เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 ชีพจรของเฉียวเว่ย

บทที่ 42 ชีพจรของเฉียวเว่ย

บทที่ 42 ชีพจรของเฉียวเว่ย


บทที่ 42 ชีพจรของเฉียวเว่ย

เวลาล่วงเลยเข้ายามสอง

ประกายแสงได้ส่องประกายข้ามฟากฟ้า พร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวาบของเจียงหยวน

“เกิดอะไรขึ้น”

เจียงหยวนที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ เขาได้เร่งมองโดยรอบในทันที

เป็นตอนนี้ที่เจียงหยวนรับรู้ถึงพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง

“นะนายน้อย..”

เป็นตอนนี้ที่เสียงอันอ่อนหวานที่ราวกับกำลังหมดแรงได้ดังรอดทะลุกำแพงมาเข้าหูเจียงหยวน

“เฉียวเว่ย”

เจียงหยวนไม่สนใจสิ่งใดอื่นอีก เขาได้ใช้ก้าวย่างดอกบัวครามพุ่งไปในห้องของเฉียวเว่ยตรงๆ

“นะนายน้อย...”

ฉากที่เห็นทำให้เจียงหยวนถึงกับนิ่งอึ้ง

ร่างกายของเฉียวเว่ยในตอนนี้บังเกิดน้ำแข็งเกราะปกคลุม และด้วยน้ำแข็งเหล่านี้ทำให้เฉียวเว่ยตัวสั่นเทา แม้แต่ขนตาของนางก็ยังมีไอเย็นเกาะราวกับนางได้กลายเป็นปีศาจหิมะ ที่พร้อมจะลากผู้คนเข้าสู่ขุมนรกเยือกแข็ง

“เฉียวเว่ยรึ”

เฉียวเว่ยที่ไม่สามารถบ่มเพาะได้ตั้งแต่นางเป็นเด็ก แต่ในตอนนี้ น้ำแข็งที่เกาะตามตัวของนางนี้บ่งบอกว่ามันเป็นการกลายพันธุ์ของพลังวิญญาณธาตุน้ำในร่างของนาง

และด้วยการที่เฉียวเว่ยไม่เคยฝึกฝนบ่มเพาะมาก่อน นี่ทำให้เจียงหยวนอดคิดไม่ได้ว่าทำไมจุดตันเถียนของนางถึงได้เต็มเปี่ยมไปด้วยธาตุน้ำแข็งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม เจียงหยวนไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก

นั่นก็เพราะ พลังชีวิตของเฉียวเว่ยกำลังลดต่ำลงอย่างมองเห็นได้ชัดเจน

หากเขาไม่รีบทำอะไรล่ะก็ เฉียวเว่ยจะต้องตกตายตรงหน้าเขาเป็นแน่

ดังคำกล่าวที่ว่ารักษาม้าตายดั่งม้าเป็น

เจียงหยวนในตอนนี้พอจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบกระตุ้นไฟครามที่คงอยู่ในจุดตันเถียนของเขาแล้วปล่อยคลื่นพลังของมันออกมาจากร่าง หมายที่จะใช้มันละลายน้ำแข็งที่เกาะร่างของเฉียวเว่ยไว้

อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการเกิดน้ำแข็งบนร่างของเฉียวเว่ยนี้ไม่ได้ช้าลงแต่อย่างใด จะเห็นได้จากท่าทางเจ็บปวดของเฉียวเว่ยที่เจ็บปวดมากขึ้น

“หากเจ้าทำเช่นนี้ต่อไป นางจะตายเอานะ”

เป็นตอนนี้ที่เสียงหญิงสาวที่เยียบเย็นได้ดังมาจากนอกหน้าต่าง

“ใคร”

เจียงหยวนที่หันไปทางหน้าต่างก็เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่างแล้ว

หญิงสาวคนนี้มีท่าทางที่ดูเย็นชาไร้อารมณ์ นางสวมเสื้อสีน้ำเงินยาวคลุมเพียงชิ้นเดียว พร้อมกับมีกระบี่สะพายอยู่ที่หลัง และเจียงหยวนไม่รู้ว่านางเข้ามาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

เจียงหยวนจิตใจสั่นไหวในทันที พร้อมพยายามคิดว่านางมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน

“อยากให้นางรอดรึเปล่า”

หญิงสาวได้เคลื่อนที่เข้าหาเฉียวเว่ยด้วยความเร็วชั่วพริบตา ก่อนจะวางมือขวาของนางลงบนก้อนน้ำแข็งบนร่างของเฉียวเว่ย

“แน่นอน”

ถึงแม้เจียงหยวนจะไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร แต่เขาก็พอจะเชื่อได้ว่านางไม่ใช่ศัตรู เพราะท่าเท้าของนางเมื่อครู่นี้ก็พอจะบ่งบอกได้ว่านางสามารถฆ่าเขาได้ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว

“ถ้าอย่างนั้นจงปล่อยให้ข้าพานางไป นางเป็นผู้ที่มีสุดยอดชีพจรยุทธของผู้บ่มเพาะธาตุน้ำที่หมื่นปีจะปรากฎสักคนหนึ่ง ชีพจรเยือกแข็งเก้าชั้น”

“ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเผลอไปกระตุ้นเส้นชีพจรของนางให้ตื่นขึ้นมาโดยบังเอิญจากการกินผลจันทรา ข้าต้องพานางกลับไปยังสำนักเหมันต์หิมพานต์”

หญิงสาวได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับไม่สนใจว่าในตอนนี้เจียงหยวนรู้สึกยังไงกับตนเองอยู่

“สำนักเหมันต์หิมพานต์รึ”

เจียงหยวนไม่เคยได้ยินชื่อสำนักนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย

หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาอย่างอ่อนโยน “หากข้ามาช้ากว่านี้ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลังแล้วเจ้ายอมให้ข้าพานางไป มันก็ยังไม่สู้เท่าการที่เจ้าให้ข้าพานางไปในตอนนี้ รีบตัดสินใจเถิด”

-ไม่มีทางเลือกแล้ว-

เจียงหยวนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันแน่น ก่อนจะพูดออกมาด้วยท่าทางดุดัน “ได้ แต่หากว่าสำนักเหมันต์หิมพานต์ของเจ้าทำให้นางต้องเจ็บปวดแม้เพียงน้อยนิด ข้าจะบุกไปยังที่นั่นด้วยตนเอง”

“กล้าปากเสียกับเหมันต์หิมพานต์รึ เจ้านี่ช่างโอหังยิ่งนัก”

หญิงสาวยิ้มกริ่มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่พลิกมือของตนให้หงายขึ้น นี่ทำให้ร่างที่เริ่มจะแข็งค้างของเฉียวเว่ยลอยสูงขึ้นบนอากาศในทันที

“นายน้อย”

เฉียวเว่ยที่เห็นว่าตนเองไม่สามารถทำอะไรได้อีก นางได้เอ่ยเรียกเจียงหยวนออกมาอีกครั้ง

เมื่อเห็นดวงตาที่เปียกชื้นของคนที่รัก เจียงหยวนก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งลึก “เฉียวเว่ย ไม่ต้องกังวลนะ ข้าจะไปหาเจ้าอย่างแน่นอน แล้วจากนั้น...”

โดยไม่รอให้เจียงหยวนได้พูดจบ หญิงสาวได้ทะยานออกไปนอกหน้าต่างปานไวแสง พร้อมกับเฉียวเว่ยที่ร่างกายจมอยู่ในก้อนน้ำแข็งลอยตามติดห่างออกไป

หัวใจของเจียงหยวนในตอนนี้หวั่นไหวไปมาในขณะที่ยืนมองร่างของคนรักที่ลอยห่างไปไกล

-ทะยานกลางอากาศโดยไม่ร่วงหล่นหรือหยุดพักรึ-

-ยอดยุทธ-

-หญิงสาวคนนี้อยู่ในระดับยอดยุทธงั้นเหรอ-

จบบทที่ บทที่ 42 ชีพจรของเฉียวเว่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว