- หน้าแรก
- ย้อนรอยอดีต จารึกตำนานเซียน
- บทที่ 22 - ตลาดเซียนเมฆาคราม
บทที่ 22 - ตลาดเซียนเมฆาคราม
บทที่ 22 - ตลาดเซียนเมฆาคราม
บทที่ 22 - ตลาดเซียนเมฆาคราม
★★★★★
ตลาดเซียนที่ตั้งอยู่หน้าประตูเขาของสำนักพบเซียน คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดในราชวงศ์ต้าเฉียน มีพ่อค้าแม่ขายที่เป็นผู้ฝึกตนอาศัยอยู่ประจำกว่าพันคน บรรยากาศในวันธรรมดายังคึกคักยิ่งกว่าตลาดซุยหยางตอนจัดงานใหญ่เสียอีก
ปกติแล้วตลาดเซียนมักจะตั้งชื่อตามสถานที่ตั้ง แต่ตลาดของสำนักพบเซียนนั้นพิเศษกว่าใคร มันมีชื่อเฉพาะตัวว่า... "ตลาดเซียนเมฆาคราม"
เล่าลือกันว่าชื่อนี้ ปรมาจารย์ชิงเสวียนจื่อ เจ้าสำนักรุ่นแรกเป็นคนตั้งให้ด้วยตัวเอง และใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้
สิ่งที่เฉินเฉียนลิวคิด ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ของตลาด แต่เป็นเรื่องที่ "จอมมาร" คนนั้นกำลังบุกถล่มสำนักพบเซียนอยู่
เฉินชิงจะไปที่นั่นตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ?
เขาทำหน้าตกใจ ถามว่า "ตอนนี้สำนักพบเซียนกำลังรบกับจอมมารอยู่นะครับ พี่สาวเฉินจะไปที่นั่นทำไม?"
เฉินชิงถอนหายใจ "ข้าคิดทบทวนดีแล้ว ตลาดซุยหยางไม่มีการป้องกันอะไรเลย ถ้าจอมมารย้อนกลับมา พวกเราคงตายกันหมด"
"แต่ตลาดเซียนเมฆาครามอยู่ใต้จมูกของสำนักพบเซียน มีค่ายกลป้องกันแน่นหนาถึงสามชั้น จอมมารไม่มีทางตีแตกแน่ๆ"
"ข้าจะไปหลบภัยที่นั่นสักพัก เจ้าจะไปกับข้าไหม?"
เฉินเฉียนลิวไม่รู้จริงๆ ว่าในชาติที่แล้วตลาดเซียนเมฆาครามโดนถล่มหรือเปล่า เพราะตอนนั้นเขาเป็นแค่ศิษย์รับใช้ต๊อกต๋อย ข่าววงในไม่ค่อยรู้ แต่เขารู้แน่ๆ ว่าตลาดซุยหยางจะไม่โดนโจมตีซ้ำสอง ที่นี่ปลอดภัยกว่าที่อื่น
เขาเกิดมาสามชาติ แต่งงานมาสองรอบ รู้ดีว่าผู้หญิงบทจะไป เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ แถมตัวเขาเองก็วางแผนจะกลับไปกบดานที่ถ้ำแสงอัคคีบนเขาซวงอวิ๋นอยู่แล้ว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบ "กวางขาวยันต์" ออกมายื่นให้เฉินชิง "ข้าได้ข่าวว่าจอมมารนั่นมีความแค้นส่วนตัวกับสำนักพบเซียน สมรภูมิหลักต้องอยู่ที่นั่นแน่ ตลาดเมฆาครามอาจจะไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด"
"ถ้าพี่สาวตัดสินใจจะไป ข้าก็ไม่ห้าม แต่เอากวางตัวนี้ติดตัวไปเถอะ จะได้เดินทางสะดวกขึ้น"
น้ำใจของเฉินเฉียนลิวทำให้เฉินชิงซึ้งใจไม่น้อย นางรู้ว่าของวิเศษชิ้นนี้จะช่วยให้นางรอดพ้นอันตรายได้ เลยรับไว้
นางอยากให้เฉินเฉียนลิวไปด้วยกัน แต่เขาปฏิเสธ นางก็จนปัญญา เลยคีบกับข้าวใส่ชามให้เขาเป็นการตอบแทน
พอกินข้าวเสร็จ เฉินชิงก็วางตะเกียบ กลับเข้าห้องไปเก็บของ
เฉินเฉียนลิวเองก็มีงานต้องเคลียร์
เขารับปากสองสาวว่าจะทำเก้าอี้และเบาะนุ่มๆ ให้ กะว่าจะทำให้เสร็จก่อน แล้วค่อยแอบหนีกลับถ้ำแสงอัคคี
ที่เขาให้ยืมกวางขาว ก็เพราะเห็นแก่ความผูกพันที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา หวังให้นางปลอดภัย
ไม่มีกวางขาว ก็ยังมีวิธีอื่น ในบรรดาของวิเศษสิบเอ็ดชิ้นที่ได้มา มีชิ้นหนึ่งชื่อว่า "ยันต์วายุหนุนเท้า" เป็นของวิเศษธาตุลมเกรดต่ำ พอใช้แล้วจะมีลมมาช่วยพยุงเท้า ทำให้วิ่งเร็วขึ้นมาก
การสร้างยันต์วายุหนุนเท้าต้องใช้วิชายันต์ธาตุลม ซึ่งไม่มีในตำรา "ยันต์สิบสองวิถีธรรม" เฉินเฉียนลิวสร้างเองไม่ได้ แต่ถ้าแค่เอาของที่มีอยู่แล้วมาใช้ แค่อัดพลังใส่ก็วิ่งฉิวแล้ว
คืนนั้น เฉินชิงก็เก็บของออกเดินทางทันที
ตลาดเซียนซุยหยางเงียบเหงาลงถนัดตา ผู้คนหายไปเยอะ ขนาดขาประจำยังย้ายหนีไปตั้งเจ็ดแปดราย
เฉินเฉียนลิวไม่สนโลก ตอนนี้เขามี "มีดสั้นวั่งฉาน" อยู่ในมือ ซึ่งคมกว่าขวานอันเก่าเป็นสิบเท่า เอามาใช้ตัดไม้ทำเก้าอี้ งานเดินเร็วขึ้นเยอะ
เขาตัดไม้มาพอทำเก้าอี้สิบสองตัว (แถมให้สองตัว) และทำเบาะนุ่มๆ เตรียมไว้เพียบ วัสดุพวกขนนกนุ่นฝ้ายหาซื้อได้ง่ายๆ ในเมืองมนุษย์
พอถึงวันนัดหมาย เขาก็ไปตั้งแผงรอ พร้อมกับเอายันต์ที่วาดเล่นๆ มาวางขายด้วย
ช่วงนี้เขาแทบไม่ได้ฝึกวาดยันต์สิบสองวิถีธรรมแล้ว แต่หันไปฝึกวาดยันต์สายมาร "สะกด-ลวง-ปั่นป่วน" แทน เสียดายที่ตลาดเงียบกริบ ไม่มีลูกค้าสักคน
เขานั่งหลับตาเดินลมปราณรอ พอวนรอบที่สิบสอง ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคย สองสาวพี่น้องเดินคุยกันกระหนุงกระหนิงมาแต่ไกล พอเห็นเก้าอี้และเบาะชุดใหญ่ที่เฉินเฉียนลิวเตรียมไว้ให้ ก็ดีใจยกใหญ่ ศิษย์ผู้พี่เอ่ยปาก "เจ้าอุตส่าห์ทำมาให้เยอะขนาดนี้ งั้นข้าเพิ่มให้เป็นสามสิบเหรียญยันต์เลยแล้วกัน"
เฉินเฉียนลิวแกล้งปฏิเสธพอเป็นพิธี สุดท้ายก็ยอมรับเงินมา พอส่งของเสร็จ เขาอดถามไม่ได้ "พี่สาวทั้งสองไม่กลัวจอมมารเหรอครับ?"
สองสาวยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย ตอบแค่ว่า "พวกเรามีเหตุผลที่ไม่ต้องกลัว"
พอลับหลังสองสาว เฉินเฉียนลิวก็รีบกลับบ้าน จัดฉากห้องพักให้ดูเหมือนคนกำลัง "เข้าฌานปิดด่านฝึกวิชา" แล้วแปลงโฉมเป็นผู้ใหญ่ ปิดบังใบหน้า ใส่กางเกงขายาว ต่อขาไม้สูง เพื่อเพิ่มความสูง แล้วใช้ยันต์วายุหนุนเท้า เตรียมชิ่งออกจากตลาด
ขาเพิ่งจะก้าวพ้นประตูบ้าน แสงเหาะเจ็ดแปดสายก็พุ่งลงมาจากฟ้า นำทีมโดยนักพรตหญิงหน้าตาสวยดุ คิ้วคมกริบ แววตาทรงอำนาจ ชุดขาวเปื้อนเลือด บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ นางคือกงเยี่ยหลาน!
แม้นางจะบาดเจ็บสาหัส แต่แววตายังดุดัน ตวาดสั่งการ "สายข่าวบอกว่าศิษย์หญิงของไอ้มารนั่นหนีมาที่นี่! พวกเจ้ากระจายกำลังค้นหา อย่าให้พวกนางรอดไปได้!"
ศิษย์เจ็ดแปดคนกางอาณาเขตปิดล้อมตลาด แล้วแยกย้ายกันค้นหาทุกซอกทุกมุม
เฉินเฉียนลิวซวยจัด โดนนักพรตชายคนหนึ่งขวางทางไว้ หมอนี่พลังลึกล้ำดั่งมหาสมุทร สะบัดมือวูบเดียว ชุดปลอมตัวของเฉินเฉียนลิวก็ขาดกระจุย เผยให้เห็นร่างเด็กน้อย "เจ้าทำตัวลับๆ ล่อๆ เป็นใครมาจากไหน?"
"แล้วคิดจะทำอะไร?"
เฉินเฉียนลิวเงยหน้ามอง แล้วก็ต้องตะลึง... เขาจำคนคนนี้ได้! ไม่ใช่จำได้จากชาตินี้ แต่จำได้จากชาติที่แล้ว
คนคนนี้คือ "โอวหยางทัว" ยอดฝีมือระดับแก่นทองคำของสำนักพบเซียน ผู้มีนิสัยเย็นชาและเข้าถึงยากที่สุด
โอวหยางทัวไม่รู้จักเด็กน้อยตรงหน้าหรอก ต่อให้เป็นในชาติที่แล้วที่เฉินเฉียนลิวไปเป็นศิษย์รับใช้ อีกฝ่ายก็คงไม่ปรายตามองมดปลวกอย่างเขา
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเฉียนลิวพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และลมปราณในตัวบริสุทธิ์สดใส ไม่ใช่สายมาร โอวหยางทัวคงฆ่าทิ้งไปนานแล้ว
ช่วงนี้ศิษย์สำนักพบเซียนตายไปเยอะ ทุกคนกำลังเดือดดาล อยากฆ่าล้างแค้น
ผู้อาวุโสกำลังรุมกินโต๊ะจอมมาร ส่วนพวกเขาที่เป็นศิษย์เอกระดับแก่นทองคำ ก็ออกมาไล่ล่าลูกศิษย์ของมารเพื่อระบายแค้น
เฉินเฉียนลิวทำหน้าใสซื่อ "ตอนกลางวันข้าได้ยินเขาว่ามีมารอาละวาด ข้ากลัวเลยเก็บของจะหนีไปซ่อนตัวขอรับ"
โอวหยางทัวเห็นเด็กน้อยไม่มีพิษมีภัย หน้าตาก็ไม่เหมือนศิษย์สาวของจอมมาร พลังก็น้อยนิด กำลังจะโบกมือไล่ไป
ทันใดนั้น ก็มีคนตะโกนชี้หน้าเฉินเฉียนลิว "นั่นไง! ไอ้เด็กนั่นแหละที่ค้าขายกับนางมารสองคนนั้น!"
[จบแล้ว]