- หน้าแรก
- ข้ายกระดับโลกได้
- บทที่ 1 เสน่หาแห่งปลายเท้า
บทที่ 1 เสน่หาแห่งปลายเท้า
บทที่ 1 เสน่หาแห่งปลายเท้า
ควันไม้จันทน์หอมที่จุดขึ้นลอยอ้อยอิ่ง ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมชื่นใจ
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักสีแดงชาดที่เปิดอยู่ ราวกับเศษทองคำที่ถูกบดละเอียด โปรยปรายลงบนโต๊ะหนังสือไม้เก่าแก่
บนโต๊ะ เครื่องเขียนสี่อย่างวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ
กระดาษซวนที่คลี่ออก แท่นฝนหมึกที่ยังมีรอยหมึกไม่แห้ง พู่กันขนาดใหญ่และเล็กต่างกันที่ปลายพู่กันห้อยแขวนอยู่ และตราหยกขนาดต่างๆ ที่สลักคำว่า “ฟาน” เรียงรายอยู่ ให้ความรู้สึกของตระกูลบัณฑิต
ในเตียงไม้แกะสลักที่มีม่านโปร่งห้อยอยู่ ร่างหนึ่งพลิกตัวอย่างยากลำบาก หลังจากพยายามอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงใช้แขนทั้งสองข้างพยุงร่างกายขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเล
ลู่ฟานหันศีรษะมองออกไปนอกม่านโปร่ง รูปแบบการตกแต่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายย้อนยุคนี้ ทำให้เขาสูดหายใจเข้าลึกอย่างเย็นเยียบ
นี่มันที่ไหนกัน
สำหรับโปรแกรมเมอร์ที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย เข้าสู่โลกการทำงาน ทำงานล่วงเวลาถึงตีสามตีสี่ทุกวัน ทำงานมาหนึ่งปีแต่มีประสบการณ์เทียบเท่าสองปี ในชีวิตของเขามีได้แค่คอมพิวเตอร์ ไม่มีทางมีเครื่องเขียนสี่อย่างที่ดูหรูหราแบบนี้ได้
เขาจำได้ว่าเพื่อโปรเจคของลูกค้ารายใหญ่ ต้องเร่งทำงานทั้งคืน ขณะทำงานก็เจ็บแปลบที่หน้าอก แล้วก็หมดสติไป
ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนนอนอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้
ลู่ฟานอยากจะลงจากเตียงไปดู แต่พอขยับตัวกลับพบว่าร่างกายท่อนล่างไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ร่างกายเสียสมดุล คนทั้งคนพลิกตกลงจากเตียง ทำให้เกิดเสียงดังสนั่น
“คุณชาย!”
ประตูไม้แกะสลักสีแดงชาดถูกผลักเปิดออก
มีสาวใช้หลายคนรีบเข้ามา พวกนางคุ้นเคยกับการประคองลู่ฟานที่ล้มลงกับพื้นขึ้นมาใหม่
เสียงล้อไม้หมุนดังขึ้น สาวใช้คนหนึ่งเดินไปที่มุมห้อง เข็นรถเข็นไม้ที่ประณีตออกมา ส่วนอีกสองคนก็ประคองลู่ฟานที่ยังอยู่ในอาการมึนงงขึ้นไปบนรถเข็น
“คุณชาย... ท่านเคลื่อนไหวไม่สะดวก หากมีเรื่องใดก็สั่งบ่าวได้”
ลู่ฟานยังไม่ได้สติกลับมา
ฉันคือใคร
ฉันอยู่ที่ไหน
ฉัน... ฉันเป็นอัมพาตได้ยังไง
หลังจากมึนงงสามตลบ ก็ได้สติกลับคืนมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาทะลุมิติมาแล้ว
ทะลุมิติมาเป็นคนพิการขาสองข้าง
ท่าทะลุมิตินี่... ก็ช่างพิเศษเสียจริง!
ในสมอง ความทรงจำของเจ้าของร่างนี้เริ่มปรากฏขึ้นมาอย่างกระจัดกระจาย
“ลู่ฟาน นามรอง ผิงอัน บุตรชายคนเดียวของเจ้าเมืองเป่ยลั่วแห่งราชวงศ์ต้าโจว ป่วยเป็นโรคขา เดินไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว”
ลู่ฟานครุ่นคิดถึงประวัติชีวิตอันขมขื่นของตนพลางแอบสังเกตสาวใช้ทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้า
เพราะป่วยเป็นโรคขา เคลื่อนไหวไม่สะดวก บิดาของร่างนี้จึงจัดสาวใช้สามคนให้เขา คอยดูแลชีวิตประจำวันและความปลอดภัยของเขา
เหล่าสาวใช้หน้าตาสะสวย
คนโตสุดอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้า รูปร่างอรชร งดงามน่ารัก ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายของความเป็นผู้ใหญ่ที่น่าหลงใหล
คนเล็กสุดอายุสิบเอ็ดขวบ ยังไม่สิ้นความเป็นเด็ก
ยังมีสาวใช้อายุสิบเจ็ดปีอีกคน ใบหน้าสวยเย้ายวน ที่เอวเหน็บแส้ยาว
พี่สาวใหญ่ โลลิ ราชินี...
สวัสดิการทะลุมิตินี้สามารถบรรยายได้ด้วยสามคำ...
น่าตื่นเต้นจริง ๆ!
ขณะที่ลู่ฟานกำลังตื่นเต้น เขาก็ชะงักค้าง ทำหน้าตาเหมือนคนบ้ากาม จ้องมองสาวใช้ทั้งสามคนไม่วางตา
เบื้องหน้าของเขา ภาพของสาวใช้เริ่มพร่ามัวเลือนลาง สิ่งที่มาแทนที่คือ...
แถบคุณสมบัติที่ปรากฏขึ้น
โฮสต์: ลู่ฟาน
ฉายา: ผู้บ่มเพาะปราณ (ถาวร)
ระดับการบ่มเพาะปราณ: 0
ความแข็งแกร่งของดวงจิต: 1
ความแข็งแกร่งของร่างกาย: 0.5
ปราณวิญญาณ: 10 เส้น (ยังไม่ถูกปลุก)
รางวัลการเปลี่ยนแปลง: ยังไม่มี
ระดับของโลกปัจจุบัน: ทวีปห้าวิหคเพลิง [[1]ระดับยุทธ์ขั้นต่ำ]
สิทธิ์การเข้าถึง: ยังไม่เปิดใช้งาน
ม่านตาของลู่ฟานเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หน้าต่างระบบคุณสมบัติเหรอ
ในตำนานที่เรียกว่านิ้วทองคำ!
นี่สิถึงจะเป็นการเปิดสวัสดิการทะลุมิติที่ถูกต้อง
“ระดับยุทธ์ขั้นต่ำเหรอ”
ลู่ฟานครุ่นคิด โลกที่เขาทะลุมิติมาเรียกว่าทวีปห้าวิหคเพลิง เป็นโลกที่มีระดับยุทธ์ขั้นต่ำ
เขาคุ้นเคยกับคำว่า “ระดับยุทธ์ขั้นต่ำ” เป็นอย่างดี ในนิยายและภาพยนตร์จากชาติก่อน ระดับยุทธ์ขั้นต่ำคือการแบ่งระดับของระบบพลัง
เหนือกว่าระดับยุทธ์ขั้นต่ำ ก็น่าจะมีระดับยุทธ์ขั้นกลาง ระดับยุทธ์ขั้นสูง...
แต่ในเมื่อมีแนวคิดระดับยุทธ์ขั้นต่ำปรากฏขึ้น ก็หมายความว่าโลกนี้ควรจะมี ผู้ฝึกยุทธ์หรือผู้ฝึกตนอยู่
ลู่ฟานถามในใจเงียบ ๆ แต่หน้าต่างระบบไม่ได้แสดงข้อมูลแจ้งเตือนใด ๆ เขาจึงต้องคิดหาความหมายของข้อมูลแต่ละอย่างในหน้าต่างด้วยตนเอง
ฉายาเป็นผู้บ่มเพาะปราณ ทำไมข้างหลังถึงมีสัญลักษณ์ถาวร
มันหมายความว่าอะไร
บ่มเพาะปราณไปตลอดชีวิตเหรอ
“รางวัลการเปลี่ยนแปลง” คืออะไรอีก
ความแข็งแกร่งของดวงจิตและร่างกายจะเพิ่มขึ้นได้ยังไง
หน้าต่างคุณสมบัติดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ไม่มีคำอธิบาย ลู่ฟานต้องการเข้าใจการใช้งานและวิธีการใช้ แต่กลับไร้หนทาง
“คุณชาย”
ขณะที่ลู่ฟานกำลังจะสำรวจต่อด้วยความสนใจ
เสียงที่สั่นเครือและเจือปนด้วยเสียงสะอื้น ทำให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง
ปรากฏว่าสาวใช้สามคนที่เคยยืนอยู่ตรงหน้าเขา ตอนนี้เหลือเพียงคนเดียว อีกสองคนหายออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้
สาวใช้ที่เหลือคือคนที่อายุน้อยที่สุด ยังไม่สิ้นกลิ่นอายของความเป็นเด็ก
ในตอนนี้ สาวใช้คนนี้เบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว จ้องมองลู่ฟานอย่างทำอะไรไม่ถูก
“หนีอวี้ เป็นอะไรไป”
ลู่ฟานถามด้วยความสงสัย
หนีอวี้คือชื่อของสาวใช้น้อย
“คุณชาย... ท่านเบิกตาค้างไม่ขยับมาครึ่งชั่วยามแล้ว เรียกท่านก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย”
หนีอวี้เห็นลู่ฟานกลับมามีสติ ความตึงเครียดก็ค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย
ไม่ขยับมาครึ่งชั่วยามแล้วเหรอ
ลู่ฟานก็อ้าปากค้าง หน้าต่างระบบที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้เขาหมกมุ่นกับการศึกษาจนลืมเวลาไปบ้าง
“พวกนางไปไหนแล้ว”
ลู่ฟานถาม
“พี่สาวทั้งสองเห็นว่าสติของคุณชาย... ผิดปกติ ก็เลยไปแจ้งท่านเจ้าเมืองแล้วเจ้าค่ะ” หนีอวี้กล่าวเสียงเบา
เมื่อได้ยินว่าสาวใช้ทั้งสองไปแจ้งท่านเจ้าเมือง ลู่ฟานก็ตกใจ
บิดาของเจ้าของร่างนี้ชื่อลู่ฉางคง เป็นเจ้าเมืองเป่ยลั่ว มีฐานะสูงส่ง
ลู่ฟานเพิ่งทะลุมิติมา แม้จะหลอมรวมวิญญาณแล้ว ความรู้สึกแปลกแยกไม่มากเท่าไหร่ แต่เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับบิดาของร่างนี้
คิดแล้วคิดอีก ลู่ฟานก็ถอนหายใจ สิ่งที่ต้องเผชิญก็ต้องเผชิญ
“เสี่ยวหนี เข็นข้าไปพบท่าน... ท่านพ่อ”
ลู่ฟานนั่งบนรถเข็นไม้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว
หนีอวี้รีบพยักหน้า คุณชายลู่ฟานเป็นคนเงียบขรึม เป็นคนเย็นชา คนประเภทนี้อารมณ์ดีร้ายไม่แน่นอน นางไม่กล้าขัดใจลู่ฟาน
สาวใช้น้อยหนีอวี้หาผ้าห่มผืนบางมาคลุมขาของลู่ฟาน จากนั้นก็เดินไปด้านหลังรถเข็น เข็นรถเข็นออกจากห้องไป
...
จวนตระกูลลู่ กินพื้นที่กว้างขวางมาก อาคารโอ่อ่า งดงามแบบโบราณ ศาลาและกระเบื้องหลังคา มีสไตล์ที่ผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้คนเพลิดเพลินเจริญใจ
หนีอวี้เข็นรถเข็น ลู่ฟานนั่งอยู่บนนั้น อาจเป็นเพราะได้หลอมรวมกับวิญญาณของเจ้าของร่างเดิม ลู่ฟานจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับการรับใช้นี้ แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านมากเกินไป
หลังจากชื่นชมทิวทัศน์ในจวนตระกูลลู่สักพัก ลู่ฟานก็จดจ่ออยู่กับการศึกษาระบบหน้าต่างต่อไป
จิตใจจมดิ่งลงไปในช่องระดับของโลก
“ทวีปห้าวิหคเพลิง โลกระดับยุทธ์ขั้นต่ำ ไม่มีปราณวิญญาณ โฮสต์สามารถเปลี่ยนแปลงโลก ยกระดับเป็นระดับยุทธ์ขั้นกลาง ระดับยุทธ์ขั้นสูง และ[2]โลกซวนฮวนที่สูงขึ้นไปอีก สามารถได้รับรางวัลการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องตามระดับการเปลี่ยนแปลง”
ข้อความที่เต็มไปด้วยข้อมูลมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้าลู่ฟาน ทำให้เขาตกใจ
เปลี่ยนแปลงให้เป็นโลกซวนฮวนเหรอ
สำหรับโลกซวนฮวน เขาย่อมไม่แปลกหน้า ในชาติก่อนมีนิยายแนวซวนฮวนมากมายราวกับขนวัว เรื่องราวที่แปลกประหลาดน่าพิศวงทำให้ผู้คนหลงใหล
ในโลกซวนฮวน ผู้ฝึกตนสามารถใช้หมัดทลายภูเขา ใช้เท้าเตะแม่น้ำ พลังปราณดุจสายรุ้งยาวหมื่นลี้ หรือแม้กระทั่งคำรามเดียวทำลายดวงดาว กระบี่เดียวฟันจันทร์ตะวัน สรุปคือยิ่งเก่งกาจเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
แต่ตอนนี้ จะให้เขาเริ่มต้นจากศูนย์ สร้างโลกที่ไม่มีแม้แต่ปราณวิญญาณให้กลายเป็นโลกซวนฮวน...
ลู่ฟานถึงกับมึนงง เต็มไปด้วยความสับสนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
โลกกว้างใหญ่ไพศาลแบบนี้ เขาจะเปลี่ยนมันได้ตามใจชอบได้ยังไง
ท้ายที่สุดแล้วนี่ไม่ใช่การเขียนนิยาย ไม่ใช่การเขียนโค้ด ไม่สามารถเปิดเอกสารแล้วลงมือทำได้เลย
โลกระดับยุทธ์ขั้นต่ำที่ไร้ปราณวิญญาณ
การไม่มีปราณวิญญาณกำหนดว่าพลังต่อสู้ของโลกนี้มีขีดจำกัด หากต้องการสร้างโลกซวนฮวนขึ้นมา อย่างแรกต้องทำให้เกิดการฟื้นฟูปราณวิญญาณซะก่อน
เมื่อปราณวิญญาณฟื้นฟูแล้ว จึงจะสามารถทลายขีดจำกัดพลังต่อสู้ของโลกนี้ได้ และสร้างโลกซวนฮวนขึ้นมา
ในหน้าต่าง ช่องปราณวิญญาณ มีปราณวิญญาณอยู่ 10 เส้น อยู่ในสถานะยังไม่ถูกปลุก
จิตสำนึกของลู่ฟานจมดิ่งลงไปในนั้น มองปราณวิญญาณ 10 เส้นอย่างเหม่อลอย
การสร้างโลกซวนฮวน ปราณวิญญาณเพียงเท่านี้ไม่ต่างอะไรกับน้ำแก้วเดียวดับไฟกองใหญ่
“ตรวจพบว่าโฮสต์มีปราณวิญญาณที่ยังไม่ถูกปลุก ต้องการยืนยันการปลุกหรือไม่”
ทันใดนั้น
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้า
หลังจากที่ลู่ฟานตะลึงงันไปชั่วครู่ จิตใจก็พลันสั่นไหว
“ยืนยัน!”
หลังจากชั่งใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลู่ฟานก็ได้ตัดสินใจในใจ หากต้องการสร้างโลกซวนฮวน เขาขาดอะไร
ก็คือปราณวิญญาณนั่นเอง
ขอเพียงมีปราณวิญญาณเพียงพอ ต่อให้เป็นหมูตัวหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นมังกรได้!
แม้ปราณวิญญาณ 10 เส้นจะน้อยนิด แต่ยุงตัวเล็กก็ยังเป็นเนื้อ
หลังจากยืนยันแล้ว ข้อความแจ้งเตือนก็หายไปอย่างรวดเร็ว
วูม—
ขาทั้งสองข้างที่พิการของลู่ฟานซึ่งไม่สามารถขยับได้ตั้งแต่เกิด จู่ ๆ ก็สั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่อ่อนแรง เนื้อบนขาทั้งสองข้างเหมือนกับคลื่นที่ซัดสาด
สายตาของเขาทอดต่ำลง ในสายตาของลู่ฟาน ขาทั้งสองข้างกลายเป็นโปร่งใส บนนั้นปรากฏเส้นเลือดและเส้นลมปราณที่หนาแน่น
ในเส้นเลือด เต็มไปด้วยสิ่งอุดตันเป็นก้อน ๆ
การสั่นสะเทือนของขาทั้งสองข้าง เกิดจากการที่สิ่งอุดตันเหล่านี้สลายไป กลายเป็นกระแสลมสีฟ้าอ่อน ไหลเข้าสู่ตันเถียนที่ท้องน้อย
กระแสลมสีฟ้าอ่อน ก็คือสิ่งที่เรียกว่าปราณวิญญาณ!
ลู่ฟานสูดหายใจเข้าลึก
นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า... ในวิกฤตย่อมมีโอกาส
สาเหตุที่ป่วยเป็นโรคขา เป็นเพราะเส้นลมปราณในขาทั้งสองข้างถูกปราณวิญญาณอุดตัน ทำให้ขาทั้งสองข้างเป็นอัมพาต โลกนี้ไม่มีปราณวิญญาณ ดังนั้นจึงหมดหนทางที่จะรักษาโรคที่เกิดจากปราณวิญญาณอุดตัน
และตอนนี้ ปราณวิญญาณที่อุดตันนี้ ได้กลายเป็นรากฐานในการเปลี่ยนแปลงโลกของเขา!
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ปลุกปราณวิญญาณสำเร็จ เปิดใช้งาน [สิทธิ์การเข้าถึง] ขอให้ท่านโชคดี”
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ในหน้าต่างระบบ คำว่ายังไม่ถูกปลุกหลังช่องปราณวิญญาณได้หายไป
ขาทั้งสองข้างที่เคยเหมือนถูกหินหนักหมื่นชั่งทับไว้ ก็ได้รับการปลดปล่อยในทันที
ด้านหลังรถเข็น หนีอวี้ก้มหน้า ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เข็นรถอย่างสุดกำลัง
นางไม่เหมือนพี่สาวอีกสองคน ที่ฝึกยุทธ์จนสำเร็จ สามารถเคลื่อนไหวเลือดลมได้ ฝ่ามือฟาดอิฐเขียวได้
นางเพิ่งจะเริ่มฝึกวิทยายุทธ์ต่าง ๆ ท่าม้ายังยืนไม่มั่นคง นางยัง... เป็นแค่เด็ก!
“เสี่ยวหนี หยุดก่อน”
เสียงเรียกอย่างเร่งรีบของลู่ฟานดังขึ้น
หนีอวี้ตะลึง ใบหน้าเล็ก ๆ ที่น่ารักราวกับตุ๊กตาหยกเงยขึ้น
ปรากฏว่า ลู่ฟานที่นั่งอยู่บนรถเข็นในชุดขาว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่เขาเปิดผ้าห่มที่คลุมขาออกอย่างตื่นเต้น ถอดรองเท้าบู๊ตและถุงเท้าที่ประณีตออก แล้วยกขาขึ้น
ภายใต้แสงแดด นิ้วเท้าทั้งห้าบนฝ่าเท้าของเขา ขยับไหวไปตามจังหวะรับลม
เสน่หาแห่งปลายเท้านั้น ทำให้สาวใช้น้อยตกตะลึงจนอ้าปากค้างในทันที
[จบแล้ว]
[1]ระดับยุทธ์ขั้นต่ำ 低武 เป็นระดับเท่าๆ กับ (武俠 wǔxiá) ที่เป็นโลกเกี่ยวกับกำลังภายใน/ยุทธภพ
[2]โลกซวนฮวน 玄幻 (Xuán huàn) แปลว่า แนวแฟนตาซี หรือ แฟนตาซีจีนแนวลึกลับล้ำลึก เป็นแนววรรณกรรมจีนที่ผสมผสานเวทมนตร์ เทพเจ้า สัตว์ประหลาด และตำนานเข้ากับเรื่องราวการฝึกฝนพลังเหนือธรรมชาติ (คล้ายแนวเซียนเซี่ย(เทพเซียน)) แต่แตกต่างที่มักจะเปิดกว้าง ผสมผสานแนวคิดตะวันตกหรือไซไฟได้อิสระ และไม่ยึดติดกับตำนานจีนดั้งเดิมเท่าเซียนเซี่ย (Xianxia)