- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ
บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ
บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ
บทที่ 29 ก็ถูกนางจับไต๋ได้อีกแล้วสิ
ได้ยินประโยคนี้ ทุกคนต่างตกตะลึง
อาการบาดเจ็บของฉีเหยี่ยนเมื่อปีนั้น จริงๆ แล้วก็มีเงื่อนงำอยู่บ้าง สรุปคือในช่วงร้อยปีมานี้ ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่เคยแข็งแรง จู้่ๆ ก็ขยับมือไม่ได้ ลืมตาไม่ขึ้น กลายเป็นคนตายทั้งเป็นเหมือนรูปปั้นดินปั้นไม้
ใครจะไปคิดว่า สาเหตุที่ฉีเหยี่ยนกลายมาเป็นแบบนี้ เพราะความหวังดี ช่วยน้องชายแท้ๆ ปรับลมปราณ ทะลวงเส้นชีพจร
[ผู้เฒ่าลึกลับที่ฉีชิงอวิ๋นเจอเมื่อปีนั้น พูดไม่กี่คำก็กระตุ้นความอิจฉาของเขา แล้วคนนั้นก็ใช้การเลื่อนขั้นสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดเป็นเหยื่อล่อ สอนวิธีใช้พลังมารทารกเล่นงานฉีเหยี่ยน พอฉีชิงอวิ๋นได้ยินว่าสามารถทำให้คนกลายเป็นหุ่นเชิด ให้เขาควบคุมได้ วันที่ได้มารทารกมาก็รีบไปทดลองกับฉีเหยี่ยนทันที]
"ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!"
ผู้อาวุโสเฉินแม้จะเป็นผู้ฝึกอาคม แต่ก็กำหมัดแน่น
เขาอดรนทนไม่ไหวตั้งแต่ฉีชิงอวิ๋นตะโกนว่าจะทำร้ายเพื่อนร่วมสำนักแล้ว ยิ่งมาทำเรื่องพรรค์นี้อีก
"ยังจะฆ่าทุกคนให้หมด? ข้าจะเรียกสติเจ้าก่อน!"
ผู้อาวุโสเฉินถึงกับถลกแขนเสื้อชุดคลุมยาว พุ่งเข้าไปใช้กำปั้นเท่าหม้อดินซัดเข้าที่ดั้งจมูกของฉีชิงอวิ๋นโดยไม่อาศัยอาคมใดๆ เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิด แม้จะไม่ค่อยได้ฝึกกาย แต่พละกำลังทางกายภาพเพียวๆ ก็จัดการฉีชิงอวิ๋นได้สบาย
หมัดเดียว ดั้งจมูกฉีชิงอวิ๋นก็แตกยับเยิน
อีกหมัด เขาก็ร้องโหยหวนเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน
"บ้าเอ๊ย! ข้าเป็นว่าที่เจ้าสำนักเจิ้งอีนะ กล้าดียังไงมาตีข้า!"
"ฉีเหยี่ยนกำลังจะตายแล้ว! เจ้าสำนักคนต่อไปต้องเป็นข้า... ฮือๆ ต้องเป็นข้า!"
เพียงแต่เสียงโวยวายนี้เริ่มสั่นเครือ เริ่มไม่มั่นใจ เริ่มเบาลงเรื่อยๆ
[เชรด!!! ผู้อาวุโสเฉินท่านเป็นผู้ฝึกอาคมไม่ใช่เหรอ? หรือนี่คือตำนานที่ว่า ข้าก็พอรู้เรื่องหมัดมวยอยู่บ้าง?]
[ดีมาก! เตะมัน! ตบหน้ามัน ดึงผมมัน ตบปากมัน!]
[ขำจะตาย ฉีชิงอวิ๋นไอ้หนุ่มทำไมตอนนี้เงียบกริบ โดนวิชาเรียกสติ——ตบหน้าเรียกสติ เข้าไปสินะ!]
"เจ้ายังไม่ใช่"
เจ้าสำนักเอ่ยปากในที่สุด
พอเขาพูด ผู้อาวุโสเฉินก็ถ่มน้ำลาย ถอยออกมาข้างๆ ทิ้งฉีชิงอวิ๋นที่หน้าตาบวมปูดนอนอยู่บนพื้น
"เป็นความผิดของข้าเอง ที่ข้าสงสารเจ้าที่ฝีมืออ่อนด้อย ห่วงชีวิตเจ้า ให้เจ้าอยู่ที่ตระกูลฉี เป็นข้าเองที่เพื่อจะให้เจ้าเพิ่มพลังบำเพ็ญ หาหนทางสารพัด ให้เจ้าไม่รู้จักความยากลำบากของโลกมนุษย์ เป็นความผิดของข้าเอง ที่ให้พี่ชายเจ้าใกล้ชิดเจ้า หวังให้พวกเจ้าช่วยเหลือเกื้อกูลกัน"
เจ้าสำนักหลุบตาลง มองลูกชายที่คุ้นเคยแต่แปลกหน้าคนนี้
"วันนี้ข้าจะพูดให้ชัดเจน ต่อให้ฉีเหยี่ยนจะรักษาไม่ได้แล้ว ตำแหน่งเจ้าสำนักก็จะไม่ตกไปอยู่ในมือของคนเนรคุณ ทำร้ายเพื่อนร่วมสำนัก ไม่เคารพอาจารย์อย่างเจ้า"
ดวงตาฉีชิงอวิ๋นแดงก่ำอีกครั้ง:
"ไม่! ท่านทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้! ข้ากำลังจะเป็นวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว! ข้ากำลังจะทะลวงขั้นแล้ว! ข้าเป็นเจ้าสำนักได้!"
เขาดูเหมือนคนบ้า ลุกขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าหาเจ้าสำนัก
แต่ผู้ฝึกตนระดับแปลงจิตจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้ได้อย่างไร เขาเหมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น กระเด็นกลับไป ร้องโหยหวน
ชุยซูมองแล้วส่ายหน้า
[ฉีชิงอวิ๋นยังไม่รู้สินะ มารทารกนี้ส่งเขาขึ้นวิญญาณแรกกำเนิดได้จริง แต่ไม่ได้บอกว่าคนที่ควบคุมร่างกายนี้ยังจะเป็นเขา รอให้เขาถึงระดับวิญญาณแรกกำเนิดจริงๆ เขาก็ไม่ใช่เขาแล้ว เฮ้อ คนหนุ่มสาวประสบการณ์ยุทธภพยังไม่พอ โดนคนอื่นขายฝันหลอกเอาสินะ]
[มีคนเจาะเรือแบบนี้ มิน่าล่ะฉีเหยี่ยนถึงอายุสั้น สำนักเจิ้งอีถึงล่มสลาย——เอ๊ะ แต่จะว่าไป ในอนาคตฉีเหยี่ยนจะกลายเป็นหุ่นเชิดจริงเหรอ? ข้าไม่เห็นนะ ขอดูหน่อย...]
ชุยซูรัวคำถามใส่ระบบ ในที่สุดก็เห็นเผือกใหม่ที่ปลดล็อก
ทุกคนที่จับตาดูสีหน้านาง เห็นนางเดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวถอนหายใจ ดูเหมือนจะเศร้าใจ
[เฮ้อ ข้ารู้แล้วว่าทำไมไม่มีฉีเหยี่ยนเป็นหุ่นเชิด เพราะเจ้าสำนัก... เขามองดูลูกชายกำลังจะกลายเป็นหุ่นเชิด เพื่อไม่ให้ลูกชายต้องตกเป็นเครื่องมือของหุบเหวหมื่นมาร ก็เลยลงมือฆ่าลูกชายด้วยตัวเอง]
สีหน้าของทุกคนเคร่งขรึมไปชั่วขณะ มองไปที่เจ้าสำนักที่ขอบตาแดงเรื่อ
แม้จะรู้อนาคตไม่ได้ แต่พวกเขารู้ดีว่า เจ้าสำนักเป็นคนที่จะทำแบบนั้นจริงๆ
จู้ชิงเยว่ฉวยโอกาสที่ชุยซูจมอยู่กับเผือก แอบเช็ดหางตาเบาๆ
แม้แต่เฉินซ่านที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าทางของเจ้าสำนัก ในใจก็รู้สึกสะเทือนใจ
ไม่ต้องพูดถึงผู้อาวุโสเฉินและฉู่เลย
ในใจฉู่อวิ๋นเหมี่ยวหนักอึ้งราวกับมีภูเขาทับอยู่
ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ หรือ?
คนหนุ่มอนาคตไกลอย่างฉีเหยี่ยน ต้องมาถูกน้องชายแท้ๆ ทำร้าย สุดท้ายกลายเป็นหุ่นเชิด ถูกพ่อแท้ๆ ปลิดชีพงั้นหรือ?
[โชคดีจริงๆ ที่ฉีชิงอวิ๋นไปหาเรื่องเฉินซ่าน จนความแตก ถ้าเขาเป็นวิญญาณแรกกำเนิดจริงๆ คุ้นเคยกับทารกมารแล้ว ฉีเหยี่ยนก็คงไม่รอดจริงๆ]
เจ้าสำนัก: ?!
หรือว่าฉีเหยี่ยนยังพอมีทางรอด?
ชั่วพริบตาใบหน้าของเขาก็สว่างไสวขึ้น แม้จะไม่กล้ามองชุยซูตรงๆ แต่สายตาที่ชำเลืองมองนางนั้นเหมือนคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย
การที่จะทำให้ลูกชายที่เขาภาคภูมิใจฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ เป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด!
ไม่ใช่แค่เขา ผู้อาวุโสฉู่และผู้อาวุโสเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ตาเป็นประกาย
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวดีใจแทบตายที่ตัดสินใจพาชุยซูมาด้วย
จะว่าไป นี่มันวาสนาของเจ้าสำนักจริงๆ ไม่รู้ว่าชุยซูไปเอาความสามารถขนาดนี้มาจากไหน พรสวรรค์นี้สวรรค์ประทานมาหรือเปล่านะ...
[เฮ้อ เผือกนี้ดูแล้วจุกอก ยืนในตำหนักใหญ่นานเกินไป เลยเวลาข้าวแล้ว ขาชาอ่ะ]
"..."
เจ้าสำนักส่งสายตาให้ศิษย์ชุดดำข้างๆ อย่างแนบเนียน
ศิษย์ชุดดำรู้หน้าที่ เดินออกไปเงียบๆ
ไม่นานนักคนรับใช้ก็ยกน้ำชาเข้ามา เชิญเจ้าสำนักนั่งพักดับโมโห
เจ้าสำนักโบกมืออย่างพอใจ: "อืม พวกเจ้าก็นั่งลงจิบน้ำแก้กระหายเถอะ"
ชุยซูประคองถ้วยชา สะบัดขาที่ชาหนึบๆ ตีหน้าตายขยับไปนั่ง
จริงๆ แล้วในใจมีความสุขสุดๆ!
[เย้!! เจ้าสำนักใจดีจัง จะว่าไปพนักงานที่นี่ก็ตาไวดีนะ!]
[เมื่อกี้กินเผือกถึงไหนแล้ว? อ้อใช่ ฉีเหยี่ยนสินะ มารทารกนี้ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเล่นงานฉีเหยี่ยนโดยเฉพาะ น่าจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าสำนักเจิ้งอีจะหาวิธีแก้ เลยเน้นความลับสุดยอด ตราบใดที่หาร่างต้นของมารทารกนี้ไม่เจอ ก็ไม่มีทางทำลายกิ่งก้านมารทารกบนตัวฉีเหยี่ยนได้——แต่ใครจะคิดล่ะ กุญแจสำคัญในการแก้ดันซ่อนอยู่ในจุดตันเถียนของน้องชายแท้ๆ ของเขา]
[จะว่าไป คนของหุบเหวหมื่นมารนี่ใจดำจริงๆ คำนวณพี่น้องตระกูลฉีไว้หมดเปลือก! โชคดีที่วันนี้ความแตก ไม่งั้นสำนักเจิ้งอีคงจบเห่]
ชุยซูในที่สุดก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด จิบชาวิญญาณทีละนิด สมกับเป็นชาดีของเจ้าสำนัก อร่อยกว่าของศิษย์สายนอกเยอะ——ดูแล้วแพงกว่าหลายระดับ
นางดื่มชาหมดแก้ว จู้่ๆ ก็รู้สึกว่ารอบข้างเงียบไป เงยหน้าขึ้นมอง
โอ้โฮ! ที่นั่งประธานว่างเปล่า
ฉีชิงอวิ๋นข้างล่างก็หายไปแล้ว
[เอ๊ะ? เจ้าสำนักไปไหนแล้ว? ฉีชิงอวิ๋นก็ถูกพาตัวไปแล้วเหรอ?]
"เจ้าสำนักไปไหนแล้วอ่ะ?" นางกระซิบถามจู้ชิงเยว่ข้างๆ
"ทำไมจู้่ๆ ก็หายวับไปพร้อมกับฉีชิงอวิ๋นเลย?"
จะไปไหนได้ล่ะ?
ก็ไม่ใช่เพราะถูกเจ้าจับไต๋ได้หรอกเหรอ?
มุมปากจู้ชิงเยว่กระตุก: "อาจจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติในถ้ำด้านหลังกระมัง"