เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 โลกบำเพ็ญเซียนของเราช่างเป็นสถานที่ที่ดี ทุกคนล้วนใจดีและเป็นมิตร (เสียงโมโนโทน)

บทที่ 14 โลกบำเพ็ญเซียนของเราช่างเป็นสถานที่ที่ดี ทุกคนล้วนใจดีและเป็นมิตร (เสียงโมโนโทน)

บทที่ 14 โลกบำเพ็ญเซียนของเราช่างเป็นสถานที่ที่ดี ทุกคนล้วนใจดีและเป็นมิตร (เสียงโมโนโทน)


บทที่ 14 โลกบำเพ็ญเซียนของเราช่างเป็นสถานที่ที่ดี ทุกคนล้วนใจดีและเป็นมิตร (เสียงโมโนโทน)

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวชั่วขณะหนึ่งเงยหน้าถามฟ้าอย่างไร้คำตอบ

ชุยไป่ไอ้คนเจ้าเล่ห์เหมือนผีนั่น เลี้ยงลูกสาวที่น่ารักขนาดนี้ออกมาได้อย่างไร?

ยังบอกว่านางเป็น "อัจฉริยะจอมปลอม" อะไรนั่น น่าขันสิ้นดี พรสวรรค์นี้ของชุยซู ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ผลลัพธ์ก็น่าทึ่งทั้งนั้น

เห็นชัดๆ ว่าเขามีตาหามีแววไม่ มองไม่เห็นพรสวรรค์ของนาง...

เดี๋ยวนะ!

หรือว่าชื่อเสียงอัจฉริยะของชุยซูในปีนั้น... แม้จะไม่มีความคืบหน้ามาหลายปี แต่จริงๆ แล้วมาปรากฏที่ตรงนี้?

นางมองชุยซูด้วยความรู้สึกซับซ้อน ชั่วขณะหนึ่งมีความรู้สึกดีใจที่เก็บของล้ำค่าให้สำนักได้——แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความตายทางสังคมของนางก็ตาม

ชุยซูตอนนี้กินเผือกอิ่มหนำสำราญ กำลังทบทวนวันอันแสนวิเศษของตัวเองไปพลาง คุยกับระบบไปพลางอย่างสบายใจ

[เอ๊ะ? คนพวกนี้มองข้าทำไม? คงไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังหาข้าอยู่หรอกนะ ฮ่าฮ่าฮ่า!]

[แต่พี่ชายพวกนี้หล่อดีนะ ไหล่กว้างเอวสอบขายาว ผู้ชายต้องแซ่บ ใส่ชุดดำทั้งตัว~]

ศิษย์ชุดดำทั้งหลาย: !!! ถูกเจอตัวแล้ว! แถมยังถูกแทะโลมด้วย!!!

พวกเขารีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่ผู้อาวุโสของสำนักทันที

"อะแฮ่ม นี่คือศิษย์สายนอกที่เพิ่งเข้าสำนักใหม่——ชุยซู"

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวตระหนักว่าควรพูดอะไรสักอย่าง เพื่ออธิบายที่มาที่ไปของชุยซู หากปล่อยให้คนจ้องมองด้วยสายตาแปลกประหลาด คงน่าอึดอัดแย่

ในเมื่อจะให้ชุยซูอยู่ที่สำนักเจิ้งอี ก็ต้องให้อยู่สบายๆ ไม่ใช่หรือ?

นางเก็บความเย็นชาที่ใช้กับสองคนเมื่อครู่ พูดอย่างอ่อนโยนว่า:

"อาซู เจ้าไม่ต้องกลัว เหล่าศิษย์พี่หอวินัย ปกติแล้วใจดีและเป็นมิตรที่สุดแล้ว"

ชุยซูเงยหน้าขึ้น สบตากับศิษย์หอวินัยที่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาทั้งตัว:

"..."

[นะ นี่คือความใจดีและเป็นมิตรของโลกบำเพ็ญเซียนเหรอ? ดูแล้วก็ "น่าเกรงขาม" ดีนะ]

[แต่พอมองดูเซวียเจียงที่ถูกลากอยู่ในมือพวกเขา ก็รู้สึกว่าพวกเขาดูน่ารักขึ้นมาทันทีเลยแฮะ]

เป็นนางจริงๆ!

นี่คือเสียงของนาง

แต่เมื่อครู่ริมฝีปากนางไม่ได้ขยับ หรือนี่จะเป็นความคิดในใจของนาง?

ศิษย์หอวินัยตกตะลึงในใจ แต่เห็นฉู่อวิ๋นเหมี่ยวไม่ได้เปิดเผยเรื่องที่ได้ยินเสียงในใจของชุยซู จึงได้แต่ตอบรับอย่างเกรงๆ:

"คารวะศิษย์น้อง ยินดีที่ได้เจอนะ..."

"ศิษย์น้องเพิ่งถูกผู้อาวุโสฉู่พามาหรือ? ทำไมถึงมาอยู่ที่ยอดเขาหยุนติ่งได้ล่ะ?"

"ชะ ใช่แล้วเจ้าค่ะ ฮ่าฮ่า" ชุยซูหัวเราะแห้งๆ ชั่วขณะหนึ่งรู้ตัวว่าอธิบายไม่ได้เหมือนกัน

[เอ่อ นั่นสิ ข้าถูกพามาที่ยอดเขาหยุนติ่งได้ยังไง ตามหลักแล้วควรจะไปอยู่ที่เขตศิษย์สายนอกไม่ใช่เหรอ...]

ปู่หลานตระกูลจินรวมถึงฉู่อวิ๋นเหมี่ยวสามคนใจหายวาบพร้อมกัน

"วันนี้ข้าเดิมทีไปทำธุระที่เมืองผิงโจว"

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวหันหน้ากลับมา มอง "ธุระ" อย่างเสิ่นสิงเจี่ยนที่ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อยอีกครั้ง

"เมื่อครู่ข้าสัมผัสได้ว่าค่ายกลในถ้ำฝึกตนถูกคนแตะต้อง จึงรีบร้อนกลับมา ยังไม่ทันได้จัดการเรื่องศิษย์ใหม่..."

เซวียเจียงที่ถูกคนสองคนหิ้วปีกอยู่ เบิกตากว้างทันที

"ค่ายกลอะไร ข้าไม่ได้... อื้อ อื้อ อื้อ อื้อ อื้อ!"

เขาพูดได้ครึ่งเดียว ก็ถูกศิษย์หอวินัยทำตามคำสั่งก่อนหน้านี้ อุดปากสนิท ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้เหมือนจะตะโกนอะไรสักอย่าง

[อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงพาข้ากลับมาด้วย ที่แท้เซวียเจียงโง่เอง ไปแตะโดนค่ายกล หาเรื่องตายเอง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!]

ปู่หลานตระกูลจิน: เกือบความแตกแล้วไหมล่ะ?

...โชคดีที่สั่งไว้ว่าถ้ามันอ้าปากให้อุดปาก ตกใจหมดเลย!

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวลอบปาดเหงื่อเย็นในใจ

"ก็ต้องขอบคุณสหายเต๋าจินที่ส่ง... อดีตลูกศิษย์ที่ไม่เอาถ่านของข้ากลับมา สหายเต๋าจินช่างชอบช่วยเหลือผู้อื่นจริงๆ!"

นางเน้นคำว่า "อดีต" และ "ชอบช่วยเหลือผู้อื่น" เป็นพิเศษ

ศิษย์หอวินัย: ???

ชอบช่วยเหลือผู้อื่น?

ศิษย์ที่อยู่ท้ายแถวขยี้ตาตัวเอง

มองไม่ผิด นี่มันปีศาจเฒ่าตระกูลจิน จินกวงจง ที่มีชื่อเสียงโหดเหี้ยมในเมืองผิงโจวไม่ใช่เหรอ?

เขาเนี่ยนะ? ชอบช่วยเหลือผู้อื่น?

ภาพหลอนแน่ๆ ต้องเป็นภาพหลอนแน่ๆ

[อ้า ดีจังเลย คนส่วนใหญ่ในโลกบำเพ็ญเซียนของเรา ไม่เหมือนกับไอ้พวกนี้จริงๆ ทุกคนยังช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีอยู่นะเนี่ย!]

[ดูสิ ที่แท้บรรพบุรุษตระกูลจินเป็นประเภทหน้าโหดใจดีนี่เอง!]

จินกวงจง: ...

สายตาของทุกคนมองมาที่เขาพร้อมเพรียงกัน เหล่าศิษย์ชุดดำแห่งหอวินัยทำหน้าเหมือนบรรลุธรรม

จินไป่ว่านแอบปาดเหงื่อ

ไม่ไหวแล้ว ต้องหยุดบทสนทนาที่ทำให้ทุกคนเหงื่อตกนี้เสียที!

ประจวบเหมาะ ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวก็มีความคิดตรงกับเขาพอดี

นางชี้ไปที่เสิ่นสิงเจี่ยนที่แทบอยากจะหายตัวไป พูดเสียงเคร่งขรึม: "คนผู้นี้สมรู้ร่วมคิดกับเซวียเจียง พวกเจ้าก็คุมตัวเขาไปสอบสวนที่หอวินัยด้วย... เรื่องถอนชื่อศิษย์สายใน ข้าจะแจ้งให้เหล่าผู้อาวุโสทราบ ข้าปลีกตัวไปไม่ได้"

สายตาของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวกวาดมองเหล่าศิษย์ จากนั้นจึงสั่งว่า:

"พวกเจ้าแบ่งคนออกมาสักคน พาชุยซูศิษย์น้องของพวกเจ้าไปพักที่เขตศิษย์สายนอกก่อน"

เหล่าศิษย์รีบรับคำ บางคนลากเซวียเจียงที่ถูกอุดปาก และเสิ่นสิงเจี่ยนที่นอนกองกับพื้น เตรียมจะขี่กระบี่ไปทางหอวินัย——

ส่วนชุยซูก็ก้มหน้าพูดว่า "เจ้าค่ะ" แล้วคุยกับระบบต่อ

[โอเย ในที่สุดก็ได้ไปพักผ่อนแล้ว วันนี้เป็นวันที่ขึ้นๆ ลงๆ จริงๆ]

[นึกไม่ถึงว่าเดิมทีคิดจะหาที่ซ่อนตัว กลับได้เข้าสำนักเจิ้งอี ช่างเถอะๆ คนในสำนักดูเหมือนในข่าวลือจริงๆ ทุกคนดูเป็นมิตร แต่ก็ดูใสซื่อบริสุทธิ์ไปหน่อย]

? เจ้าว่าใครใสซื่อบริสุทธิ์นะ?

เหล่าศิษย์บนกระบี่บินเซถลา เกือบจะร่วงลงมา

ศิษย์ที่รับหน้าที่พาชุยซูไปพักที่ศิษย์สายนอกปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก รีบพูดอย่างกระตือรือร้นว่า:

"ศิษย์น้อง เชิญทางนี้"

ตอนมาเร่งรีบเกินไป บวกกับความเร็วในการขี่กระบี่ของผู้อาวุโสฉู่นั้นเร็วมาก ชุยซูยังไม่ทันได้ชื่นชมทิวทัศน์ของสำนักเจิ้งอีดีๆ

ในสายตาของนาง เห็นเพียงยอดเขาที่มีเมฆหมอกลอยละล่อง ประตูทางขึ้นสวรรค์ที่ผลุบๆ โผล่ๆ ชวนให้หลงใหล ทำให้มีอารมณ์ประมาณว่า "เซียนหายไปแห่งหนใด"

ชุยซูไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะได้มาสำนักเจิ้งอีจริงๆ

แม้ว่าในต้นฉบับ นั่นจะเป็นเรื่องในอีกสิบปีให้หลัง

ในมุมมองส่วนตัว ตอนอ่านต้นฉบับ นางรู้สึกดีกับสำนักนี้มาก

นางมีความประทับใจต่อศิษย์สำนักเจิ้งอีว่าค่อนข้าง "ใสซื่อบริสุทธิ์" จริงๆ

แต่จะโทษนางก็ไม่ได้ ใครใช้ให้ศิษย์ดวงซวยของสำนักดวงซวยนี้ในต้นฉบับ มันใสซื่อบริสุทธิ์เกินไปจริงๆ ล่ะ?

ไม่รู้ว่าใครสร้างกรรมไว้ เอาแค่ยอดเขาที่รับเจ้าของร่างเดิมไว้ ตั้งแต่อาจารย์ ยันศิษย์น้องเล็กที่เด็กกว่าเจ้าของร่างเดิม เรียกได้ว่าเป็นหกผู้กล้าแห่งสำนัก แต่ละคนคือตัวซวย มารวมตัวกับเจ้าของร่างเดิมที่เป็นตัวตลก ก็ครบทีมมนุษย์น้ำเต้าตัวซวยพอดี

สรุปคือไม่ฝากผีฝากไข้ผิดคน ก็เจอคนไม่ดี หรือเดินออกไปโดนลูกหลงจากตัวพ่อตัวแม่ หรือไม่ก็เกิดมามีกายพิเศษแปลกประหลาด สุดท้ายโดนคนแย่งชิงไป

แต่ละคน ชีวิตไม่ธรรมดากันทั้งนั้น

ชุยซูเดิมทีคิดจะหลบเนื้อเรื่อง แต่พอลองคิดดูว่าสิบปีที่เจ้าของร่างเดิมเร่ร่อนก่อนจะถูกสำนักเจิ้งอีรับไว้ ในโลกบำเพ็ญเซียนที่เป็นป่าทึบปลาใหญ่กินปลาเล็ก นางต้องตกระกำลำบากแค่ไหน...

ช่างเถอะ

หลังจากยอมแพ้อย่างเคยชิน ชุยซูภายใต้การนำของศิษย์หอวินัย เดินผ่านประตูทางขึ้นสวรรค์ เลี้ยวผ่านยอดเขา ก็มาถึงที่พักของนาง

หน้าต่างสะอาดสะอ้าน บ้านเดี่ยวแยกเป็นสัดส่วน

นี่เป็นสิ่งที่ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวแอบสั่งการหลังจากคนอื่นไปกันหมดแล้ว

ศิษย์สายนอกคนเยอะเรื่องแยะ เมื่อนางตระหนักว่าออกนอกระยะหนึ่งจะไม่ได้ยินเสียงในใจชุยซู นางจึงจัดบ้านเดี่ยวให้ชุยซู ในทำเลที่เงียบสงบที่สุด

เจตนาเดิมคือเพื่อให้ความพิเศษของชุยซูไม่ถูกเปิดเผยในเร็ววันท่ามกลางผู้คนมากมายในศิษย์สายนอก

แต่นี่ก็ส่งสัญญาณผิดๆ ให้ผู้ดูแลศิษย์สายนอกเข้าใจผิด

ดูสิ! เตียงนุ่มสบายขนาดนี้!

ดูสิ! อาหารวิญญาณบนโต๊ะที่วางไว้เรียบร้อยแล้วไม่รู้เอามาจากไหน (จินไป่ว่านสนับสนุนตอนขามา)

ดูสิ! ลานบ้านเล็กๆ ที่ทิวทัศน์งดงามเป็นพิเศษ!

แม้แต่บนโต๊ะ ยังมีของแจกสำหรับศิษย์ที่ผู้ดูแลศิษย์สายนอกนำมาวางไว้ล่วงหน้า รวมถึงกระบี่วิญญาณที่ส่องประกายวิบวับเล่มหนึ่ง

[ข้าขอประกาศ ข้าเป็นคนเห็นแก่เงิน ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของข้า!]

...

ขณะที่ชุยซูกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างมีความสุขบนเตียงนุ่ม นางหารู้ไม่ว่าโลกภายนอก กำลังถูกข่าวใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาสั่นสะเทือนจนมึนงง

จบบทที่ บทที่ 14 โลกบำเพ็ญเซียนของเราช่างเป็นสถานที่ที่ดี ทุกคนล้วนใจดีและเป็นมิตร (เสียงโมโนโทน)

คัดลอกลิงก์แล้ว