- หน้าแรก
- จากการขับหุ่นยนต์ไปจนถึงกองยานอวกาศ ฉันปกครองดวงดาว
- บทที่ 31 การต่อสู้ที่ดุเดือด
บทที่ 31 การต่อสู้ที่ดุเดือด
บทที่ 31 การต่อสู้ที่ดุเดือด
เจียงโหลวทางนั้นยังตะโกนคำรามไม่หยุด
“นายเอาพาวเวอร์ฮาวเบิร์นมาประดับร่างรึไง?”
“พุ่งเข้าไป! ชักพาวเวอร์ฮาวเบิร์นของนายออกมาให้ไว แล้วจัดการกับรถถังพวกมันให้ดูหน่อย!”
“รับทราบ 01!”
หลี่ซิ่นตอบกลับเสียงดัง ก่อนจะเหลือบมองวอยด์ชีลด์ที่ใกล้จะฟื้นเต็มกำลัง
ทางฝั่งศัตรู ผู้บังคับการรถถังใบหน้าแดงก่ำ เขามองดูรถหุ้มเกราะสองคันข้างๆ ที่เพิ่งถูกระเบิดพังยับเยิน
พวกเขาไม่เหมือนพวกทหารราบ ถ้าทหารราบต้องถอย หุ่นยนต์ไล่ตามยากจริงๆ แถมยังอาจจะหลบลงหลุมหลบภัยหรือหนีลงใต้ดินไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่รถถังกับรถหุ้มเกราะ ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหน การจะถอยกลับออกไปก็ลำบาก พวกเขาเพิ่งจะค่อยๆ ขับเข้ามาพร้อมเปิดระบบพรางเรดาร์ กว่าจะถึงที่นี่ได้
ตอนนี้ถ้าจะหนี ก็โดนหุ่นตามทันแน่ และนั่นจะกลายเป็นหายนะ
“ทุกหน่วยฟัง!”
“หุ่นของบริษัทฝั่งโน้นมันมือใหม่ชัดๆ ดันใช้หุ่นเป็นป้อมปืนยิงไกล”
“เดี๋ยวมันโผล่มาอีกที ให้ระดมยิงมันพร้อมกันเลย มีของบ้าบออะไรก็ยิงใส่มันให้หมด!”
“ไม่มีปัญหา!”
“รับทราบ!”
...
เสียงตอบรับดังจากหลายคัน ไม่ใช่แค่จากกลุ่มยานเกราะ ถ้าเทียบกันจริงๆ แล้ว อานุภาพการยิงของทหารราบ ไม่ได้น้อยหน้าพวกยานเกราะเลย
จากจุดซุ่มโจมตีแต่ละแห่ง ทหารราบล้วงเอาอาวุธต่อต้านเกราะออกมา บ้างก็เป็นปืนต่อต้านรถถังแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างเป็นปืนเลเซอร์หนัก และจรวดต่อต้านรถถังสารพัดชนิด
ในขณะที่ศัตรูกำลังติดต่อกันอย่างคึกคัก หลี่ซิ่นก็เตรียมพร้อมสำหรับการโต้กลับอีกครั้งแล้ว
เรดาร์ในหุ่นของเขาแสดงให้เห็นว่า เจียงโหลวกับเฟิงไต้ยังคงอยู่ห่างออกไป ไม่ได้มีท่าทีว่าจะมาช่วยเหลือ
ซึ่งก็คงไม่แปลก เพราะศัตรูชุดนี้ยังไม่มีหุ่นยนต์ นับเป็นโอกาสดีให้หลี่ซิ่นได้ฝึกประสบการณ์ในสนามรบ
ในห้องนักบินของหุ่น หลี่ซิ่นเร่งพลังจิตขึ้นถึงขีดสุด ควบคุมหุ่นทั้งตัวแน่นหนา ดึงเอาทุกบทฝึกฝนกลับมาในหัว
“ปัง!”
หุ่นยนต์สูงกว่าเจ็ดเมตรพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างการพุ่งจู่โจม เรดาร์ของหุ่นก็สแกนหาจุดยิงของศัตรูไปด้วย
“ล็อกเป้าหมาย!”
ในวินาทีนั้น แท่นจรวดสิบสองลำกล้องแบบมดฟันเลื่อยขนาด 105 มม. ที่ติดอยู่บนบ่าขวาของหุ่นก็เปิดออก
“ปัง! ปัง! ปัง!”
เสียงยิงดังต่อเนื่อง บนเส้นทางการพุ่งจู่โจมของหุ่น จรวดทั้งหมดสิบสองลูกพุ่งออกจากแนวป้องกันของวอยด์ชีลด์พร้อมควันสีขาว
แม้จรวดเหล่านี้จะไม่ใช่จรวดนำวิถีความแม่นยำสูง แต่ด้วยระยะห่างระดับนี้ ผนวกกับชิปสมองอัจฉริยะทางทหาร ก็เพียงพอให้มันยิงเป้าได้อย่างแม่นยำแล้ว
ฝั่งศัตรู ผู้บังคับการรถถังคนหนึ่งตะโกนใส่วิทยุเสียงลั่น
“ยิงมัน! ยิงแม่งเลย!!”
“ระดมยิง!”
“ยิงหุ่นตัวนั้นพร้อมกันให้หมด!”
“ตูม!” ปืนใหญ่หลักของรถถังยิงออก
“ปังๆๆ!” ปืนกลแม่เหล็กไฟฟ้าอัตรายิงสูงของรถหุ้มเกราะ และปืนกลสองลำกล้องของทหารราบยิงตาม
“ปัง!” จรวดต่อต้านรถถังถูกปล่อย
“ซ่า!” ปืนเลเซอร์หนักยิงออก
“ปัดๆๆ!” ปืนกลและปืนไรเฟิลของทหารราบเปิดฉากยิงเต็มที่
แต่เป้าหมายของพวกเขาในตอนนี้กลับคลาดไปหมด เพราะหุ่นของหลี่ซิ่นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
หุ่นพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะห่างสั้นขนาดนี้ ใช้เวลาเพียงพริบตาก็ถึง
ปืนกลแม่เหล็กไฟฟ้าหกลำกล้องบนแขนซ้ายเริ่มหมุนกระบอกทันที แสงจากปลายปืนสว่างวาบ เสียงหวีดแหลมราวกับเครื่องฉีกผ้าดังสะท้อน
กระสุนฝนเหล็กแน่นหนาราวกับแส้เพลิงพุ่งเข้าถล่มรถหุ้มเกราะ ขณะที่จรวดมดฟันเลื่อยที่ยิงไปก่อนหน้าก็พุ่งเข้าเป้าหมายแล้วเช่นกัน
ผสมกับการโต้กลับของศัตรูเอง ทั้งจรวดต่อต้านรถถัง กระสุนรถถัง ปืนเลเซอร์ ทุกอย่างทำให้สนามรบแปรสภาพเป็นนรกในพริบตา
กระสุนศัตรูที่ไม่ใช่แบบเจาะจงทิศทาง แทบทั้งหมดพลาดเป้า พวกเขายิงไปยังตำแหน่งที่หุ่นอยู่ตอนยิงจรวด ทว่าหลี่ซิ่นได้พุ่งออกทันทีหลังจรวดออกจากแท่นยิง
ยกเว้นจรวดต่อต้านรถถัง ปืนเลเซอร์ และปืนกลติดรถที่ล็อกเป้าหมายได้ ที่เหลือระเบิดลงในซากตึกอย่างเปล่าประโยชน์
และในตอนนั้นเอง รถหุ้มเกราะหนูหางสั้นที่เคยติดในพื้นที่แคบก็พุ่งออกมา เปิดฉากยิงพร้อมช่วยหลี่ซิ่นกระจายอำนาจการยิงของศัตรู
ในห้องนักบิน หลี่ซิ่นถูกความฮึกเหิมครอบงำ จนไม่สนใจเสียงเตือนจากวอยด์ชีลด์ที่โดนโจมตี
เขาพุ่งผ่านซากตึกมาอย่างรวดเร็ว ปืนกลหกลำกล้องไม่หยุดยิงแม้แต่นาทีเดียว แม้จะมีระบบช่วยเล็งทั้งจากตัวหุ่นและชิปสมองอัจฉริยะ แต่กระสุนก็ยังหมดไปเป็นจำนวนมาก
เจอรถหุ้มเกราะอีกคันหนึ่ง หลี่ซิ่นก็เปิดยิงด้วยปืนพลาสมาทันที
“ซ่า!”
พลาสมาความเข้มข้นสูงพุ่งผ่านสนามรบที่วุ่นวาย ยิงใส่รถหุ้มเกราะล้อยาง KR-4 ที่กำลังยิงกลับ
ในรถ กลุ่มลูกเรือมองเห็นพลาสมาเข้ามาด้วยความเร็วสูง พวกเขาเห็นมัน แต่ทำอะไรไม่ได้ การเคลื่อนตัวของรถช้าเกินไป
“ไม่นะ!!”
“อย่าาาา!!”
เสียงหวีดร้องเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ตูม!!”
ปืนพลาสมาทะลุเกราะนอกของ KR-4 เข้าไปยังด้านในรถ ก่อนจะระเบิดกลางลำตัว
“บึ้มมม!!”
พลาสมาทำให้กระสุนด้านในระเบิดตาม กลายเป็นลูกโซ่ที่ทำให้รถทั้งคันแหลกเป็นชิ้นๆ
ก่อนหน้านี้ จรวดมดฟันเลื่อยก็ทำลายจุดยิงของศัตรูไปสามจุด ทำล้อของรถหุ้มเกราะอีกคันเสียหายจนขยับไม่ได้ ต้องกลายเป็นเป้านิ่งให้รถหนูหางสั้นรุมยิง
“ตูม!”
แน่นอนว่า รถหุ้มเกราะ KR-4 คันนั้นก็ไม่รอด โดนยิงจนระเบิดตามไป
ขณะที่หลี่ซิ่นวิ่งฝ่าควันจากจรวดมาถึงหน้ารถถังคันหนึ่ง
YR-6 รถถังกลางของศัตรู รุ่นที่เทียบเท่ากับ “นักล่ากวาง” ของบลูพริ้นท์กรุ๊ป สเปกและฟังก์ชันแทบไม่ต่างกัน
ตามปกติ ปืนพลาสมาของหลี่ซิ่นถ้ายิงโดน แม้จะไม่ทำลายรถถังได้ในทีเดียว แต่ก็สามารถทำให้ระบบไฟฟ้าในรถถังเสียหายชั่วคราว
แต่ครั้งนี้เขาไม่เลือกวิธีนั้น เพราะตอนนี้ หุ่นของเขาเข้าประชิดรถถังแล้ว
ในรถถัง ผู้บังคับการตะโกนลั่น
“ถอย! ถอยเร็ว!”
“เปิดระบบรบกวน!”
“ปล่อยควันเร็วเข้า!”
“ปัง! ปัง! ปัง!”
ลูกเรือในรถถังทำทุกอย่างที่ทำได้ ควันระเบิดถูกยิงออกมาทั่วบริเวณ เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นต่อเนื่อง
กลุ่มควันสีดำหนาทึบลอยฟุ้งรอบรถถังทันที และกำลังแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว...
__________________________________________________________
มีอะไรผิดติได้นะครับ จะได้แก้ไข พอดีผมก็เพิ่งแปลที่มีเกี่ยวกับทหารมากขนาดนี้