เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SD:บทที่ 15 : มีโชค

SD:บทที่ 15 : มีโชค

SD:บทที่ 15 : มีโชค


SD:บทที่ 15 : มีโชค

เมื่อเขาลงชื่อเขาบัญชี Weibo ของตัวเอง ซู ฉิวไป่ กลับพบว่ายอดผู้ติดตามของได้เพิ่มมากขึ้นหลายพันเท่า รวมถึงมีคนส่งข้อความมาหาเขาอีกด้วย!

หลังจากการอ่านคร่าว ๆ แล้ว เขาพบว่าสื่อหลายสำนักกำลังสนใจที่จะขอสัมภาษณ์เขา!

อีกทั้งยังมีการพาดหัวข่าวไร้สาระที่ทำให้เขาโกรธจริง ๆ โดยเฉพาะอันที่กล่าวว่า : ชายหัวร้อนเข้าทุบรถสปอร์ตแล้วเข้ากระทืบคู่กรณี!

            โถ่เว้ย! เขารู้ตัวว่าเขาทำลายรถคันหนึ่งจริง ๆ แต่ว่าเคยไปกระทืบคนที่ไหนกัน!

อีกซักพักหนึ่ง ซู ฉิวไป่ จึงนึกขึ้นได้ว่า ดง เจี่ยเว่ย ยังคงจ้องเขาอยู่ เขาจึงเลิกใส่ใจเรื่องไร้สาระของตัวเอง แล้วแสดงให้เธอเห็นโพสประกาศที่เขาเขียนไว้เมื่อคืนว่าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ แล้ว

แต่ทว่าผู้หญิงตรงหน้าเขายังคงมุ่งมั่นที่จะให้เงินของเธอกับ ซู ฉิวไป่ เขาจึงกล่าวยืนยันกับเธอว่าถ้าถึงคราวไหนที่เขาจำเป็นต้องใช้เงิน เขาจะรับเงินจากเธอแน่นอน

ทั้งสองจึงกลับมานั่งที่โซฟาดังเดิม ดง เจี่ยเว่ย ดื่มน้ำที่เขารินให้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วน ซู ฉิวไป่ ยังคงนั่งนิ่ง พลางเค้นหาเรื่องให้พูดเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอัดอัดนี้

เขารู้สึกเคอะเขิน ยิ่งเมื่อมีผู้หญิงที่สวยเช่นนี้อยู่ในห้องเดียวกับเขาด้วยแล้ว เขาต้องยิ่งพยายามหาเรื่องชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดมากขึ้นไปอีก

ทันใดนั้น คนขับรถดันผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาได้

เนื่องจากระบบการนำทางตอนนี้เชื่อมต่อกับจิตของเขาแล้ว เขาจึงเลือกหมวดค่าความรักอย่างว่องไว แล้วลองเพิ่มแต้มสะสมการเติบโตไปเสียสิบแต้ม

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อครบหนึ่งนาทีอันยาวนาน กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ซู ฉิวไป่ ยังไม่ยอมแพ้ เขาเพิ่มค่าความรักไปอีก 20 แต้มสะสมการเติบโต

แทบจะทันทีที่เขาเพิ่มแต้มเข้าไป ดง เจี่ยเว่ย ที่ยังนั่งอยู่ตรงหน้าเขา ลุกพรวดขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “เดี๋ยวขอตัวกลับก่อนนะคะ ฉันยังมีธุระที่ต้องทำที่โรงเรียนอีก ถ้ายังมีอะไรที่ฉันช่วยเหลือคุณได้ สามารถบอกได้ทันทีเลยนะคะ”

ดง เจี่ยเว่ย คงรู้สึกอีดอัดเป็นแน่แท้ที่ทั้งสองนั่งในความเงียบมานานสองนาน เธอจึงขอตัวลากลับเพราะเหตุนั้น คนขับรถตกอยู่ความงุงงนเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า นี่เธอจะไปได้อย่างไรทั้งที่เขาลงทุนเพิ่มค่าความรักด้วยแต้มสะสมเสียมากขนาดนั้น

ซู ฉิวไป่ ท้อแท้ใจ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางที่เขาจะรั้งเธอไว้ได้อยู่แล้ว ในขณะที่เขาเดินไปส่งเธอที่ประตูหน้าอย่างช่วยไม่ได้ กลับเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น

ในขณะที่ ดง เจี่ยเว่ย เดินหน้าเข้าไปหาประตู เธอกลับเผลอชนเข้ากับโต๊ะเขาเข้าอย่างจังแล้วล้มลง แก้วน้ำหลุดจากมือของเธอแล้วร่วงลงกระแทกกับพื้น

ชายเจ้าของบ้านพลันพุ่งเข้าไปรับเธอ และด้วยความบังเอิญ รับเธอไว้ได้ในอ้อมแขนเขาเสียทันเวลาพอดิบพอดี สัมผัสและความอบอุ่นของร่างกายหญิงสาวราวกับจุดประกายไฟในตัวเขา และทำให้ในหัวของเขาขาวโพลนขึ้นมาฉับพลัน

เมื่อเขามองลงไปที่ ดง เจี่ยเว่ย เขาจึงสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของเธอเปียกโชกไปหมด และเสื้อขาวใต้สูทของเธอก็เปียกชุ่มเช่นกันจนมันรัดติดกับรูปร่างของเธอแน่น ซับในเสื้อสีชมพูของเธอพลันทะลุเห็นออกมาได้ชัดเจน

แน่นอนว่า ดง เจี่ยเว่ย สะดุ้งตกใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่าเธอพลันสังเกตสภาพท่าของพวกเขาที่น่าอายเข้า หน้างดงามของเธอแดงขึ้นจนเปลี่ยนเป็นสีแดงอมชมพู คนขับรถต้องอาศัยพลังใจในการควบคุมตัวเองอย่างมาก เพื่อห้ามไม่ให้เขาเผลอจูบเธอเสียตั้งแต่ตอนนี้

“ขะ-ขอโทษนะคะ... ช่วยพยุงฉันขึ้นทีค่ะ”

หญิงสาวไม่กล้าที่จะมองหน้าชายเจ้าของบ้านตรง ๆ เธอกัดริมฝีปากแล้วพูดดังกว่าเสียงกระซิบเพียงเล็กน้อย หูของเธอแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“อ้อ เออ... โทษทีนะครับ”

ซู ฉิวไป่ รับพยุงเธอขึ้นแล้วขอโทษอีกหลายครั้ง แต่ในใจเขากลับร้องโวยวายอย่างตื่นเต้น

            แต้มสะสมการเติบโตทั้งสามสิบแต้มได้ใช้คุ้มค่ามาก!

ดง เจี่ยเว่ย พยายามทรงตัวยืน แต่กลับขมวดคิ้วทันที เธอหอบหายใจแรงขณะที่เธอเกือบจะเผลอล้มลงอีกครั้ง

“เป็นอะไรเหรอครับ” ซู ฉิวไป่ เอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวล

“เท้าของฉัน...ดูเหมือนว่ามันจะบวมน่ะค่ะ” หน้าของเธอยังคงแดงในตอนที่เธอชำเลืองมองมาที่เขาและตอบด้วยความอับอาย

บวมเหรอ

ซู ฉิวไป่ เองก็ประหม่าเช่นกัน แต่เขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าสำหรับผู้หญิงแบบเธอ การเดินชนโต๊ะเขาที่หนักอึ้งอย่างแรงเช่นนั้น ไม่แปลกเลยที่มันจะทำให้เท้าของเธอบวมขึ้นมา

“เร็ว เชิญนั่งเลยครับ ให้ผมช่วยคุณเถอะ”

โดยที่ไม่เสียเวลาลังเลเลย เขาเร่งเร้าให้ ดง เจี่ยเว่ย นั่งลง

ดง เจี่ยเว่ย ยังคงเงียบงันเช่นเดิม แม้เธอจะลังเลและยังคงดื้อรั้นที่จะได้รับความช่วยเหลือ แต่เท้าของเธอนั้นก็บวมมากจริง ๆ เธอไม่มีหนทางที่จะปฏิเสธไม่ให้ ซู ฉิวไป่ ช่วยเธอเลย

ซู ฉิวไป่ ยังคงยืนอยู่ข้างหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งพักบนโซฟา ในหัวได้แต่พยายามเค้นความคิดอย่างหนักว่าบ้านเขามียาทาบรรเทาอาการปวดบ้างหรือไม่ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาก็เผลอมองลงไปที่เสื้อขาวเปียกโชกของ ดง เจี่ยเว่ย อีกแล้ว

เจ้าตัวคงจะสังเกตเห็นว่าสายตาเขาจ้องไปตรงไหน เธอเลยพยายามยกมือขึ้นปกปิดแม้มันจะไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรมากนัก หน้าของเธอพลันแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ซู ฉิวไป่ ยิ่งรู้สึกเหนียมอายมากขึ้นไปอีก ถึงเมื่อกี้เขาจะไม่ได้ตั้งใจมองก็เถอะ

“เออ... ฉันขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำได้มั้ยค่ะ แล้วก็คุณมีไดร์เป่าผมมั้ย” ดง เจี่ยเว่ย ตระหนักดีว่าตอนนี้สภาพของเธอดูเปิดเผยมากเกินไปนัก จึงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม ซู ฉิวไป่ เบา ๆ

“ผมมีไดร์เป่าผมอยู่ แต่เสื้อผ้าคุณ...” ซู ฉิวไป่ ไม่อยากให้เธอคิดว่าเขาโรคจิตไปมากกว่านี้แล้ว จึงหยุดพูดขึ้นมากลางทัน

“ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการได้เอง”

หญิงสาวคงจะเข้าใจเจตนาเขาดีตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เธออับอายเสียจนเธอไม่สนใจแล้วด้วยซ้ำว่าในตอนท้ายเขาพูดอะไรไปบ้าง

ซู ฉิวไป่ ค่อย ๆ ช่วยพยุงเธอไปเข้าห้องน้ำ นอกจากนั้น เขายังวางเก้าอี้ตัวหนึ่งไว้ให้ ดง เจี่ยเว่ย ได้มีที่ให้นั่งดี ๆ ก่อนที่เขาจะออกจากห้องน้ำแล้วปิดประตูให้เธอ

ณ ตอนนี้ เขากลับมานั่งถอนหายใจบนโซฟาตัวเก่า ความคิดของเขาแล่นเตลิดไปไหนต่อไหน ยิ่งตอนนี้ที่เขาได้ยินเสียงที่แผ่วเบาของหญิงสาวที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า

โถ่... ฉันต้องเป็นสุภาพบุรุษสิว่ะ! อย่ามอง และอย่าแอบฟังด้วย!

เขาพึมพำปฏิญาณกับตัวเอง แต่สุดท้ายก็อดใจแอบเพ่งเล็งไปในทิศทางของห้องน้ำไม่ได้เลย ช่วยไม่ได้เลยที่ ดง เจี่ยเว่ย งดงามเสียยิ่งกว่าอะไร! ทั้งรูปร่างและหน้าตาของตาดีไปไม่น้อยกว่าดาราซักคนเลย

จากที่เขาเงี่ยหูฟังดูแล้ว หญิงสาวน่าจะถอดเสื้อผ้าเสร็จหมดแล้ว จากนั้นเสียงของไดร์เป่าผมดังขึ้นมาจากในห้องน้ำ ซู ฉิวไป่ ดื่มน้ำอึกใหญ่เพื่อทำให้ใจเย็นลง พลางหักห้ามตัวเองไม่ให้คิดว่าตอนนี้เธอจะดูเป็นยังไงในห้องนั้น

            นี่เขากำลังทำบาปใหญ่หลวงชัด ๆ

เมื่อทุกอย่างเงียบลง เสียงของ ดง เจี่ยเว่ย ปลุกเขาจากภวังค์ความคิด “ฉันเสร็จแล้วค่ะ คุณเข้ามาได้แล้วค่ะ”

เมื่อได้ยินเธอบอกเช่นนั้น ชายเจ้าของบ้านแทบจะวิ่งไปที่ห้องน้ำ แล้วผลักประตูเปิดเบา ๆ

อย่างที่คาดเอาไว้ ดง เจี่ยเว่ย ตอนนี้แต่งตัวเรียบร้อยดี คนขับรถแอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็กลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจ

เขาจับแขนของเจี่ยเว่ยช้า ๆ แล้วค่อย ๆ พยุงเธอเดินออกจากห้องน้ำ เมื่ออยู่ในระยะที่ใกล้เพียงนี้ เขาได้กลิ่นน้ำหอมออกมาจากร่างเธอด้วย

หลังจากที่พยุง ดง เจี่ยเว่ย มาที่โซฟาได้สำเร็จอย่างยากลำบาก ซู ฉิวไป่ ลังเลเสียนานก่อนจะพูดขึ้น “ให้ผมดูเท้าของคุณหน่อย ถ้ามันบวมมาก ผมจะไปส่งคุณที่โรงพยาบาลแถวนี้”

ทว่า ดง เจี่ยเว่ย กลับปฏิเสธเขาอย่างกระอักกระอ่วน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรเมื่อดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ซู ฉิวไป่ เองก็อับอายเช่นกัน เขาไม่มีเจตนาอะไรนอกจากจะตรวจดูอาการบวมของเท้าเธอ อีกอย่าง หญิงสาวเองก็มาหาเขาถึงบ้านเพื่อมาเอ่ยคำขอบคุณ แล้วเขาจะทิ้งให้ไว้คนเดียวทั้งที่เธอบาดเจ็บได้อย่างไรกัน!

หลังจากที่ครุ่นคิดว่าเขาจะทำอะไรเพื่อช่วยเธอได้บ้าง เขาเกิดมีความคิดดี ๆ ความคิดหนึ่งขึ้นมา!

ถ้าจำไม่ผิด มันมีหมวดความสามารถในการรักษาในระบบพัฒนาทักษะของระบบการนำทางนี่!

ซู ฉิวไป่ จึงใช้จิตเฝ้าค้นหาทักษะนั้น เขาพบว่าอันที่จริง ความสามารถในการรักษานั้นเองก็สามารถเลือกพัฒนาไปได้ในหลายประเภท หลังจากที่ค้นดูทุกแบบแล้ว เขาตัดสินใจเลือกทักษะการนวด แล้วใช้แต้มสะสมการเติบโตไปยี่สิบแต้มในการพัฒนามัน

ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ว่าจิตของเขาได้เรียนรู้ทักษะและวิชาของหมอนวดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับตำแหน่งการฝังเข็มทั่วทั้งร่างกาย และเส้นเอ็นทุกเส้นในร่างกายมนุษย์ ราวกับว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นได้ถูกเก็บไว้ในสมองของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว

เขาเอ่ยกับ ดง เจี่ยเว่ย อย่างกระวนกระวาย “ให้ผมดูมันเถอะ ผมได้เรียนรู้เทคนิคการนวดมาบ้าง บางทีผมน่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ซักนิด”

คำพูดของ ซู ฉิวไป่ นั้นซื่อสัตย์และออกมาจากใจเขาอย่างจริงแท้!

ดง เจี่ยเว่ย อึ้งจากสถานการณ์ทั้งหมดนี่ ในตอนแรกนั้น บรรยากาศเงียบงันที่น่าอึดอัดของบ้านนี้ทำให้เธอเอาแต่ครุ่นคิดหาข้ออ้างที่จะขอตัวกลับ ส่วนชายเจ้าของบ้านกลับนิ่งเงียบตลอดเวลาที่เขานั่งตรงข้ามเธอ หลังจากที่ไม่พูดไม่จามาตลอด อยู่ดี ๆ เขาก็ประกาศว่าเขามีความรู้ด้านการนวดมาก่อนเหรอ... นี่หรือว่าเขาคิดจะ...

ด้วยความคิดเช่นนั้น ดง เจี่ยเว่ย ปฏิเสธข้อเสนอของเขา และทำให้ ซู ฉิวไป่ มั่นใจว่าเดี่ยวเธอจะกลับไปหายาทาที่บ้านของเธอเอง

แต่ ซู ฉิวไป่ จะปล่อยให้เธอกลับบ้านในสภาพนี้ได้อย่างไรกันเล่า หากเขาทำเช่นนั้น เขาคงนึกรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ทำให้หญิงสาวที่รู้สึกสำนึกในบุญคุณที่เขาช่วยพ่อของเธอไว้ กลับต้องกลับบ้านเธอไปโดยเจ็บตัวเสียอย่างนั้น

เขาจึงยังยืนยันที่จะช่วยเธอ แล้วเดินช้า ๆ เข้าไปหา ดง เจี่ยเว่ย

นั่นยิ่งทำให้ ดง เจี่ยเว่ย เกิดอาการอายมากขึ้นไปอีก เธออยากจะเอ่ยปฏิเสธจริง ๆ แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาช่วยชีวิตพ่อของเธอไว้เชียวนะ บางทีเขาอาจจะมีเจตนาที่บริสุทธิ์จริง ๆ ก็ได้

หลังจากการพยายามอย่างหนัก ซู ฉิวไป่ ก็ถอดรองเท้าส้นสูงของเธอได้เสียที

ดง เจี่ยเว่ย ตัวสั่นเมื่อฉิวไป่วางมือของเขาบนเท้าของเธอ เธอไม่เคยให้ผู้ชายที่ไหนมาจับเท้าของเธอมาก่อน ในตอนนี้ เธอทั้งรู้สึกอับอายและรำคาญไปพร้อมกัน

แต่ชั่วขณะต่อมา กลับมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนจากมืออันใหญ่หนาของเขา เจี่ยเว่ยรู้สีกได้ว่าความเจ็บปวดกำลังทุเลาลง ในขณะที่ความรู้สึกชาเข้ามาแทนที่ แต่ถึงกระนั้น เท้าของเธอยังคงปวดร้าวจนแทบจะทนไม่ได้ ถ้าเธอไม่ยั้งตัวเองไม่ให้กรีดร้องออกมาดัง ๆ ล่ะก็ เธอแน่ใจว่าเธอคงอับอายต่อหน้าชายคนนี้มากกว่าเดิมอีกแน่

ส่วนทางด้านของ ซู ฉิวไป่นั้น เขาไม่ทันสังเกตเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของเจี่ยเว่ยด้วยซ้ำ เขาแค่รู้สึกว่าตอนนี้เท้าของเธอไม่แข็งเกร็งเหมือนเดิมแล้ว ตอนนี้เขาแค่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการนวดเท้าของเธอ พร้อมกับที่สังเกตได้ว่าอาการบวมของเท้าเธอเริ่มหายไปภายใต้การนวดอย่างระมัดระวัง

เท้าของ ดง เจี่ยเว่ย บวมมากจริง ๆ มิฉะนั้น มันคงไม่ทำให้เธอเจ็บปวดมากจนเธอเดินไม่ได้ขนาดนี้หรอก

แม้ว่าทั้งสองคนจะอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนล่อแหลม แต่เนื่องจากความจริงจังในการกระทำของชาตรงหน้า ดง เจี่ยเว่ย จึงไม่รู้สึกหวั่นวิตกอีกต่อไป แต่กลับมีความสบายอกสบายใจโดยธรรมชาติแทน

เธอแอบรู้สึกเสียดายด้วยซ้ำเมื่อมือของฉิวไป่ปล่อยจากเท้าของเธอ

“เสร็จแล้วเหรอค่ะ” เมื่อเห็น ซู ฉิวไป่ ยืนขึ้น ดง เจี่ยเว่ย ก็เอ่ยถามอย่างแผ่วเบา

“เรียบร้อยแล้วล่ะครับ... อาการบวมน่าจะหายแล้ว คุณลองเดินดูหน่อยสิ” ซู ฉิวไป่ ยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ

ดง เจี่ยเว่ย ยืนขึ้นอย่างระมัดระวังหลังจากที่สวมรองเท้าส้นสูงของเธอแล้ว ในตอนแรก แม้เท้าของเธอจะยังมีความปวดเมื่อยหลงเหลืออยู่บ้าง แต่หลังจากเดินไปได้สองสามก้าว เธอก็ตระหนักว่าจริง ๆ แล้วเธอรู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว ความเจ็บปวดมันหายไปแล้ว!

“หายแล้วจริง ๆ ด้วยค่ะ! คุณนี่มีความสามารถมากเหมือนกันนะคะเนี่ย!”

ดง เจี่ยเว่ย ตกตะลึงจากการที่อาการบวมของเท้าหายไปได้เร็วเยี่ยงนี้ จึงชื่นชมเขาไม่หยุดปาก พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ

ชายผู้ได้รับคำชมเอาแต่ยิ้มด้วยความเคอะเขิน เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร โดยปกติเขามักจะขี้อายเมื่อใดก็ตามที่เขาอยู่กับผู้หญิงอยู่แล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ทั้งคู่รู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นหลังจากนั้น

พวกเขาคุยกันต่อไปอีกพักหนึ่งก่อนที่โทรศัพท์มือถือของหญิงสาวจะดังขึ้นมาในทันทีทันใด เธอรู้สึกไม่สบายใจมากนักหลังจากที่เธอเห็นหมายเลขโทรศัพท์

ซู ฉิวไป่ สามารถได้ยินเสียงที่แสดงความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดจากปากของเธอหลังจากที่เธอรับสาย

"นี่คุณปฏิเสธที่จะดูหนังกับผมตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว นี่คุณอยากให้ผมสอนบทเรียนให้คุณหลาบจำจริง ๆ ใช่มั้ย”

จบบทที่ SD:บทที่ 15 : มีโชค

คัดลอกลิงก์แล้ว