เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42: ให้ตายเถอะ 1 (อ่านฟรี)

ตอนที่ 42: ให้ตายเถอะ 1 (อ่านฟรี)

ตอนที่ 42: ให้ตายเถอะ 1 (อ่านฟรี)


ตอนที่ 42: ให้ตายเถอะ!

ทันใดนั้น แฟนสาวที่มาด้วยก็พลันตะโกนโห่ร้องด้วยความชื่นชม

ชายหนุ่มที่เพิ่งจะเหวี่ยงหมัดออกไปเมื่อครู่พลันเผยท่าทีสุดหลงระเริงและสะใจ พลันเขาส่งยิ้มให้ครูฝึกสาวและไม่ได้พูดอะไรออกมา มีเพียงแววตาเท่านั้นเปร่งประกายและเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม

แต่ทว่า ใบหน้าสุดเย็นชาและแน่นิ่งของครูฝึกสาวก็ไม่ไหวติง

หลังจากนั้น ชายหนุ่มหัวโจกก็ถอยกลับไปสองสามก้าวและวิ่งเข้ามาเหวี่ยงหมัดไปที่เครื่องไดนาโมมิเตอร์อีกครั้ง

ทันทีที่เสียงจากเครื่องเงียบลง  แรงที่วัดได้ก็พุ่งสูงไปถึง 299 กิโลกรัม แม้แต่ชายหนุ่มอีกสองคนที่อยู่ในกลุ่มด้วยกันก็ยังต้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

"อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียวก็จะเกิน 300 แล้วพวก!"

ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มหัวโจกที่ชื่อว่านายน้อยโจวก็พลันรู้สึกเวทนาขึ้นมา ตัวเลขตรงหน้าก็คงจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้ทหารทั้งสองนายรู้สึกอับอายและขายหน้า

หลังจากนั้น เขาก็มองไปยังครูฝึกสาวอีกครั้งพร้อมกับกล่าวคำพูด "น่าผิดหวังเหมือนกันนะครับที่ทหารจากกองทัพมีน้ำยาแค่นี้... คิดว่าพวกเขาจะเป็นเหมือนอย่างพวกทหารนาวิกโยธินของสหรัฐที่ตัวสูงใหญ่แล้วก็มีกล้ามกำยำเสียอีก แถมพอได้มาเห็นอะไรแบบนี้แล้ว ผมก็รู้สึกผิดหวังแทนประเทศเหมือนกันนะครับ"

"พล่ามบ้าอะไรของแกอยู่นั่น?!" นายทหารทั้งสองพลันรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที

นายน้อยโจวพลันหัวเราะและตอบกลับ "โมโหอะไรกัน? เอ๊ะ... หรือว่าเครื่องไดนาโมมิเตอร์กำลังรวนหรือมีปัญหากันนะ? หรือว่าฉันตาฝาดมองดูคะแนนของพวกนายสองคนไม่ชัด? เราสามคนใครได้คะแนนสูงที่สุดนะ? ไม่เอาน่า ฉันก็แค่มือสมัครเล่น จะไปแข็งแกร่งกว่าทหารสองนายที่ผ่านการฝึกสุดหฤโหดจากกองทัพมาได้ยังไงกันล่ะ? แล้วแขนที่ผอมแห้งเหมือนกับไม้จิ้มฟันพวกนั้นมาจากการฝึกเหมือนกันงั้นเหรอ?"

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น นายทหารทั้งสองก็แทบจะพุ่งเข้าไปซัดหน้านายน้อยโจว แต่ทว่า ครูฝึกสาวก็พลันตะโกนขึ้นมาทันใด "พอได้แล้ว!"

ทั้งนี้ มันก็เป็นเรื่องปกติที่ครูฝึกจะตะคอกและออกคำสั่ง แม้ว่าทั้งสองจะรู้สึกโกรธมากแค่ไหน พวกเขาก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของครูฝึกอยู่ดี

ในตอนนั้นเอง เสี่ยวเฉิงก็ค่อนข้างรู้สึกพอใจที่เห็นครูฝึกสาวทำเช่นนั้น

ทันใดนั้น ครูฝึกสาวก็พลันกล่าวคำพูดกับนายน้อยโจวด้วยท่าทีสุดเย็นชา "นายไม่ต้องมาเปรียบเทียบกับคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่าหรอก ยังไงเสีย สองคนนี้ก็ยังเป็นทหารใหม่ที่ฉันกำลังฝึกให้อยู่ แถมคะแนนที่นายเห็นไปก็ไม่ใช่ศักยภาพสูงสุดของพวกเขาสักหน่อย"

นายน้อยโจวพลันหัวเราะ "ไม่ต้องห่วง ผมไม่บอกใครหรอกครับว่าทหารในกองทัพอ่อนแอขนาดนี้"

หลังจากนั้น แฟนสาวของนายน้อยโจวเองก็เผยเสียงหัวเราะออกมาเช่นกัน "เพื่อนฉันเคยบอกว่าสักวันหนึ่งเธออยากแต่งงานกับทหารเพราะจะได้รู้สึกปลอดภัย แต่พอเห็นแบบนี้ วันนี้ฉันก็รู้แล้วแหละว่าไม่ใช่ทหารทุกคนที่จะสามารถปกป้องและทำให้คนอื่นรู้สึกปลอดภัยได้เลย... ฮ่าฮ่าฮ่า!"

ทุกประโยคของอีกฝ่ายนั้นทำให้ทหารใหม่ทั้งสองนายรู้สึกเดือดดาลและโมโหไม่น้อย ทั้งนี้ เสี่ยวเฉิงเองก็เข้าใจถึงความรู้สึกเดือดดาลของทหารทั้งสองดีว่าพวกเขาต้องการที่จะระบายโทสะออกมามากขนาดไหน เพราะฉะนั้น ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มใช้กำลัง เสี่ยวเฉิงก็พลันเดินตรงมาและพูดแทรกขึ้น "ถ้าพวกนายไม่ใช้เครื่องไดนาโมมิเตอร์แล้ว งั้นฉันขอลองสักหน่อยนะ"

ในตอนนั้นเอง ทั้งนายน้อยโจวและเพื่อนชายอีกสองคนพลันขมวดคิ้ว ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม อีกทั้ง สีหน้าของทั้งสามนั้นแปรเปลี่ยนไปราวกับกำลังคิดว่า "ไอ้บัดซบนี่มาจากไหนกัน?"

"เฮ้ย! ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังใช้อยู่!" นายน้อยโจวพลันยืนแขนออกไปกันเสี่ยวเฉิง

หลังจากนั้น ชายอีกคนก็เหลือบมองไปยังเสี่ยวเฉิงตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกล่าวคำพูด "คนอย่างนายใช้เป็นด้วยงั้นรึ? กลับไปที่โรงยิมแล้วก็เริ่มต้นด้วยการยกดัมเบลล์ให้ขึ้นก่อนก็ได้มั้ง"

“พวกนายไม่ใช่เจ้าของสโมสรสักหน่อย...” เสี่ยวเฉิงพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย ทันทีที่เดินผ่านนายน้อยโจวไป เสี่ยวเฉิงก็พลันกระแทกเข้ากับไหล่ของชายอีกคนที่เข้ามาขว้างทางจนกระเด็นออกไปทันที

ทันใดนั้น นายน้อยโจวก็พลันหันหน้ากลับมาและเผยเสียงหัวเราะ "ถ้ารู้ดีว่าหมัดของตัวเองมีแรงไม่ถึง 180 กิโลกรัม ก็ลงมาจากเครื่องเถอะ อย่าทำให้ตัวเองขายหน้าไปมากกว่านี้เลยจะดีกว่า..."

ทว่า เสี่ยวเฉิงไม่ได้สนใจคำพูดของนายน้อยโจวเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้น เขาก็พลันยกหมัดขึ้นและก้มมอง... เมื่อไม่กี่วันก่อน แรงของเสี่ยวเฉิงก็ทำให้เซินเหยาลอยกระเด็นออกไปตั้งสามเมตร หากเทียบกับความสูงที่เซินเหยาลอยอยู่กลางอากาศและน้ำหนักประมาณ 47 กิโลกรัมของเธอแล้ว เสี่ยวเฉิงก็พอจะเดาได้ว่าตอนนั้นตัวเองน่าจะออกแรงไปสัก 150 กิโลกรัมแน่

ทันใดนั้นเอง เสี่ยวเฉิงพลันสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่พร้อมกับตัดสินใจที่จะทดสอบว่าพลังของหมัดของตนเองนั้นรุนแรงขนาดไหน

จบบทที่ ตอนที่ 42: ให้ตายเถอะ 1 (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว