- หน้าแรก
- จากการขับหุ่นยนต์ไปจนถึงกองยานอวกาศ ฉันปกครองดวงดาว
- บทที่ 250 ขยายกำลัง
บทที่ 250 ขยายกำลัง
บทที่ 250 ขยายกำลัง
เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น หลี่ซิ่นก็รู้สึกว่านั่นเป็นปัญหาเหมือนกัน
การก่อสร้างอะไรพวกนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดสินใจชั่ววูบ
แค่จะสร้างถนนหนึ่งกิโลเมตรก็ใช้เงินไม่น้อยแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นค่าวัสดุ ค่าแรง หรือค่าเครื่องจักรก่อสร้าง ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น
แค่ถนนยังขนาดนี้ แล้วอย่างอื่นจะขนาดไหน?
การสร้างโรงงาน ต้องซื้อเครื่องจักรเฉพาะทาง จะสร้างแล้วปล่อยไว้เฉย ๆ คงไม่ได้
ทุกสิ่งทุกอย่างรวมกัน มีแค่คำเดียว
เงิน!
ถ้ามีเงิน ทุกอย่างก็แก้ไขได้
แต่ถ้าไม่มี ต่อให้ปัญหาเล็กแค่ไหนก็แก้ไม่ได้
พื้นที่อาร์ดุนเอง ผู้คนมากมายเข้าร่วมกลุ่มกบฏ
ก็เพราะไม่มีเงินนั่นแหละ
ถ้าใช้ชีวิตปกติแล้วมีกินมีใช้ ใครจะอยากเข้าป่าจับปืนไปเสี่ยงตายกับกลุ่มกบฏล่ะ?
หลี่ซิ่นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า
“ถ้างั้น...กู้เงินไหม?”
ต้วนชิงเหยียนชะงักไป
“กู้เงิน?”
หลี่ซิ่นพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ใช่ กู้เงิน”
“เอางบประมาณในช่วงไม่กี่ปีของคุณ ที่จะดูแลพื้นที่อาร์ดุนมาเป็นหลักประกัน
ไปกู้เงินก้อนหนึ่งมาเพื่อการลงทุนในพื้นที่นี้”
ต้วนชิงเหยียนยื่นมือออกมาท่าจะจับหน้าผากเขาว่าไข้ขึ้นหรือเปล่า
“กู้เงินมันง่ายนะ แต่พื้นที่อาร์ดุนก็มีหนี้อยู่พอสมควรแล้วนะ ยังไม่ได้จ่ายคืนเลย”
“ถ้ากู้เพิ่มแล้วพลาดขึ้นมา ฉันจะไม่มีเงินเลี้ยงทหารของคุณด้วยซ้ำ”
ได้ยินแบบนั้น หลี่ซิ่นก็หัวเราะออกมา
“ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้ไม่มีทางพลาดแน่นอน!”
“ต่อให้พลาดขึ้นมาจริง ๆ ยังไงก็ต้องพลาดที่กองทัพก่อน ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องใช้เงินคุณเลี้ยงอยู่ดี!”
ต้วนชิงเหยียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“งั้นฉันอาจจะกู้มาได้สักก้อน แต่ปัญหาคือ...ฉันจะให้พวกเขาไปสร้างอะไรล่ะ?”
หลี่ซิ่นว่า
“ง่ายมาก! ก็เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานก่อนสิ”
“ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดของอาร์ดุนคืออะไร คุณรู้ไหม?”
ต้วนชิงเหยียนทำหน้านิ่ง
“ไม่รู้สิ ลองพูดมาดูซิ”
หลี่ซิ่นเริ่มวิเคราะห์
“ตอนนี้เราต้องสร้างโรงงานอุตสาหกรรมพื้นฐานก่อน อย่างโรงงานปูนซีเมนต์ โรงถลุงเหล็ก โรงงานพลังงานอัดเม็ด แล้วก็โรงถลุงแร่”
“โรงปูนกับโรงถลุงเหล็ก จำเป็นมากในโครงการก่อสร้างของอาร์ดุนในอนาคต ตอนนี้พวกวัสดุก่อสร้างเราต้องขนจากพื้นที่อื่นมา นั่นแหละช่องทางให้กลุ่มกบฏจู่โจม”
“ถ้าเราผลิตได้ในท้องถิ่นเอง ไม่เพียงแต่ลดต้นทุน ยังลดความเสี่ยงของการขนส่งด้วย”
เขาวิเคราะห์ต่อ
“ส่วนโรงงานพลังงานอัดเม็ด กับโรงถลุงแร่ ก็เป็นการเปิดรายได้ใหม่และลดต้นทุน”
“การถลุงแร่หายากในพื้นที่ ถ้าทำสำเร็จ เราก็ส่งออกเป็นโลหะสำเร็จรูปแทนก้อนแร่ ลดต้นทุนการขนส่งได้มาก”
“โรงงานพลังงานอัดเม็ดก็ช่วยลดภาระด้านสาธารณูปโภค ทั้งยังประหยัดในระยะยาว ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า”
ต้วนชิงเหยียนฟังจบ ก็ค้ำคางมองเขาแล้วกระพริบตา
“ไม่คิดเลยนะว่านายจะพูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้”
“ถ้าวันหนึ่งคุณเปลี่ยนสายมาอยู่ฝ่ายบริหาร จะให้ไปขายฝันก็ไม่เลวนะ”
หลี่ซิ่นตอบ
“แล้วที่ผมพูดมันไม่เป็นเรื่องหรือไง?”
ต้วนชิงเหยียนตอบ
“ที่พูดมาก็มีเหตุผลอยู่หรอก แต่ยกเว้นโรงปูนซีเมนต์นะ ที่เหลือมีแต่เรื่องยุ่งยากทั้งนั้น”
“โรงถลุงเหล็ก ถ้าทำเล็ก ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ ทำใหญ่ก็ต้องขนแร่เหล็กมาอีก ตอนนี้ตั้งโรงงานขึ้นมาก็เปลืองเงินเปล่า”
“โรงงานพลังงานอัดเม็ด ทำได้นะ แต่ลงทุนสูงมาก ปัญหาไม่ใช่เรื่องสถานที่ แต่เป็นเครื่องจักร...แต่ละเครื่องราคาแพง เราไม่มีเงินซื้อ”
“ส่วนโรงถลุงแร่ ฟังดูดี แต่ปัญหาคือ ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี เราจ้างก็ไม่มีใครอยากมา ถึงสร้างโรงงานเสร็จ ก็ไม่มีคนใช้งาน”
พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็เชิดคางอย่างภูมิใจ
“เข้าใจงานฝ่ายบริหารของฉันแล้วใช่ไหม มันไม่ใช่แค่พูดแล้วจะเป็นจริงได้”
“พูดบนกระดาษน่ะ ใครก็พูดได้!”
เห็นหลี่ซิ่นนิ่งอึ้งแบบรู้สึกผิด เธอยิ่งแหงนคางสูงขึ้น ต้วนชิงเหยียนผู้ยิ่งใหญ่ ชนะหลี่ซิ่นผู้ตัวเล็กเรียบร้อยแล้ว
แต่ความจริงคือ...หลี่ซิ่นแค่นั่งเอนหลังเฉย ๆ
จากนั้นต้วนชิงเหยียนก็เปลี่ยนท่าที
“แต่สิ่งที่คุณพูดก็พอมีประโยชน์อยู่บ้าง ฉันจะเอาบางส่วนไปใช้”
“คนพวกนั้น คุณก็รับมาจัดการแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะจัดโครงการให้พวกเขาทำ!”
หลี่ซิ่นพยักหน้า แล้วทั้งสองก็คุยเล่นกันอีกพัก ก่อนจะวางสาย
ไม่ว่าจะยังไง อย่างน้อยเรื่องของคนพวกนั้นก็คลี่คลายไปชั่วคราว
คนว่างงานสองหมื่นคนที่เคยมีความคิดจะสมัครเป็นทหาร ถ้าปล่อยออกไปโดยไม่มีงานให้ทำ มันจะอันตรายแค่ไหน
บางคนอาจไม่เคยคิดจะเข้าร่วมกลุ่มกบฏ แต่พอกลับบ้านไปแล้วไม่มีทางออก ก็อาจจะเปลี่ยนใจได้
แต่ตอนนี้...ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ปัญหานี้ไม่ต้องให้หลี่ซิ่นกังวลอีกต่อไป
...
งานคัดเลือกทหารใหม่ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ผ่านไปหลายรอบ คัดเลือกจนเหลือเฉพาะคนหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง แม้รูปร่างจะดูผอมแห้ง เตี้ยเล็ก แต่สภาพร่างกายกลับแกร่งเกินคาด
ที่พวกเขาผอมแห้งก็เพราะขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะโตมาในที่สูงแห้งแล้งแบบนี้ เลยกลายเป็นทหารยอดเยี่ยมด้านการรบในภูเขาโดยธรรมชาติ
แค่ได้รับการฝึกในกองทัพ และมีการบำรุงร่างกาย ความสามารถของพวกเขาก็ยังพัฒนาได้อีกมาก
แต่เมื่อเทียบกับรอบคัดเลือกก่อน ๆ แล้ว
รอบสุดท้ายที่ต้องตรวจสอบประวัติครอบครัว กลับเป็นรอบที่หนักหนาที่สุด
จากการตรวจสอบ
อย่างน้อย “ครึ่งหนึ่ง” ของผู้สมัครมีญาติในสามชั่วอายุคนที่เคยร่วมกับกลุ่มกบฏ
หรือมีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนั้น
ความยุ่งยากและความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที
เมื่อข้อมูลถูกรวบรวมส่งมาถึง
หลี่ซิ่นถึงกับหน้ามืดตามัวเมื่อเห็นตัวเลข
อย่างน้อย 80% มีญาติในสามรุ่นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏ
30% มีญาติในรุ่นพ่อแม่หรือปู่ย่าที่เคยเข้าร่วมกลุ่มกบฏ
และยังมีอีก 10% ที่มีญาติร่วมอยู่ในกลุ่มกบฏอยู่ในปัจจุบัน
แน่นอนว่าคำว่า “กลุ่มกบฏ” ไม่ได้หมายถึงกลุ่มเดียว ยังรวมถึง นักรบภูผา อินทรีอาร์โุน แนวรบปลดปล่อยอาร์ดุน และกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยอีกกว่า 20 กลุ่ม
ตัวเลขนี้ทำเอาหลี่ซิ่นปวดหัวสุด ๆ
คนที่ยืนรายงานข้อมูลอย่างอู๋ฮว่า ก็ได้แต่มองเขาตาปริบ ๆ
หลี่ซิ่นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า
“การเกณฑ์ทหารน่ะ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นเสมอ”
“บลูพริ้นท์กรุ๊ปเรา เลิกใช้แนวคิดประหารทั้งโคตรไปนานแล้ว!”
“เอาเถอะ จากพวกนี้...คัดออกมาให้ได้ 6,000 คนก็พอ!”