เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 48 – พินิจพิเคราะห์

เล่ม1 : บทที่ 48 – พินิจพิเคราะห์

เล่ม1 : บทที่ 48 – พินิจพิเคราะห์


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 48พินิจพิเคราะห์

ภายในชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ลานเซย์ มีชายคนหนึ่งในวัยห้าสิบปีผมหยิกสีทองกำลังดูแผนที่ที่มีเบี้ยวางอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ ขณะนั้นเองก็มีทหารคนหนึ่งปรากฏตัวข้างหลังเขาและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

“ท่านโทเบียส สายสืบการคุ้มกันเบซิลส่งรายงานมาแล้วขอรับ ไม่มีทหารคนใดของเควินที่ออกมาต่อสู้เลยขอรับ มีเพียงแค่เด็กคนหนึ่งที่เข้ามาต่อสู้และกำจัดชาวบ้านของเราจนสิ้น ตอนนี้พวกนั้นกำลังมุ่งหน้ากลับมายังที่นี่ขอรับ”

โทเบียสพยักหน้าโดยไม่ได้หันกลับไปมองทหาร จากนั้นก็ขยับเบี้ยหนึ่งตัวบนแผนที่ “รู้หรือยังว่าเบซิลอยู่รถคันใด?”

“ขอรับ สายสืบรายงานมาว่าเขาออกมาอาเจียนนอกรถหลังจากความรุนแรงในการต่อสู้จบลง”

โทเบียสส่ายหน้า “เจ้าเด็กนั่นช่างอ่อนแอ สายเลือดของอัครบิดรคงจางเกินไป ไม่แปลกที่เราถึงอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้” เขาถอนหายใจจากนั้นก็ชี้ไปบนแผนที่ “ส่งจอมเวทย์ไปสกัดกั้นพวกนั้นที่ผาทวิลโบเรีย และไปปลุกหลานข้าด้วย”

* * * * *

ในขณะเดียวกันนั้น ในกองขบวน โนอาห์กำลังนอนอยู่บนหลังคารถม้ารวบรวมพลังงานจิตเป็นสมาธิเพื่อตรวจสอบแวดล้อมโดยรอบ

พวกเขากำลังถึงสถานที่ที่เรียกว่าผาทวิลโบเรียซึ่งในความคิดของเควิน สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การถูกดักสุ่มโจมตีอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังทุกอย่างที่ผิดปกติที่จับได้ด้วยการรับรู้ของเขา

หากมองจากจุดสูงสุดของเมืองมอสโกรฟจะพบว่าคฤหาสน์ลานเซย์อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับคฤหาสน์บัลวัน ดังนั้นโนอาห์จึงไม่รู้จักสภานแวดล้อมในแถบบริเวณนี้มากเท่าไหร่นัก

ขณะนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนเข้ามาใกล้ทางด้านข้าง เขาหันไปทิศทางดังกล่าวและพบเบซิลกำลังปีนขึ้นมาบนหลังคารถม้าที่เขาอยู่

โนอาห์รอดูขุนนางปีนป่ายขึ้นมาจนสำเร็จอย่างอดทนและยิ้มให้เล็กน้อยเมื่อเขามานั่งลงข้างๆ

“มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือ ท่านทายาท?”

เบซิลพยักหน้าและตอบกลับ “ข้าอยากให้เจ้าตอบคำถามของข้า”

โนอาห์เกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย “ว่ามาสิ ข้ากำลังว่างอยู่พอดี” เนื่องจากเขายังไม่ได้รับอักษรรูนคีเซอร์ที่สองดังนั้นการฝึกฝนของเขาจึงต้องพักเอาไว้ชั่วคราว

“เจ้าฆ่าคนพวกนั้นทั้งหมดได้ยังไง?”

โนอาห์เกิดความสับสนไปชั่วครู่และชี้ไปยังดาบข้างหลังพร้อมกับสีหน้าเชิงตั้งคำถาม

“ไม่ใช่ ข้าหมายถึง ทำไมเจ้าถึงทำได้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นนั้น?” เบซิลแก้ไขคำถามและในที่สุดโนอาห์ก็เข้าใจถึงความหมายของคำถาม

“อืม ข้าเชื่อว่าท่านคงไม่รู้สึกผิดใดๆ หากท่านฆ่าสัตว์สักตัวเพื่อเป็นอาหาร เช่นเดียวกันกับมนุษย์ที่อยู่บนเส้นทางแห่งพลัง พวกเขาเข้ามาขวางทางข้าฉะนั้นข้าจึงต้องกำจัดพวกเขา”

เบซิลรู้สึกสับสนเมื่อได้ฟังชายคนหนึ่งที่อายุน้อยกว่าเขากล่าวถึงชีวิตมนุษย์ในรูปแบบเช่นนี้

“ตะ แต่ว่า มันไม่เหมือนกันหรอกนะ หากเจ้าไร้ซึ่งพลัง เจ้าก็ไม่ตายหรอก! พวกเขาเป็นเพียงแค่สามัญชนธรรมดาที่หิวโดยและต่อสู้เพื่ออาหาร!”

โนอาห์มองเขาด้วยท่าทีเหยียดหยัน “ท่านเองไม่ใช่รึ ที่เป็นผู้ที่ต้องการอวดซากศพของข้าแก่สัตว์ทั้งหมายที่คอยปกป้องท่าน?”

เบซิลพูดไม่ออกจากคำตำหนิของโนอาห์และเกิดความละอายเผยให้เห็นบนใบหน้า

“ขะ ข้าเพียงเลียนแบบวิธีที่ผู้คนในตระกูลโชสติเขาทำกันก็เท่านั้น ข้าไม่เคยเห็นศพมาก่อน”

โนอาห์ส่ายหน้า ‘เด็กน้อยก็ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่วันยันค่ำ มีแค่ฉันนี่แหละที่แปลกเพราะรูปร่างหน้าตาไม่สะท้อนอายุที่แท้จริงออกมาให้เห็นเลย’

เขาคิดเล็กน้อยจากนั้นก็ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “หากตอนนี้มีมังกรสักตัวบินผ่านมาและโจมตีเรา เราจะตายกันหมด ความดี ความชั่ว และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจะกลายเป็นเถ้าถ่านด้วยเหตุการณ์ต่างๆ หากท่านกล่าวว่า ไม่มีพลังก็ไม่ตายหรอก นั่นผิดมหันต์ ชาวบ้านพวกนั้นอ่อนแอ เช่นนั้นพวกเขาจึงถูกเอารัดเอาเปรียบจนพวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านกลุ่มผู้ฝึกตน จุดจบของพวกเขาถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ที่พวกเขาเลือกที่จะยอบรับข้อตกลงจากท่านลุงของท่าน ท่านอ่อนแอ เช่นนั้นตระกูลของท่านจึงตามล่าท่านเนื่องจากสถานะที่ติดตัวมาพร้อมกับตอนที่ท่านเกิด และทั้งหมดที่ท่านทำได้ก็มีแค่หลบอยู่ในรถม้าโดยหวังว่าท่านเควินจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องท่านได้”

สายตาเบซิลมองต่ำขณะฟังคำพูดของโนอาห์ที่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น

“หากท่านสนใจใส่ใจบางสิ่ง ท่านจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องมัน หากท่านต้องการบางสิ่ง ท่านก็ต้องแข็งแกร่งพอที่จะคว้ามันมาครองได้ หากท่านอ่อนแอ ท่านก็ต้องพัฒนาเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น หากท่านต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น ท่านก็ต้องมีความแน่วแน่ที่จะปีนข้ามซากศพกองเท่าถูเขานั่นไปให้ได้ ท่านควรเข้าใจได้แล้วว่าโลกแห่งการฝึกตนนั้นไม่ใช่โลกที่สวยงามอย่างที่ท่านคิด”

เบซิลพยักหน้าและเอ่ยคำถามสุดท้ายในใจออกมา “ฆ่าคนบริสุทธิ์ถึงห้าสิบคนเพื่อปกป้องคนคนเดียวเพื่อพลังที่เพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อย เจ้าไม่กลัวว่าโลกจะตัดสินว่าเจ้าเป็นปีศาจหรือ?”

คำถามนี้ทำให้โนอาห์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาพยายามดึงทุกประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดในชีวิตออกมาใช้ การต่อสู้กับสัตว์เวทมนตร์ การฝึกฝนการต่อสู้กับอาจารย์ รอยยิ้มของแม่ ภารกิจทั้งหมดจนกระทั่งมีหนึ่งภาพที่ปรากฏชัดในจิตใจของเขา

ชายแก่คนนั้นที่เหาะได้ เขายกมือขึ้นมาข้างหนึ่งเพื่อขวางหอกไฟที่มังกรพ่นออกมา ในสายตาของทารกคนหนึ่ง เขาดูเหมือนกับพระเจ้าที่ปลดแอกทุกข้อจำกัด แม้แต่มนุษย์ธรรมดาก็เอื้อมไม่ถึง

‘จะต้องผ่านอุปสรรคอีกสักเท่าไหร่กว่าจะไปถึงขั้นนั้นได้’

โนอาห์มองขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยไม่รู้ตัว เขาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความปรารถนาอันบริสุทธ์และไร้ขอบเขตสำหรับพลังเกิดความชัดเจนขึ้นภายในใจของเขาจากนั้นเขาก็ตอบกลับ

“แล้วไง?”

เบซิลกำลังจะถามต่อแต่จู่ๆ ก็สัมผัสถึงความเย็บวาบที่ห่อหุ้มร่างกายเขาไว้ โนอาห์ยังคงแหงนหน้ามองท้องฟ้าแต่ดวงตาของเขากลับดำมืดและเย็นชา ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อของมัน เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของโนอาห์ เบซิลจึงหยุดที่จะถามต่อและปีนลงไปเพื่อที่จะกลับไปอยู่ในรถม้าดังเดิม

โนอาห์มองท้องฟ้านานระยะหนึ่งก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังเทือกเขาเล็กๆ ที่อยู่ถักไปจากหน้าผาในระยะไกล

‘ถ้าโลกจะเรียกฉันว่า ปีศาจ ก็ให้เรียกไปสิ หากมันมอบพลังให้ฉันเพื่อปกป้องแม่และช่วยให้มุ่งไปบนเส้นทางแห่งการฝึกตนต่อได้โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น ฉันก็ยินดีและพร้อมที่จะละทิ้งความเป็นมนุษย์ไป’

ขบวนยังคงมุ่งหน้าไปยังผาทวิลโบเรียโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในกลุ่มหรืออันตรายที่กำลังรออยู่ข้างหน้าเลย

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 48 – พินิจพิเคราะห์

คัดลอกลิงก์แล้ว