เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - สี่เดือน

บทที่ 3 - สี่เดือน

บทที่ 3 - สี่เดือน


บทที่ 3 - สี่เดือน

"โอ๊ย..."

คาชูตื่นขึ้นมาพร้อมกับสองมือกุมศีรษะ ตอนนี้หัวของเขาปวดตุบๆ ใบหน้าชาบวมไปหมด ไม่ใช่แค่หัว แต่ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง

เมื่อลดมือที่พันผ้าพันแผลลง เขากัดฟันเงยหน้ามอง

นี่คือห้องสีขาวโล่งกว้าง ผนังห้องเรียบเกลี้ยงปราศจากของตกแต่ง ดูเรียบง่ายผิดปกติ ทางขวามือเป็นตู้ข้างเตียงสีน้ำตาลเหลือง ดอกไม้ป่าสีแดงและเหลืองสองดอกปักอยู่ในแจกัน

ทางซ้ายคือหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง ผ้าม่านปักลายถูกรวบไว้ด้านหนึ่ง แสงแดดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีทองทอดตัวลงบนเตียงนอน

คาชูสูดจมูก ได้กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาเตะจมูก

สายตามองทอดออกไปนอกหน้าต่าง เห็นทิวสนเขียวขจีพลิ้วไหวราวกับเกลียวคลื่น ใบไม้ดูสดชื่นฉ่ำน้ำเมื่อต้องแสงตะวัน

เขาสะบัดหัว แววตาที่สับสนกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง

"ฉันคงไม่ได้ต่อยคนตายไปแล้วหรอกนะ?"

คาชูหวนนึกถึงเหตุการณ์ในคืนฝนตก ความโกรธแค้นถาโถมเข้ามาในสมองไม่หยุดหย่อน หมัดระดมใส่ศีรษะของฟินน์อย่างต่อเนื่อง

มีโอกาสสูงมากที่จะต่อยจนตายคาที่!

'เหอะ ตัวเองก็จะตายอยู่รอมร่อ ยังจะมีหน้าไปห่วงคนอื่นอีกเหรอ? ดัดจริตชะมัด' คาชูด่าตัวเองในใจ เขาจำได้ดีว่าตัวตนในโลกความเป็นจริงกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความเจ็บปวดตามร่างกาย

คาชูเหลือบมองสัญลักษณ์รูปจี้ที่มุมมองสายตา มันเปลี่ยนเป็นสีทองจางๆ แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

หรือนี่หมายความว่าเขาทำภารกิจแก้ปมในใจของหลี่เหวยสำเร็จแล้ว?

คาชูสันนิษฐาน

สายตาเบนไปอีกด้าน แถบขีดวัดระดับยาวเหยียดคล้ายปรอทวัดไข้ทางด้านขวาขยายใหญ่ขึ้นต่อหน้าเขาทันที มีขีดใหญ่ทั้งหมดสี่ขีด แต่ละขีดใหญ่แบ่งเป็นขีดเล็กย่อยอีกยี่สิบเก้าขีด

ตอนนี้ ขีดเล็กขีดหนึ่งได้หายไปแล้ว

"นี่แปลว่าผ่านไปหนึ่งวัน? ถ้างั้นทั้งหมดร้อยยี่สิบขีดเล็ก ก็เท่ากับหนึ่งร้อยยี่สิบวันน่ะสิ?"

คาชูพึมพำ แววตาค่อยๆ เป็นประกาย

เขามีความทรงจำของหลี่เหวย จึงรู้ว่าสำนักวายุคชสารเป็นสำนักศิลปะการต่อสู้ที่เน้นการดึงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ออกมา หากฝึกฝนทักษะการต่อสู้จนเชี่ยวชาญ ก็สามารถรับมือกับปืนพกขนาดเล็กได้สบาย

หนึ่งร้อยยี่สิบวัน รวมเป็นสี่เดือน บางทีเขาอาจจะฝึกไม่ถึงขั้นนั้น แต่แค่เรียนรู้เทคนิคการระเบิดพลังและการหลบหลีกที่รวดเร็ว ก็น่าจะพอทำได้ บวกกับสมรรถภาพทางร่างกายที่สามารถนำกลับไปสู่โลกความเป็นจริงได้... ไม่แน่ว่าสถานการณ์เลวร้ายอาจจะคลี่คลายลงได้

ขณะที่เขากำลังขบคิด ประตูก็เปิดออก

เด็กสาวหน้าตาน่ารักในชุดฝึกยุทธ์สีเทาขาวเดินเข้ามา แม้จะสวมชุดมิดชิด แต่ก็ยังมองเห็นรูปร่างที่เติบโตสมวัยของสาวแรกรุ่น ผิวขาวเนียนนุ่ม จมูกโด่งเป็นสัน ผมดำรวบเป็นหางม้าพาดบ่า

ทันทีที่สบตากับคาชู ขอบตาของเด็กสาวก็แดงก่ำ เธอเดินสะอึกสะอื้นเข้ามาหา

"เสี่ยวเหวย พี่ขอโทษ..."

มองดูท่าทางรู้สึกผิดของหลี่ฉู่ คาชูเข้าใจดีว่าสภาพที่พันผ้าพันแผลทั้งตัวของเขาทำให้เธอรู้สึกผิด

"จะมาขอโทษทำไม? คนที่ต้องขอโทษคือไอ้สารเลวสามตัวนั่นต่างหาก ว่าแต่พวกมันเป็นยังไงบ้าง?"

คาชูเปลี่ยนเรื่อง และถือโอกาสถามไถ่

"คนที่ชื่อฟินน์หน้าบวมเป่ง ร้องโอดโอยทั้งวัน เมื่อกี้ก็ยังร้องอยู่เลย" หลี่ฉู่เล่าพลางลอบมองน้องชายด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก?

ตอนแรกเธอก็สะใจอยู่หรอก แต่พอเห็นสภาพบาดเจ็บของหลี่เหวย หลี่ฉู่ก็กลับมาหดหู่อีกครั้ง

เป็นเพราะเธอไปตามคนมาช่วยช้าเกินไปแท้ๆ

"ไม่ตายเหรอ? ดูท่าร่างกายนี้แรงจะน้อยไปหน่อย..."

คาชูยกมือผอมแห้งของตัวเองขึ้นดู สาเหตุหลักที่หลี่เหวยเป็นคนขี้ขลาดก็เพราะร่างกายผอมแห้งแรงน้อย การต่อสู้ตัวต่อตัวเขาถึงขั้นสู้เด็กผู้หญิงที่โตเร็วบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ

ฟินน์ที่โดนยำเมื่อคืน ตัวสูงกว่าหลี่เหวยถึงครึ่งศีรษะ แถมยังล่ำสันกว่ามาก สาเหตุที่มันโดนกดลงไปทุบกับพื้น เหตุผลแรกคือโดนหมัดแรกจนมึน เหตุผลที่สองคือคาชูใจถึง แสดงอาการเหมือนคนบ้าคลั่ง จนมันกลัวหัวหด!

การต่อสู้มันต้องวัดกันที่ใจ โดยเฉพาะตอนที่คนน้อยกว่าหรือเสียเปรียบ จ้องเล่นงานตัวหัวหน้าให้ยับ ใครทำเรา เราก็เอาคืน! เป็นใครก็ต้องกลัวทั้งนั้น

ต่อมา หลี่ฉู่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ชวนคาชูคุยพลางปอกผลไม้ไปด้วย ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกตื้นตันใจ เมื่อก่อนเธอเป็นฝ่ายคอยดูแลน้องชายที่ไม่เอาไหน แต่ตอนนี้ น้องชายกลับยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องพี่สาว

ความปลาบปลื้ม ซาบซึ้ง และอบอุ่นใจ หลากหลายความรู้สึกประดังประเดเข้ามา

จากคำบอกเล่าของหลี่ฉู่ ผนวกกับความทรงจำของหลี่เหวย คาชูเริ่มปะติดปะต่อภาพรวมของยุคสมัยนี้ได้คร่าวๆ

โลกความเป็นจริง เป็นโลกที่เทคโนโลยีน่าจะอยู่ราวๆ ช่วงก่อนหรือหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เครื่องบิน ปืนใหญ่ รถถัง มีหมดแล้ว แต่พวกขีปนาวุธหรือระเบิดนิวเคลียร์ดูเหมือนจะยังไม่ปรากฏ

ระดับความเป็นอยู่ของผู้คนน่าจะประมาณกลางศตวรรษที่ 20

ส่วนยุคสมัยที่คาชูย้อนกลับมาผ่านจี้งาช้างนั้น ย้อนหลังไปอีกเจ็ดสิบปี ราวๆ ปี ค.ศ. 1880 ช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สอง ยุคที่อาวุธเย็นและอาวุธร้อนยังคงอยู่ร่วมกัน

ศิลปะการต่อสู้ยังคงมีบทบาท การลอบสังหาร การต่อสู้ การเข่นฆ่า หากจอมยุทธ์เข้าประชิดตัวได้ มือปืนแม่นๆ ก็มีสิทธิ์ม่องเท่ง

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะปืนในยุคนี้ยังล้าหลัง

ในโลกความเป็นจริง สำนักมวยที่คาชูเคยเห็นมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ก็แค่โฆษณาขายคอร์สออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

เมื่อต้องเผชิญกับอาวุธปืน วิถีแห่งยุทธ์จึงเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และสำนักวายุคชสารก็เป็นหนึ่งในสำนักศิลปะการต่อสู้เหล่านั้น สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ชานเมืองโอ๊คซิตี้ และยังมีสาขาย่อยอีกหลายแห่งในตัวเมือง

พวกเขาเปิดค่ายฝึกยุวชนที่ชานเมืองโอ๊คซิตี้ คัดเลือกต้นกล้าชั้นดีจากทั่วทั้งมณฑลเป่ยหลิว หลี่เหวยและหลี่ฉู่ก็เป็นหนึ่งในศิษย์ฝึกหัดเหล่านั้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ครูฝึกหญิงในชุดฝึกยุทธ์สีเหลืองนวลเดินเข้ามา เธอมีเรียวขาที่ยาวสวยสะดุดตา รูปร่างอวบอิ่มอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาก็จัดว่าสวย เพียงแต่รอยแผลเป็นทางยาวบนแก้มซ้ายทำลายความงามและราศีของเธอไปจนหมด

บนหน้าอกของครูฝึกสาวมีป้ายชื่อทองเหลืองสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดอยู่

เขียนว่า: ลิเชีย

"หลี่ฉู่ เธอออกไปก่อน"

เสียงของครูฝึกลิเชียแหบพร่าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับฟังไม่รื่นหู

หลี่ฉู่มองน้องชายสลับกับครูฝึก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับ "ค่ะ หนูจะรออยู่หน้าห้องนะคะ"

แกร๊ก เสียงประตูปิดลงเบาๆ

ครูฝึกลิเชียเดินเข้ามาหยุดข้างเตียงคาชู กวาดสายตามองสำรวจบาดแผลของเขา ก่อนจะพยักหน้า

"ไม่ได้เจ็บหนักอะไรมาก ทายาเหล้าสูตรพิเศษสักสองสามวันก็น่าจะหาย พอดีเลย จะได้เอาเธอเป็นตัวอย่าง ฝึกหนักสองเท่าเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ มีข้อโต้แย้งไหม"

ลิเชียกอดอก

กลิ่นหอมจางๆ ลอยอวลอยู่รอบเตียง

คาชูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายของครูฝึกลิเชีย กฎของค่ายฝึกยุวชน หากมีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่ว่าด้วยเหตุผลใด จะต้องได้รับการ "ดูแลเป็นพิเศษ" เป็นเวลาเจ็ดวัน ซึ่งโดยปกติหมายถึงการเพิ่มปริมาณการฝึกเป็นสองเท่า

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - สี่เดือน

คัดลอกลิงก์แล้ว