เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 จูบเลิศรส

บทที่ 13 จูบเลิศรส

บทที่ 13 จูบเลิศรส


บทที่ 13 จูบเลิศรส

“อร่อยดีไหม น้องจ๋าน”

เจียงหยวนพูดออกมาด้วยท่าทางยียวนพลางก้มลงมองเจียงจ๋านที่ในตอนนี้ประกบปากเข้ากับพยัคฆ์เงินคำรณ

“ไอ้ระยำ”

เจียงจ๋านในตอนนี้แสดงท่าทางโกรธออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาที่ถือได้ว่าตนเองแข็งแรงที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ตระกูลเจียง และเป็นผู้ฝึกยุทธที่เก่งฉกาจจนหาตัวจับยากในรุ่นราวคราวเดียวกัน กลับถูกคนที่ตนเองมองว่าเป็นเศษขยะข่มเหงรังแก มีหรือที่เขาจะทนได้

“ตาย”

“ปฐพีสั่นสะท้าน”

เพียงเจียนจ๋านได้พูดคำนี้ออกมา พลังภายในในร่างของเขาก็ได้ระเบิดออก มันเป็นคลื่นพลังที่มีแสงสีเหลืองที่อาบน้อมไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่เขาจะใช้มือทุบลงไปบนพื้นดิน

*ตึงงง*

ภายใต้พื้นดินที่ถูกเจียงจ๋านทุบลงไป รอยแยกของแผ่นดินได้ปรากฎ และพุ่งตรงเข้าไปหาเจียงหยวนที่กำลังยืนอยู่

นี่คือกระบวนท่าที่เขาเตรียมมาเพื่อการล่าในวันนี้โดยเฉพาะ

เมื่อเห็นแบบนี้ เจียงหยวนก็มีท่าทางเย็นชาออกมาในทันที พร้อมกับรังสีฆ่าฟันที่พุ่งออกมาจากจิตใจของเขา ก่อนจะพูดออกมาอย่างดูแคลน “อย่างที่คิด เจ้าที่เป็นหลานของผู้อาวุโสสูงสุด ย่อมต้องมีฝีมืออยู่กับตัว”

เจียงจ๋านที่ได้ยินก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจแล้วพูดออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า นี่เป็นเพราะแกไม่ยอมส่งของมาให้ข้าเองนา ข้าไม่รู้จริงว่าขยะอย่างแกจะเอาพวกมันไปทำอะไรนักหนา”

“ตอนนี้ เรามาดูกันสิว่าใครกันแน่ที่เป็นขยะที่แท้จริง”

เมื่อพูดจบ พลังภายในของเจียงหยวนก็ได้ระเบิดออกมา มันดูหนากว่าพลังภายในของเจียงจ๋านนับสิบเท่า

หลังจากที่เขากระทืบฝ่าเท้าลงไปที่พื้น รอยแตกที่เกิดจากการกระทืบของเขาก็ได้ลามกลบรอยแตกของเจียงจ๋านไป

“เป็นไปได้ยังไง ทำไมพลังภายในของแกถึงได้...”

ตกตะลึง

ตื่นตระหนก

สำนึกเสียใจ

ในตอนนี้ เจียงจ๋านที่ไม่คิดมาก่อนว่าเจียงหยวนจะกลับมาเป็นผู้ฝึกยุทธได้อีกครั้ง แถมเขายังแข็งแกร่งกว่าตนเองซะอีก

*ผั๊วะ*

เจียงหยวนได้ตบลงไปที่หน้าของเจียงจ๋านอย่างหนักหน่วง

“ใครกันที่เป็นขยะที่แท้น่ะ หื้ม”

“ข้างั้นรึ”

ในตอนนี้ เจียงจ๋านรู้สึกราวกับเป็นเพียงคนเดียวที่เหลือรอดอยู่ในโลกนี้ และเสียงของเจียงหยวนในตอนนี้ก็ได้ดังก้องไปทั่วห้วงจิตสำนึกของเขา

และด้วยคำถามที่เจียงหยวนเอ่ยถามเขาออกมานี้ ทำให้ความมั่นใจในตัวเองในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา มลายสิ้นไปในทันที

“เจียงจ๋าน!”

เสียงตะโกนได้ดังเข้าหูของเจียงจ๋านมา

เป็นตอนนี้ที่เขาได้สติ แก้มของเขาในตอนนี้ยังคงแดงกล่ำและร้อนแรง แต่ซากร่างของพยัคฆ์เงินคำรณในตอนนี้ได้ถูกลากหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

....

“จะกินยังไงดีหว่า”

ในขณะที่จับจ้องไปที่ร่างของเสือที่ตัวเองลากมาแล้ว เจียงหยวนก็เริ่มที่จะคิดว่าควรจะกินเสือของเขายังไงดี

“ช่างแม่ง แค่ย่างแล้วก็กินไปแล้วกัน”

เมื่อคิดวิธีกินได้แล้ว เจียงหยวนก็เริ่มหากิ่งไม้มาทำเป็นเตาย่าง ก่อนจะถลกหนังเสือแล้วตัดเอาแก่นปีศาจออกมา ก่อนจะตัดแบ่งเสือทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าออกเป็นส่วนๆ หลังจากที่เขาได้ใช้ไฟศักดิ์สิทธิ์จุดไฟแล้ว เจียงหยวนก็เริ่มย่างแต่ละส่วนในทันที

-ต้องอร่อยแน่ๆ-

หลังจากได้กลิ่นที่หอมหวนลอยมาเตะจมูก นี่คือสิ่งแรกที่เขาคิดถึง

หลังจากจับจ้องไปที่เนื้อตรงหน้าจนกลายเป็นสีเหลืองทองอย่างช้าๆ เจียงหยวนที่ทนไม่ไหวก็ได้ใช้คลื่นกระบี่ของตนตัดเนื้อของพยัคฆ์เงินคำรณออกเป็นชิ้นเกือบจะพอดีคำ แล้วหยิบใส่เข้าปากไป

ไม่ว่าใครที่มาเห็นฉากนี้ก็คงจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อได้เห็นว่าเจียงหยวนนำพลังที่แฝงมากับชีพจรยุทธระดับสวรรค์ของเขามาทำเรื่องแบนี้

อย่างไรก็ตาม ต่อให้เขาใช้คลื่นกระบี่มาตัดเนื้อเป็นชิ้นๆแบบนี้ก็ตาม มันก็ยังดูราวกับว่าตัวเขายังไม่สาสมแก่ใจ

-รสชาติห่วยแตก-

-ดูเหมือนว่าคราวหน้าข้าคงต้องเอาเครื่องปรุงมาด้วยสินะ-

“ดิ้ง...ท่านกินสัตว์ปีศาจระดับหนึ่ง พยัคฆ์เงินคำรณ ค่าสถานะโลหะเพิ่มขึ้น ระดับการบ่มเพาะเพิ่มขึ้น พลังภายในธาตุโลหะเพิ่มขึ้น อาณุภาพทักษะธาตุโลหะเพิ่มขึ้น”

“ดิ้ง...ชีพจรยุทธแข็งแกร่งขึ้น”

“ดิ้ง...ระดับบ่มเพาะเพิ่มขึ้น ระดับบ่มเพาะเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ ตอนนี้ท่านอยู่ในนักรบระดับสองดาว”

-นักรบสองดาวเลยเหรอ-

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังภายในที่เข้มข้นขึ้นภายในร่าง เจียงหยวนก็ได้นำสมุนไพรระดับเหลือง หญ้าประกายเลือดที่พึ่งพบเจอออกมา

-ขอดูหน่อยสิว่าแกจะให้อะไรกับข้า-

จบบทที่ บทที่ 13 จูบเลิศรส

คัดลอกลิงก์แล้ว