เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27: วิชาท่าเท้าไล่ลม!

บทที่ 27: วิชาท่าเท้าไล่ลม!

บทที่ 27: วิชาท่าเท้าไล่ลม!


บทที่ 27: วิชาท่าเท้าไล่ลม!

"อยู่บนยอดเขาทงหลิง!"

"เห็ดหลินจือโลหิตม่วงอยู่บนยอดเขาทงหลิง ที่ปากถ้ำแห่งหนึ่ง ตรงนั้นข้าเคยทำเครื่องหมายเอาไว้เมื่อสามปีก่อน"

"ตอนนั้น เพื่อนสนิทของข้าหลายคนก็ต้องจบชีวิตลงที่นั่น เพราะมีสัตว์อสูรลึกลับคอยเฝ้าเห็ดหลินจืออยู่"

ข่าวเรื่องเห็ดหลินจือโลหิตม่วงนี้ เพื่อนๆ ของเขาก็เป็นคนคาบข่าวมาบอก

มันขึ้นอยู่ที่ปากถ้ำขนาดมหึมาบนยอดเขา ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์อสูรกลายพันธุ์

พวกเขาจึงรวมกลุ่มกัน หวังจะช่วยกันปราบสัตว์ร้ายแล้วแบ่งสมบัติกัน

แต่ใครจะคาดคิดว่าเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า แถมพละกำลังมหาศาล กรงเล็บคมกริบฉีกกระชากได้ทุกสิ่ง

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เพื่อนของเขาทุกคนก็กลายเป็นศพ

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาฝึกวิชาตัวเบามาบ้าง จนหลบการโจมตีร้ายแรงได้หลายครั้ง เขาคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงเป็นเพื่อนคนอื่นๆ แล้ว

ชายแซ่จางเล่าความจริงทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง เขารู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือโอกาสสุดท้ายของเขาแล้ว

เล่าจบ เขาก็เดินไปคุ้ยเขี่ยกองขยะในศาลเจ้า จนไปเจอกล่องไม้เก่าๆ ผุๆ ที่ฝังอยู่ใต้ดิน เขาขุดมันขึ้นมา เปิดออก แล้วหยิบสมุดเล่มหนึ่งที่กระดาษเหลืองกรอบออกมา โยนให้ลู่เสวียนอย่างไม่ลังเล

ลู่เสวียนรับสมุดเล่มนั้นกลางอากาศ กวาดตามองหน้าปก เห็นอักษรตัวใหญ่สี่ตัวเขียนว่าวิชาท่าเท้าไล่ลม!

เขาเปิดหน้าแรกดูเบาๆ ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็สั่นสะเทือนในห้วงความคิด

ผู้ครอบครอง: ลู่เสวียน

ขอบเขต: ขั้นลมปราณภายใน

วิชา: เพลงดาบเพลิงกัลป์ 2/9, วิชาท่าเท้าไล่ลม? (ไม่สมบูรณ์)

แต้ม: 22

ตรวจพบวิชาท่าเท้าไล่ลมมีความบกพร่อง ต้องการใช้ 20 แต้ม เพื่อซ่อมแซมให้สมบูรณ์หรือไม่?

ยืนยัน!

วินาทีต่อมา แต้มบนหน้าต่างลดฮวบเหลือ 2 แต้ม

วิชาท่าเท้าไล่ลมได้รับการซ่อมแซมสมบูรณ์!

ลู่เสวียนมองหน้าต่างระบบอีกครั้ง ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง

ผู้ครอบครอง: ลู่เสวียน

ขอบเขต: ขั้นลมปราณภายใน

วิชา: เพลงดาบเพลิงกัลป์ 2/9, วิชาท่าเท้าไล่ลม 0/9

แต้ม: 2

หือ? ทำไมแต้มไม่พอล่ะ? ลู่เสวียนสงสัย

ตามหลักแล้ว เหลือ 2 แต้มก็น่าจะพอให้อัปเกรดขั้นแรกได้นี่นา? ตอนฝึกเพลงดาบอัคคี ใช้แค่ 1 แต้มก็อัปเกรดได้แล้ว

หรือว่า... วิชาระดับสูงขึ้น ต้องใช้แต้มมากขึ้นในการอัปเกรดแต่ละขั้นงั้นหรือ?

"เป็นไง? ข้ายกวิชาตัวเบาให้เจ้าก่อนแล้ว ทีนี้เจ้าเชื่อใจข้าได้หรือยัง?"

ชายแซ่จางเอ่ยถาม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมมาก

เขาเทหมดหน้าตักแล้ว เดิมพันด้วยสมบัติชิ้นสุดท้ายที่มี เพื่อแลกกับความหวังในการล้างแค้น ถ้าอีกฝ่ายเบี้ยว เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมรับชะตากรรม

เมื่อได้วิชาตัวเบาของจริงมาอยู่ในมือ ลู่เสวียนก็ย่อมรักษาสัญญา ส่วนเรื่องเห็ดหลินจือโลหิตม่วง จริงหรือเท็จไว้ค่อยไปพิสูจน์ทีหลัง

ต่อให้เป็นเรื่องโกหกเขาก็ไม่ซีเรียส เพราะเป้าหมายหลักอย่างวิชาตัวเบาได้มาอยู่ในมือแล้ว

ลู่เสวียนพยักหน้า ตอบสั้นๆ "ตกลง!"

ชายแซ่จางดีใจจนเนื้อเต้น "จริงนะ!"

ลูกพ่อ... ได้ยินไหม? รอพ่อหน่อยนะลูก พ่อจะส่งไอ้เดรัจฉานนั่นลงนรกไปขอขมาเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ ให้มันได้ลิ้มรสความทรมานที่เจ้าเคยเจอ

เห็นชายแซ่จางยืนนิ่ง ลู่เสวียนก็ถามขึ้น "ผู้อาวุโสจาง ท่านจะเข้าเมืองไปสภาพนี้หรือ?"

ชายคนนี้เนื้อตัวสกปรกมอมแมม กลิ่นตัวเหม็นหืน เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งยิ่งกว่าขอทาน ขืนเดินไปแบบนี้ ยังไม่ทันถึงประตูเมืองคงโดนทหารไล่ตะเพิดออกมาแน่

"รอเดี๋ยว ข้าขอเวลาจัดการตัวเองแป๊บเดียว!"

ชายแซ่จางได้สติ รีบวิ่งไปที่มุมหนึ่งของศาลเจ้า ขุดกล่องไม้อีกใบขึ้นมาจากดิน เขาลูบกล่องใบนั้นอย่างทะนุถนอม สายตาอ่อนโยนลง เพราะข้างในคือเสื้อผ้าที่ลูกสาวเขาเคยเย็บให้... เป็นของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้าย

เขาหยิบชุดผ้าฝ้ายเรียบๆ ออกมาจากกล่อง ประคองไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า แล้วรีบวิ่งออกไปจัดการธุระส่วนตัวด้านหลังศาลเจ้า

"พี่เสวียน ไอ้บ้านั่นมันคุยรู้เรื่องด้วยเหรอ? ตกลงกันได้แล้ว?"

เหลียงเฉิงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เดินเข้ามาถาม เขาฉลาดพอที่จะไม่เซ้าซี้ถามรายละเอียดการสนทนา

"อื้ม"

ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ชายแซ่จางก็วิ่งกลับมา

เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คราบสกปรกที่หมักหมมมาหลายปีถูกชำระล้างจนเกลี้ยงเกลา สวมชุดผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้าน บนศีรษะสวมหมวกสานปีกกว้างบังใบหน้า แต่ผมเผ้ายังดูยุ่งเหยิงอยู่บ้าง

……….

หอคณิกาชีเซียง!

แหล่งเริงรมย์ที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ แขกเหรื่อล้วนเป็นคนใหญ่คนโต ลูกท่านหลานเธอ และเศรษฐีกระเป๋าหนัก

การที่สามารถเปิดสถานเริงรมย์ใหญ่โตขนาดนี้ได้กลางเมือง แสดงว่าเจ้าของหอชีเซียงต้องมีอิทธิพลไม่เบา

เคยมีลูกเศรษฐีคนหนึ่งเมาอาละวาดในร้าน สุดท้ายโดนคนคุมร้านกระทืบจนขาหัก ได้ข่าวว่าครอบครัวนั้นเป็นญาติกับผู้ช่วยนายอำเภอด้วยซ้ำ แต่กลับไม่กล้าเอาเรื่อง สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป

ภายในหอชีเซียง อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งและดอกไม้ หญิงงามเดินขวักไขว่คอยต้อนรับแขก

ที่ชั้นสอง หน้าห้องรับรองหรูหราห้องหนึ่ง มีชายฉกรรจ์สี่คนยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง หน้าตาถมึงทึงดูน่ากลัว

ภายในห้อง ชายหนุ่มหน้าตาซีดเซียวจากการหมกมุ่นในกามารมณ์ กำลังโอบซ้ายประคองขวา กอดหญิงงามสองนางไว้ในอ้อมอก

"คุณชายหวง ดึกแล้วขอรับ ข้าว่าได้เวลากลับจวนแล้ว"

ชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอ

ชายหนุ่มแซ่หวงได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าเซ็งๆ โบกมือไล่ "เออๆ กลับก็กลับ"

จังหวะที่ลุกขึ้น มือเขาก็ยังมิวายขย้ำหน้าอกหญิงสาวข้างกายอย่างแรงโดยไม่สนใจเสียงร้องเจ็บปวดของนาง กลับยิ่งยิ้มชอบใจด้วยความสะใจ

บนถนนยามค่ำคืน

แสงจันทร์สลัว ผู้คนบางตา

คุณชายหวงพร้อมองครักษ์สี่คน เดินโซซัดโซเซมาถึงตรอกเปลี่ยวที่เป็นทางลัดกลับจวน

ทันใดนั้น เงาร่างสองสายก็ก้าวออกมาขวางทางไว้อย่างเงียบเชียบ

ทั้งสองสวมหมวกสานปิดบังใบหน้า

เมื่อเห็นคุณชายหวงเดินเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เปิดหมวกออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

ชายแซ่จางแสยะยิ้มกว้างอย่างบ้าคลั่ง แววตาเหมือนงูพิษที่จ้องจะฉกเหยื่อ เขาจ้องมองคุณชายหวงเขม็ง แล้วเค้นเสียงลอดไรฟัน

"ไอ้เดรัจฉาน! จำข้าได้ไหม? ข้าคิดถึงเจ้าทุกลมหายใจเข้าออกเลยนะโว้ย!"

(จบบทที่ 27)

จบบทที่ บทที่ 27: วิชาท่าเท้าไล่ลม!

คัดลอกลิงก์แล้ว