เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 กลุ่มหัวเสือ

บทที่ 22 กลุ่มหัวเสือ

บทที่ 22 กลุ่มหัวเสือ


บทที่ 22 กลุ่มหัวเสือ

ตลอดทาง เจียงหยวนได้อยู่ในชุดคลุมสีดำ และในตอนนี้ เขาเปิดประตูไม้ที่มีสภาพซอมซ่อบานหนึ่งเข้าไป

สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมเหล่าคนจรที่ใหญ่ที่สุดแห่งเมืองเทียนหยาง และมันถูกเรียกว่ากลุ่มหัวเสือ

“เจ้ามาทำอะไร”

ชายตัวใหญ่ที่ยืนตระหง่านอย่ที่หน้าประตูถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน

เจียงหยวนได้กดเสียงต่ำก่อนจะใช้พลังภายในเป็นเส้นเสียงของตนเองให้ฟังดูราวกับคนแก่พูดออกมา “ข้าอยากจะให้เจ้าทำบางสิ่งให้กับข้า”

“แกคิดว่าพวกเราจะช่วยทุกคนที่เข้ามาที่นี่รึไง”

ชายร่างกำยำได้พูดออกมาก่อนจะปลดปล่อยพลังภายในออกจากภายในร่าง หลังจากนั้นเขาได้ยืนตัวตรงและส่งหมัดที่เต็มไปด้วยคลื่นพลังสีแดงออกมา

“น่ารำคาญ”

เจียงหยวนไม่ได้ทำเพียงพูดออกมาเฉยๆ เขากระตุ้นพลังภายในของเขาในขณะที่เดินตรงไปข้างหน้า จนในตอนนี้เท้าของเขาได้ถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังสีแดงเข้ม

นี่ทำให้ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินบังเกิดคลื่นความร้อนในบรรยากาศโดยรอบ พร้อมกับสายลมที่ร้อนแรงพัดออกไปจากร่างกายของเขาในตอนที่เขาหลบหมัดนี้

หลังจากหลบหมัดได้แล้ว เขาก็ตบไปที่ชายคนนี้จนกระเด็นกระดอนออกไป

เจียงหยวนได้ปัดฝุ่นที่เปรอะเปื้อนอยู่ที่ตัวแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ “เงียบสักที”

เมื่อเห็นฉากนี้ ชายที่มีรอยแผลเป็นอยู่บนหน้าราวกับถูกมีดเฉือนและนั่งอยู่ข้างหน้าเขาได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยืนขึ้นแล้วพูดออกมา “ผู้เฒ่ามาด้วยเหตุอันใด ข้าขออภัยแทนเพื่อนของข้าด้วยก็แล้วกัน”

“ตระกูลหม่า”

“ตระกูลหม่ารึ ตอนนี้เมืองของเราไม่มีตระกูลหลี่แล้ว ตระกูลหม่าจึงกลายเป็นตระกูลใหญ่อันดับสองของเมืองเทียนหยาง พวกเราไม่กล้าที่จะขายข้อมูลอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกหนา”

ชายหน้าบากได้หัวเราะออกมาเล็กน้อยในทันทีเมื่อได้ยิน

เจียงหยวนไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาทำเพียงแค่หยิบถุงเก็บของออกมาแล้วโยนออกไป ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เขร่งขรึมและแฮบพล่า “สองหมื่นเหรียญทอง”

“สองหมื่นเหรียญทองรึ ตกลง ท่านอยากจะรู้สิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณนาย ผู้นำตระกูล หรือเรื่องของผู้อาวุโสสูงสุด หรืออดีตผู้นำตระกูลที่ถูกกดดันให้สละตำแหน่งล่ะ”

ชายหน้าบากได้พูดออกมาด้วยเสียงหัวเราะร่วน

เจียงหยวนส่ายหน้าไปมาก่อนจะพูดต่อ “ไม่ใช่เรื่องพวกนั้น ข้าต้องการให้เจ้าจับตาดูนายน้อยใหญ่แห่งตระกูลหม่า”

“นายน้อยใหญ่แห่งตระกูลหม่า หม่าเหยาน่ะรึ เขาเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งในเมืองเทียนหยางไม่ใช่เหรอ”

ชายหน้าบากค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ สำหรับเขาแล้ว ข้อมูลของหม่าเหยาคนนี้ไร้ค่าอย่างไม่น่าจะตีราคาได้

อย่างไรก็ตาม เจียงหยวนรู้ดีว่าหม่าเหยาผู้นี้หาใช่คนธรรมดาไม่

หม่าเหยา อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหม่า และสามารถบอกได้ว่าเมื่อสองปีก่อน เขาเป็นอัจฉริยะอันดับสองของเมืองเทียนหยางก็ไม่ผิดนัก

เพราะว่าเขาถูกความสามารถของเจียงหยางทำลายความภาคภูมิในฐานะอันดับหนึ่งที่เคยได้รับมาอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม เป็นเพียงหลังจากที่เจียงหยวนถูกขโมยชีพจรยุทธ์ระดับเทพของเขาไปแล้ว ชื่อของหม่าเหยาจึงได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แถมในครั้งนี้ ชื่อเสียงของเขายังลือเลื่องเสียกว่าแต่ก่อนซะอีก

หนึ่งปีที่ผ่านมา นอกจากการบ่มเพาะแล้ว เจียงเหยาได้ใช้เวลาบางส่วนในการหาข่าวคราวของคนผู้นี้ และนี่ทำให้เขารู้ว่าหม่าเหยามีสายสัมพันธ์อันดีกับเจียงหมิง

ยังไงซะ ตระกูลเจียงก็ยังเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองเทียนหยาง และด้วยบุญญาวาสนาที่สั่งสมมานับร้อยปี มันก็เพียงพอที่จะทำให้สมาชิกในตระกูลหาลูกน้องของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนในตระกูลก็ตาม

และในทุกๆครั้งที่เจียงหมิงกล่าวถึงหม่าเหยาต่อหน้าเขา ไม่เพียงท่าทางของเจียงหมิงจะไม่ได้มีท่าทางเดียดฉันท์อย่างที่ควรจะเป็นในฐานะตระกูลคู่แข่ง กลับกัน เขายังเคยได้ยินมาด้วยซ้ำว่าเจียงหมิงเคยไปดื่มสังสรรค์กับหม่าเหยาคนนี้บ่อยๆ

นี่จึงทำให้เขากล้าบอกได้ว่าหม่าเหยาจากตระกูลหม่าผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา

ไม่ว่าจะเป็นเจียงหวู่และผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเจียง มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ทั้งสองคนจะโค่นล้มพ่อของเขาได้ด้วยกำลังของตัวเอง และนี่ทำให้พวกนั้นเริ่มติดต่อกับคนนอกตระกูลขึ้นมา

และแน่นอนว่าผู้นำตระกูลหม่าย่อมไม่ออกมาเคลื่อนไหวเพียงเพราะต้องการผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากว่าเขาลงมือขึ้นมาจริงๆล่ะก็ ตระกูลเจียงต้องสาหัสไม่น้อยเป็นแน่

หม่าเหยาแม้จะยังเด็ก แต่ก็ถือได้ว่ากระหายในความสำเร็จไม่น้อยกว่าใคร

และนี่เองทำให้การที่หม่าเหยาเข้าหาเจียงหมิงจนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

เจียงหยวนพยักหน้ารับยืนยันคำพูดของตนต่อชายหน้าบาก ก่อนที่จะนำมือไปไพล่หลังแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งลึก “ใช่ เป็นเขานั่นแหล่ะ แค่บอกข้ามาว่าเขาพบปะกับใครบ้าง”

“ไม่ต้องห่วง พวกข้าจะรวบรวมข้อมูลมาให้ภายในคืนวันพรุ่งนี้”

“อืม”

เมื่อพูดจบ เจียงหยวนก็ได้เดินออกจากประตูไปโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก

ราวกับว่าเขาปล่อยเรื่องนี้ให้กับกลุ่มหัวเสือเป็นคนจัดการไปเลย

จบบทที่ บทที่ 22 กลุ่มหัวเสือ

คัดลอกลิงก์แล้ว