เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ

บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ

บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ


บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ

ได้ยินประโยคนี้ ทุกคนต่างตกตะลึง

อาการบาดเจ็บของฉีเหยี่ยนเมื่อปีนั้น จริงๆ แล้วก็มีเงื่อนงำอยู่บ้าง สรุปคือในช่วงร้อยปีมานี้ ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่เคยแข็งแรง จู้่ๆ ก็ขยับมือไม่ได้ ลืมตาไม่ขึ้น กลายเป็นคนตายทั้งเป็นเหมือนรูปปั้นดินปั้นไม้

ใครจะไปคิดว่า สาเหตุที่ฉีเหยี่ยนกลายมาเป็นแบบนี้ เพราะความหวังดี ช่วยน้องชายแท้ๆ ปรับลมปราณ ทะลวงเส้นชีพจร

[ผู้เฒ่าลึกลับที่ฉีชิงอวิ๋นเจอเมื่อปีนั้น พูดไม่กี่คำก็กระตุ้นความอิจฉาของเขา แล้วคนนั้นก็ใช้การเลื่อนขั้นสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดเป็นเหยื่อล่อ สอนวิธีใช้พลังมารทารกเล่นงานฉีเหยี่ยน พอฉีชิงอวิ๋นได้ยินว่าสามารถทำให้คนกลายเป็นหุ่นเชิด ให้เขาควบคุมได้ วันที่ได้มารทารกมาก็รีบไปทดลองกับฉีเหยี่ยนทันที]

"ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!"

ผู้อาวุโสเฉินแม้จะเป็นผู้ฝึกอาคม แต่ก็กำหมัดแน่น

เขาอดรนทนไม่ไหวตั้งแต่ฉีชิงอวิ๋นตะโกนว่าจะทำร้ายเพื่อนร่วมสำนักแล้ว ยิ่งมาทำเรื่องพรรค์นี้อีก

"ยังจะฆ่าทุกคนให้หมด? ข้าจะเรียกสติเจ้าก่อน!"

ผู้อาวุโสเฉินถึงกับถลกแขนเสื้อชุดคลุมยาว พุ่งเข้าไปใช้กำปั้นเท่าหม้อดินซัดเข้าที่ดั้งจมูกของฉีชิงอวิ๋นโดยไม่อาศัยอาคมใดๆ เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิด แม้จะไม่ค่อยได้ฝึกกาย แต่พละกำลังทางกายภาพเพียวๆ ก็จัดการฉีชิงอวิ๋นได้สบาย

หมัดเดียว ดั้งจมูกฉีชิงอวิ๋นก็แตกยับเยิน

อีกหมัด เขาก็ร้องโหยหวนเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน

"บ้าเอ๊ย! ข้าเป็นว่าที่เจ้าสำนักเจิ้งอีนะ กล้าดียังไงมาตีข้า!"

"ฉีเหยี่ยนกำลังจะตายแล้ว! เจ้าสำนักคนต่อไปต้องเป็นข้า... ฮือๆ ต้องเป็นข้า!"

เพียงแต่เสียงโวยวายนี้เริ่มสั่นเครือ เริ่มไม่มั่นใจ เริ่มเบาลงเรื่อยๆ

[เชรด!!! ผู้อาวุโสเฉินท่านเป็นผู้ฝึกอาคมไม่ใช่เหรอ? หรือนี่คือตำนานที่ว่า ข้าก็พอรู้เรื่องหมัดมวยอยู่บ้าง?]

[ดีมาก! เตะมัน! ตบหน้ามัน ดึงผมมัน ตบปากมัน!]

[ขำจะตาย ฉีชิงอวิ๋นไอ้หนุ่มทำไมตอนนี้เงียบกริบ โดนวิชาเรียกสติ——ตบหน้าเรียกสติ เข้าไปสินะ!]

"เจ้ายังไม่ใช่"

เจ้าสำนักเอ่ยปากในที่สุด

พอเขาพูด ผู้อาวุโสเฉินก็ถ่มน้ำลาย ถอยออกมาข้างๆ ทิ้งฉีชิงอวิ๋นที่หน้าตาบวมปูดนอนอยู่บนพื้น

"เป็นความผิดของข้าเอง ที่ข้าสงสารเจ้าที่ฝีมืออ่อนด้อย ห่วงชีวิตเจ้า ให้เจ้าอยู่ที่ตระกูลฉี เป็นข้าเองที่เพื่อจะให้เจ้าเพิ่มพลังบำเพ็ญ หาหนทางสารพัด ให้เจ้าไม่รู้จักความยากลำบากของโลกมนุษย์ เป็นความผิดของข้าเอง ที่ให้พี่ชายเจ้าใกล้ชิดเจ้า หวังให้พวกเจ้าช่วยเหลือเกื้อกูลกัน"

เจ้าสำนักหลุบตาลง มองลูกชายที่คุ้นเคยแต่แปลกหน้าคนนี้

"วันนี้ข้าจะพูดให้ชัดเจน ต่อให้ฉีเหยี่ยนจะรักษาไม่ได้แล้ว ตำแหน่งเจ้าสำนักก็จะไม่ตกไปอยู่ในมือของคนเนรคุณ ทำร้ายเพื่อนร่วมสำนัก ไม่เคารพอาจารย์อย่างเจ้า"

ดวงตาฉีชิงอวิ๋นแดงก่ำอีกครั้ง:

"ไม่! ท่านทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้! ข้ากำลังจะเป็นวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว! ข้ากำลังจะทะลวงขั้นแล้ว! ข้าเป็นเจ้าสำนักได้!"

เขาดูเหมือนคนบ้า ลุกขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าหาเจ้าสำนัก

แต่ผู้ฝึกตนระดับแปลงจิตจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้ได้อย่างไร เขาเหมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น กระเด็นกลับไป ร้องโหยหวน

ชุยซูมองแล้วส่ายหน้า

[ฉีชิงอวิ๋นยังไม่รู้สินะ มารทารกนี้ส่งเขาขึ้นวิญญาณแรกกำเนิดได้จริง แต่ไม่ได้บอกว่าคนที่ควบคุมร่างกายนี้ยังจะเป็นเขา รอให้เขาถึงระดับวิญญาณแรกกำเนิดจริงๆ เขาก็ไม่ใช่เขาแล้ว เฮ้อ คนหนุ่มสาวประสบการณ์ยุทธภพยังไม่พอ โดนคนอื่นขายฝันหลอกเอาสินะ]

[มีคนเจาะเรือแบบนี้ มิน่าล่ะฉีเหยี่ยนถึงอายุสั้น สำนักเจิ้งอีถึงล่มสลาย——เอ๊ะ แต่จะว่าไป ในอนาคตฉีเหยี่ยนจะกลายเป็นหุ่นเชิดจริงเหรอ? ข้าไม่เห็นนะ ขอดูหน่อย...]

ชุยซูรัวคำถามใส่ระบบ ในที่สุดก็เห็นเผือกใหม่ที่ปลดล็อก

ทุกคนที่จับตาดูสีหน้านาง เห็นนางเดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวถอนหายใจ ดูเหมือนจะเศร้าใจ

[เฮ้อ ข้ารู้แล้วว่าทำไมไม่มีฉีเหยี่ยนเป็นหุ่นเชิด เพราะเจ้าสำนัก... เขามองดูลูกชายกำลังจะกลายเป็นหุ่นเชิด เพื่อไม่ให้ลูกชายต้องตกเป็นเครื่องมือของหุบเหวหมื่นมาร ก็เลยลงมือฆ่าลูกชายด้วยตัวเอง]

สีหน้าของทุกคนเคร่งขรึมไปชั่วขณะ มองไปที่เจ้าสำนักที่ขอบตาแดงเรื่อ

แม้จะรู้อนาคตไม่ได้ แต่พวกเขารู้ดีว่า เจ้าสำนักเป็นคนที่จะทำแบบนั้นจริงๆ

จู้ชิงเยว่ฉวยโอกาสที่ชุยซูจมอยู่กับเผือก แอบเช็ดหางตาเบาๆ

แม้แต่เฉินซ่านที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าทางของเจ้าสำนัก ในใจก็รู้สึกสะเทือนใจ

ไม่ต้องพูดถึงผู้อาวุโสเฉินและฉู่เลย

ในใจฉู่อวิ๋นเหมี่ยวหนักอึ้งราวกับมีภูเขาทับอยู่

ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ หรือ?

คนหนุ่มอนาคตไกลอย่างฉีเหยี่ยน ต้องมาถูกน้องชายแท้ๆ ทำร้าย สุดท้ายกลายเป็นหุ่นเชิด ถูกพ่อแท้ๆ ปลิดชีพงั้นหรือ?

[โชคดีจริงๆ ที่ฉีชิงอวิ๋นไปหาเรื่องเฉินซ่าน จนความแตก ถ้าเขาเป็นวิญญาณแรกกำเนิดจริงๆ คุ้นเคยกับทารกมารแล้ว ฉีเหยี่ยนก็คงไม่รอดจริงๆ]

เจ้าสำนัก: ?!

หรือว่าฉีเหยี่ยนยังพอมีทางรอด?

ชั่วพริบตาใบหน้าของเขาก็สว่างไสวขึ้น แม้จะไม่กล้ามองชุยซูตรงๆ แต่สายตาที่ชำเลืองมองนางนั้นเหมือนคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย

การที่จะทำให้ลูกชายที่เขาภาคภูมิใจฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ เป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด!

ไม่ใช่แค่เขา ผู้อาวุโสฉู่และผู้อาวุโสเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ตาเป็นประกาย

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวดีใจแทบตายที่ตัดสินใจพาชุยซูมาด้วย

จะว่าไป นี่มันวาสนาของเจ้าสำนักจริงๆ ไม่รู้ว่าชุยซูไปเอาความสามารถขนาดนี้มาจากไหน พรสวรรค์นี้สวรรค์ประทานมาหรือเปล่านะ...

[เฮ้อ เผือกนี้ดูแล้วจุกอก ยืนในตำหนักใหญ่นานเกินไป เลยเวลาข้าวแล้ว ขาชาอ่ะ]

"..."

เจ้าสำนักส่งสายตาให้ศิษย์ชุดดำข้างๆ อย่างแนบเนียน

ศิษย์ชุดดำรู้หน้าที่ เดินออกไปเงียบๆ

ไม่นานนักคนรับใช้ก็ยกน้ำชาเข้ามา เชิญเจ้าสำนักนั่งพักดับโมโห

เจ้าสำนักโบกมืออย่างพอใจ: "อืม พวกเจ้าก็นั่งลงจิบน้ำแก้กระหายเถอะ"

ชุยซูประคองถ้วยชา สะบัดขาที่ชาหนึบๆ ตีหน้าตายขยับไปนั่ง

จริงๆ แล้วในใจมีความสุขสุดๆ!

[เย้!! เจ้าสำนักใจดีจัง จะว่าไปพนักงานที่นี่ก็ตาไวดีนะ!]

[เมื่อกี้กินเผือกถึงไหนแล้ว? อ้อใช่ ฉีเหยี่ยนสินะ มารทารกนี้ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเล่นงานฉีเหยี่ยนโดยเฉพาะ น่าจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าสำนักเจิ้งอีจะหาวิธีแก้ เลยเน้นความลับสุดยอด ตราบใดที่หาร่างต้นของมารทารกนี้ไม่เจอ ก็ไม่มีทางทำลายกิ่งก้านมารทารกบนตัวฉีเหยี่ยนได้——แต่ใครจะคิดล่ะ กุญแจสำคัญในการแก้ดันซ่อนอยู่ในจุดตันเถียนของน้องชายแท้ๆ ของเขา]

[จะว่าไป คนของหุบเหวหมื่นมารนี่ใจดำจริงๆ คำนวณพี่น้องตระกูลฉีไว้หมดเปลือก! โชคดีที่วันนี้ความแตก ไม่งั้นสำนักเจิ้งอีคงจบเห่]

ชุยซูในที่สุดก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด จิบชาวิญญาณทีละนิด สมกับเป็นชาดีของเจ้าสำนัก อร่อยกว่าของศิษย์สายนอกเยอะ——ดูแล้วแพงกว่าหลายระดับ

นางดื่มชาหมดแก้ว จู้่ๆ ก็รู้สึกว่ารอบข้างเงียบไป เงยหน้าขึ้นมอง

โอ้โฮ! ที่นั่งประธานว่างเปล่า

ฉีชิงอวิ๋นข้างล่างก็หายไปแล้ว

[เอ๊ะ? เจ้าสำนักไปไหนแล้ว? ฉีชิงอวิ๋นก็ถูกพาตัวไปแล้วเหรอ?]

"เจ้าสำนักไปไหนแล้วอ่ะ?" นางกระซิบถามจู้ชิงเยว่ข้างๆ

"ทำไมจู้่ๆ ก็หายวับไปพร้อมกับฉีชิงอวิ๋นเลย?"

จะไปไหนได้ล่ะ?

ก็ไม่ใช่เพราะถูกเจ้าจับไต๋ได้หรอกเหรอ?

มุมปากจู้ชิงเยว่กระตุก: "อาจจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติในถ้ำด้านหลังกระมัง"

จบบทที่ บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว