เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 เรื่องราวสั้นๆของการแย่งผู้ป่วย

บทที่ 39 เรื่องราวสั้นๆของการแย่งผู้ป่วย

บทที่ 39 เรื่องราวสั้นๆของการแย่งผู้ป่วย 


บทที่ 39 เรื่องราวสั้นๆของการแย่งผู้ป่วย

มีผูหญิงคนหนึ่งได้เดินออกจากแผนกกุมารเวชาศาสตร์และมุ่งตรงไปยังชั้นสอง เธอเพิ่งได้รับแจ้งมาว่าคนไข้ของเธอถูก “แย่ง” ไป ซึ่งมันเป็นข้อห้ามของโรงพยาบาลนี้

เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าแผนก TCM จางจ้าวยืนยิ้มขวางทางเธออยู่ “หัวหน้าแผนกลู่ , ผมต้องขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย แต่เกรงว่าคุณต้องรอข้างนอกไปก่อนในขณะที่หัวหน้าซูกำลังรักษาผู้ป่วยอยู่”

ลู่ชีเหมียวยืนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “เธอคนนั้นเป็นคนไข้ของชั้น , ชั้นกำลังติดตามอาการและรักษาเธออยู่ พวกนายไม่ควรยื่นมือเข้ามายุ่ง ไม่งั้นอาการของเธออาจจะทรุดหนักลงได้ !”

จางจ้าวยักไหล่พลางชี้ไปยังผู้หญิงที่นั่งอยู่และถอนหายใจ “แม่ของเด็กนั่งคุกเขาอยู่ที่แผนกลงทะเบียนผู้ป่วยอยู่ข้างนอกในขณะที่ลูกของเธอกำลังป่วย หัวหน้าซูจึงได้เข้าไปช่วยเธอ เธอจะบอกว่านี่เป็นการแย่งผู้ป่วยไม่ได้หรอกนะ”

ลู่ชีเหมียวอึ้ง เธอยังคงเรียบเรียงเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังรู้สึกไม่พอใจ “ถึงยังไงก็ต้องบอกชั้นก่อน , แต่พวกนายกลับยื่นมือเข้ามายุ่งทันทีเนี่ยนะ ?”

แต่เดิมเธอก็ไม่ชอบขี้หน้าซูเถาอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมันเหมือนเป็นการราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มเข้าไปอีก เธอคิดว่าซูเถาจงใจแย่งคนไข้ของเธอไป

จางจ้าวยิ้ม “เอางี้ไหม , เดี๋ยวผมจะบอกเรื่องนี้กับหัวหน้าซูเองเมื่อเขาออกมาแล้ว”

“ชั้นจะเข้าไปคุยกับเขาเอง !” ลูชีเหมียวตอบกลับ

“ตอนนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่มั้ง” จางจ้าวขมวดคิ้ว

เธอตอบกลับอย่างเยือกเย็น “พวกนายแย่งคนไข้ของชั้นไป , แล้วนายคิดว่าสิ่งที่แผนก TCM มันเหมาะสมงั้นเหรอ ?”

เธอไม่ได้โกรธ แต่เธอกำลังเป็นห่วงผู้ป่วยของเธออยู่

เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นลู่ชีเหมียว เธอได้ดึงจางจ้าวมาเพื่ออธิบาย “คุณหมอลู่เป็นหมอที่ดูแลไข้ของลูกสาวชั้น เจียวเจียว เธอเป็นคนเดียวที่ยังรักษาพวกเราในขณะที่โรงพยาบาลหยุดให้บริการกับเรา และเธอยังเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลของลูกสาวชั้นด้วยเงินของเธอเองอีกด้วย พวกเราต้องขอโทษเธอจริงๆที่หนีออกไปโดยไม่บอกอะไร”

ลู่ชีเหมียวถอนหายใจ “ชั้นได้วางแผนเอาไว้ว่าตั้งใจจะให้สิทธิ์ผ่อนผันให้กับลูกสาวเธอ มันสามารถเลี่ยงค่ารักษาได้ แต่พวกเธอดันหนีไปซะก่อน เรื่องนี้ก็เลยถูกพับเก็บไป”

“รักษาฟรีงั้นเหรอ ?” ผู้หญิงคนนั้นอึ้งหลังจากได้ยินที่ลู่ชีเหมียวพูด

เมื่อเห็นว่าลู่ชีเหมียวยังคงเป็นห่วงคนไข้ของเธอ จางจ้าวได้พูดขึ้น “ใจเย็นไว้ เดี๋ยวพอหัวหน้าซูออกมาแล้วเขารู้เรื่องนี้ เขาไม่แย่งคนไข้ของเธอไปแน่นอน ไว้เขาตรวจผู้ป่วยเสร็จแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันดีกว่า ?”

ด้วยรูปลักษณ์อันงดงามของเธอ มันสามารถดึงดูดสายตาของคนที่แผนก TCM ได้เป็นอย่างดี ลู่ชีเหมียวนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในนามของมาดอนน่าแห่งโรงพยาบาลนี้ (มาดอนน่า เป็นชื่อของนักร้องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงยุค 80s จนได้ฉายาว่าราชินีเพลงป๊อปเลยทีเดียว เป็นคนเก่งแถมยังสวยมากอีกด้วย : ผู้แปล ) และถึงแม้เธอจะแต่งงานแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นคู่รักในอุดมคติของหมอทุกๆคน ด้วยลูปลักษณ์และความสามารถของเธอ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูเถาดูอ่อนเพลียเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาจากห้องวินิจฉัย ทันใดนั้น แม่ของเด็กผู้หญิงได้เข้าไปถามเขาทันทีด้วยความเป็นห่วง “คุณหมอ , ลูกสาวชั้นเป็นยังไงบ้าง ?”

“ตอนนี้เธอหลับอยู่ เดี๋ยวพอเธอตื่นขึ้นมาก็ดีขึ้นเอง” ซูเถาปลอบแม่ของเด็ก

ลู่ชีเหมียวยืนขึ้นก่อนจะมุ่งไปยังซูเถาและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดูท่าทางมั่นใจจังนะ ! แผนก TCM ของนายสามารถถรักษาคนไข้ที่แม้แต่แผนกุมารเวชศาสตร์ยังรักษาไม่ได้ง่ายๆได้เหรอไง ?”

จางจ้าวรีบเข้ามาอธิบาย “หัวหน้าลู่เป็นเจ้าของไข้ของหนูน้อยเจียวเจียว เธอกำลังจะใช้สิทธิ์ยกเว้นค่ารักษาพยาบาลให้กับเด็กคนนี้”

ซูเถาขมวดคิ้ว เขารู้ในทันทีว่านี่มันเริ่มจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาซะแล้ว เขายิ้ม “ชั้นแค่ใช้การฝังเข็มเพื่อรักษาอาการของเธอเพียงชั่วคราวเท่านั้น เธอยังคงต้องใช้ยาในการรักษาโรคระบบประสาทอัตโนมัติเสียศูนย์ของเธอ”

ได้ยิงดังนั้น ลู่ชีเหมียวเดินเข้าไปในห้องและอุ้มเจียวเจียวออกมา

จางจ้าวถอนหายใจ “หัวหน้าซู , คนนั้นคือลูกสะใภ้ของเลขาเฉียว ขืนไปยุ่งกับเธอมากๆคุณจะเดือดร้อนเอาได้นะ”

พอเห็นรอยยิ้มของจางจ้าว ซูเถาถึงได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เขาเข้าใจผิด จางจ้าวอาจจะคิดว่าตัวเขานั้นเป็นคนสุภาพเรียบร้อยเพราะเขาไม่อยากให้เรื่องนี้มันปะทุออกมา

ที่จริง เขาได้รักษาเด็กคนนั้นด้วยหัตถ์สวรรค์ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้าหากเขาบอกไปว่าเขาได้รักษาเจียวเจียวไปแล้ว หากลู่ชีเหมียวได้ใช้สิทธิ์ละเว้นค่ารักษา แล้วใครจะเป็นคนจ่ายค่ารักษาครั้งก่อนล่ะ ?

เขาจึงไม่รับผู้ป่วยคนนี้ให้แอทมิท เขาคิดแค่เรื่องของครอบครัวของเด็กคนนั้นเท่านั้น

อีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง ลูชีเหมียวได้ตรวจเช็คอาการของเจี้ยวเจี้ยวอย่างละเอียด ความเจ็บปวดของเธอที่จุดไฮโปทลามัสในสมองของเธอได้หายไปแล้ว เธอหายดีและกลับมาแข็งแรงอย่างสมบูรณ์แล้ว...

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ?” สีหน้าเคร่งขรึมปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเธอ มันไม่น่าจะหายได้ในทันที คิดได้เพียงอย่างเดียวว่าซูเถานั้นได้รักษาเธอไปเรียบร้อยแล้ว

ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ โรคระบบประสาทอัตโนมัติเสียศูนย์เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในเด็กอายุระหว่าง 3-9 ปี ด้วยความก้าวหน้าของการแพทย์ตะวันตกนั้นทำได้แค่เพียงรักษาความผิดปกติตามที่พบเห็นเท่านั้น

ถึงแม้ว่าจะมีการรักษาได้สำเร็จในทางแพทย์แผนจีน แต่เกือบทั้งหมดนั้นต้องรักษาโดยแพทย์ผู้มากประสบการณ์เท่านั้น พวกเขาได้รักษาตามประสบกาณ์ที่พบเจอมาและใช้ยาเพื่อฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะภายในและการทำงานของหลอดเลือด

ดังนั้น เธอจึงสรุปได้ว่าทั้งยาแบบตะวันตกและยาจีนสามารถรักษาได้เพียงการควบคุมระบบประสาทเท่านั้น มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถรักษาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ตาม ซูเถากลับใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวในการรักษาเจียวเจียว มันทำให้เธอไม่อยากเชื่อและมันได้ล้มล้างแนวคิดเกี่ยวกับการแพทย์ของเธอไปจนหมดสิ้น

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเธอก็สั่นพร้อมกับมีข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จักเข้ามา “การโกหกสีขาวนี่มันแสดงให้เห็นถึงความใจดีของหมอจริงๆ” (โกหกสีขาว คือการโกหกที่ส่งผลดีให้กับอีกฝ่าย : ผู้แปล)

ข้อความนี้ต้องมาจากซูเถาแน่นอน เขาต้องการให้เธอช่วยเหลือครอบครัวของเจียวเจียว

ลู่ชีเหมียวมองไปยังเอกสารที่เธอได้เตรียมเอาไว้ โรงพยาบาลได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว แถมเธอยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยาที่ได้พัฒนาตัวยารักษาโรคประสาทนี่อีกด้วย ซึ่งพวกเขายินดีจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ซึ่งเจียวเจียวนั้นถูกพรากไปจากแม่ของเธอจึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

เมื่อเธอเดินออกมาสำนักงานของเธอ เธอได้เห็นผู้ชายซึ่งยืนอยู่ข้างๆแม่ของเจียวเจียว เขายืนขึ้นทันทีเมื่อเห็นลู่ชีเหมียว “คุณคือหัวหน้าแผนกลู่ใช่มั้ย ? ผมเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวฮั่นโจวซิตี้ ได้ยินมาว่าโรงพยาบาลนี้ได้ละเว้นค่ารักษาให้หนูน้อยเจียวเจียวนี่เรื่องจริงใช่มั้ย ?”

ลู่ชีเหมียวอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับ “อยู่แค่ช่วงการเตรียมการเท่านั้นเอง ยังไม่ได้รับการอนุมัติ”

นักข่าวถามต่อ “โรงพยาบาลนั้นมีความตั้งใจที่จะมองเห็นถึงผู้ป่วยจริงๆ ผมขอถามหน่อยว่าเจียวเจียวจะมีโอกาสได้รับการละเว้นค่ารักษาหรือเปล่า ?”

มันเป็นคำถามที่ค่อนข้างจะตอบยากสำหรับเธอ เนื่องจากเจียวเจียวนนั้นหายดีแล้ว “ไม่มีอาการป่วยไหนรักษาหายได้ 100% แต่ชั้นจะพยายามอย่างสุดความสามารถ”

นักข่าวยิ้ม “ช่างเป็นหมอที่ใจดีจริงๆ ผมจะใช้เส้นสายของนักข่าวในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของเจียวเจียว ถึงแม้ว่าเธอยังมีหวังในการได้รับการงดเว้นค่ารักษาพยาบาลก็ตาม แต่ครอบครัวของเธอยังคงติดหนี้ค่ารักษาพยาบาลครั้งก่อนอยู่ เราไม่สามารถปล่อยให้ครอบครัวของเจียวเจียวถูกทำลายลงเพราะอาการป่วยเด็ดขาด”

ลู่ชีเหมียวพนักหน้า “คุณนี่เป็นนักข่าวที่มีความรับผิดชอบจริงๆ”

“คุณก็เช่นกัน” นักข่าวยิ้มตอบ

ลู่ชีเหมียวไม่ได้คุยกับนักข่าวต่อ ยาที่สามารถรักษาอาการได้ชะงักด้วยที่ไม่มีผลข้างเคียงนั้นสามารถช่วยผู้ป่วยได้มาก ในประเทศนี้มียาที่ว่าเพียงแค่ 10 โควต้าเท่านั้น เธอได้ใช้เส้นสายของเธอในการรับมา 1 โควต้า

แม้ว่าเจียวจียวจะได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว และเธอไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอีกต่อไป แต่แต่่ลู่ชีเหมียวก็ยังคงตัดสินใจที่จะให้โควต้าของเธอ

มันอาจจะเป็นเพราะข้อความจากซูเถา มันอาจจะขัดต่อจรรยาบรรณของเธอ แต่มันก็เป็นการแสดงความเมตตาของคนเป็นแพทย์

ได้มีบทความตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์วันพุธของสำนักข่าวฮั่นโจวซิตี้ เป็นเรื่องราวของลู่ชีเหมียว หมอจากแผนกกุมารเวชศาสตร์ที่ช่วยเหลือคนไข้ นอกจากนี้ยังมีคอลัมน์เล็กๆที่เขียนถึงความไม่ลงรอยกันเล็กน้อยระหว่างเธอกับซูเถา

“อาจารย์ , คุณได้ลงหนังสือพิมพ์ด้วยล่ะ !” หวังเผิงตะโกนในขณะที่มือถือหนังสือพิมพ์อยู่

“ เหตุการณ์ 'การฉกฉวย' ได้เกิดขึ้นในขณะที่หัวหน้าลู่กำลังพยายามช่วยเหลือคนไข้ แต่มันได้กลายเป็นว่าหัวหน้าแผนก TCM ซูเถา ข้ามขั้นตอนการลงทะเบียนและได้แบกเด็กผู้หญิงไปที่แผนก TCM เพื่อทำการรักษาในทันที่เขาเห็นอาการของเด็กนั้นทรุดหนักลง การแย่งคนไข้ถือเป็นข้อห้ามระหว่างแผนก แต่ทั้งซูเถาและลู่ชีเหมียวได้แสดงถึงความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งสองคนได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะแพทย์ และด้วยความช่วยเหลือของหัวหน้าแผนกซู ทำให้อาการของเด็กหญิงเจียวเจียวนั้นดีขึ้นอย่างมาก...

หมอของโรงพยาบาลเจียงหัวได้เห็นถึงความโชคร้ายของผู้ป่วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ แต่โรงพยาบาลเจียงหัวก็ยังยื่นมือเข้าช่วยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหมอ ดังนั้นในฐานะนักข่าว ผมอยากจะขอร้องต่อสาธารณชนในการระดมทุนเพื่อเป็นการแสดงความรักของคุณต่อเด็กหญิงเจียวเจียว...”

เสี่ยวจิงจิงยิ้ม “ถ้านักข่าวคนนั้นพูดถังตำหนักก็ดีสิ มันคงเป็นการโฆษณาที่น่าจะเห็นผลชัดเจนเลยล่ะ”

จ้าวเจี้ยนตอบกลับ “ตัวเอกของเรื่องนี้คือหมอลู่ชีเหมียวนะ อาจารย์น่ะเป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้นเอง”

เมื่อมองดูที่รูปของลู่ชีเหมียวในหน้าหนังสือพิมพ์ จ้าวเจี้ยนกล่าวขึ้น “ช่างงามอะไรอย่างนี้ ทั้งใบหน้าและจิตใจ !”

พอเห็นเหล่าลูกศิษย์หยอกเล่นกัน ซูเถายิ้ม ลู่ชีเหมียวเป็นคนที่มีเหตุผลเนื่องจากเธอได้ใช้การโกหกขาวในการแก้ไขปัญหานี้ เขาจึงบอกได้เลยว่าเธอไม่ใช่คนที่เย็นชาเหมือนกับใบหน้าของเธอเองแน่นอน

ซูเถาได้ไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะส่งข้อความไป “ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะถ่ายรูปขึ้นขนาดนี้ รูปคนบนหนังสือพิมพ์ดูดีกว่าตัวคุณจริงๆซะอีก”

“ไปตายซะ !” ลูชีเหมียวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

ซูเถากล่าวขึ้น “เอาล่ะ , พวกเราจะเริ่มฝึกพิเศษกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะเตรียมเข้าแข่งทัวร์นาเม้นท์ของมหาลัยเจียงหนาน พวกเราต้องทำผลงานดีๆให้ได้ !”

พอได้ยินซูเถาดังนั้น หวังเผิงยิ้ม “อาจารย์ ผมเกรงว่าจะมีเพียงแค่ศิษย์พี่เท่านั้นที่มีโอกาสในเรื่องนี้”

ซูเถาโบกมือ “รู้ไว้ด้วยว่าหมอที่ยอดเยี่ยมนั้นจำเป็นต้องมีความกล้าหาญและความมั่นใจที่จะท้าทายในสิ่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่วันนี้ พวกนายทุกคนจะต้องยู่ที่นี่ พวกนายมีเวลาพักผ่อนคนละ 4 ชั่วโมง และพลังงานของพวกนายทั้งหมดจะต้องทุ่มเทให้กับการแข่งขันครั้งนี้”

ทั้งสามคนฟังอย่างเงียบๆเพราะพวกเขารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว

เมื่อจ้าวเจี้ยนได้ยินว่าเขาสามารถพักที่ตำหนักได้ เขาได้มองไปยังเสี่ยวจิงจิงด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดเขาก็ได้อยู่ชายคาเดียวกันกับเธอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของเธอนั้นมีเพียงแค่ซูเถา โดยที่ไม่แม้แต่จะหันมามองเขาเลย มันทำให้เขารู้สึกผิดหวัง

หวังเผิงยกมือ “อาจารย์ , ผมขออะไรหน่อยได้ไหม ?”

“อะไรล่ะ ?” ซูเถาถามกลับ

“ให้ผมได้ลองครีมเสริมความงามนั่นด้วยได้ไหม” หวังเผิงกล่าว

จ้าวเจี้ยนยิ้ม “หวังเผิง นี่นายรักสวยรักงามกับเขาด้วยเหรอ ?”

หวังเผิงหน้าแดง “ทุกคนต่างก็ปรารถนาความสวยความงามกันทั้งนั้นแหละ , ถ้าหน้าชั้นสิวน้อยลงเมื่อไหร่ หล่อกว่านายแน่นอน !”

สิ่งที่หวังเผิงพูดมานั้นเป็นช่องทางสำหรับธุรกิจได้เช่นกัน ถ้าจะทำให้ครีมบำรุงนี่สามารถรักษาสิวได้ด้วย สิ่งที่ซูเถาต้องทำคือการแก้ไขครีมนี่นิดหน่อยก่อนจะเปลี่ยนให้มันเป็นครีมเสริมความงามที่สามารถรักษาสิวได้

ซูเถาตอบกลับ “ชั้นไม่มีปัญหาหรอก แต่นายต้องสัญญากับชั้นก่อนว่านายจะตั้งใจขยันเรียนด้านสมุนไพร ในอนาคตนายอาจจะสร้างครีมของตัวเองขึ้นมาก็ได้”

เมื่อได้ยินซูเถาตกลง ดวงตาของหวังเผิงก็เป็นประกาย “มั่นใจได้เลยอาจารย์ !”

จบบทที่ บทที่ 39 เรื่องราวสั้นๆของการแย่งผู้ป่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว