เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 การสนทนากับหวังเกาเฟิง

บทที่ 48 การสนทนากับหวังเกาเฟิง

บทที่ 48 การสนทนากับหวังเกาเฟิง 


บทที่ 48 การสนทนากับหวังเกาเฟิง

“ชั้นมีเรื่องจะเสนอ ขอพวกเราดูด้วยได้ไหม ?” ซูเหวิ่นฉียิ้ม “ชั้นเคยได้ยินเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของการฝังเข็ม แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อนเลย”

หวังเกาเฟิงชะงักเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังฉินเม่ยเม่ยก่อนจะเปลี่ยนไปมองซูเถา “ถ้าคนไข้ไม่ว่าอะไรก็ตามสบาย”

ฉินเม่ยเม่ยยิ้มเล็กน้ออย “นี่ชั้นต้องถอดเสื้อมั้ย ?”

“ไม่จำเป็นหรอก !” หวังเกาเฟิงส่ายหน้า

ฉินเม่ยเม่ยฮัมอย่างอารมณ์ดี “ถ้างั้นชั้นก็ไม่ถือ เชิญฝังเข็มตามสบายเลย แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าชั้นกลัวเจ็บ ถ้าชั้นเผลอร้องออกมาก็อย่าตกใจล่ะ”

ถึงแม้ว่าฉินเม่ยเม่ยจะมีปัญหาด้านสุขภาพ แต่สภาพจิตใจของเธอนั้นถือว่าดีมาก เพราะยังสามารถพูดเล่นเหมือนคนปกติได้

หวังเกาเฟิงยิ้มขณะที่กำลังเตรียมการฝังเข็ม เขาเลือกเทคนิคการฝังเข็มแบบฉบับของลัทธิเต๋า

ทั้งเวลาและการไหลเวียนของเลือดผ่านจุดฝังเข็มนั้นย่อมมีความหมายอยู่ เหตุผลที่เขาเลือกการฝังเข็มวิธีนี้ก็เพราะว่าการเดินละเมอมักจะเกิดขึ้นในเวลากลางคืน เทคนิคนี้สามารถรักษาการไหลเวียนของเลือดที่จุดฝังเข็มในเวลากลางคืนได้ มันจะทำให้เลือดลมนั้นไหลเวียนดีขึ้น

เทคนิคนี้จำเป็นต้องใช้จุดฝังเข็มถึง 66 จุด ทำให้ต้องใช้พลังฉีเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันมันก็สร้างภาระให้กับร่างกายของผู้ป่วยมากเช่นกัน

ย้อนกลับไป ในตอนที่หวังเกาเฟิงเห็นฉินเม่ยเม่ย เขาได้ตัดสินใจเลือกเทคนิคนี้เอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่ได้เริ่มรักษาทันทีเนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยนั้นอ่อนแอเกินไป ดังนั้น เขาจึงได้สั่งยาหลายตัวเพื่อทำการบำรุงร่างกายของผู้ป่วยก่อน เหตุผลที่เขาจับชีพจรของเธอก่อนหน้านี้เพื่อจะดูว่าร่างกายของเธอพร้อมสำหรับการฝังเข็มแล้วหรือยัง

หวังเกาเฟิงใช้เข็มยาวปักไปยังจุดหยวนหลักทั้ง 12 ของจุดฝังเข็ม จุดที่เป็นแหล่งพลังงานในชีวิตประจำวัน จากนั้นเขาก็ได้ใช้เข็มสั้นปักไปยังจุดพื้นฐาน 5 จุด ซึ่งเป็นพื้นฐานของการฝังเข็มเนื่องจากจุดฝังเข็มทั้งหลายต่างก็เชื่อมโยงกันถึงธาตุทั้ง 5 ตามหลักคำสอนของลัทธิเต๋า

ซูเถาดูอยู่ข้างๆ ทักษะของหัวงเกาเฟิงนั้นดูสม่ำเสมอ และเนื่องจากความต้องการอย่างมากของเทคนิคการฝังเข็มนี้ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะใช้เข็มทั้ง 12 ในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หวังเกาเฟิงยังคงใจเย็นแม้จะฝังไปแล้ว 24 เข็มและเริ่มจะชะลอความเร็วลงหลังจากฝังเข็มที่ 30

อย่างไรก็ตาม สีหน้าของหวังเกาเฟิงดูหนักใจก่อนที่จะมีเหงื่อไหลออกมา เช่นเดียวกับซูเถาที่กำลังสังเกตการณ์อยู่ ดูเหมือนหวังเกาเฟิงจะเจอปัญหาเข้าให้แล้ว

ถึงแม้ว่าจะมีการใช้ยาเพื่อปรับสภาพร่างกายของผู้ป่วยไปแล้ว แต่ร่างกายของเธอยังไม่สามารถจะรับการฝังเข็มได้ หากลองสังเกตที่ร่างกายของฉินเม่ยเม่ยดู จะพบว่าร่างกายเริ่มเป็นสีแดงและมีเหงื่อไหลออกมาตามจุดต่างๆ

เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยจะเหงื่อออกจากการฝังเข็ม แต่การฝังเข็มที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เหงื่อของผู้ป่วยออกมาเยอะเกินไปซึ่งอาจนำไปสู่อาการเหงื่อไหลผิดพลาด

การไหลของเหงื่อที่ผิดพลาดจะทำให้ผู้ป่วยนั้นอ่อนแอลง ยิ่งร่างกายของฉินเม่ยเม่ยอ่อนแออยู่แล้ว มันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของเธอได้

หวังเกาเฟิงเคยเจอปัญหาต่างๆมามากมาย และปัญหานี้นั้นถือว่าอันตรายทีเดียว

เขาเริ่มปักเข็มเล่มที่ 30 ไปแล้ว และความพยายามของเขาจะไร้ประโยชน์ทันทีถ้าเขาล้มเลิกในตอนนี้ แต่ถ้าเขายังฝืนที่จะทำต่อ มีโอกาสสูงมากที่ฉินเม่ยเม่ยจะอาการทรุดหนักลงไปอีก

เมื่อหวังเกาเฟิงเริ่มลังเล เขารู้สึกว่าข้อมือเริ่มชาและเมื่อหันไปดู ก็พบว่าซูเถานั้นกำลังจับข้อมือของเขาอยู่

“นายทำอะไรของนาย ?” ซูเหวิ่นฉียืนขึ้นด้วยความโมโห “นายขัดขวางการรักษาของหมอหวังทำไม ?”

ลู่ชีเหมี่ยวอ้าปากตกใจ เธอไม่คิดเลยว่าซูเถาจะกล้าขัดขวางหวังเกาเฟิง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก

ในใจเธอรู้สึกตื่นตระหนก คนที่นี่ไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ และตอนนี้ ซูเถาได้เข้าขัดขวางหวังเกาเฟิง แล้วคนอื่นที่เหลือจะไม่รู้สึกโกรธได้อย่างไร ?

เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ ซูเถาได้ยิ้มก่อนจะมองไปยังสูเวิ่นฉี “ถ้าขืนเขายังฝังเข็มต่อไป คนไข้อาจจะได้รับอันตรายมากกว่านี้”

ซูเหวิ่นฉูหัวเราะเยาะ “นายพูดบ้าอะไร ? ทักษะของหมอหวังเหนือกว่านายไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ อย่างนายจะไปรู้เรื่องอะไร !”

ซูเถาค่อยๆปล่อยมือช้าๆ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น “ถ้าขืนเขายังดึงดันจะฝังเข็มต่อ คนๆนี้ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นหมออีกต่อไปแล้ว !”

หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ หวังเกาเฟิงถอนหายใจในขณะที่มือของเขาสั่นอยู่ “ชั้นใจร้อนเกินไป เทคนิคนี้ไม่เหมาะที่จะทำต่อแล้ว”

หลังได้ยินดังนั้น สีหน้าของซูเหวิ่นฉีก็พังทลายในทันที “เป็นไปได้ยังไง คุณพลาดงั้นเหรอ ?”

หวังเกาเฟิงยิ้ม “ชั้นประเมินสภาพร่างกายของประธานฉินผิดไป เธอจำเป็นต้องพักผ่ออนอีก 2 อาทิตย์ก่อนจะสามารถเข้ารับการฝังเข็มได้”

หวังเกาเฟิงกำลังอยู่ในสภาวะกดดันเช่นกัน เนื่องจากหลี่เย่เต๋อนั้นมักจะเรียกใช้เขาเสมอ ทำให้เขารู้สึกกังวลจนเกิดเหตุการณ์นี้

“เราจะลองกันอีกที่ภายในไม่กี่อาทิตย์ได้มั้ย ?” วูเหวิ่นฉีถาม

“มีแค่ทางนี้ทางเดียว” หวังเกาเฟิงพยักหน้าก่อนจะดึงเข็มเล่มที่ 33 ออกจากตัวของฉินเม่ยเม่ย

เมื่อเขาพูดจบก็มองไปยังซูเถาด้วยสายตาที่ซับซ้อน ถ้าซูเถาไม่เข้ามาห้ามเขา เขาคงก่อความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงไปแล้ว

หวังเกาเฟิงรู้ว่าทักษะการแพทย์ของซูเถานั้นขึ้นไปแตะถึงระดับสูงแล้ว เนื่องจากซูเถาสามารถสังเกตอาการของผู้ป่วยได้เพียงแค่การดูเท่านั้น ซึ่งแม้แต่เขาก็ยังทำไม่ได้

เขาถอนหายใจ มันยากที่เขาจะยอมรับความจริงข้อนี้ ด้วยฐานะของตัวเขาในตอนนี้ที่เห็นว่าหมอหนุ่มคนนี้มีฝีมือมากกว่าเขา

หวังเกาเฟิงถอนหายใจอย่างช้าๆ ในขณะที่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ตอนนี้ยังคงรักษาเธอไม่ได้ ไว้ผมจะมาใหม่วันหลัง”

ฉินเม่ยเม่ยใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดที่หน้าผากก่อนจะยิ้ม “ชั้นเห็นแล้วว่าหมอหวังได้ทำดีที่สุดแล้ว แต่ว่านะเหวิ่นฉี ชั้นจำได้ว่ามีหมออีก 2 คนที่นายยังไม่ได้แนะนำให้ชั้นรู้จักเลย”

ซูเหวิ่นฉีตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ทางโรงพยาบาลเจียงหัวแนะนำพวกเขามา แต่เพราะหมอหวังเป็นคนรักษาคุณ ผมคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรถ้าจะแนะนำพวกเขาให้คุณรู้จักทีหลัง”

ฉินเม่ยเม่ยเลิ่กคิ้ว “นี่นายละเลยแขกของเรางั้นเหรอ แถมพวกเขายังเป็นหมอจากโรงพยาบาลเจียงหัวอีกด้วย ทำไมพวกนายไม่ลองมาดูอาการชั้นดุล่ะ ?”

“พวกเขางั้นเหรอ ? ลืมมันซะเถอะประธานฉิน ทำไมเราไม่รอให้คุณได้พักฟื้นร่างกายซะก่อนที่หมอหวังจะมารักษาคุณอีกรอบล่ะ ?” ซูเหวิ่นฉีขมวดคิ้ว

ฉินเม่ยเม่ยเหลือบไปยังซูเหวิ่นฉี “เหวิ่นฉี ระวังคำพูดหน่อย นายเป็นผู้บริหารของบริษัท และคำพูดของนายถือเป็นตัวแทนของบริษัท นายไม่รูหรือไงว่าความเคารพขั้นพื้นฐานน่ะสำคัญ ?”

หลังได้ยินดังนั้น ซูเหวิ่นฉีตกใจมาก เหตุผลที่เขาไม่รู้สึกเคารพหมออายุน้อยทั้งสออง เนื่องจากโรงพยาบาลเจียงหัวส่งพวกเขามาเพียงเพื่อโชว์ปาหี่เท่านั้น

เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินเม่ยเม่ยวันนี้ เขาได้หันไปคุยกับหมอของโรงพยาบาลเจียงหัว “ตามที่ได้ยิน เชิญพวกคุณดูอาการป่วยของประธานฉินด้วย”

หวังเกาเฟิงเก็บกล่องยาของเขาก่อนจะเข้ามานั่งข้างๆ เขายังไม่ได้ออกไปเนื่องจากเขาอยากรู้ว่าซูเถาจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง !

ซูเถาค่อยๆยืนขึ้นก่อนจะชี้ไปยังซุเหวิ่นฉี “ถ้าชั้นรักษาประธานฉินได้ นาย คนสกุลสู นายต้องมาคุกเข่าขอโทษชั้น”

“นี่แก !” ดวงตาของซูเหวิ่นฉีเบิกกว้าง เขาโกรธจัดจนดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดง

ลู่ชีเหมี่ยวดึงซูเถากลับมา เธอไม่คิดว่าซูเถาจะกล้าพูดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะสะใจเล็กๆ แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

ฉินเม่ยเม่ยมองไปยังซูเถา เธออไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนรักของหยานจิ้งจะมีนิสัยแบบนี้ เธอยิ้ม “แน่นอน ถ้านายทำได้ ซูเหวิ่นฉีจะขอโทษนายอย่างแน่นอน แต่ถ้านายทำไม่ได้ล่ะ ?”

ซูเถาส่ายหัว “ไม่มี ถ้า หรอก !”

ฉินเม่ยเม่ยไม่คิดจะปล่อยซูเถาไปง่ายๆอยู่แล้ว เธอยิ้ม “แล้วอย่างงี้เป็นไง ถ้านายรักษาชั้นไม่ได้ นายจะพาหยานจิ้งมาทำอาหารให้ชั้นกินได้มั้ยล่ะ ?”

ได้ยินดังนั้น ซูเหวิ่นฉีก็หน้าถอดสี เขารู้แล้วว่าเผลอทำเรื่องผิดพลาดลงไป

ทำไมซูเถาถึงไม่บอกเขาว่าเขารู้จักกับฉินเม่ยเม่ย นี่ซูเถาแกล้งเขาอย่างงั้นเหรอ ? ซูเหวิ่นฉีรู้สึกว่าตัวเองนั้นติดกับ พอนึกถึงเรื่องที่เขาทำเย็นชาใส่ซูเถา การกระทำของเขานั้นช่างดูน่าหัวเราะเหมือนกับตัวตลกไม่มีผิด

ซูเถาก็คงไม่คิดเหมือนกันว่าเรื่องมันจะมาไกลถึงขนาดนี้ ในมุมมองของเขา การพบกันของเขากับฉินเม่ยเม่ยดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เมื่อสังเกตจากท่าทางของเธอแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นการวางแผนเอาไว้แล้วก็ได้ ฉินเม่ยเม่ยไม่ใช่คนโง่ เธอเป็นคนที่รอบคอบมากทีเดียว

ซูเถายังไหล่ “เธอจะลิสต์ความต้องการอะไรมาก็ได้ แต่ชั้นไม่สามารถสัญญาเรื่องที่เกี่ยวกับหยานจิ้งได้จริงๆ”

“ชั้นไม่สนใจหรอก ชั้นเข้ารักการรักษาก็ต่อเมื่อนายสัญญาเรื่องนี้กับชั้นเท่านั้น” ฉินเม่ยเม่ยส่ายนิ้ว

ซูเถายิ้ม “ลืมมันไปเถอะ , ไว้มาดูผลลัพธ์กันดีกว่า”

ซูเหวิ่นฉีประหลาดใจเพราะตอนแรกนั้นเขาคิดว่าซูเถาเป็นเพียงผู้ช่วย แต่มาตอนนี้เขากลับเป็นคนที่มารักษาฉินเม่ยเม่ยและลู่ชีเหมี่ยวเป็นผู้ช่วย

ซูเถาเปิดกล่องเครื่องมือแพทย์ของเขาและหยิบกระเป๋าใส่เข็มออกมาก่อนจะเลือกเข็มขนาดกลาง

เขาย้ายไปด้านหลังของฉินเม่ยเม่ยก่อนจะหายใจเข้าลึกๆและเริ่มเอาเข็มฝังลงไปยังจุดที่เอวของเธอ

สายตาของหวังเกาเฟิงดูเป็นประกายทันทีที่เห็นการฝังเข็มนี้ ถึงแม้จุดฝังเข็มที่ซูเถาเลือกจะดูธรรมดา แต่จริงๆมันไม่ใช่จุดธรรมดาๆ มันเป็นการฝังเข็มตามลำดับความสำคัญอย่าง 'การบรรเทา' และในฐานะแพทย์พวกเขาจะเริ่มจากการผ่อนคลายก่อน หากพบว่ามีที่ไหนที่มีการอุดตันเพื่อทำให้เลือดลลมนั้นไหลเวียนได้อย่างราบรื่น

“โอ้ย..” สิบนาทีต่อมาหลังจากฝังเข็ม ฉินเม่ยเม่ยรู้สึกร้อนในหน้าอกก่อนจะเรอยาวออกมาประมาณ 10 วินาที มันเป็นสัญญาณของการบรรเทาจุดอุดตันของจุดฝังเข็ม

หวังกุ้ยเฟิงใช้เข็มมากกว่า 30 เล่ม ในขณะที่ซูเถาใช้เพียงแค่เล่มเดียว แสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นระหว่างพวกเขา !

“รู้สึกดีชะมัด” หลังจากเธอเรอ เธอก็พูดขึ้น “ตอนนี้ชั้นรู้สึกหิวแล้ว !”

การที่เธอรู้สึกอยากอาหารเป็นสัญญาณว่าร่างกายของเธอได้รับการจัดระเบียบโดยซูเถาแล้ว

ซูเถามองไปยังหวังเกาเฟิง “ทุกอย่างต้องขอบคุณหมอหวัง ก่อนหน้านี้เขาได้ฝังเข็มไปที่จุดหยวนทั้ง 12 จุด ชั้นเพียงแค่ทำต่อจากเขาเท่านั้น”

หวังเกาเฟิงถอนหายใจโดยที่ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรเพิ่มเติม “ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้แบบนาย ประธานฉิน ต้นตอของการเดินละเมอของคุณได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว ผมต้องขอตัวก่อน”

หลังจากพูดเสร็จ หวังเกาเฟิงได้หยิบกล่องเครื่องมือของเขาก่อนจะออกไป เขารู้สึกหดหู่มากพลางเกรงกลัวในทักษะของซูเถา เขามั่นใจได้เลยว่าซูเถาจะต้องกลายมาเป็นภัยคุกคามเขาอย่างแน่นอนในอนาคต

ซูเหวิ่นฉีไม่ได้เดินไปส่งหวังเกาเฟิง ใบหน้าของเขาถูกฉาบไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะมองไปที่ซูเถา “บ้าจริงๆ ชั้นคงจะตาบอดไปแน่ๆเลย ไม่คิดมาก่อนเลยว่าหมอซูจะมีฝีมือขนาดนี้ทั้งๆที่ยังเด็กแท้ๆ เป็นความโง่ของชั้นเอง ชั้นรู้สึกเสียใจจริงๆ”

การปรับตัวของเขานั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว ถ้าเป็นคนอื่น คงจะเผลอคล้อยตามกับคำขอโทษนั่นไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ซูเถาก็ไม่ใช่คนอื่นที่ว่า “ไม่ขนาดนั้นหรอก นายต้องทำตามสัญญา คุกเข่าขอโทษเดี๋ยวนี้ !”

“แก !” ซูเหวิ่นฉีเบิกตามองไปยังซูเถาด้วยความโกรธ เขาได้แสดงการขอโทษออกมามากพอแล้ว แต่ซูเถาก็ยังต้องการให้เขาคุกเข่าขอโทษ !

ซูเถาขยับนิ้วเล็กน้อย ก่อนที่ขาขวาของเขานั้นรู้สึกชา เขารู้สึกว่าขาของเขานั้นอ่อนแรงก่อนจะคุกเข่าลงไป ในขณะที่ซูเถาประกาศกร้าว “เราต้องชดใช้ในกระทำของเรา คนตระกูลซูู นี่คือสิ่งที่นายต้องชดใช้สำหรับการกระทำในวันนี้ !”

จบบทที่ บทที่ 48 การสนทนากับหวังเกาเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว