เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 07 ทำไมถึงมีลาภลอยหล่นทับจากฟากฟ้า?

บทที่ 07 ทำไมถึงมีลาภลอยหล่นทับจากฟากฟ้า?

บทที่ 07 ทำไมถึงมีลาภลอยหล่นทับจากฟากฟ้า?


บทที่ 07 ทำไมถึงมีลาภลอยหล่นทับจากฟากฟ้า?

ความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วนปกคลุมไปทั่ว

ฟางหยวนลูบจมูก มองไปทางศิษย์น้องที่ยืนดูความสนุกด้วยสายตาสิ้นหวัง จากนั้นก็หันหน้ากลับมา เผยรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่อ่อนน้อม

เบื้องหน้าเขา คือชุยไป่ที่มีสีหน้าย่ำแย่ลงเรื่อยๆ และชุยหลิงเอ๋อร์ที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้

เขาช่างสมควรตายจริงๆ!

ถ้าไม่ใช่เพราะจิตใจแห่งเต๋าไม่มั่นคง ถูกเผือกก้อนนี้ดึงดูดความสนใจ ก็คงไม่เผลอพูดโพล่งออกไปต่อหน้า จนตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้

...แต่เรื่องนี้จะโทษเขาได้หรือ?

เขาแค่ซื่อตรงเกินไป! พูดความจริงในใจออกมาเท่านั้นเอง!

ฟังเสียงในใจของชุยซูมาตั้งครึ่งค่อนวัน เขาจะไม่รู้เชียวหรือว่าคนที่ "จิตใจต่ำช้า" "รับภาระหนักไม่ไหว" "หมกมุ่นอยู่แต่กับความรักหนุ่มสาว" คือใครกันแน่?

แต่ละข้อแต่ละประโยคนี้ ข้อไหนไม่ได้เขียนชื่อชุยหลิงเอ๋อร์แปะไว้บ้าง?

แม้ว่าชุยซูจะมีฝีมือต่ำต้อยจริงๆ ไม่ผ่านเกณฑ์ศิษย์สายในของสำนักไท่ซวี แต่จะให้เขาเอาใจผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดที่มีพฤติกรรมไม่น่าอภิรมย์อย่างชุยไป่ แล้วฝืนมโนธรรมบอกว่าเป็นชุยซูได้อย่างไร

...ยิ่งไปกว่านั้น ในใจฟางหยวนขณะนี้ก็มีความเห็นใจอยู่ลางๆ

เติบโตมาในบ้านแบบนี้แล้วยังไม่แปดเปื้อนความชื่นชอบประหลาดๆ ชุยซูก็นับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ

...

เมื่อไม่ได้การตอบรับที่ต้องการ ชุยไป่ก็โมโหในใจ ลอบด่าไอ้เด็กขอบเขตแก่นทองคำผู้นี้ว่ามีตาหามีแววไม่ ไม่รู้จักดีชั่ว

เดิมทีเขาคิดว่าเสิ่นสิงเจี่ยนพรสวรรค์ดี นับว่าเป็นลูกเขยมังกร จึงอนุญาตให้เสิ่นสิงเจี่ยนทำตามใจ คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้ทำการไม่ระมัดระวัง สุดท้ายก็พลอยทำให้ลูกสาวเขาเดือดร้อนไปด้วย

เงินทองพันตำลึงยังหาซื้อคำว่ารู้งี้ไม่ได้

หากเขารู้ว่าเสิ่นสิงเจี่ยนเป็นเช่นนี้ เขาคงไม่พยักหน้าให้ถอนหมั้นกับชุยซูหรอก

"ล้อเล่นแล้ว ลูกสาวคนโตของข้าคนนี้ถูกแม่ของนางตามใจจนเสียคน ไม่เคยเอาถ่าน ตอนนี้ก็ยังมีแค่พลังบำเพ็ญขอบเขตฝึกปราณ"

ชุยไป่ถอนหายใจ ในที่สุดก็วางมาดเป็นบิดาผู้แสนดี

"นางมีพรสวรรค์และระดับการบำเพ็ญเช่นนี้ แถมยังมีนิสัยชอบก่อเรื่อง ต่อให้ข้าหน้าด้านส่งนางไปสำนักไท่ซวี เกรงว่าจะไปขายหน้าวงศ์ตระกูลเปล่าๆ ข้าคิดว่าจะรอให้หลิงเอ๋อร์ฝึกบำเพ็ญจนประสบความสำเร็จก่อน แล้วค่อยให้นางช่วยดึงพี่สาวขึ้นไป เพียงแต่ตำแหน่งศิษย์สายในที่ฮูหยินตกลงไว้ในปีนั้น..."

[แปลจีนเป็นจีนก็คือไม่ให้ข้าไปเป็นศิษย์สายในสำนักไท่ซวี แต่จะให้ลูกสาวสุดที่รักของเขามาสวมสิทธิ์แทน]

ฟางหยวน: ...

หากเป็นบ้านอื่น หากฝีมือและระดับการบำเพ็ญถึงขั้น ฟางหยวนก็ไม่รังเกียจที่จะทำตามน้ำ รายงานอาจารย์ให้เปลี่ยนตัวพี่น้องภายในตระกูล

เพียงแต่ตอนนี้... เขาถูกคนตระกูลชุยทำให้ขนลุกขนพอง จึงแสร้งทำเป็นไม่ได้รับสัญญาณ แล้วยิ้มว่า:

"มิสู้ให้เป็นโมฆะไปเถอะ"

เดิมทีเขาก็เป็นคนหัวโบราณ ตอนนี้รู้สึกรังเกียจชุยไป่และชุยหลิงเอ๋อร์อย่างยิ่ง จึงกล่าวว่า:

"ตำแหน่งศิษย์สายในเดิมทีฮูหยินผู้ล่วงลับเป็นผู้กำหนด ย่อมต้องมอบให้บุตรสาวของฮูหยินผู้ล่วงลับ หากมีเหตุให้เข้าสำนักไม่ได้ เช่นนั้นก็ควรพักเรื่องไว้ชั่วคราว เรื่องนี้ก็เหมือนสัญญาหมั้นหมาย ไหนเลยจะมีเหตุผลว่าการแต่งงานกับพี่สาวถูกยกเลิก แล้วให้แต่งกับน้องสาวแทน"

ชุยไป่: ...

ฟางหยวน: ซวยแล้ว

เขาปากไวไปหน่อย ยกตัวอย่างเรื่องสัญญาหมั้นหมายของชุยซูขึ้นมา

พูดได้ดี!

คนรอบข้างส่งสายตาให้กำลังใจ

[กรี๊ดดดด ขำจะตายแล้ว จะว่าไปพี่ชายคนนี้ก็พูดเป็นนะ ชุยไป่หน้าเขียวไปเลย แต่พูดถึงสัญญาหมั้นหมาย ก่อนหน้านี้พวกเขาก็วางแผนแบบนี้จริงๆ นั่นแหละ! ขอแสดงความนับถือ ขออวยพร ให้สองคนนี้ถูกล็อกติดกันไปเลยนะ!]

ชุยไป่ถูกเด็กรุ่นหลังหักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลูกสาวสุดที่รักยังถูกทำให้ขายหน้าต่อธารกำนัล ชั่วขณะหนึ่งใบหน้าขาวเกลี้ยงก็แดงก่ำ

ทำไมต้องเป็นชุยซูอีกแล้ว?

หลายปีก่อนเขาถูกผู้หญิงคนนั้นกดข่มไปทุกทาง คิดไม่ถึงว่าลูกสาวของนางก็ไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน

เห็นชัดๆ ว่าพรสวรรค์แย่มาก แต่ดันสร้างชื่ออัจฉริยะอะไรนั่นขึ้นมาตอนเด็ก

ชื่อเสียงไม่สมจริง ทำให้เขาเงยหน้าไม่ขึ้นในหมู่ตระกูลต่างๆ

ตอนนี้ยังมาขวางทาง ขัดขวางอนาคตลูกสาวสุดที่รักของเขาอีก

เขาไม่อาจระเบิดอารมณ์ใส่ศิษย์สำนักไท่ซวีได้ ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงเทไปที่ชุยซู

"ข้าตั้งใจจะให้เจ้าออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ข้างนอกตั้งนานแล้ว จะได้ไม่ปล่อยให้ระดับการบำเพ็ญหยุดชะงัก ในเมื่อการแต่งงานยกเลิก สำนักไท่ซวีก็ไม่รับเจ้า เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ออกไปฝึกฝนข้างนอกเสียเถอะ อย่าได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า หากพลังบำเพ็ญไม่มีความก้าวหน้า ก็อย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้ามาทำเรื่องขายหน้าอีก"

ทุกคน: ???

ไอ้ที่บอกว่าออกไปฝึกฝนฟังดูดี แต่ชัดเจนว่าคือการไล่ออกจากบ้านไม่ใช่หรือ

พวกเขามองชุยซูที่ก้มหน้าต่ำอยู่ด้านข้างด้วยความเวทนา นางดูอายุน้อย ดูบอบบาง ร่างกายสั่นเทาในสายลม... นางคงจะเสียใจมากสินะ

[เยี่ยมไปเลย! กรี๊ดดดดด ข้าจะจุดประทัดฉลอง!]

ชุยซูแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ตอบรับเสียงเบาเพียงว่า: "เจ้าค่ะ"

แล้วรีบหันหน้าหนี หลบสายตาของชุยไป่ รอยยิ้มยิ่งมายิ่งเจิดจ้า

[ถึงอยากจะด่าสักคำว่าเกี่ยวอะไรกับข้า แต่ในที่สุดก็ไม่ต้องทนรับพิษจากพวกมันแล้ว ขอแค่ได้ออกจากบ้านนี้ก่อน จะยังไงก็ดีทั้งนั้น ข้ายังมีหินวิญญาณขั้นต่ำอีกห้าร้อยก้อน น่าจะพอกินข้าวได้อยู่...]

ทุกคน: ???

อะไรนะ? ชุยซูขัดสนถึงขนาดนี้เชียวหรือ?

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวชั่วขณะหนึ่งเริ่มนั่งไม่ติดที่แล้ว

มิน่าล่ะนางถึงได้สนใจหินวิญญาณพวกนั้นนัก มิน่าล่ะนางถึงมีท่าทีต่อการถอนหมั้นเช่นนี้ ที่แท้บ้านหลังนี้คงไม่มีที่ยืนให้นางแล้วสินะ

ลูกศิษย์นางคนนี้ช่างดีนัก ไม่เพียงทำเรื่องเสื่อมเสียศีลธรรม แม้แต่หินวิญญาณที่สัญญาว่าจะชดเชยการถอนหมั้นก็ยังจะเบี้ยว นี่ไม่ใช่จงใจทำลายอนาคตของชุยซูหรอกหรือ?

นางยิ่งคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่ารับลูกศิษย์คนนี้มาอย่างรีบร้อนเกินไป ไม่ควรเชื่อคำแนะนำของผู้อื่นง่ายๆ ยิ่งไม่ควรดูแต่ระดับพลังบำเพ็ญโดยไม่พิจารณาความประพฤติ

นางคิดว่า นางต้องชดเชยอะไรให้ชุยซูบ้าง เพื่อไถ่โทษในเรื่องเลวร้ายที่เสิ่นสิงเจี่ยนทำไว้

...

ฟางหยวนก็เอ่ยปลอบโยนในขณะนี้:

"ผู้อาวุโสอย่าได้เข้มงวดกับเด็กนักเลย หากสหายตัวน้อยชุยได้กราบอาจารย์ที่มีชื่อเสียงข้างนอก บางทีอาจจะมีวาสนาของนาง..."

ทำไมกัน?

ทำไมทุกคนที่นี่ถึงเริ่มเข้าข้างชุยซู?

ระดับพลังบำเพ็ญของนางต่ำต้อยขนาดนั้น ควรจะเป็นที่รังเกียจของผู้คนสิ

เห็นแผนการและความพยายามของตนพังทลายในชั่วพริบตา ไม่เพียงถูกเสิ่นสิงเจี่ยนหลอกลวง ยังเสียโอกาสเข้าเป็นศิษย์สายในสำนักไท่ซวี ชุยหลิงเอ๋อร์ขอบตาแดงก่ำในทันที กัดริมฝีปากพูดเสียงเบาว่า:

"เพียงแต่ระดับพลังบำเพ็ญของพี่หญิงติดอยู่ที่ขอบเขตฝึกปราณมาห้าปีแล้ว เกรงว่า..."

ชุยไป่ก็แค่นเสียงเย็นชา:

"สำนักต่างๆ ในทวีปจงโจว อย่าว่าแต่สองสำนักใหญ่อย่างไท่ซวีและเจิ้งอีเลย ต่อให้เป็นสำนักเล็กๆ นางก็คงเข้าศิษย์สายนอกไม่ได้ด้วยซ้ำ ยังจะกราบอาจารย์ที่มีชื่อเสียง? ข้าว่าคงไม่มีอาจารย์มีชื่อเสียงที่ไหนตาบอดมาเลือกนางหรอก?"

นี่ไหนเลยจะเป็นพ่อพูดถึงลูกสาว แทบจะเหมือนพูดถึงศัตรูคู่อาฆาตเสียมากกว่า

ชุยซูตอนนี้อารมณ์ดี ทำหูทวนลม เพียงแต่คำนวณในใจ

[ช่างเถอะ ไม่มีหินวิญญาณในมือก็ได้ อย่างมากข้าก็ไปเป็นนักเล่านิทาน เล่าเรื่องเผือกแซ่บๆ ของแต่ละตระกูลหากินก็ได้]

!!!

อย่านะ!

บ้านไหนไม่มีความลับบ้าง แม้จะไม่ถึงขั้นเลวร้ายอย่างชุยไป่ แต่ก็ไม่อยากให้เป็นข่าวฉาวโฉ่รู้กันไปทั่วเมืองหรอกนะ!

สีหน้าฟางหยวนเปลี่ยนไป แต่แล้วก็กลายเป็นลำบากใจ

เขามีใจอยากแนะนำชุยซูเข้าศิษย์สายนอกสำนักไท่ซวี เพียงแต่พรสวรรค์และฝีมือของนาง ศิษย์สายนอกสำนักไท่ซวีก็อาจจะไม่รับเหมือนกัน

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเดิมทีก็มีความคิดจะชดเชยให้ชุยซู นางลุกขึ้นทันที กำลังจะเอ่ยปาก——

พูดช้าแต่เกิดขึ้นเร็ว ทันใดนั้นปู่หลานตระกูลจินก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า โยนวัตถุบางอย่างลงบนพื้น แล้วหัวเราะเสียงดังกังวาน:

"หากสหายตัวน้อยชุยไม่มีที่ไป มาที่หอหมื่นสมบัติของข้าได้ ข้ายังสามารถชี้แนะได้บ้าง"

จินไป่ว่านประเมินสีหน้าปู่ของตน และความชอบของชุยซู จากนั้นจึงเสริมประโยคหนึ่ง:

"สวัสดิการดีเยี่ยม อาหารวิญญาณไม่อั้น"

[พระเจ้าช่วย โลกบำเพ็ญเซียนของเรามีคนดีเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ลาภลอยหล่นทับแถมยังได้งานที่กินฟรีอยู่ฟรีอีก? หรือว่าข้าจะรับพิจารณาดีนะ?]

ทุกคน: ...

จินไป่ว่านไอ้คนหน้าด้าน ยังรู้จักเอาของชอบมาล่ออีก!

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเห็นว่าถูกตัดหน้า ก็ไม่สนความสงวนท่าทีของผู้ฝึกตนหญิงขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด เพียงยกมือขึ้น ป้ายคำสั่งอันหนึ่งก็ลอยละลิ่วไปตกตรงหน้าชุยซู:

"ลูกศิษย์ไม่เอาถ่านของข้าวันนี้ล่วงเกินเจ้ามาก กลับไปข้าต้องลงโทษอย่างหนักแน่นอน หากเจ้ามีใจ สามารถถือป้ายคำสั่งของข้าไปที่สำนักเจิ้งอี ย่อมจะจัดหาสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรให้เจ้า"

[เอ๋? ทำไมสำนักเจิ้งอีก็เป็นไปด้วย? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมพวกเขาเริ่มแย่งตัวข้ากันแล้ว?]

ชุยซูเงยหน้าขึ้น อ้าปากค้าง

บนพื้นในขณะนี้ มีเสียงอ่อนแรงดังแว่วมา

วัตถุดำเมี่ยมที่ถูกโยนลงพื้นเมื่อครู่ ตอนนี้ขยับตัวเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าที่ถูกเผาจนดำมองไปทางฉู่อวิ๋นเหมี่ยว ราวกับไม่อยากจะเชื่อ

"...ท่านอาจารย์? ห๊ะ??"

"ข้าต่างหากที่เป็นลูกศิษย์ท่านนะ!!!"

จบบทที่ บทที่ 07 ทำไมถึงมีลาภลอยหล่นทับจากฟากฟ้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว