เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

06 Part 1.4 คืนแรกสุดห่วย

06 Part 1.4 คืนแรกสุดห่วย

06 Part 1.4 คืนแรกสุดห่วย


Part 1.4 คืนแรกสุดห่วย..

คืนต่อไปคงแย่ไม่ต่างกับคืนแรกเพราะฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นของพวกหมาที่แรงจนทำฉันแหยะ ฉันมองตรงไปตามทางเดินที่เติมไปด้วยกลุ่มนักเรียนกำลังยืนมุงอะไรบางอย่างซึ่งตรงกลางนั้นมีได้กลิ่นไอที่รุนแรงมากจนฉันหมั่นใจว่านั่นต้องเป็นศัตรูตัวฉกาจของฉันแน่นอน

ระหว่างที่ฉันเดินเข้าไปมีนักเรียนบางส่วนมองฉันแต่ฉันไม่สนใจฝ่าวงล้อมไปเห็นชายน้ำตาลแกมบอล์นที่คุ้นเคย เขาสัมพัสได้ถึงฉันจึงมองเข้ามาที่ฝูงชน

"ไม่ต้องมาพูด!" ไรลีย์ อีเมอสันขู่ตาเขม็งด้วยดวงตาสีแดงอมทอง

"ไม่ต้องมายุ่งกับเราเลย!" เสียงผู้หญิงตะโกนดังขึ้นมาข้างฉันด้วยมือที่กำลังกำแน่เหมือนฉันกับไรลีย์ เธอคือ เบลีย์ อีลามิน

"ฉันไม่อยากมีปัญหากับพวกมันตอนนี้หรอกนะ!" เสียงดังมาจากฝูงชนตามด้วยแรงกดดันราวทะเลคลั่ง ฉันรู้สึกได้ถึงความโกรธที่รุนแรงจากด้านหลังจนทำหน้าเราบึ้งลง

"พวกแกอีกแล้วหรอ!" ชายที่สูงสุดในกลุ่มจ้องมาที่ฉันพร้อมหน้านิ่วคิ้วขมวด

เอียน ไรเดอร์เป็นคนสูงหุ่นดีคนหนึ่ง ดางตากับผมสีน้ำตาลพร้อมผิวสีแทน พวกเราเป็นคู่กัดที่สูสีกันซึ่งคนในโรงเรียนต่างรู้ดีว่าเมื่อไรที่เกิดเหตุทะเลาะต้องมีเราสองคนเข้าเอี่ยวตลอด และเพื่อสนิทของเขา แบรนดอน วอร์ธที่เอาแน่เอานอนเรื่องอารมณ์ไม่ค่อยได้ แม้แต่ร่างกายสักครึ่งยังคลุมไม่ได้เพราะเลือดขึ้นหน้าทีไรก็แปลงร่างเป็นหมาป่าตลอดและนี่เป็นศึกที่ชาวโรงเรียนแห่งเงารู้กันดีและเบื่อกับการวิวาทของเราเสมอ

พวกเรามีชื่อด้านว่าวิวาททั้งในโถงทางเดิน ห้องเรียน ห้องแลป สนามหญ้าก็ทุกที่นั่นแหละ และยังเคยทะเลาะกันแม้ในห้องน้ำอาจฟังดูตลกแต่ทุกครั้งเราจะสู้ด้วยกันเสมอ เราถือคติว่า 'มีเรื่องกับคนหนึ่งได้เจอกับทุกคน'

"เข้าห้องแล้วอย่าคิดจะก่อนเรื่องละ!" เสียงที่ฉันรู้ดีดังขึ้นคือโปรเฟสเซอ โทมัส เวอร์กัส ผู้สอนอักขระ ประวัติศาตร์และการวิวัฒนาการ แต่ฉันไม่สนใจจ้องไปที่ไรเดอร์เหมือนที่เขาจ้องมาที่ฉัน

"อีฟ แอคเคอแมน และ เอียน ไรเดอร์ ถ้าเธอไม่อยากมีปัญหาจงเข้าห้องเรียนเดี๋ยวนี้!" เสียงขู่ทำเสียงขู่ฉันอ่อนลงแต่ฉันก็ไม่หยุดจ้องหากเขาไม่หยุด

"ฉันขอพูดครั้งสุดท้าย ถ้าเธอไม่เข้าห้องเรียนเดี๋ยวนี้! ได้โดนดีแน่!" เวอร์กัสตะโกนขู่แต่ฉันกับไรเดอร์ไม่ฟังที่เขาพูดเพราะยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้ไอ้หมานี้แน่นอน

"เอียน ไรเดอร์ และ อีฟ แอคเคอแมน ไปเข้าห้องปกครองเดี๋ยวนี้!"

สิบกว่านาทีที่ฉันกับไรเดอร์ยืนรอที่หน้าห้องปกครองระหว่างที่เวอร์กัสบ่น ฉันยืนกอดอกพิงกำแพงขณะสายาจ้องไปที่รูปสงครามโบราณที่ฉันไม่รู้จักด้วยซ้ำ ไรเดอร์ยืนเงียบ เราไม่แม้แต่จะพูดหรือเถียงกันตั้งแต่เวอร์กัสลากเรามาที่นี่ ประตูห้องเปิดออกเวอร์กัสยืนหัวเขาออกมา

"เธอสองคน เข้ามาได้แล้ว" เขาเรียกเราเข้าไปในห้องที่มีแสงไฟสลัว ห้องนี้ยังคงเดิมเหมือนตอนที่ฉันเข้ามาช่วงมัธยมต้น ชั้นวางหนังสืออันใหญ่ปิดกำแพงสองด้านตรงกลางนั้นมีที่ผิงไฟก่อสูงขึ้นเหนือกำแพง มีถ้วยรางวัล เหรียญตราและรูปเหล่านักเรียนดีเด่นติดอยู่ที่กำแพงด้านหลังชายผู้เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งเงานี้ ห้องยังมีโคมแก้วระย้าห้อยลงจากเพดาน โคมไฟส่องแสงอ่อนๆเย็นตาระยิบระยับสะท้อนกันไปมาเหมือนตาแวมไพร์ของครูใหญ่ บาร์โธโลมิว รอยัล แห่งโรงเรียนนี้

เขาเหมือนชายอายุห้าสิบ ผิวสีขาวซีดราวกระดาษเปล่ากับดวงตาสีเทาที่มองแล้วลึกลงเหมือนเห็นจะความทรงจำที่โคตรร้ายหลอกหลอน

เขาแข็งแกร่งมากถึงขั้นไม่มีใครกล้าเถียงในสิ่งที่เขาพูด ผมสีเทาเหมือนขี้เถ่าโน้มไปด้านหลังผ่านหน้าผากที่มีรอยย่นอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นอายของเขาทำเอาฉันไม่กลายแม้ขยับตัวซึ่งไรเดอร์ก็รู้สึกเหมือนกัน

"อีฟ แอคเคอแมน และ เอียน ไรเดอร์ ปีหนึ่งมัธยมปลาย" เขาเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆแค่นั้นก็พอจะทำให้เราขนลุก

"ค่ะ/ครับ" เราสองคนตอบกลับพร้อมยื่นหลังตรง

"โปรเฟสเซอเวอกัส คุณไปได้แล้ว" เวอกัสยืนขึ้นพร้อมเดินออกจากห้องทันที

ครูใหญ่หันมองมาที่เราทำเอาร่างกายหนักอึ้งรู้สึกแน่อก

"ผมได้รับข่าวว่าพวกคุณไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของโปรเฟสเซอเวอกัส และนี่เป็นวันแรกของการเปิดเทมอใหม่แต่ผมกลับได้รับการร้องเรียนแล้ว" คำพูดเขาทำฉันสะอึก ทำไรเดอร์ยืนตัวแข็ง

"คุณมักมีปัญหากันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น พวกคุณมีปัญหาส่วนตัวกันหรือเปล่า? หรือแค่เพราะว่าต่างเผ่ากัน?" คำถามเขาทำให้ฉันกับไรเดอร์จ้องตากันราวกับจะมีประกายไฟฟ้าออกจากตา

"ว่าไง?" ครูใหญ่ถาม เราทั้งสองหันกลับไปพร้อมกัน

"ไม่มีค่ะ/ครับ" เราตอบพร้อมกัน

"งั้นช่วยอธิบายผมหน่อยว่าทำไมต้องเกิดเรื่องขึ้นทุกวัน?" ฉันอ้าปากจะตอบคำถามเขาทันทีแต่หยุดทันทีเมื่อคิดอีกครั้ง

"ไม่มีเหตุส่วนตัวงั้นหรอ? คุณแค่ไม่ชอบหน้ากันทั้งที่ไม่มีเหตุจูงใจด้วยซ้ำ ผมอยากให้คุณสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและหากผมได้รับคำร้องแบบนี้จากโปรเฟสเซอท่านใดอีกละก็ คุณทั้งสองจะได้รับการลงโทษที่จะจำไม่มีวันลืม" เขาขู่เราด้วยเสียงเรียบง่ายแต่แค่นั้นก็พอทำให้เราเสียวสันหลังแล้ว ชายแก่อายุกว่าสองศตวรรษและรู้จักโลกนี้มากมายและยังเป็นหนึ่งในแวมไพร์โบราณที่ยิ่งใหญ่ เผ่าแวมไพร์นั้นยิ่งอายุมากความแข็งแกร่งและกำลังก็จะมากตามไปด้วย

"พวกคุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?" เราสองคนตัวแข็ง

"ค่ะท่าน/ครับท่าน"

หลังออกจากห้องชายผู้มากประสบการณ์ฉันก็หายใจได้สะดวก ไรเดอร์ก็ทิ้งตัวผิงกำแพงด้านหลังทันที

"เขาน่ากลัวนะว่าไหม?" ฉันกระซิบ

"ไม่ต้องบอกก็รู้" เขาตอบกลับเสียงกระซิบ

"เราคงต้องเลิกหาเรื่องกันไปซักระยะหนึ่งซะแล้วล่ะ" ฉันพูด เขามองมาด้วยหางตา

"ฉันแค่ต้องเลี่ยงเธอเพราะเธอนั่นแหละตัวปัญหา" เขาพูดทำฉันหลี่ตามองเขา

"บอกตัวเองเถอะไอ้ขนฟู นายเองก็ไม่ต่างกันหรอก" ฉันตอบกลับ เขาจ้องฉันคืน

"อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เป็นคางค้าวน้อยที่โดนแม้แต่แดดยังไม่ได้ละกัน" เขาพูดทำฉันหันไปหา

"อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องเข้าโครงการ 'กำจัดเห็บฟรี' " ฉันเย้ยทำเขาส่งเสียงขู่

"ทำไมละ เพราะเธอเป็นตัวดูดเลือดงั้นหรอ?" คำพูดเขาทำฉันกำหมัด

"ว่าไงนะ ไอ้ขนฟูน่าโง่?"

"ได้ยินว่าไงละ ยายค้างคาว"

เราต่างจับคอเสื้อของอีกฝ่ายและมองไปที่ตาของฝั่งตรงข้าม อีกนิดคงได้เปิดศึกกันแต่กลับมีเสียงดังขึ้น

"ต๊าย ตายไม่ใช่ว่าโดนตักเตือนแล้วหรอจ๊ะ?" เราหันมองไปที่ เดไลลาห์ เวนท์เวิร์ธ กำลังยืนอยู่ข้างๆ หนึ่งแขนโอบที่ท้องอีกแขนเท้าขึ้นเอานิ้วเกี่ยที่คางของเธอ เธอยิ้มพางแอบขำเหมือนเห็นเราหน้าซีด เธอคือหนึ่งในโฟรเฟสเซอที่คอยดูแลวินัยร่วมกับโปรเฟสเซอท่านอื่น ถึงจะเป็นมนุษย์ธรรมดาและไม่เคยเป็นผู้สังเกตุการณ์ก็ตามแต่ทักษะของเธอก็เยี่ยมยอดมาก

เธอเป็นหญิงอายุสามสิบปลายๆ รูปร่างทรงกลม ผิวสีกุหลาบแดงซีดและผมสีน้ำตาลแดง เธอเป็นครูสอนวรรณกรรมหลากภาษาซึ่งช่วยเราเรียนภาษาอื่นกระทั่งภาษาโบราณเอง

"ฉันขอแนะนำให้เธอสองคนอยู่ห่างๆกันไว้ ไม่งั้นคงได้โดนครูใหญ่ลงโทษด้วยวิธีแปลกๆแน่ ซึ่งพวกเธอจะได้รับสิทเป็นผู้ทดลองรายแรก!" พูดจบฉันกับไรเดอร์ต่างผลักอีกฝ่ายออก

"ไปห่างๆเลยยายปรสิต!" เขาล้อฉัน

"อย่ามาให้เห็นหน้าอีกนะ ไอ้หมา!" ฉันพูดใส่เขาแล้วเราสองคนก็แยกทางกัน

ฉันเดินตรงไปยังห้องเรียนแต่ดันเจอไอ้หมาโง่นั่งอยู่ในห้องซะงั้น? นี่ไม่รู้หรือไงว่าแวมไพร์กับหมาป่าไม่ควรอยู่ห้องเดียวกันน่ะ? พวกเขากำลังทำสิ่งที่โง่มากๆและฉันรับรองว่าทั้งช่วงมัธยมนี้ทุกๆวันในห้องพยาบาลคงไม่มีที่ว่างอีกแน่ คงได้เข้าห้องครูใหญ่จนนับครั้งไม่ไหวแน่เพราะยังไงสัญชาตญาณก็คงอยู่เหนือความกลัวแน่นอน

พอคิดขึ้นได้ฉันจึงหันหลังกลับทันทีแต่ดันไปชนกับใครบางคนเข้า

"ไอ้ย!"

"อ้าว!"

เราสองคนบ่นออกมาทั้งล้มก้นจุ่มพื้นพร้อมกัน

"เดินดูทางหน่อยสิ ไอ้ปัญญาอ่อน!" ฉันบ่น

"แล้วเธอไม่มีตาหรือยังไง? มองทางที่เดินหน่อย!" ฉันเงยหน้าเห็นเด็กผู้ชายนั่งจ้องฉันด้วยหน้าเซ็ง เขามีผมหยักสีดำ ตาสีเทาและผิวสีซีด หุ่นผอมเล็กน้อยมองก็รู้ว่าเขาเป็นนักเวท ฉันมองไปที่ไหล่เขามีแถบสีเขียว

"นายเป็นใครเนี่ย?" ฉันถามทำเขาเลิกคิ้วใส่

"นี้ไม่มีใครสอนหรือไง? ก่อนถามชื่อคนอื่นให้บอกชื่อตัวเองก่อนนะ?" คำตอบเขาทำฉันแอบขำ ชายคนนี้กล้าถามฉันทั้งที่ตัวเองเป็นแค่นักเวท เราทั้งคู่ยืนขึ้นและปัดมือ

ฉันเดินเข้าไปพูด "ไม่มีใครสอนหรอก ทำไมนายไม่มาสอนฉันละฮะ?" ฉันจ้องเขาความสูงเราเท่าๆกันแต่เดี๋ยวเขาสูงกว่าฉันสองสามนิ้วนิ?

"ฉันไม่ว่างมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรอกนะ" ฉันขำคำตอบ

"ได้ส่องกระจกบ้างไหม พ่อหน้าละอ่อน?" ฉันพูดพร้อมจิ้มนิ้วไปที่ปลายจมูกของเขา

"หลบๆไปเถอะน่า" เขาปัดนิ้วฉันออกแล้วหันหน้าหนีด้วยความรังเกียด

"ไม่หลบจนกว่านายจะขอโทษ" เขาจ้องกลับคำพูด

"ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย?" คำถามเขาทำฉันพยักไหล่

"นายเป็นคนชนฉันเอง นายสิต้องเป็นฝ่ายขอโทษ" เขาหัวเราะใส่ฉัน

"ฝันเอาเองเถอะ ทีนี้หลบไปได้แล้วฉันไม่ว่าง" เขาพยายามเดินหลบฉันแต่ฉันขยับตัวบัง

"ฉันไม่ให้ไปถ้านายไม่ขอโทษ" ฉันยืนกรานกอดออกแน่นเหมือนกำแพงระหว่างเขากับทางเข้า

"หลบไปเดี๋ยวนี้นะ-" เขาเย้ยสีหน้าแดงก่ำ

"ขอโทษฉันสิ เดี๋ยวหลบให้" เขาจ้องฉันราวกับจะฆ่ากันแต่มันไม่ง่ายหรอกนะยิ่งหากเป็นนักเวทด้วย

ฉันมองเห็นใครกำลังยืนอยู่โถงทางเดินพร้อมพูดว่า

"นี่ เดนแฮม ขนมพวกเราอยู่ไหนละ? เอามานี่เร็ว!" ฉันชะเง้อดูผ่านไหล่เขาไปเล็กน้อยเห็นรุ่นพี่สี่คนกำลังยื่นหัวเราะตบไหล่กันอยู่

"ทำอะไรอยู่ละเจ้าหนู? ไปเอามาได้แล้ว!"

ฉันเลิกคิ้ว ส่วนชายที่อยู่ต้องหน้ากำลังยื่นตัวสั่นกำหมัดไว้ข้างตัว

"ฉันขอโทษ" เขาพูดพร้อมเดินชนไหล่วิ่งผ่านตัวฉันไป ฉันมองตามแล้วมองกลับไปที่รุ่นพี่

"บูลลี่ที่โรงเรียนหรอ?" ฉันคลุ่นคิดแต่พอนึกถึงคำขาดของครูใหญ่ว่าถ้าฉันก่อปัญหาอีกคงได้โดนบทลงโทษในตำนานแน่ ซึ่งไม่ละ ไม่เอาดีกว่า

ฉันว่านายคนนั้นต้องยืนหยัดสู้เพื่อตัวเองแล้วละ ฉันถอนหายใจล้วงใส่กระเป๋าแล้วเดินจากไป

เฮ่อ..เป็นคืนที่ห่วยแตกจริงๆ

จบบทที่ 06 Part 1.4 คืนแรกสุดห่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว