฮ่าฮ่าฮ่า ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าเนี่ยนะ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถขึ้นไปอยู่ในระดับยอดยุทธได้ในเวลาสองปีรึไง”

เสวี่ยหยูเมิ่งได้พูดออกมาอย่างติดตลกเมื่อได้ยิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเผยให้ใบหน้าที่ดูสุขุมและหล่อเหลากลายๆ ดูเพียงผิวเผินเขามองดูคล้ายคนอายุยี่สิบปีเพียงเท่านั้น

“ข้าทำได้”

เสวี่ยหยูเมิ่งยืนขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยิน ก่อนที่แหวนที่สวมอยู่ของเขาจะส่องแสง แล้วมีหินกลมมลก้อนหนึ่งปรากฎออกมาอยู่ในมือ

“แตะมันสิ”

เมื่อได้ยินแบบนี้ เจียงหยวนจึงค่อยๆวางมือไว้บนหิว

อย่างไรก็ตาม หินก้อนนี้เมื่อถูกเจียงหยวนแตะไปแล้วเขากลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง หรืออย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากมัน

เสวี่ยหยูเมิ่งได้ยิ้มออกมาอย่างละมุน ก่อนจะพูดออกมา “เป็นเจ้านี่เอง”

“หินก้อนนี้เอาไว้ทำอะไรหรือครับ”

เจียงหยวนถามออกมาอย่างสงสัย พลางมองไปที่หินกลมมลที่สัมผัสอยู่

เสวี่ยหยูเมิ่งเมื่อได้ยินก็ได้อธิบายออกมา

“นี่คือหินต้องสาป หากเจ้าดูดีๆ เจ้าจะเห็นร่องรอยของควันสีดำอยู่ภายใน มันเป็นหลักฐานว่าตัวเจ้านั้นโดนคำสาปอยู่”

“หากว่าหินก้อนนี้เปลี่ยนกลายเป็นสีดำสนิท นั่นหมายความว่าคำสาปของเจ้าเริ่มผลของมันไปแล้ว แม้แต่ข้าก็ยังช่วยเจ้าไม่ได้”

“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า หากข้าไปถึงระดับยอดยุทธได้ก่อนที่หินก้อนนี้จะกลายเป็นสีดำสนิท คำสาปของข้าก็จะถูกถอนออกอย่างนั้นหรือครับ”

เจียงหยวนที่ยังคงสงสัยกับเรื่องราวได้ถามออกมา นี่ทำให้เสวี่ยหยูเมิ่งยืนนิ่งราวกับไม่กล้าที่จะพูดออกมาอย่างมั่นใจได้อยู่อีกพักใหญ่

จบบทที่ บทที่ 50 เจ้าสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว