เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SD:บทที่ 2 คุณเข้าใจไหมว่าสุนัขพูดอะไร

SD:บทที่ 2 คุณเข้าใจไหมว่าสุนัขพูดอะไร

SD:บทที่ 2 คุณเข้าใจไหมว่าสุนัขพูดอะไร


SD:บทที่ 2 คุณเข้าใจไหมว่าสุนัขพูดอะไร

ในขณะที่ ซูฉิวไป่ ยังคงจ้องมองสุนัขทั้ง 2 ตัวเขาก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินมาจากด้านข้าง  ซูฉิวไป่ หันหลังกลับไปเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา เธอดูเหมือนนางฟ้าที่เยื้องย่างลงมาบนพื้นโลก ผิวของเธอดุจดั่งหยกที่อบอุ่น ร่างกายของเธอเพียวบาง ดวงตาทั้งสองข้างเหมือนอัญมณีสีเข้ม สิ่งสำคัญที่สุดคือออร่าของเธอ ความสงบเงียบอย่างสง่างามและความสงบสุขของความบริสุทธิ์…

“ที่รักกลับบ้านกันเถอะ เร็วๆเข้า!”

ในขณะที่จิตวิญญาณของ ซูฉิวไป่ กำลังหลงทางอยู่นั้นผู้หญิงคนนั้นก็หันมาพูดพร้อมกับยิ้ม

ที่...รัก?เธอกำลังหมายถึงฉันหรือเปล่า นี่คือการปักธงในตำนานใช่ไหม?

สมองของ ซูฉิวไป่ ลัดวงจรอย่างรวดเร็วเขาปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าจนคล้ายกับแสยะยิ้ม ในขณะนั้นเองสุนัขตัวเล็กก็ส่ายหางและวิ่งไปหาผู้หญิงคนนั้น จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็อุ้มมันขึ้นไว้ในอ้อมแขนของเธอ

เอ่อ...อ่าว!

มือของ ซูฉิวไป่ นั้นยื่นออกไปแล้วแต่มันต้องหยุดค้างกลางอากาศ คำทักทายที่เขาเตรียมจะพูดออกมาติดอยู่ในลำคอ

“ขอโทษนะคะมีอะไรอย่างนั้นหรอ?”

สาวคนนั้นลูบศีรษะของสุนัขเบาๆเธอสังเกตเห็น ซูฉิวไป่ กำลังทำท่าแปลกๆดังนั้นจึงถามขึ้น เสียงของเธอไพเราะราวกับเปียโนทำให้เกิดสายลมอ่อนๆในจิตใจของ ซูฉิวไป่

“อ่า..สวัสดี...ผมชื่อ.. ซูฉิวไป่”

ในที่สุด ซูฉิวไป่ ก็พูดและลดมือลงอย่างรวดเร็ว

“เขาเป็นพวกโรคจิต เขาแอบมองมาที่ฉัน…”

หญิงสาวคนนั้นไม่ได้พูด แต่กลายเป็นเสียงสุนัขตัวนั้นเห่า 2 ครั้งมันทำให้ใบหน้าของ ซูฉิวไป่ บิดเบี้ยวด้วยความอับอาย

“ผมไม่ใช่คนโรคจิต!”

เมื่อกำลังเผชิญหน้ากับความงามดังนั้นจึงทำให้ ซูฉิวไป่ รู้สึกวิตกกังวลและรีบอธิบายอย่างเร่งรีบ

สาวสวยคนนั้นยิ้มแข็งค้างหลังจากที่ได้ยิน ซูฉิวไป่ พูดขึ้น

จากนั้น ซูฉิวไป่ ก็รู้สึกว่าเขาพูดอะไรออกไป ใบหน้าของเขาแดงกล่ำ

“ผมขอโทษ...ผมมักจะพูดเรื่องไร้สาระ”

ไม่นะ..การแสดงออกบนสีหน้าของคนสวยในตอนนี้ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวด้วยคำพูดของฉัน

ซูฉิวไป่ เลือกที่จะสงบปากคำอธิบายของเขาอาจทำให้เรื่องแย่ลงเธออาจคิดว่า เขาเป็นพวกโรคจิตจริงๆ

ในที่สุดหญิงสาวคนนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างสุภาพและจากไป สุดท้าย ซูฉิวไป่ ก็ได้ยินเสียงของสุนัขพูดว่า

“เจ้าหนูน้อยต้องการที่จะจีบหญิงด้วยท่าทีแบบนี้นะหรอ?กลับไปดูเทเลทับบี้ไป!”

หลังจากนั้นไม่นานผู้หญิงและสุนัขก็หายไปจากสายตาของ ซูฉิวไป่  มันทำให้เขารู้สึกสูญเสีย

“ไม่เป็นไร….ถึงแม้คราวนี้ฉันจะทำแต้มไม่ได้ แต่ใครจะรู้ฉันอาจมีโอกาสในครั้งต่อไป...ถึงอย่างนั้นในตอนนี้ฉันก็สามารถเข้าใจในสิ่งที่สุนัขพูดได้ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

หลังจากที่ ซูฉิวไป่ พูดให้กำลังใจตัวเองเขาก็เดินขึ้นไปด้านบนจากประสบการณ์ทั้งหมดทำให้เขาเชื่อมั่นว่ามีบางสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับรถแท็กซี่ของเขา  การส่ง อู่ซง กลับไปยังโรงเตี๊ยมจิงหยางและคะแนนเติบโตก่อนหน้านี้ต้องเป็นของจริงเช่นกัน  ซูฉิวไป่ ไม่สามารถระงับความตื่นเต้นของเขาได้อีกต่อไปเขารีบกลับบ้านของตัวเองเพื่อที่จะกลับไปคุยกับสุนัขของเขา วังไค่ เพื่อยืนยันความจริงในวันนี้!

วังไค่ เป็นสุนัขพันธุ์ดูแลสวนที่พบมากที่สุดในประเทศ  ซูฉิวไป่ นำมันมาจากชนบทบ้านของคุณยาย มันเป็นเพื่อนคนเดียวของเขาในเมืองแห่งนี้ คืนนั้น ซูฉิวไป่ และวังไค่คุยกันจนถึงเที่ยงคืนในบ้านขนาด 50 ตารางเมตรที่เขาได้เช่าเอาไว้ ตั้งแต่อดีตจนถึงอนาคต สมัยโบราณจนถึงยุคใหม่ บทกวีและบทเพลง พวกเขาทั้งสองคนต่างคุยกันราวกับว่าไม่เคยเจอะเจอกันมาเป็นเวลานาน แต่ดูเหมือนว่ามันจะดึกเกินไป เพื่อนบ้านของเขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้จึงมาเคาะประตูบ้านของเขา

“แกบ้าหรือไง! ถ้าฉันได้ยินเสียงสุนัขเห่าอีกครั้งฉันจะโทรเรียกตำรวจ!”

เพื่อนบ้านของ ซูฉิวไป่ เป็นคุณย่าวัยหมดประจำเดือน อารมณ์ของเธอรุนแรงมาก สำหรับเธอแล้วการที่รอจนถึงเวลานี้แล้วค่อยมาเคาะประตูนั้นแสดงให้เห็นว่าเธอได้ฝึกฝนความอดทนของเธอเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา

หลังจากที่ ซูฉิวไป่ พยายามขอโทษเขาได้สงบสติความตื่นเต้นของตัวเองลง เขาได้ละทิ้งเรื่องโชคร้ายเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นระหว่างวัน สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังรู้สึกเสียใจอยู่คือการที่เขาทิ้งความประทับใจอันเลวร้ายต่อหน้าหญิงสาวสวยที่ไม่รู้ชื่อ

ซูฉิวไป่ ได้ปลอบประโลมตัวเองแล้วหวังว่าเขาจะมีโอกาสได้พบเธออีกครั้ง จากนั้น ซูฉิวไป่ เตรียมที่จะเข้านอนเขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานในตอนเช้าในวันรุ่งขึ้น

เขาเปิดโทรศัพท์ก่อนเข้านอนแล้วพบว่ามีคนคอมเม้นความคิดเห็นในหน้าโซเชียลของเขา เพื่อนหลายคนที่ไม่เคยติดต่อมาก่อนแสดงความคิดเห็นในเชิงลบเมื่อเห็นภาพและข้อความที่เขาโพสต์

“ช่างเป็นคนไร้สมอง…”

“เขาต้องบ้าไปแล้ว…”

“เขาโง่หรือเปล่า”

“ซูฉิวไป่ นายพบนักกล้ามที่ไหน เขาบังคับให้นายโพสต์สิ่งเหล่านี้ใช่ไหม?”

…..

“ซูฉิวไป่ ไม่คิดว่าคุณยังคงขับแท็กซี่หลังจากผ่านมาแล้วถึง 2 ปี”

ซูฉิวไป่ ผงะด้วยความเห็นล่าสุดที่คอมเม้นอยู่ในโพสของเขา

เธอคือหลิวโม่ อดีตแฟนสาวของ ซูฉิวไป่  พวกเขาทั้งสองคนคบหากันในรั้วมหาวิทยาลัยมาเป็นเวลา 4 ปี หลังจากสำเร็จการศึกษาพวกเขาตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอดไป อย่างไรก็ตามชีวิตรักจบลงด้วยการที่เธอหนีไปกับเจ้านายใหญ่ของวงการบันเทิง

ซูฉิวไป่ รู้ว่า  หลิวโม่  อยากเป็นดาราหนังมาตลอด ยอมแม้กระทั่งทรยศคนที่รักเธออย่างสุดหัวใจ แต่เขาได้เพียงแต่ยอมรับเท่านั้น  ซูฉิวไป่ รู้สึกประหลาดใจเป็นเพียงเพราะรูปภาพและข้อความที่เขาโพสต์ลงเท่านั้นทำให้แวดวงเพื่อนและ หลิวโม่ ซึ่งไม่เคยติดต่อกันมาตลอด 2 ปีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งและแสดงความคิดเห็นด้วยประโยคดังกล่าว

มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับเธอถ้าฉันยังคงเป็นคนขับรถแท็กซี่!กำลังดูถูกคนขับรถแท็กซี่งั้นหรอ! เธอคิดว่าเธอสามารถถ่ายรูปกับ อู่ซง ได้ไหมล่ะ!

แม้ว่า ซูฉิวไป่ จะดุด่าอย่างเผ็ดมันแต่มันก็ยังคงคำพูดเงียบๆที่อยู่ในใจของเขาเท่านั้น ไม่มีใครคิดว่าชายคนที่ถ่ายรูปกับเขาจะเป็นคนมีชื่อเสียงอย่าง  อู่ซง ผู้ฆ่าเสือแห่งเขาเหลียงซาน แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไป ด้วยระบบนำทางที่ทรงพลังนี้เขาจะได้พบกับ อู่ซง อีกครั้ง ในเวลานั้นเขาจะคุยโม้ให้คนเหล่านี้ได้อิจฉา

ด้วยความคิดนี้ทำให้ ซูฉิวไป่ รู้สึกมีความสุขทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับ หลิวโม่ ถูกโยนทิ้งไป ในไม่ช้าเขาก็หลับลงบนเตียงในขณะที่วังไค่อยู่ในอ้อมแขนของเขา

วันนี้เป็นวันที่พิเศษจริงๆ!

ซูฉิวไป่ ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกของเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาใช้เวลาสักครู่ในการทำให้ตัวเองส่าง เขาตระหนักได้ว่าในเวลานี้เขาควรที่จะไปทำงานได้แล้ว เป็นเพราะความฝันเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาฝันว่าได้ดูหนังกับคนสวยที่เขาพบเมื่อคืนดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการที่จะตื่น หลังจากที่เขาเตรียมตัวท้องฟ้าก็เริ่มส่องแสงสดใส  ซูฉิวไป่ ลงมาด้านล่างและเดินไปที่รถแท็กซี่ของเขา

ปกติแล้วคนขับรถแท็กซี่จะมี 2 กะ แต่เนื่องจากเขาไม่เคยพบคนอื่นที่น่าเชื่อถือเขาจึงไม่ให้คนอื่นขับรถของเขาดังนั้นเขาจึงเป็นคนเดียวที่ขับรถแท็กซี่

ทันทีที่ ซูฉิวไป่ เข้าไปบนรถเขาก็ได้ยินเสียงระบบนำทางเริ่มต้นขึ้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระบบนำทางนี้เชื่อมโยงกับรถหรือว่าตัวเขาเอง เขาระลึกได้ถึงคะแนนเติบโตที่เหลืออีก 5 จุดที่เขาไม่ได้ใช้เมื่อคืนนี้ เขาเข้าไปดูในหน้าจออีกครั้งอย่างเร่งด่วน ในที่สุดเขาก็เห็นตัวเลือกที่น่าสนใจมันเป็นทักษะที่เรียกว่า ค่าความรัก

ถึงแม้ว่ามันจะดูสิ้นเปลืองแต่สิ่งนี้ล่อลวง ซูฉิวไป่  เขาได้เลิกกับ หลิวโม่ มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ตลอดเวลาเขาต้องการแฟนมาตลอดแต่กลับไร้ประโยชน์

จิตใจของมนุษย์ไม่ได้ขาวสะอาดอยู่เสมอใช่ไหม?

ด้วยความคิดนี้ ซูฉิวไป่ เพิ่มคะแนนเติบโตให้กับค่าความรัก ถึงแม้เขาจะลังเลแต่เวลาไม่นาน 5 คะแนนก็ถูกใส่ลงไป

“โอ้พระเจ้า โปรดให้พรแก่ลูก อย่าปล่อยให้การใส่คะแนนในครั้งนี้เป็นเรื่องไร้ประโยชน์!”

เขาอธิษฐานในใจอย่าเงียบๆ ดวงตาของ ซูฉิวไป่ ยังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาคิดว่าอีกไม่นานจะมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งเข้ามาและขอเบอร์ติดต่อของเขา ….แต่หลังจากรอมา 10 นาทีไม่มีแม้แต่ผู้ชายคนเดียวที่จะเดินผ่านเข้ามา  ซูฉิวไป่ รู้สึกหดหู่ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องไปทำงานดังนั้นเขาจึงสตาร์ทรถและขับออกไป

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาขับไปได้ 2-3 เมตรมีบางอย่างปรากฏขึ้นด้านหน้ารถ  ซูฉิวไป่ รู้สึกตกใจโชคดีที่โชคของเขาในวันนี้ไม่แย่เหมือนเมื่อวาน  หลังจากที่เขาลงจากรถเขาเห็นสุนัขสีขาวนอนอยู่บนพื้น ดวงตาของเขาจ้องมองอย่างน่าสงสาร ซูฉิวไป่ สามารถจำสุนัขตัวนี้ได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นสุนัขของสาวสวยเมื่อคืนนี้

“เร็วเข้า...ไปช่วยเจ้านายของฉัน เธอเป็นลมอยู่ในห้อง!”

ในขณะที่เขากำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นสุนัขก็พูดกับเขาทันที

มีเรื่องแล้ว!

ซูฉิวไป่ ตื่นตระหนกทันทีเมื่อเขาได้ยินดังนั้น

“รีบนำทางเร็วเข้า!”โดยไม่ต้องคิดมาก ซูฉิวไป่เตรียมที่จะพุ่งไปด้านหน้าพร้อมกับ ตะโกนพูดกับสุนัข …

ชายชราคนหนึ่งเดินผ่าน ซูฉิวไป่  หลังจากได้ยินคำพูดของ ซูฉิวไป่ พูดกับสุนัขชายชราคนนั้นจ้อง ซูฉิวไป่ ด้วยท่าทางน่าสงสารพร้อมกับส่ายหัว

“ขาของฉันเจ็บตอนที่ฉันกระโดดลงมาจากหน้าต่าง อุ้มฉันไปฉันจะพานายไปที่นั่น!”

เสียงของสุนัขสีขาวตัวเล็กดูเหมือนจะอ่อนแอมาก เมื่อ ซูฉิวไป่ ได้ยินดังนั้นเขาสังเกตเห็นว่าขาหลังของมันห้อยลงเล็กน้อย  ซูฉิวไป่ จึงรีบอุ้มมันขึ้นมาจากนั้นเขาวิ่งอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกประหลาดใจ ยิ่ง ซูฉิวไป่ วิ่งเร็วเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น สุนัขตัวเล็กพาเขาไปยังที่อยู่อาศัยของคนรวยในภาคตะวันออก เขาเคยได้ยินว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นคนร่ำรวย เขาไม่เคยเดินแถวนี้มาก่อนและไม่เคยคิดว่าครั้งแรกของเขาจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อเขามาถึงทางเข้าอาคารเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปิดกั้นเขาทันทีและเรียกร้องให้เขาแสดงบัตรเพื่อลงทะเบียนก่อนที่จะเข้าไปในอาคาร

“ผมจะบอกคุณ ตอนนี้มีคนที่ต้องเสี่ยงเสียชีวิตอยู่ มันจะสายเกินไปถ้าเรายังชักช้า!”

ซูฉิวไป่ พยายามอธิบายอย่างเร่งด่วนในขณะที่เขาอุ้มลูกหมาสีขาวไว้ในอ้อมแขน

“ไม่ได้ เราต้องรับประกันความปลอดภัยของผู้คนที่อยู่ที่นี่ นอกจากนี้คุณเป็นคนขับรถแท็กซี่ใช่ไหม อย่าบอกว่าคุณมีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วย?หรือว่าคุณจะเป็นขโมย”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอ้วนฉุ กำลังหยุดซูฉิวไป่ สายตาของเขาแสดงออกอยากดูถูกเหยียดหยาม

“อ่า..ผมลืมไปเลย ผมไม่มีเวลาอธิบายให้คุณฟังตอนนี้ คุณต้องให้ผมเข้าไป ไม่อย่างนั้นอาจมีคนตายจริงๆ!”

ซูฉิวไป่ พยายามดันตัวเองพุ่งไปด้านหน้าแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ยอมหลบให้ เขานำวิทยุสื่อสารขึ้นมาเพื่อเรียกเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ

“ผมจะโทรหาตำรวจถ้าคุณยังคงไร้เหตุผลต่อไป!”

ทันทีที่ อู่ซง ได้ยินเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพูดเขาไม่ต้องการล่าช้าอีกต่อไป สุนัขสีขาวตัวเล็กในอ้อมแขนของเขารีบเห่าอย่างเร่งด่วน

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยไม่สนใจเขา  ซูฉิวไป่ รีบ พุ่งออกจากฝูงชนทันที

“เร็วเข้าอาคารด้านหน้า เจ้านายของฉันอาศัยอยู่บนชั้น 3  รหัสผ่านของประตูคือ  778899  เธอเป็นลมอยู่ในห้องครัว...นายเป็นคนดีมาก มันเป็นเรื่องดีที่ฉันตัดสินใจที่จะวิ่งไปไกลเพื่อตามหาหน่อย”

สุนัขสีขาวตัวเล็กอยู่ในอ้อมแขนของ ซูฉิวไป่ กำลังนำทางและพูดขึ้น

ซูฉิวไป่ จ้องมองกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ไล่ตามเข้ามาอย่างเร่งด่วน

“แกสามารถให้คนอื่นช่วยได้แต่พวกเขาจะสามารถเข้าใจในสิ่งที่แกพูดอย่างนั้นหรอ?”

ในขณะที่ ซูฉิวไป่ ตอบสุนัขสีขาวเขาได้พุ่งเข้าไปในอาคารแล้ว

----------------------------------

จบบทที่ SD:บทที่ 2 คุณเข้าใจไหมว่าสุนัขพูดอะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว