เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 45 – รูปขบวน

เล่ม1 : บทที่ 45 – รูปขบวน

เล่ม1 : บทที่ 45 – รูปขบวน


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 45รูปขบวน

โอนาห์กำลังนั่งอยู่ในรถม้าคันหนึ่งของขบวน เควินเชิญเขาเข้ามาข้างในเมื่อพบว่าเขาไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มผู้คุ้มกันขบวนการเดินทาง

“ข้าและอาจารย์ของเจ้าได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนั้นเชียวนะ เรามักจะได้พบกันในระหว่างวันฝึกฝนหรือทำภารกิจ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลลานเซย์และตระกูลบัลวันของเจ้าเป็นญาติมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด” เควินว่าขณะนั่งอยู่หน้าโนอาห์

“แต่เขากลายเป็นรองสารวัตรของเขตนอกส่วนข้าได้เป็นหัวหน้าของผู้พิทักษ์ตระกูล ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้พบเขาสักเท่าใด”

เขาเทของเหลววที่ดูคล้ายกับไวน์จากเหยือกดินเผาลงแก้ว จากนั้นเขาก็ยื่นแก้วหนึ่งให้โนอาห์ “ตอนที่ข้าได้ยินว่าลูกศิษย์ของเขาจะมาช่วยเหลือในภารกิจนี้ ก็ทำให้ข้าเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาในทันที และข้าขอบอกเลยว่าเจ้าเก่งพอๆ กับความสามารถของเขาเลย”

เขายกแก้วขึ้นมาทำท่าฉลองและโนอาห์ก็ยินดีโดยทำตามเช่นกันกับแก้วของเขา แต่เขาใช้พลังงานจิตเพื่อตรวจสอบของเหลวในแก้วก่อน

‘ดูเหมือนจะเป็นแค่ไวน์ปกติ ฉันคิดว่าเขาพูดความจริง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอาจารย์คงแน่นแฟ้นมาก’

โนอาห์ไม่ลังเลอีกต่อไปและยกแก้วขึ้นมาจิบ ความรู้สึกแสบร้อนที่คุ้นเคยไหลผ่านลำคอของเขา แต่ไม่ช้าก็หายไปเพราะความสามารถในการรักษาของร่างกายเขา

‘จริงสิ ร่างกายอันดับสองตอนนี้พนันได้เลยว่าคงไม่เมาง่ายๆ แน่’

เขาได้เข้าสู่วัฏจักรขั้นที่หกแล้วดังนั้นผลของการหลอมรวมนรกเจ็ดขั้นจึงโดดเด่นมากขึ้นขณะเข้าใกล้ผมสำเร็จของกระบวนการ ความสามารถในการรักษาพัฒนาขึ้นมาก เช่นเดียวกับการรับรู้ “ลมหายใจ” และกระบวนท่าศิลปะการต่อสู้

‘ไม่รู้สึกว่าการรับรู้เพิ่มขึ้นเลยเนื่องจากมันเกินความสามารถไปตั้งแต่พัฒนาไปเป็นจอมเวทย์อันดับหนึ่งแต่ศิลปะการต่อสู้ไปถึงระดับใหม่แล้ว น่าจะสู้กับสัตว์เวทมนตร์อันดับสามได้อย่างสูสี’

การโจมตีอันทรงพลังของเขาถึงระดับนั้นแล้วหลังจากที่ได้รับร่างกายอันดับสองมา แต่ด้วยวัฏจักรขั้นที่หกที่จวนจะถึงขัดจำกัดแล้วนั้น ทำให้ศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดของเขาไปถึงระดับนั้นด้วยเช่นกัน

‘ขีดจำกัดของฉันน่าจะอยู่ที่การโจมตีแบบใส่เต็มได้ถึงสามสิบครั้งถ้าบวกรวมกับการดูดซับของจุดฝังเข็มเข้ามาด้วยอีก จำนวนการโจมตีก็น่าจะเพิ่มได้ถึงสองเท่า คงจะไม่มีอะไรที่ยากนัก เว้นแต่ว่าจะเจอการต่อสู้ที่กินระยะเวลานาน’

ข้อเสียของการไม่มีตันเถียนจะลดลงอย่างมากแต่ก็ยังไม่ได้หมดซึ่งทำให้โนอาห์ยังเป็นกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้กับผู้ฝึกตนที่แท้จริง

“เจ้าชอบไหม?”

เสียงเควินทำให้เขาหลุดจากภวังค์ความคิดและเขาก็รีบอธิบายทันที

“ข้าขอโทษขอรับ มัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย”

เควินมองในความสับสนและพูด “เจ้าสุภาพเกินไป ไม่มีใครเขาขอโทษที่เอาแต่เงียบไปเพียงครู่เดียวกันหรอกนะ”

โนอาห์รู้สึกประหลาดใจ “หา? แป๊บเดียว? นี่ฉันคิดเร็วขนาดนั้นเลยหรือ?”

เขารีบยกแก้วขึ้นมาอีกครั้งเพื่อปิดบังความรู้สึกสับสนและจิบไวน์ จากนั้นก็วางแก้วลงและมองเควินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ความเย็นชาเล็กน้อยถูกส่งผ่านสายตาของเขา

“เข้าเรื่องกันเลยดีไหมขอรับ?”

เควินเหมือนจะเห็นด้วยจากนั้นก็กระดกไวน์หมดแก้วและตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันสงบนิ่ง

“เจ้าอยากรู้อะไรล่ะ?”

และคำถามของโนอาห์ก็ถูกสวนกลับในทันที “ทำไมต้องคุ้มกันด้วย?”

คำถามนี้ทำให้เควินถอนหายใจและเผยสีหน้าสลดใจ “เช่นที่เจ้ารู้ นายน้อยในขบวนนี้คือทายาทหลักของตระกูลลานเซย์ จะว่ากันตรงๆ เขาควรจะประสบความสำเร็จในฐานะอัครบิดรของตระกูลแทนพ่อของเขาแต่...” เขารินไวน์อีกครั้งก่อนจะสานต่อบทพูด “แต่เขาเด็กเกินไป พ่อของเขาป่วยหนักและจะอยู่ได้อีกไม่นานดังนั้นลุงของเขาจะใช้การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสในการกำจัดทายาทและครอบครองตระกูล”

โนอาห์เข้าใจบางอย่างแต่ก็ยังมีข้อแครงใจอยู่บ้าง “มันจะเป็นไปได้ยังไงที่อัครบิดรของตระกูลขุนนางขนาดกลางจะปล่อยให้สถานการณ์เลยเถิดไปจนถึงขั้นนั้น?”

เควินกระดกไวน์และว่าต่อ “มันเป็นความผิดของท่านอัครบิดรถ้าตระกูลลานเซย์ถูกลงโทษ ฉะนั้นพี่ชายของเขา โทเบียส ลานเซย์ จึงใช้เหตุการณ์นี้เพื่อรวบรวมความเห็นพ้องต้องกันกับพวกทหารคนอื่นๆ ในเขตใน กลุ่มทหารเพียงกลุ่มเดียวที่ยังภักดีต่อ เบเนดิก ลานเซย์ อัครบิดร คือกลุ่มที่มากับข้าในภารกิจนี้”

สถานการณ์แย่เกินกว่าที่โนอาห์จะจินตนาการถึง

“และการพาทายาทกลับไปมันจะช่วยอะไรได้รึ? พวกเขาจะฆ่าเขาเลยทันทีที่ถึงคฤหาสน์ก็ย่อมได้”

เควินวางแก้วลงและเขยิบเข้ามาใกล้โนอาห์ เขาใช้เสียงที่เบาลง “นี่เป็นความลับของเขตใน ฉะนั้นถ้าข้าพบว่าเจ้าไปแพร่งพรายต่อให้คนอื่นรู้  ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งกลางภารกิจนี้ เข้าใจที่ข้าพูดไหม?”

เควินเผยเจตนาการฆ่าที่รุนแรงออกมา ทหารและคนเร่ร่อนที่ต้องผ่านการคัดเลือกข้างนอกรถกำลังตัวสั่นเมื่อบรรยากาศเริ่มตึงเครียดอย่างไม่น่าเชื่อ

โนอาห์มองชายร่างใหญ่ตรงหน้าและเกิดความชื่นชมเขาอยู่ในใจ ‘เขาคือทหารผู้มากประสบการณ์ในสนามรบ นึกไม่ออกเลยว่ากี่ชีวิตแล้วที่เขาพรากไป’

โนอาห์หยุดคิดและพยักหน้า

เควินมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผยข้อมูลเพิ่มเติม “ห้องเก็บทรัพย์สมบัติของลานเซย์จะได้รับการปกป้องด้วยรูปขบวนที่พิเศษ ข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับรูปขบวนนี้สักเท่าใดนักแต่ข้ารู้กฎ มีเพียงแค่อัครบิดรคนปัจจุบันหรือทายาทของเขาเท่านั้นที่สามารถควบคุมได้และสามารถควบคุมสมบัติทุกชิ้นที่อยู่ในนั้น เบเนดิก ลานเซย์ ได้มอบหน้าที่การควบคุมรูปขบวนแก่บุตรชายของเขาแต่ก่อนอื่นเขาต้องไปที่นั่นเพื่อยอมรับก่อน ถ้าเขาตายก่อนไปถึง อำนาจในการควบคุมรูปขบวนจะถูกส่งต่อไปยังโทเบียส ลานเซย์ ทันที”

‘ยังมีอะไรแบบนี้อยู่บนโลกอีกรึ เส้นทางของการฝึกตนช่างหลากหลายเหลือเกิน’

เขานึกถึงความทรงจำสมัยยังเด็ก กำแพงคฤหาสน์ทำให้มังกรบาดเจ็บได้

‘นั่นก็น่าจะเป็นรูปขบวนเหมือนกัน มันดูเป็นอะไรที่ทรงพลัง ไว้กลับไปเมื่อไหร่ค่อยไปถามอาจารย์อีกทีแล้วกัน’

“ท่านกำลังจะบอกว่ารูปขบวนจะเป็นที่รับรู้เมื่อทายาทเสียชีวิตลงงั้นรึ?”

คำถามของโนอาห์ได้รับการตอบกลับเพียงการพยักหน้าของเควิน

เขาครุ่นคิดก่อนจะถามออกไปด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์

“แล้วข้าจะได้อะไรจากการช่วยเหลือครั้งนี้?”

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 45 – รูปขบวน

คัดลอกลิงก์แล้ว