- หน้าแรก
- เอาเลยบุตรข้า! เจ้าต้องทะลวงขอบเขต!
- บทที่ 339 สะสมไว้มากเพื่อระเบิดพลัง (1)
บทที่ 339 สะสมไว้มากเพื่อระเบิดพลัง (1)
บทที่ 339 สะสมไว้มากเพื่อระเบิดพลัง (1)
บทที่ 339 สะสมไว้มากเพื่อระเบิดพลัง (1)
ผู้แปล:ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนค่ะ♥
-----
“คารวะไท่ซ่างหวง!”
ภายใน เมืองนักบุญปราบปีศาจ เจียงหนานเฟิงเปลี่ยนชุดเกราะ สวม เสื้อคลุมสีน้ำเงิน ทำให้ดูมีความเป็นบัณฑิตอยู่บ้าง
แต่ พลังที่เย็นชาและ เด็ดขาดบนร่างของเขายังมิได้จางหายไปอย่างแท้จริง ไอสังหารวนเวียนอยู่รอบกาย นี่คือพลังที่รวมตัวจากการสังหารปีศาจนับไม่ถ้วน
หากเป็นนักยุทธ์ทั่วไป ไอสังหารสีโลหิตเช่นนี้เข้าสู่ร่างกาย ก็จะถูกกัดกร่อนได้ง่าย ทำให้ตนเอง ตกอยู่ในภาวะคลุ้มคลั่ง กลายเป็นคนโหดเหี้ยมและ กระหายการฆ่า
แต่เห็นได้ชัดว่า
เจียงหนานเฟิง มิได้เป็นเช่นนั้น
ในฐานะ ผู้บัญชาการของสำนักปราบปีศาจ เจียงหนานเฟิงมีจิตใจที่แน่วแน่ ย่อม ไม่กลัวผลกระทบจาก ไอสังหารของฟ้าดินเล็กน้อย
“ผู้บัญชาการเจียง แสดงผลงานได้ยอดเยี่ยมในศึกนี้ สังหารปีศาจมากมาย นับเป็น ความชอบอันใหญ่หลวง”
กู้ชิงเฟิงมองไปยังเจียงหนานเฟิง และ กล่าวชมเชยอย่าง ไม่หวงแหน
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
ผลงานของเจียงหนานเฟิง กู้ชิงเฟิงก็ได้เห็นอยู่ในสายตา
ตั้งแต่ด้าน การบัญชาการไปจนถึงด้าน พลังต่อสู้ เจียงหนานเฟิงล้วนเป็น หนึ่งในใต้หล้า
บุคคลที่มีความสามารถเช่นนี้
กู้ชิงเฟิงย่อม พอใจอย่างยิ่ง
“การต่อต้านปีศาจเป็น หน้าที่ของสำนักปราบปีศาจอยู่แล้ว ข้ามิกล้า รับความดีความชอบนี้!”
“พูดเช่นนั้นก็ถูกแต่ เราย่อม ให้รางวัลเมื่อมีความชอบ…” กู้ชิงเฟิงกล่าวถึงตรงนี้ ก็ยกแก่นแท้ปีศาจด้วยพลังโลหิตไปเบื้องหน้าเจียงหนานเฟิงโดยตรง
“นี่คือ แก่นแท้ปีศาจขั้นนักบุญสิ่งนี้ขอ มอบให้เจ้าเป็นรางวัล”
“ด้วยระดับบ่มเพาะของเจ้า หากสามารถ หลอมแก่นแท้ปีศาจนี้ได้การ ก้าวเข้าสู่ขั้นพระราชวังเต๋า ระดับเจ็ดขึ้นไป เชื่อว่า มิใช่ปัญหา บัดนี้ผู้แข็งแกร่งของราชวงศ์เสินอู่ มีน้อยเกินไป หากไม่มีรากฐานที่เพียงพอ การจะต่อต้านการรุกรานของมารก็เป็นเพียง ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แม้ว่า เราจะรักษาการณ์อยู่ในเมืองนักบุญปราบปีศาจ แต่หากมีผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิปีศาจปรากฏตัวขึ้นอีก เราก็ยากที่จะปลีกตัวไปได้ ดังนั้น การจะต่อต้านมารได้อย่างแท้จริง ก็ยังต้อง ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพวกเจ้า”
คำพูดของกู้ชิงเฟิง ทำให้เจียงหนานเฟิงที่เดิมทีต้องการปฏิเสธและ สงวนท่าทีเล็กน้อย มิได้ลังเลอีกต่อไป คว้าแก่นแท้ปีศาจขั้นนักบุญนั้นไว้ทันที
จากนั้น
เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้ากู้ชิงเฟิง สีหน้าเคร่งขรึมและ แน่วแน่
“ไท่ซ่างหวงโปรดวางพระทัย สำนักปราบปีศาจจะทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อปราบปรามปีศาจ ต่อให้ตายหมื่นครั้ง ก็จะมิถอยแม้แต่ครึ่งก้าว!”
“ข้าคาดหวังผลงานของเจ้าต่อไป”
กู้ชิงเฟิง พยักหน้า จากนั้นก็โบกมือให้เจียงหนานเฟิงถอยออกไป
ต่อมา
เขาก็เปิดแผงข้อมูลขึ้นมาดูเล็กน้อย
ด้าน บุตรหลานตระกูลกู้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใด ๆ
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด
อยู่ที่กู้ซิว
นับตั้งแต่ปีศาจ รุกราน ความถี่ที่อีกฝ่ายถูกปีศาจ โจมตีก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก และหลายครั้งก็บาดเจ็บหนักเกือบ เอาชีวิตไม่รอด
นี่ก็เป็นเรื่องที่ปกติอย่างยิ่ง
บัดนี้ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากของเผ่าปีศาจ ฟื้นคืน ยังมีตัวตนระดับ สุดยอดเช่น จักรพรรดิปีศาจฮั่นไห่
ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ เศษเสี้ยววิญญาณของขั้นมหานักบุญบนร่างของกู้ซิวก็มิอาจต้านทานได้เลย
อย่าว่าแต่ เศษเสี้ยววิญญาณของขั้นมหานักบุญเลย
แม้กระทั่ง มหานักบุญฮวงจี๋ยังมีชีวิตอยู่ ในช่วง สูงสุดของเขาก็ยังมิอาจเทียบได้กับ จักรพรรดิปีศาจฮั่นไห่
จักรพรรดิปีศาจเทียบได้กับ ขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ เมื่อเทียบกับตัวตนระดับนี้ ช่องว่างกับที่เรียกว่า ขั้นมหานักบุญก็คาดเดาได้
อย่างไรก็ตาม
กู้ชิงเฟิงก็มิอาจติดต่อกู้ซิวได้ในตอนนี้
และเมื่อดูจากเนื้อหาในแผงข้อมูล
แม้ว่ากู้ซิวจะถูกมารโจมตีบ่อยขึ้น และหลายครั้งต้องเผชิญกับอันตราย แต่ก็ยังคง เหลือกำลังสำรองอยู่บ้าง
เห็นได้ชัดว่า
การใช้ชีวิตในโลกปีศาจมาหลายปี
กู้ซิวก็มิได้เป็นเหมือนวันวานอีกต่อไป
เมื่อดูแผงข้อมูลของ หน่วยลับ
เนื้อหาก็มีมากขึ้น
ปีศาจ รุกรานอย่างใหญ่หลวง
หน่วยลับจำนวนมากต่างก็ต่อสู้กับปีศาจ ในขณะเดียวกัน ปีศาจที่ถูกผนึกไว้จำนวนมากก็ฟื้นคืนขึ้นมา ต่อเนื่องในเวลานี้ ทำให้ผลกระทบจาก ภัยพิบัติปีศาจรุนแรงขึ้น
ด้านหน้ามีการรุกรานของปีศาจ
ด้านหลังมีการก่อความวุ่นวายของปีศาจชั่วร้าย
สถานการณ์ของโลกอสูรบรรพกาลจะวุ่นวายเพียงใด เพียงแค่ดูแผงข้อมูลก็ทราบได้ชัดเจน
ต่อมา
กู้ชิงเฟิง หลับตาลงทำความเข้าใจเต๋าแห่งฟ้าดินอย่างเงียบ ๆ
ในขณะที่ปีศาจ รุกราน กู้ชิงเฟิงก็สังเกตได้ว่าฟ้าดินก็ดูเหมือนจะเกิด การเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนบางอย่าง
การกดขี่ของเต๋าแห่งฟ้าดินที่เด็ดขาดเช่นเดิม ดูเหมือนจะคลายลงบ้างเล็กน้อย
สำหรับเรื่องนี้
กู้ชิงเฟิงก็คาดเดาอยู่ในใจ
ยุคสิ้นสุดธรรม
อาจจะสิ้นสุดลง ก่อนกำหนดหรือไม่
เนื่องจากเหตุผลที่ยุคสิ้นสุดธรรมถูกเรียกว่ายุคสิ้นสุดธรรม ก็เพราะยุคนี้มีการ กดขี่ของเต๋าแห่งฟ้าดิน ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งปวง หยุดชะงักอยู่ที่ขั้นพระราชวังเต๋า มิอาจก้าวหน้าได้แม้แต่คืบเดียว
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่น่าตกตะลึงเพียงใด หรือมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์ ก็ยังคง ยากที่จะสั่นคลอนเต๋าแห่งฟ้าดินได้แม้แต่น้อย
ดังนั้น
ในยุคที่เส้นทางข้างหน้าถูกตัดขาดนี้ จึงถูกเรียกว่า ยุคสิ้นสุดธรรม
อย่างไรก็ตาม
ระดับบ่มเพาะของกู้ชิงเฟิง ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็มีความเห็นของตนเองเกี่ยวกับ ยุคสิ้นสุดธรรมของฟ้าดิน
ในสายตาของเขา
สิ่งที่เรียกว่า ยุคสิ้นสุดธรรม คือกระบวนการที่ฟ้าดิน สะสมตนเอง
การ สะสมเป็นเวลาหมื่นปี
การ ระเบิดพลังเป็นเวลาสามพันปี
นี่คือ สะสมไว้มากเพื่อระเบิดพลัง
ยุคสิ้นสุดธรรมหนึ่งหมื่นปี คือการที่ฟ้าดิน เตรียมพร้อมสำหรับ ยุครุ่งเรืองสามพันปีสุดท้าย
เป็นเช่นนี้ วนเวียนไป
ราวกับ วัฏจักร
แต่บัดนี้การรุกรานของเผ่าปีศาจ อาจจะกำลัง เร่งการ สะสมของเต๋าแห่งฟ้าดิน ดังนั้นยุคสิ้นสุดธรรมจึง ค่อย ๆ ถอยไป ทำให้ยุครุ่งเรืองกลับมาอีกครั้ง
“การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่การรุกรานของเผ่าปีศาจนำมา คือ การสังหาร!”
“หากยุคสิ้นสุดธรรมคือกระบวนการ สะสมตนเองของฟ้าดิน รากฐานที่ฟ้าดินสะสมอย่างแท้จริง คือ สิ่งมีชีวิตทั้งปวงที่ดำรงอยู่ในฟ้าดิน!”
“สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ก้าวเข้าสู่เส้นทางบ่มเพาะ พลังอันยิ่งใหญ่ก็รวมอยู่ที่ตนเอง แต่พลังอันยิ่งใหญ่นี้แท้จริงแล้ว มาจากฟ้าดิน”
“กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตทั้งปวงคือ ผู้ปล้นชิงสำหรับฟ้าดิน และเมื่อสิ่งมีชีวิต สิ้นชีพ พลังอันยิ่งใหญ่ก็สลายไป และ กลับคืนสู่ฟ้าดินอีกครั้ง”
“การสะสมเป็นเวลาหมื่นปี แท้จริงแล้วคือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงที่สิ้นชีพภายในหมื่นปี ทำให้ฟ้าดินมีรากฐานที่จะก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง”
“และการรุกรานของเผ่าปีศาจ ทำให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์เกิดสงครามอันโหดร้าย ทำให้นักยุทธ์นับล้าน หลั่งโลหิต ย่อม เร่งให้ฟ้าดิน บรรลุการสะสมได้เร็วขึ้น—”
กู้ชิงเฟิงมีสีหน้า เคร่งเครียด สำหรับการคาดเดาของเขา ในความคิดของเขาคือ ค่อนข้างใกล้เคียงความจริง
มิเช่นนั้นจะยากที่จะอธิบายได้ว่า เหตุใดเมื่อเผ่าปีศาจรุกราน การกดขี่ของเต๋าแห่งฟ้าดินจึง ค่อย ๆ คลายลง
“หาก ยุครุ่งเรืองแห่งการแข่งขันมาถึง ก่อนกำหนด ย่อมจะเกิด ความผันผวนมากมาย—”
สีหน้าของกู้ชิงเฟิง แน่วแน่
เดิมทีเขาคิดว่า การมาถึงของยุครุ่งเรืองแห่งการแข่งขัน จะต้อง รออีกอย่างน้อย หนึ่งพันกว่าปี
มีเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ เพียงพอที่จะทำให้ระดับบ่มเพาะของตนเอง เพิ่มขึ้นถึงระดับที่คนทั่วไป มิอาจเอื้อมถึงได้
ในเวลานั้น
แม้แต่การ เผชิญหน้ากับ ขั้นมหาจักรพรรดิ กู้ชิงเฟิงก็มีความมั่นใจที่จะต่อสู้
แต่ตอนนี้
ทุกสิ่งกำลัง เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้กู้ชิงเฟิง ตั้งตัวไม่ติดเล็กน้อย
สิ่งเดียวที่น่ายินดีคือ
บัดนี้ การกดขี่ของเต๋าแห่งฟ้าดินเพียงแค่ คลายลงบ้างเท่านั้น ยังมิได้ถึงขั้นที่ทำลายการกดขี่อย่างแท้จริง และ ประกาศให้ยุคสิ้นสุดธรรมสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์
“แต่ด้วยความเร็วนี้ หาก ยาวนานก็สามถึงห้าร้อยปี หาก สั้นก็หนึ่งร้อยปี ยุครุ่งเรืองที่ว่าย่อม มาถึงอย่างแน่นอน
ในเวลานั้น มิเพียงแต่เผ่าปีศาจจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ตัวตนโบราณที่หลับใหลอยู่มากมาย เช่นในดินแดนโบราณไท่ซู ก็เกรงว่าจะเกิด การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง”