เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้หมดแล้ว

บทที่ 41 ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้หมดแล้ว

บทที่ 41 ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้หมดแล้ว 


บทที่ 41 ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้หมดแล้ว

ซูเถานั่งถอนหายใจในรถบัส เป้าหมายของเขาในการแข่งขันครั้งนี้มีไว้สำหรับลูกศิย์ทั้ง 3 คนของเขา เขาหวังว่าพวกลูกศิษย์จะผ่านการทดสอบเพื่อที่จะเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น

เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องของสาขาฮั่นโจวมากนัก เนื่องจากเขาไม่ค่อยชอบถงเมิ่งฉู่ซักเท่าไหร่ อาจารย์ใหญ่ที่ใช้วิธีขี้โกงแบบนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ?

ทัวร์นาเม้นท์นี้ดูจะใหญ่กว่าที่เขาคาดเอาไว้ มีผู้ร่วมเข้าแข่งขัน 53 คนโดยรวมคนของศูนย์ใหญ่ และอีก 7 สาขาย่อย ซึ่งแต่ละสาขาเสนอชื่อมา 5 คน ในขณะที่ศูนย์ใหญ่มี 18 คน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือแข่งแบบกลุ่ม , แข่งในหัวข้อพิเศษ , แข่งความรู้ทั่วไป

การแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในหัวหนาน โดยมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันครั้งนี้ผ่านช่องการศึกษาอีกด้วย

ถังหนานเจิ้งมองไปยังตารางขั้นตอนการแข่งขันก่อนจะพูดขึ้น “ทุกสนามแข่งขันจะแบ่งเป็นการสอบข้อเขียนและการปฏิบัติจริง และการแข่งขันแบบกลุ่มนั้นแข่งกันในรูปแบบทีม 3 คน ชั้นขอแนะนำให้เติ้งหมิง ตี้หยวน และเสี่ยวจิงจิงร่วมทีมกัน และสำหรับการแข่งหัวข้อพิเศษและหัวข้อทั่วไปก็ขึ้นอยู่กับคะแนนของพวกเขา”

นี่เป็นบทสนทนาระหว่างซูเถาและถังหนานเจิ้งในการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ถังหนานเจิ้งเชื่อมั่นในตัวซูเถาซึ่งมีพรสวรรค์ที่โดดเด่น ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาสนับสนุนซูเถาอยู่

ถงเมิ่งูฉู่พยักหน้า “เติ้งหมิง ตี้หยวน และเสี่ยวจิงจิงนั้นมีพื้นฐานดีอยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาสำหรับข้อเขียน แต่เสี่ยวจิงจิงไม่เคยซ้อมภาคปฏิบัติเลย เธอจะไหวหรือเปล่านะ ?”

“วางใจเถอะ ผมรับประกันความสามารถของเธอ” ถังหนานเชงยิ้ม

ถงเมิ่งฉู่ถอนหายใจ “คุณถัง ผมเห็นด้วยกับคุณในการเข้าร่วมของหวังเผิงกับจ้าวเจี้ยนในชื่อของคุณเท่านั้น ผมเคยเห็นคะแนนของพวกเขามาก่อน ซึ่งมันดูค่อนข้างแย่ทีเดียว โดยเฉพาะจ้าวเจี้ยน ถ้าเขาไม่ใช่นักกีฬาแล้วละก็ เขาได้ซ้ำชั้นอีกปีไปแล้ว”

ถังหนานเจิ้งนั้นรู้ดีว่าถงเมิ่งจูไม่พอใจซูเถาที่เขาไม่เข้าร่วมแข่งขัน เขายังมั่นใจอีกว่า “ผมเคยเห็นนักเรียนทั้งสองคนมาก่อน พวกเขาอาจจะทำคะแนนได้ดีก็ได้ในการแข่งขันหัวข้อพิเศษ”

ในตอนนี้มันไม่มีทางอื่นแล้วนอกจากจะฝากความหวังไว้ทั้งหมดกับถังหนานเจิ้ง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ถงเมิ่งจูได้รับข้อความบางอย่าง ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี

“ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันได้รับการร้องเรียนมาว่ามีผู้เข้าร่วมการแข่งขันปลอม 2 คน สาขาหยินโจวได้ให้ศิษย์เก่ามาเข้าร่วมแข่ง ทั้งสองคนถูกตัดสิทธิ์และผู้อำนวยการของสาขาหยินโจวจะถูกลงโทษหลังการแข่งขันจบลง”

ถงเมิ่งฉู่ตกใจมาก ก่อนที่จะมีเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าของเขา ได้มีการเปลี่ยนกฎในอดีต เขาไม่คิดเลยว่าการแข่งขันครั้งนี้จะเข้มงวดขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงการจัดการแข่งขันตั้งแต่ที่รองประธานหนุ่ม หวังเกาเฟิงได้เข้าร่วมในฐานะผู้จัดการแข่งขัน

เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ซูเถาเคยพูดไว้จะเป็นความจริง มันทำให้ในใจของถงเมิ่งฉู่สับสนมากทีเดียว

ทัวร์นาเม้นท์จะเริ่มแข่งกันตอนบ่าย 3 โมง ถังหนานเชงได้จัดกระดานหมากรุกเอาไว้และนั่งเล่นกับซูเถา

หลังผ่านไปไม่กี่ตา ถังหนานเจิ้งขมวดคิ้ว วิธีการเดินหมากของซูเถานั้นแปลกมาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่มือใหม่ แต่รูปแบบหมากนั้มไม่เหมือนใครเลย ซึ่งเขาก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนด้วย

หลังผ่านไป 10 ตา ถังหนานเจิ้งจ้องไปที่กระดานก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “ชั้นยอมแพ้ ไม่คิดเลยว่านายจะเล่นหมากรุกเก่งขนาดนี้ ถ้านายเข้าวงการหมากรุก นายอาจจะถึงขั้นเทิร์นโปรเป็นตัวแทนระดับประเทศได้เลย”

ซูเถาน้อมรับด้วยท่าทางเรียบร้อย “ผมไม่เคยเล่นกับใครมากกว่า 3 เกมเลย เพราะว่าหากผ่านไปนานๆ พวกเขาก็จะจับทางหมากผมได้ และก็ไม่มีใครติดกับผมอีกต่อไป”

“งั้นมาต่อกันอีก 2 รอบ !” ถังหนานเจิ้งยิ้ม

หลังผ่านไป 2 เกม ถังหนานเจิ้งนั่งลูบคางของเขาอยู่นาน ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่ยอมแพ้ก่อนจะท้าซูเถาอีกครั้ง “มาอีกตา !”

ซูเถาส่ายมือ “ลืมมันซะเถอะ ให้ผมได้เก็บไต๋เอาไว้บ้าง”

ถังหนานเจิ้งเข้าใจลักษณะนิสัยของซูเถา เขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง เขาไม่ต้องการให้ถังหนานเจิ้งแพ้อย่างหมดรูป ถังหนานเจิ้งถอนหายใจ  “ก็ได้ ไว้ค่อยมาเล่นกันอีกก็แล้วกัน ถ้ายังมีโอกาสหล่ะนะ” อย่างไรก็ตาม เขาสาบานเอาไว้ในใจแล้วว่าจะไม่เล่นกับซูเถาอีก

หลังพวกเขาคุยกันจบออดก็ดังขึ้น ซูเถาเปิดประตูและเห็นถงเมิ่งูฉู่พร้อมกับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 คนที่กลับมาจากการแข่งขัน

“สอบข้อเขียนเป็นไงบ้าง ?” ถังหนานเจิ้งถามอย่างกระตือรือร้น

เติ้งหมิงตอบอย่างมั่นใจก่อนจะยิ้ม “ศาสตราจารย์ถัง คำถามที่ออกสอบเป็นคำภามที่คุณมักจะย้ำบ่อยๆในชั้นเรียน ผมตอบได้อย่างเพอร์เฟ็ค ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด ผมคงจะผ่านเข้าไปแข่งในรอบรองฯได้ทั้งสามสนาม”

ตี้หยวนยังคงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยหลังมองไปยังซูก่อนที่จะหันไปรายงานถังหนานเชง “ชั้นมั่นใจมากในหัวข้อทักษะพิเศษ”

ถังหานเจิ้งพยักหน้าก่อนจะมองไปยังเสี่ยวจิงจิง หวังเผิง และจ้าวเจี้ยน

สีหน้าของเสี่ยวจิงจิงค่อนข้างเคร่งขรึม “ถึงแม้นี่จะเป็นการแข่งขันรอบแรกๆ แต่มันก็ยากมากแถมมีกับดักมากมายอีก ชั้นไม่ค่อยมั่นใจเลย”

“ชั้นเดาข้อสอบด้วยล่ะ !” หวังเผิงหาว

จ้าวเจิ้ยนยักไหล่ “ชั้นก็ลืมข้อสอบไปแล้วด้วย !”

ถงเมิ่งฉู่ยิ้ม เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องมีเรื่องมีแบบนี้เกิดขึ้น ดูเหมือนในการแข่งขันครั้งนี้เขาคงจะหวังพึ่งได้แค่เติ้งหมิง ตี้หยวน และเสี่ยวจิงจิงเท่านั้น

ถังหนานเจิ้งไม่ได้ใส่ใจกับคำตอบพวกนั้นเท่าไหร่ ก่อนที่เขาจะยิ้มขึ้นมา “ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนที่จะประกาศผล ทั้งผลสอบและอันดับจะเริ่มประกาศตอน 4 ทุ่มวันนี้ และรอบรองฯจะเริ่มแข่งกันพรุ่งนี้เช้า รอบรองฯจะเป็นการแข่งในภาคปฏิบัติ มันไม่ยากเท่าไหร่หรอก ไปโชว์ให้เหล่าผู้คนได้ดูหน่อยว่าพวกนายเรียนอะไรกันมาบ้าง”

หวังเผิงเกาหัว “ภาคปฏิบัตินี่ของถนัดผมเลย”

“ถ้านายสอบไม่ผ่านข้อเขียน ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แข่งภาคปฏิบัติ” เติ้งหมิงยิ้มเยาะเย้ย

หวังเผิงรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเติ้งหมิงเท่าไหร่ เขาจึงพูดขึ้น “พนันกันมั้ยล่ะ ถึงแม้ว่าชั้นจะเดาข้อสอบข้อเขียนมา แต่ชั้นก็เข้าแข่งภาคปฏิบัติได้เหมือนกันล่ะน่า”

ใบหน้าของเติ้งหมิงเต็มไปด้วยความสงสัย “นายจะอ่อนแอมันก็เรื่องของนาย แต่ถ้าอ่อนแอแล้วยังขี้โม้อีก ชั้นก็ไม่มีอะไรจะพูดกับนาย”

“อย่าสู้กันเองน่า พวกนายต้องรวมพลังกันนะ ไปพักผ่อนเถอะ” ถังหนานเจิ้งโบกมือ

หลังส่งพวกเขาทั้ง 5 คนแล้ว ถังหนานเชงหันมาพูดกับซูเถาหลังจากที่เขาเห็นสีหน้าของซูเถา “นี่นายเป็นห่วงกับเขาด้วยเหรอ ?”

ซูเถาถอนหายใจก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ “มันเกินความคาดหมายของผมไปหน่อย ถ้าเป็นอย่างที่ผมคาดเอาไว้ พวกเราคงไม่ผ่านไปแข่งแบบกลุ่มในรอบรองฯแน่ๆ ตอนนี้เราต้องโฟกัสไปที่สองคนนั่นเท่านั้น”

“เสี่ยวจิงจิงตกรอบงั้นเหรอ ?” ถงเมิ่งฉู่ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

ซูเถาส่ายหน้าก่อนจะถอนหายใจ “ประกาศเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้”

ประกาศผลเป็นทางการได้ออกมาแล้วตอน 3 ทุ่มครึ่ง ซึ่งมันนอกเหนือความคาดหมายของทุกคน เติ้งหมิงซึ่งรู้สึกมั่นใจมากได้เพียง 45 คะแนนในการแข่งขันแบบกลุ่ม ขาดอีก 15 แต้มถึงจะเข้ารอบ ส่วนอีกสองคนนที่เหลือคะแนนแย่มาก ไม่มีใครผ่านเข้าไปแข่งรอบรองฯได้เลย

ตี้หยวนได้ 75 คะแนน ผ่านเข้าไปแข่งในหัวข้อยาและการฝังเข็ม

หวังเผิงได้ 68 คะแนน เป็นคะแนนที่น่าทึ่งมากสำหรับการสอบเขียนใบสั่งยา

จ้าวเจี้ยนได้ 63 คะแนน ผ่านเข้าไปแข่งในหัวข้อการฝังเข็ม

และคนสุดท้าย เสี่ยวจิงจิง เธอคว้าไปถึง 98 คะแนน ผ่านเข้าไปแข่งขันได้ทุกหัวข้อ เข้าป้ายเป็นอันดับ 1

จากผลคะแนนของเสี่ยวจิงจิง พร้อมกับตี้หยวนและหวังเผิง รวมกันแล้วพวกเขาผ่านโซนคะแนนขั้นต่ำสำหรับการเข้าไปแข่งขันในรอบรองฯเพียง 2 คะแนนเท่านั้นสำหรับการแข่งขันแบบทีม

ถงเมงจูมองไปยังซูเถา ในที่สุดเขาก็รู้ว่าซูเถานั้นเป็นห่วงอะไร เติ้งหมิงเป็นคนที่ถ่วงทุกคนเอาไว้นี่เอง

เติ้งหมิงยืนหน้าแดงอยู่ที่มุมห้อง

ถงเมิ่งฉู่มองไปยังเติ้งหมิงก่อนจะถอนหายใจ “ในฐานะที่นายยังเด็ก พื้นฐานเป็นอะไรที่สำคัญที่สุด และอย่าได้โอ้อวดทำอะไรเกินตัว”

จากเหตุการณ์นี้ ความคิดของถงเมิ่งฉู่ต่อซูเถาก็ได้เปลี่ยนไป เขาดีใจที่สาขาฮั่นโจวนั้นเข้าป้ายอันดับที่ 1 ในการประกาศผลแบบเป็นทางการ

ตอนนี้เติ้งหมิงรู้สึกว่าเขาควรจะหาหลุมเพื่อหลบซ่อนตัวได้แล้ว

“45 คะแนน แม้เจ้า นายทำ แบบนั้น ได้ไงน่ะ ? ขนาดชั้นเดาส่งๆไปยังได้คะแนนเยอะกว่าอีก” หวังเผิงหัวเราะเยาะ

แววตาของเติ้งหมิงเต็มไปด้วยความโกรธ คำพูดของหวังเผิงนั้นเป็นการตบหน้าเขาอย่างแรง ไม่คิดว่าก่อนเลยว่าจะแพ้แม้กระทั่งหวังเผิงและจ้าวเจี้ยน !

เหตุผลที่ซูเถาคิดว่าเติ้งหมิงน่าจะได้คะแนนน้อยเป็นเพราะเขาวิเคราะห์จากคำพูดของเสี่ยวจิงจิง ถึงเธอจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนระดับท็อป แต่เธอยังรู้สึกว่าการสอบนั้นยาก นั่นแปลว่าฝ่ายจัดการแข่งขันกำลังคัดนักเรียนเพื่อเข้าไปแข่งขัน การที่เติ้งหมิงรู้สึกว่าข้อสอบนั้นง่าย เป็นเพราะเขาติดกับที่พวกฝ่ายจัดการแข่งขันวางเอาไว้

ตึกอาจารย์ของมหาลัยเจียงหนานเปิดไฟสว่างไสวในขณะที่ทุกคนดูจะเหนื่อยล้าจากการจัดอันดับผู้เข้าแข่งขัน

หวังเกาเฟิงขมวดคิ้วหลังจากได้เห็นกระดาษคำตอบของเสี่ยวจิงจิง ลายมือของเธอนั้นดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย แถมไม่มีร่องรอยการแก้ไขด้วย ทุกคำตอบเธอเขียนตอบอย่างมั่นใจ

ขนาดนักเรียนที่ดีที่สุดจากศูนย์ใหญ่ยังได้แค่ 92 คะแนน ความต่าง 6 คะแนนแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่มของเสี่ยวจิงจิงว่าเธอเก่งขนาดไหน

หวังเกาเฟิงขมวดคิ้วอีกครั้ง พี่ชายของเขาจางฉิงซ่งได้โทรมาเมื่อวานเพื่อให้เขาตรวจสอบซูเถาซึ่งเป็นอาจารย์ของสาขาฮั่นโจว ลูกศิษย์ของซูเถาได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย และเขาได้ถามไปยังถงเมิ่งฉู่เพื่อยืนยันว่าเสี่ยวจิงจิงนั้นเป็นลูกศิษย์ของซูเถา

เขาสนใจเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นในสาขาฮั่นโจวนี้ หนึ่งคือถังหนานเจิ้ง สองคือคนที่เข้าไปเทคโอเวอร์คาบเรียนของถังหนานเจิ้ง

เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนที่เก่งกาจอย่างซูเถาด้วย มันทำให้มุมมองของเขาต่อสาขาฮั่นโจวนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ในตอนแรก เขาตั้งใจจะมาหาลูกศิษย์จากการแข่งขันครั้งนี้ เสี่ยวจิงจิงนั้นเป็นลูกศิษย์ของซูเถาอยู่ มันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเขาแย่งเธอมา

ทันใดนั้น หวังเกาเฟิงได้โทรศัพท์ไปหาหูเสี่ยวเฟิง “นายคิดไงกับเสี่ยวจิงจิงที่มาจากฮั่นโจวในการแข่งขันพรุ่งนี้ ?”

หูเสี่ยวเฟงตอบกลับ “ชั้นได้เตรียมการเอาไว้แล้ว เพื่อที่จะแบนเธอไม่ให้เธอได้แข่ง”

หวังเกาเฟิงคิดว่าเรื่องนี้คงเป็นคำสั่งจากแพทยศาสตร์แห่งหุบเขาราชันย์ “ชั้นไม่คิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดีเท่าไหร่ เราต้องมีความยุติธรรม”

หูเสี่ยวเฟิงยิ้ม เนื่องจากหวังเกาเฟิงไม่ได้พูดให้มันชัดเจน แปลว่าเขาแค่แสดงความคิดเห็นออกมาเท่านั้น “วางใจเถอะ พวกเรามันมืออาชีพ ไม่ทิ้งร่องรอยไว้แน่ !”

หลังจากวางสาย หวังเกาเฟิงได้ดูกระดาษคำตอบของเสี่ยวจิงจิงอีกครั้ง เขาสนใจกับคำตอบข้อสุดท้าย ถึงแม้ว่าเธอจะทำเครื่องหมายหายไป 2 ข้อ แต่ดวงตาของเขาก็เป็นประกายเพราะไม่มีใครสามารถตอบได้ดีแบบนี้ถ้าหากไม่มีประสบการณ์

เป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆที่เขาจะต้องสูญเสียคนมีพรสวรรค์เช่นนี้

จบบทที่ บทที่ 41 ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้หมดแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว