เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 66 – สีดำ

เล่ม1 : บทที่ 66 – สีดำ

เล่ม1 : บทที่ 66 – สีดำ


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 66 – สีดำ

โนอาห์อยู่ในห้องทรมานชั้นใต้ดินของตึกผู้พิทักษ์ ถูกมัดตรึงอยู่บนโต๊ะเหล็ก ของเหลวสีดำมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากร่างกายขณะที่เขาดูดซับ “ลมหายใจ” ณ จุดที่เดิมเคยมีจุดฝังเข็มของเขาอยู่

โนอาห์คาดเดาถึงเหตุการณ์นั้นไว้แล้ว ดังนั้นเขาจึงสงบนิ่งระหว่างการดำเนินการได้ถึงแม้ว่าจะมีเสียงตะโกนเล็ดรอดออกมาบ้างเป็นครั้งคราว

ร่างของอัสซีซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าส่วนล่างของร่างกาย มันกำลังรอให้การดำเนินการนี้จบด้วยความอดทน ทุกอย่างดำเนินไปอีกสิบนาที และในที่สุดจุดฝังเข็มใหม่ของเขาก็ปรากฏ ลักษณะของจุดฝังเข็มนี้เป็นผลึกและดูแข็งแรงมาก ดูดซับ “ลมหายใจ” ด้วยความเร็วที่เกินคาดและโนอาห์เองก็รู้สึกได้ถึงพลังที่เอ่อล้นมาจากร่างกายของเขา

เขาพยักหน้าให้วิลเลียมผู้ที่ยืนอยู่ด้านข้างและเขาก็แก้มัดให้โนอาห์ขยับได้อย่างอิสระ มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้วิลเลียมเมื่อเขามองศิษย์ก็ได้รับการปลดปล่อยจากเคล็ดวิชาที่อันตรายในที่สุด

“เจ้าทำสำเร็จแล้ว” เขาแตะไหล่โนอาห์โดยไม่ได้สนใจว่ามือจะเปื้อนคราบสกปรก

โนอาห์พยักหน้าอย่างมีความสุขอีกครั้ง เขาอยากที่จะทดสอบพลังเสียตอนนี้แต่พลังงานจิตแทบจะไม่เหลือและประสาทสัมผัสของเขาก็ยังหน้าที่ได้ไม่ดีพอด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะโค้งคำนับให้ผู้เป็นอาจารย์ บางอย่างที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ความรู้สึกแปลก ๆ เล่นงานเขาบริเวณเอวด้านล่างแล้วผิวหนังก็ปูดกลมขึ้นมาคล้ายลูกบอลลูกเล็ก ๆ โนอาห์สัมผัสดูพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจที่มีสิ่งแปลกปลอมงอกขึ้นมาบนร่างกาย

วิลเลียมสังเกตท่าทีของโนอาห์และตรวจสอบบริเวณดังกล่าวที่โนอาห์ชี้ เขาอ้าปากค้างและดวงตาเบิกโพลง พร้อมกับเอามือข้างหนึ่งกุมศีรษะและเปล่งเสียงเบา ๆ ออกมาว่า “นั่นมันเป็นไปไม่ได้”

โนอาห์รู้สึกสับสนเมื่อมองสีหน้าของอาจารย์ จากนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาซึ่งทำให้ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงเช่นกัน “อย่าบอกนะว่า...”

วิลเลียมพยักหน้าและตรวจสอบอวัยวะแปลกปลอมอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง “ตันเถียนของเจ้าปรากฏแล้ว”

โนอาห์หยุดนิ่งครู่หนึ่ง แต่แล้วเขาก็ตะโกนลั่นออกมาด้วยความปลาบปลื้ม คลื่นความเจ็บปวดแล่นผ่านทั่วทั้งศีรษะจนกดให้เขาล้มนั่งลง

“แต่ท่านอาจารย์ ข้าอายุเพียงแค่สิบสามปีครึ่ง ตอนนั้นท่านพูดเอาไว้ว่าต้องใช้เวลาอีกนาน”

วิลเลียมพึมพำกับตัวเองครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “จอมเวทย์อันดับหนึ่ง การเติบโตโดยรวมดูเป็นร่างกายอันดับสองแต่ที่จริงแล้วตอนนี้ร่างกายอันดับสาม ข้าบอกเจ้าว่าศูนย์กลางของพลังจะเชื่อมประสานกัน แต่ข้าไม่คิดเลยว่าพวกมันจะได้รับอิทธิพลมากถึงเพียงนี้”

ความคิดของโนอาห์ช้าลงเนื่องจากเขาเพิ่งผ่านการรักษามาและตามเหตุผลที่อาจารย์ว่าไม่ทัน เขายังคงมองดูอวัยวะประหลาดและคิดบางอย่าง “หมายความว่าข้าก็จะรู้ธาตุของตัวเองแล้วอย่างนั้นรึขอรับ?”

วิลเลียมพยักหน้าแต่จากนั้นก็ส่ายหน้าและสีหน้าก็เริ่มเคร่งตึง “ก่อนอื่น ไปอาบน้ำและพักผ่อนเสีย ระหว่างนี้ข้าจะเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้ พรุ่งนี้เช้ามาพบข้าที่นี่”

โนอาห์ไม่เต็มใจที่จะไปนักและอยากจะถามคำถามอีกมากมายแต่คลื่นความเจ็บปวดอีกระลอกก็เล่นงานเขาดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะทำตามคำสั่งของอาจารย์

เขาโค้งคำนับสุดตัว เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างจริงใจ “ที่ข้ามาไกลได้ถึงเพียงนี้ ข้าเองก็ไม่มีคำอื่นใดที่จะดีไปกว่าคำขอบคุณอีกแล้ว ขอบคุณท่านอาจารย์!”

วิลเลียมมองเด็กหนุ่มที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนและความทรงจำแรกเกี่ยวกับเขาก็แวบเข้ามา

ครั้งแรกที่เขาได้รับคำสั่งให้ดูแลโนอาห์ในฐานะลูกศิษย์ เขาคอดว่าคงเป็นได้แค่พี่เลี้ยงเด็กทั่วไป แต่โนอาห์ทำได้เหนือความคาดหมายทุกอย่างสำหรับเขา เขาต้องยอมรับว่าลูกศิษย์คนนี้ทำให้เขาภูมิใจอย่างไม่ต้องมีหาเหตุผล วิลเลียมลูบผมที่สกปรกของโนอาห์และยิ้ม “ไปเถอะ ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้”

เมื่อโนอาห์ออกไป สีหน้าความสุขของวิลเลียมก็เปลี่ยนเป็นความกังวล ‘ครั้งนี้ข้าคงปกป้องเจ้าไม่ได้จริง ๆ’

โนอาห์ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น และสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างชัดเจน เขารู้สึกถึงพลังอันน่าเหลือเชื่อจากภายใน และเมื่อตรวจสอบปริมาณ “ลมหายใจ” ก็ทำให้เขาประหลาดใจ

‘โจมตีเป็นร้อยครั้งก็ใช้ไม่หมด!’ จากนั้นเขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ตันเถียนปรากฏเมื่อวานและความตื่นเต้นที่เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ‘การฝึกแบบไหนกันถึงจะเหมาะสมแถมเรื่องธาตุก็ยังไม่ค่อยรู้อะไรมาก’

เขารีบไปยังตึกผู้พิทักษ์และลงไปยังคุกชั้นใต้ดิน วิลเลียมกำลังรอเขาอยู่พร้อมกับตำราเล็ก ๆ หนึ่งเล่มและหินใส ๆ ก้อนเท่ากำปั้นหนึ่งก่อน

“จงอ่านตำรานี่ เกี่ยวกับเคล็ดการฝึกตนอันดับที่หนึ่งสำหรับตันเถียน ไม่มีขีดจำกัดเรื่องธาตุของผู้ใช้ เช่นนั้นเล่นนี้จึงกำหนดถึงทัศนคติของผู้ฝึกตนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทุกตระกูลต่างก็ใช่เล่นนี้”

โนอาห์รับตำราไว้และเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว เนื้อหานั้นเกี่ยวกับวิธีการหายใจเบื้องต้นเมื่อหยุดอยู่นิ่ง ด้วยสถานจอมเสทย์อันดับหนึ่งจึงทำให้เขาจดจำได้อย่างรวดเร็ว

“พร้อมไหม?” วิลเลียมถามและโนอาห์ก็พยักหน้าตอบ จากนั้นวิลเลียมก็มอบหินให้โนอาห์และอธิบาย

“นี่คือหินฟารอส มันมีลักษณะเฉพาะในการเปลี่ยนสีตามองค์ประกอบของ”ลมหายใจ“ที่ไหลผ่าน วางไว้ที่เอวของเจ้าและทำสมาธิตามเคล็ดการฝึกตน ร่างกายของเจ้าจะดูดซับธาตุจากทัศนคติของเจ้าได้โดยธรรมชาติ และสีของมันจะเปลี่ยน”

โนอาห์ไม่รอช้า เขานั่งขัดสมาธิตามที่ระบุไว้ในเคล็ดวิชา เขาวางหินไว้บนเอวและเริ่มฝึก “ลมหายใจ” เคลื่อนผ่านร่างกายและเข้าสู่ตันเถียนเล็ก ๆ ที่ว่างเปล่า เติมจนเต็มด้วยสสารในสถานะแก๊ส

แก๊ส “ลมหายใจ” ไหลเข้าเข้าสู่ตันเถียน กดลง และขยายใหญ่ขึ้น การเคลื่อนไหวนั้นช้าแต่สบาย ๆ ช่วยให้โนอาห์รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ตัวเถียนได้รับการเติมเต็ม

หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เสียงของวิลเลียมก็ดังขึ้น

“เจ้าพอได้แล้ว”

โนอาห์มองใบหน้าของอาจารย์และเห็นถึงความกังวลที่แสดงออกมา จากนั้นสายตาของเขาก็มองต่ำไปยังหินที่อยู่บนเอว

หินฟารอสกลายเป็นสำดำสนิท

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 66 – สีดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว