เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SD:บทที่ 4 ตีแผ่ผ่านประวัติศาสตร์

SD:บทที่ 4 ตีแผ่ผ่านประวัติศาสตร์

SD:บทที่ 4 ตีแผ่ผ่านประวัติศาสตร์


SD:บทที่ 4 ตีแผ่ผ่านประวัติศาสตร์

หลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาล ซูฉิวไป่ ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาได้ทิ้งรถแท็กซี่ไว้กลางถนน เขาสาปแช่งและรีบวิ่งตรงกับไปยังสถานที่ที่เขาจอดรถแท็กซี่เอาไว้ แม้ว่าเขาจะไม่ถูกดุด่าด้วยเจ้าหน้าที่แต่เขายังคงถูกขู่ว่าจะถูกเจาะยางถ้าเขายังคงจอดรถแท็กซี่ไว้กลางถนนแบบนี้อีกครั้ง

ซูฉิวไป่ ขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าในที่สุดเขาก็ขึ้นไปบนแท็กซี่ของเขา

เขาสังเกตเห็นค่าความรักในทักษะที่อยู่บนระบบนำทางของเขาเขาค่อนข้างรู้สึกไม่พอใจ เขาสูญเสียคะแนนเติบโตไปตั้ง5คะแนนแต่มันจบลงด้วยการเหนื่อยล้าเพื่อคนอื่นๆ

ในขณะที่ ซูฉิวไป่ กำลังเริ่มขับรถระบบนำทางก็ส่งเสียงอีกครั้ง

“อู่ซง ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ สแกนตำแหน่ง เมืองจิงหยาง โปรตัดสินใจว่าจะยอมรับหรือไม่!”

ซูฉิวไป่ เหยียบเบรคทันทีเขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะรับงาน

“งานได้รับการยอมรับ เริ่มระบบนำทาง  ...เลี้ยวซ้ายที่สัญญาณไฟจราจรด้านหน้า”

เมื่อคืนที่ผ่านมาซูฉิวไป่อยู่ในสภาพสับสนในขณะที่เขาขับแท็กซี่ผ่านมิติเวลา แต่วันนี้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีในวันนี้ ในขณะที่เขาขับรถไปถนนด้านหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

ถนนยาวแปลกตามีบ้านชั้นเดียวและ2ชั้น ทั้งสองข้างทางคนเดินถนนชายชุดผ้าหยาบ...นี่คือราชวงศ์ซ่งใช่หรือไม่?

ซูฉิวไป่ สันนิษฐานว่าเขาคงเป็นคนแรกที่ขับรถอยู่ในราชวงศ์ซ่ง เขารู้สึกตื่นเต้นจากนั้นเขามองออกไปนอกหน้าต่างและเห็น อู่ซง กำลังเดินเข้ามาหาเขา บนถนนสองข้างทางมีคนพยายามจ้องมองดูรถของ ซูฉิวไป่

“พี่ชายท่านมาที่นี่จริงๆ ในตอนแรกข้าสงสัยว่าเมื่อใดกันที่ข้าจะได้พบกับท่านอีก ข้าไม่คาดคิดว่าเราจะได้พบกันหลังจากเพิ่งแยกกันเมื่อคืนนี้ เข้ามาก่อนสิ”

อู่ซง หัวเราะอย่างจริงใจและโอบกอดคอของ ซูฉิวไป่ ด้วยแขนของเขา ร่างเล็กของคนขับรถแท็กซี่เกือบถูกบดขยี้   ซูฉิวไป่ ติดตาม อู่ซง เข้าไปในบ้านโดยไม่กังวลว่ารถของเขาจะจอดอย่างผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาก้าวเข้าไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ตกตะลึงในสิ่งที่เขาเห็น เมื่อเขาเงยหน้ามองเขาเห็นดวงหน้าของสาวคนหนึ่งหน้าตาน่ารักผ่านหน้าต่าง

เธอมีคนคิ้วเหมือนดวงจันทร์ ปากเชอรี่ หน้าตาเหมือนดอกไม้ดวงตาเหมือนแอ่งน้ำใส  ซูฉิวไป่ ตกตะลึงในความงามของเธอทันที

“พี่ชายข้าหวังว่าท่านจะไม่ตำหนินาง นางเป็นพี่สะใภ้ของข้า..”

อู่ซง เขินอายเล็กน้อย ซูฉิวไป่ ค่อยๆฟื้นความรู้สึกของตัวเองหลังจากถูกสะกิดแขน

“โอ้...ไม่เป็นอะไร...พี่สะใภ้...เดี๋ยวนะพี่สะใภ้ของคุณ! พานจินเหลียน!”

ในตอนแรก ซูฉิวไป่ ไม่ได้สนใจเธอมากนักแต่เมื่อเขาตระหนักได้ว่าเธอเป็นใคร ความรู้สึกประหลาดใจทำให้เขาว่าปากค้าง

เธอคือ พานจินเหลียน! เธอมีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับความงามของจีนโบราณ ความงามของเธอเป็นเรื่องจริง...ทันทีที่ฉันได้เห็นเธอราวกับโดนตีหัว

ซูฉิวไป่ เดินตาม อู่ซง เข้าไปในบ้านพร้อมกับขบคิด

“นี่คือพี่ชายของข้า อู่ต้า  เขายังมีชื่ออีกอย่างชื่อว่าอู่ต้าหลง” เมื่อเข้ามาในบ้านของ อู่ซง เขาได้ชี้ให้เห็นชายคนหนึ่งที่อายุประมาณ 30 ปีจากนั้นเขาแนะนำให้พี่ชายของเขารู้จักกับ ซูฉิวไป่

ซูฉิวไป่ หันไปมอง อู่ต้า อย่างระมัดระวังและนึกถึงข้อมูลก่อนหน้านี้ เขาเคยได้ยินว่า ชือ ไน่อัน(นักประพันธ์ชาวจีน) นั้นอิจฉาในความงามภรรยาของ อู่ต้า จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเขียนลักษณะของ อู่ต้า ค่อนข้างเลวร้ายในนิยายของเขา

แต่ตอนนี้ อู่ต้า ตัวจริงอยู่ด้านหน้าของเขาแล้ว แม้ว่าอู่ต้าจะไม่ได้หล่อเหลาแต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์เหมือนในนิยาย

ซูฉิวไป่ ได้ยินเสียงคนเดินลงมาจากบันได ในขณะที่เขากำลังทักทาย อู่ต้า  เขาก็หันหลังไปสังเกตเห็นว่า พานจินเหลียน เป็นผู้กำลังเดินลงมา

ในตอนแรกเขาไม่ได้เห็นเธอชัดเจนเมื่อมองผ่านหน้าต่าง แต่ตอนนี้เขาได้เห็นเธออย่างชัดเจนเธอดูสวยงามมากยิ่งขึ้น เธอขมวดคิ้วและมีรอยยิ้มพิเศษ แน่นอนว่าเธอไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆและไม่เหมือนกับผู้หญิงเจ้าชู้เหมือนกับที่เขียนในนิยาย

“ขอโทษที่เสียมารยาทก่อนหน้านี้ ข้าได้ยินว่าน้องชายของสามีข้าได้รับความช่วยเหลือจากท่านจึงสามารถกลับมายังเมืองจิงหยางได้ จึงทำให้พี่น้องทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้ง โปรดยอมรับคำขอบคุณจากพวกเรา”

พานจินเหลียน นั่งคุกเข่าลงกับพื้นในขณะที่พูด

ซูฉิวไป่ รู้สึกสับสนเขาพูดไม่ออกโดยเฉพาะเมื่อกำลังเผชิญหน้ากับหญิงสาวแสนสวยผู้มีอิทธิพลในประวัติศาสตร์จีน

ในที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็นั่งลงบนโต๊ะอย่างมีความสุขจากนั้น ซูฉิวไป่ จึงถามเหตุผลที่ อู่ซง เรียกเขามา

อู่ซง รู้สึกสับสนเช่นกันเขาส่งวัตถุบางอย่างให้ ซูฉิวไป่ในขณะที่เขาพูด  ซูฉิวไป่ มองดูวัตถุนั้นมันคล้ายกับ รีโมทคอนโทรล มีปุ่มสีแดงอยู่ อู่ซง อธิบายว่าเขากดปุ่มสีแดงในตอนเช้าจากนั้น ซูฉิวไป่ ก็มาที่นี่

ซูฉิวไป่ เดาว่ามันอาจคล้ายกับอุปกรณ์โทรศัพท์ ดังนั้นจึงเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเขาสามารถมารับผู้โดยสารผ่านช่องว่างมิติหลังจากที่มีคนกดปุ่มนี้

เมื่อความเข้าใจทั้งหมดคลี่คลายพวกเขาก็นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน

นอกจากนี้ พานจินเหลียน ยังเป็นผู้ทำอาหารมื้อนี้

ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี นี่คืออาหารของ พานจินเหลียน! อู่ซง กำลังยื่นขนมปังและ อู่ต้า กำลังคัดสรรอาหารเพื่อคุณ!  โอ้พระเจ้า! คุณเคยคิดบ้างไหมว่าจะมีประสบการณ์เช่นนี้

หัวใจของ ซูฉิวไป่ รู้สึกตื่นเต้นดังนั้นเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป  อู่ซง เคยเห็นโทรศัพท์มาก่อนแต่ไม่ใช่กับ อู่ต้า และ พานจินเหลียน  พวกเขารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นรูปถ่าย อย่างไรก็ตามพวกเขาเริ่มทำความคุ้นเคยกับ หลังจากเห็นภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพในที่สุด พานจินเหลียน ก็เริ่มสนใจสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์

“ถ้าคุณชอบผมจะนำมาให้คุณในครั้งต่อไป”

ในโทรศัพท์ของ ซูฉิวไป่ นั้นมีข้อมูลส่วนตัวเยอะเกินไปดังนั้นเขาจึงไม่สามารถมอบมันให้กับ พานจินเหลียน ได้ทันที

“นี่ไม่ถูกต้อง!พี่ชายท่านทำอย่างนี้ไม่ได้ โดยธรรมชาติแล้วสิ่งที่ผู้หญิงต้องการมักก่อให้เกิดปัญหา”  อู่ต้า ปฏิเสธทันทีและหันไปจ้องมองภรรยาของเขา ใบหน้าของ พานจินเหลียน เปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีเธอรีบโบกมือปฏิเสธ

“พวกเราทุกคนเป็นพี่น้องกันทำไมคุณต้องปฏิบัติตัวอย่างสุภาพ?คุณไม่ต้องการมีโทรศัพท์อย่างนั้นหรอ ผมสามารถซื้อให้ได้!ในอีกไม่กี่วันผมจะนำมันมา นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก!”

ในที่สุด อู่ต้า ก็ยอมรับความคิดเห็นของ ซูฉิวไป่ หลังจากเห็นว่า ซูฉิวไป่ ตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น  พานจินเหลียน มีความสุขมากเธอรีบเก็บจานชามที่กินเสร็จแล้วไปทำความสะอาดทันที

“ท่านพี่เนื่องจากพี่ชายซูยืนยันที่จะให้ ก็อย่าปฏิเสธเลย”

อู่ซง ผู้สนใจเรื่องการดื่มตลอดเวลาพูดกับ อู่ต้า จากนั้นเข้าหันไปทาง ซูฉิวไป่

“พี่ชายท่านมาจากแดนไกลแต่ข้าไม่มีอะไรให้ท่าน เมื่อคืนข้าได้จัดการกับเสือขาวบนเนินจิงหยาง ข้าจะลอกหนังของมันเพื่อทำเสื้อผ้าให้กับท่านภายหลัง!”

ในขณะที่พูด อู่ซง ลุกขึ้นยืนและกำลังเดินไป  ซูฉิวไป่ ตกตะลึง

ห๊ะ ถ้าคุณให้ผิวหนังกับฉันจริงๆ ฉันคิดว่าคงได้ไปเยี่ยมเยียนสถานีตำรวจในไม่กี่วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม ซูฉิวไป่ ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรเมื่อเขาเห็น อู่ซง เดินออกไปเขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า

“น้องชายผมไม่ต้องการหนังของมัน เปลี่ยนเป็นเนื้อให้ผมแล้วกัน ผมไม่เคยกินเนื้อเสือมาก่อน!”

อู่ซง รู้สึกผิดหวังเมื่อได้ยิน

“ท่านจะเอาเพียงเนื้ออย่างนั้นหรอ?พี่ชายท่านไม่ได้ดูถูกข้าใช่ไหม หรือท่านรังเกียจว่าหนังของเสือเพียงแค่ 1 ตัวมันน้อยเกินไป?ถ้าอย่างนั้นข้าจะกลับไปเนินจิงหยางและฆ่าเสืออีกในคืนนี้!”

อู่ซง เตรียมที่จะขึ้นไปยังเดินจิงหยางอีกครั้ง  ซูฉิวไป่ รีบหยุด อู่ซง ทันที หลังจากที่เขาพยายามอธิบายกับ อู่ซง แล้วไม่นาน อู่ซง ก็สงบลง ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงกันได้ที่จะเอาเพียงเนื้อเท่านั้น

“น่าแปลกจริงๆ คนอื่นๆนั้นต้องการหนังของมันเป็นอย่างมาก แต่ผู้มีพระคุณของเรากลับต้องการเนื้อของมันแทน”

เมื่อเห็นว่าพี่น้องทั้งสองคนไม่มีความสุข  พานจินเหลียนจึงเริ่มหัวเราะ มันทำให้ ซูฉิวไป่ รู้สึกอับอาย

เดิมที ซูฉิวไป่ คิดว่ามันเป็นเพียงชิ้นเนื้อเล็กๆของเสือเพื่อเอามาลิ้มลอง อย่างไรก็ตามเขาตระหนักว่าเขาทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง หลังจากเห็นเนื้อที่ อู่ซง นำมาให้เขา

อย่างน้อยมันควรมีน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม!

อู่ซง ยืนยันว่า ซูฉิวไป่ ควรเอาเนื้อไปทั้งหมด ท้ายรถแท็กซี่ของเขาเต็มไปด้วยเนื้อเสือ จนต้องมีบางส่วนนำมาวางไว้ที่เบาะหลัง  ซูฉิวไป่ พยายามที่จะบอกว่าเนื้อของเสือนั้นมีเยอะมากเกินไปเขาต้องการเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่พี่น้องตระกูลอู่ยังคงยืนยันที่จะให้ ซูฉิวไป่ นำไปทั้งหมด

ในขณะที่ ซูฉิวไป่ กำลังเตรียมจะกลับบ้านก็มีคนมาเคาะประตู ที่จริงแล้วมันเป็นเพื่อนบ้านของ อู่ซง

เธอเองเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์เช่นกัน แม้ว่าเธอจะไม่เป็นที่รู้จักแต่ ซูฉิวไป่ ยังคงต้องการถ่ายรูปกับเธอ นั่นทำให้หญิงชราหวาดกลัว และต้องใช้คำอธิบายเป็นเวลานานเธอจึงสงบสติอารมณ์ หลังจากนั้น วังกันเหนียง ก็หันไปพูดคุยกับ อู่ต้า

“อู่ต้า เรื่องที่เจ้าไหว้วานข้านั้น รถม้าของน้องชายหลี่ได้ไปฉางโจวเมื่อวาน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหารถม้าอื่นๆในตอนนี้”

อู่ต้า ยังคงสงบนิ่ง แต่ พานจินเหลียน ดูเป็นกังวลใจหลังจากที่ฟัง วังกันเหนียง

“พวกเราควรทำยังไงดี นั่นหมายความว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้พบกับเสี่ยวได๋อีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่” พานจินเหลียน เกือบจะร้องไห้ในขณะที่พูด

อู่ต้า รู้สึกหมดหนทางเขาถอนหายใจและหันไปเกลี้ยกล่อมภรรยาของเขา

“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ”  ซูฉิวไป่ ถามขึ้น  เนื่องจากพวกเขาให้เนื้อกับ ซูฉิวไป่ เป็นจำนวนมากดังนั้น ซูฉิวไป่ จึงคิดว่าเขาอาจสามารถช่วยเหลือพวกเขาในสถานการณ์ปัจจุบันได้

อู่ต้า ถอนหายใจอีกครั้งเมื่อได้ยิน ซูฉิวไป่ พูดจากนั้นพูดออกมาว่า

“ภรรยาของข้ามีเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก นางชื่อว่าเสี่ยวได๋ ไม่กี่วันก่อนนางให้พ่อบ้านส่งจดหมายมาบอกว่านางนั้นป่วยหนักและต้องการพบภรรยาของข้าเป็นครั้งสุดท้าย ข้าได้สอบถามคนอื่นมากมายแต่ไม่พบรถม้าใดที่ว่างเลย”

หลังจากฟังคำพูดของ อู่ต้า ซูฉิวไป่ ได้แต่กระพริบตา

สถานการณ์นี้แก้ไขได้ง่ายมากแต่อย่างนั้น พานจินเหลียน ยังคงร้องไห้อย่างหนัก พวกเขาควรที่จะพูดก่อนหน้านี้

“บ้านของเสี่ยวได๋อยู่ไกลแค่ไหน?” ซูฉิวไป่ ถามขึ้นอีกครั้ง

“300 ไมล์จากที่นี่ ท่านมีทางที่จะช่วยพวกเราอย่างนั้นหรอ?” อู่ต้า เห็นท่าทางของ ซูฉิวไป่ ดังนั้นเขาจึงถามขึ้น  พานจินเหลียน ซึ่งอยู่ข้างๆรู้สึกมีความหวัง

ซูฉิวไป่ ยิ้มในขณะที่ทุบลงที่หน้าอกของเขา

“นี่เป็นเรื่องเล็กมากผมใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็สามารถส่งพี่สะใภ้ไปบ้านของเสี่ยวใด๋ได้!”

จบบทที่ SD:บทที่ 4 ตีแผ่ผ่านประวัติศาสตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว