- หน้าแรก
- ร้านค้าสะดวกเผา เราจัดให้ถึงหลุม
- บทที่ 9 ความตระหนักรู้ของผู้ใหญ่บ้านเก่านั้นสูงส่งนัก
บทที่ 9 ความตระหนักรู้ของผู้ใหญ่บ้านเก่านั้นสูงส่งนัก
บทที่ 9 ความตระหนักรู้ของผู้ใหญ่บ้านเก่านั้นสูงส่งนัก
ภายในห้องเงียบกริบลงในทันที จนกระทั่งมือของหลิวหม่านสั่น น้ำชาก็หกราดลงบนต้นขา
"โอ๊ย! ร้อนๆๆ!"
ชายชราสะดุ้งโหยงลุกพรวด แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะปัดน้ำชาบนขา ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่อันหรัน "เธอบอกว่า... จะลงทุนเท่าไหร่นะ?"
หลิวฟู่กุ้ยก็ได้สติกลับมาเช่นกัน เขาเงยหน้าขึ้นมองอันหรัน ต้องการจะยืนยันอีกครั้ง
"ผมวางแผนจะลงทุน 1,400,000 หยวน เงินก้อนนี้จริงๆ แล้วก็เป็นเงินที่ผมหามาได้จากการทำพิธีไหว้บรรพบุรุษผ่านคลาวด์นี่แหละครับ วงการอินเทอร์เน็ตมันก็มหัศจรรย์แบบนี้แหละครับ" อันหรันพูดจาเหลวไหลอีกครั้ง แต่ในความเท็จสามส่วน ก็มีความจริงอยู่เจ็ดส่วน
ครั้งนี้หลิวหม่านไม่กล้าที่จะดูถูกอันหรันอีกต่อไป
เขาหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดน้ำชาบนกางเกง เลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้ลูกชาย สวมแว่นสายตาสำหรับคนชรา แล้วพิจารณาแผนงานที่หนาเตอะอย่างละเอียด
พลิกไปสองสามหน้า
พูดตามตรง... ไม่เข้าใจเลย
ข้างในไม่ได้กล่าวถึงแค่การเผากระดาษ แต่ยังมีเรื่องนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาที่ยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานชีวมวลหมุนเวียน และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นศัพท์แสงที่ชายชราไม่เข้าใจ
"ลูกพ่อ ลูกดูเข้าใจไหม?" หลิวหม่านขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเบา
หลิวฟู่กุ้ยเกาหัวแกรกๆ
ถ้าเป็นเรื่องสร้างโรงอิฐอะไรทำนองนั้น เขาก็พอจะเข้าใจอยู่ แต่แผนงานตรงหน้านี่มีทั้งอินเทอร์เน็ต ทั้งนิคมอุตสาหกรรม แถมยังจะสร้างโรงไฟฟ้าอีก นี่มันช่างเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใหญ่บ้านตัวเล็กๆ ที่จบแค่มัธยมปลายอย่างเขาเสียจริง
หลิวฟู่กุ้ยกลืนน้ำลาย วางแผนงานลงบนโต๊ะ มองไปที่อันหรันแล้วพูดอย่างจริงจัง "แผนงานฉันดูแล้ว ก็ดีอยู่ แต่ปัญหาคือ... เธอจะทำมันสำเร็จได้จริงๆ เหรอ?"
"คุณคิดว่าตรงไหนไม่เหมาะสมครับ?" อันหรันถาม
"ไม่ๆๆ" หลิวฟู่กุ้ยรีบโบกมือ อธิบายว่า "เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนนี่นะ หมู่บ้านเราก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอมาก่อน หลายปีก่อนทางอำเภอมีโครงการช่วยเหลือคนจนและดึงดูดการลงทุน มีทั้งคนมาทำสัญญาเช่าที่ดิน มีทั้งคนมาทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครทำสำเร็จสักราย อย่างแถววิลล่าทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านนั่น ตอนแรกบอกว่าจะทำโฮมสเตย์เชิงนิเวศอะไรสักอย่าง ทุ่มเงินไปหลายแสน แต่ตอนนี้บ้านก็ถูกทิ้งร้างอยู่ตรงนั้น ขายก็ขายไม่ออก"
อันหรันฟังออกว่าผู้ใหญ่บ้านมีเจตนาดี จึงยิ้มแล้วพยักหน้า "ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านที่เป็นห่วงครับ สถานการณ์การลงทุนล้มเหลวแบบนั้น ในระยะสั้นคงจะไม่เกิดขึ้นกับผมแน่นอน เพราะตอนนี้ผมมีออเดอร์อยู่หลายพันรายการแล้ว แถมยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ผมจึงต้องการสถานที่และกำลังคนอย่างเร่งด่วน เพื่อรีบเผาเครื่องกระดาษที่ลูกค้าสั่งจองไว้ครับ"
"ใช่ๆๆ ฉันเห็นมากับตาเลยนะ พวกเขาต่อแถวสั่งของกันยาวเหยียด รอให้อันหรันเผาลงไปให้ทั้งนั้น!" ในที่สุดหลิวยงก็ได้โอกาสแทรกขึ้นมาบ้าง เขาเป็นคนซื่อพูดจาไม่เก่ง คำพูดเหล่านี้ที่ออกจากปากของเขาจึงดูน่าเชื่อถือและรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องโกหก
หลิวหม่านกับหลิวฟู่กุ้ยมองหน้ากัน ทั้งสองคนงงเป็นไก่ตาแตก
เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวเชื่อเรื่องพวกนี้กันขนาดนี้เลยเหรอ?
"มีออเดอร์เยอะขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?" หลิวฟู่กุ้ยยังอยากจะยืนยันอีกครั้ง
อันหรันจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดออเดอร์จากฝั่งยมโลกให้หลิวฟู่กุ้ยดู
สองพ่อลูกบ้านหลิวชะโงกหน้าเข้ามาดูที่หน้าจอ ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
"มีแต่ไก่ย่างทั้งนั้นเลยเหรอ? ความคิดของคนหนุ่มสาวสมัยนี้ พวกเราช่างตามไม่ทันจริงๆ"
"ใช่แล้ว ไม่งั้นจะบอกได้ยังไงว่าต้องไปโรงเรียนอ่านหนังสือ... สมควรแล้วที่เขาจะหาเงินได้"
สองพ่อลูกต่างพากันถอนหายใจชื่นชม จนอันหรันรู้สึกละอายใจ
หลังจากกินข้าวกลางวันที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเสร็จ ทุกคนก็พากันไปที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเตรียมประชุมหารือเรื่องการเช่าป่าไผ่เสี่ยวหนานซาน
นอกจากสองพ่อลูกบ้านหลิวแล้ว ในคณะกรรมการหมู่บ้านยังมีอีกห้าคน
สมุห์บัญชีเหล่าจางผู้ดูแลบัญชี, ประธานสตรีหวังซิ่วหัว, หัวหน้าฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยหลี่อวี้เถียน, และตัวแทนชาวบ้านฉินเหล่าโช่วกับซุนต้าไป๋ฮว่า
เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว หลิวฟู่กุ้ยก็กระแอม แล้วเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน "วันนี้ที่เรียกทุกคนมาประชุม ก็มีเรื่องเดียว คือมีคนจากในเมืองอยากจะมาเช่าป่าไผ่ลูกศรที่เสี่ยวหนานซาน และลงทุนสร้าง..."
ยังพูดไม่ทันจบ ซุนต้าไป๋ฮว่าก็พูดแทรกขึ้นมา "นี่มันเหยื่อรายใหญ่มาจากไหนกันอีกล่ะเนี่ย?"
หลิวฟู่กุ้ยถลึงตาใส่ ชี้หน้าซุนต้าไป๋ฮว่าแล้วดุ "ซุนโหย่วไฉ ถ้าแกพูดไม่เป็นก็หุบปากไปซะ นักลงทุนเขานั่งอยู่ตรงนี้!"
ซุนต้าไป๋ฮว่าหดคอลง มองตามสายตาของหลิวฟู่กุ้ยไปยังอันหรัน แล้วหัวเราะแหะๆ สองที "น้องชายอย่าถือสาเลยนะ ฉันก็แค่อยากจะบอกว่า ดินแดนทุรกันดารของเราแห่งนี้ ไม่มีอะไรเลย คนหนุ่มสาวก็หนีไปหมดแล้ว เหลือแต่คนแก่ๆ พวกนี้ เธอมาลงทุนก็เหมือนเอาเงินมาทิ้งเปล่าๆ"
หวังซิ่วหัวที่อยู่ข้างๆ ค้อนใส่เขาอย่างแรง "ซุนต้าไป๋ฮว่า ปากแกนี่เช่ามาเหรอถึงได้รีบใช้ขนาดนี้? ไม่พูดแล้วจะอกแตกตายรึไง?!"
"พูดความจริงก็ไม่ได้แล้วเหรอ?" ซุนต้าไป๋ฮว่าดูจะไม่ยอม
หวังซิ่วหัวไม่สนใจเขา หันกลับมายิ้มให้แก่อันหรัน "น้องชาย เธอพูดมาเลยดีกว่า ว่าจะทำอะไรกันแน่"
อันหรันยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับคณะกรรมการหมู่บ้าน "เรียนคุณลุงคุณป้าทุกท่าน ผมชื่ออันหรัน วางแผนจะสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ในหมู่บ้านของเราครับ ธุรกิจหลักก็คือการทำเครื่องกระดาษ เพื่อใช้ในพิธีไหว้บรรพบุรุษผ่านคลาวด์อินเทอร์เน็ตครับ"
"โรงงานอะไรนะ?" สมุห์บัญชีเหล่าจางคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
"เหมือนจะ...เครื่องกระดาษ?" หัวหน้าฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยหลี่อวี้เถียนก็งงเล็กน้อย
"ใช่แล้ว โรงงานเครื่องกระดาษ ไหว้บรรพบุรุษผ่านคลาวด์" หลิวหม่านฉวยโอกาสอวดความรู้ของตน "การไหว้บรรพบุรุษผ่านคลาวด์นี่พวกเธอไม่เข้าใจกันแน่ใช่ไหม ฉันจะอธิบายให้ฟัง พูดง่ายๆ ก็คือ ไลฟ์สดเผากระดาษ เหมือนกับพวกไลฟ์สดขายของในเน็ตตอนนี้แหละ เพียงแต่เป็นการขายของให้ยมโลก เข้าใจรึยัง?"
ห้องประชุมเงียบกริบลงในทันที
ผ่านไปเกือบครึ่งนาที ซุนต้าไป๋ฮว่าจึงเป็นคนทำลายความเงียบ "หมายความว่า ไอ้หนุ่มนี่จะมาสร้างโรงงานเผากระดาษในหมู่บ้านของเรางั้นเหรอ? นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน? คิดว่าหมู่บ้านเราเป็นอะไร? สุสานขนาดใหญ่รึไง? แค่ฟังก็อัปมงคลแล้ว! ไม่ได้ๆ ฉันคัดค้าน!"
"แกจะคัดค้านอะไร? เขาจะลงทุน 1,400,000 สร้างโรงงาน แถมยังจ้างคนในหมู่บ้านเราอีก นี่มันเป็นเรื่องดี!" หลิวหม่านโต้กลับ
ซุนต้าไป๋ฮว่าชะงักไป
1,400,000 ตัวเลขนี้สำหรับชาวบ้านแล้ว ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ไม่นานเขาก็ได้สติกลับมา แล้วพูดคัดค้านต่อ "1,400,000 แล้วยังไง? ในหมู่บ้านมีคนตั้ง 3,000 กว่าคน แบ่งให้แต่ละคนก็ได้แค่ไม่กี่ร้อยหยวน เพื่อเงินไม่กี่ร้อยนี่ ต้องมาเผากระดาษให้คนอื่นทุกวันเหรอ? แกไม่คิดว่ามันอัปมงคล แต่ฉันคิด! อัปมงคล! อัปมงคล! ถุย, อัปมงคลชะมัด!"
หลิวหม่านถึงกับพูดไม่ออก
แต่ชายชราผู้นี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา เขาโต้กลับทันที "เผากระดาษมันอัปมงคลตรงไหน? วันเชงเม้งวันปีใหม่แกไม่เผากระดาษให้ปู่ย่าแกเหรอ? นี่มันวัฒนธรรมประเพณี! แล้วอีกอย่างนะ ไอ้หนู แกก็ต้องมีวันตายเหมือนกัน ตอนนี้แกหาว่าเผากระดาษมันอัปมงคล รอแกตายไปแล้ว ลูกหลานแกก็หาว่ามันอัปมงคลเหมือนกัน ไม่เผากระดาษให้แก แกก็รอไปเป็นผีจนๆ อยู่ข้างล่างเถอะ!"
ซุนต้าไป๋ฮว่าอ้าปากค้างอยู่หลายครั้ง แต่นึกคำโต้กลับไม่ออกเลย
หลิวหม่านเบ้ปากอย่างมีชัย แล้วมองไปที่อันหรันราวกับจะอวดผลงาน
อันหรันพยักหน้าเงียบๆ ความตระหนักรู้ของผู้ใหญ่บ้านเก่านั้นสูงส่งนัก
หลิวหม่าน: แน่นอนอยู่แล้ว เงินตั้ง 1.4 ล้านแน่ะ ความตระหนักรู้ก็ต้องสูงเป็นธรรมดา
ฉินเหล่าโช่วที่เงียบมาตลอดก็ยกมือขึ้นมา "เอ่อ คือว่า ฉันอยากจะถามเรื่องไม้ไผ่น่ะ"
เขาไม่ได้มองไปที่อันหรันหรือหลิวหม่าน แต่ถามผู้ใหญ่บ้านโดยตรง "บ้านของฉันตั้งแต่รุ่นปู่ ก็ตัดไม้ไผ่บนเขามาทำเครื่องจักสานขายมาตลอด ถ้าป่าไผ่ทั้งหมดถูกให้เช่าไปแล้ว ต่อไปนี้ก็คงจะตัดตามใจชอบไม่ได้แล้วใช่ไหม?"
"นั่นแน่นอนอยู่แล้ว" หลิวฟู่กุ้ยตอบอย่างเป็นเรื่องปกติ
ฉินเหล่าโช่วขมวดคิ้วแน่น "ฉันไม่คัดค้านการลงทุนสร้างโรงงาน แต่ในหมู่บ้านมีหลายครอบครัวที่เหมือนบ้านฉัน คือตัดไม้ไผ่มาสานตะกร้าสานสุ่มไปขายในเมือง เดิมทีป่าไผ่หลังเขาก็ใช้ร่วมกันได้ ตอนนี้ถ้าจะให้เช่าไป ต่อไปพวกเราก็ต้องเสียเงินซื้อไม้ไผ่เพิ่มอีกก้อนหนึ่ง เรื่องเงินก้อนนี้ทางหมู่บ้านน่าจะมีคำอธิบายอะไรให้พวกเราบ้างนะ?"
หลิวฟู่กุ้ยไม่ได้ตอบ แต่หันไปมองอันหรัน
เรื่องนี้ ใครเป็นคนจ่ายเงิน คนนั้นก็เป็นคนตัดสินใจ
อันหรันยิ้มบางๆ "ผมเช่าป่าไผ่ ก็เพื่อจะใช้ไผ่ลูกศรของเสี่ยวหนานซานเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องกระดาษ ดังนั้นจึงจะให้คนมาตัดตามใจชอบไม่ได้แน่นอนครับ"
หยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็มองไปที่ฉินเหล่าโช่วแล้วถาม "คุณทำเครื่องจักสาน เดือนหนึ่งมีรายได้เฉลี่ยเท่าไหร่ครับ?"
ฉินเหล่าโช่วกลอกตาไปมา ตัดใจพูดตัวเลขสูงๆ ออกไป "บ้านเรามีสี่คน พ่อแม่ผม แล้วก็ภรรยาผม เดือนหนึ่งพวกเราทำเครื่องจักสาน ก็น่าจะขายได้สักหมื่นหยวน"
"พูดจาเหลวไหลสิ้นดี!" หลิวหม่านกลายร่างเป็นหลิวเฒ่าจอมสวนทันที ชี้หน้าฉินเหล่าโช่วแล้วสวด "แกคิดว่าฉันไม่เคยเอาสุ่มไปขายในเมืองรึไง? ยังจะเดือนละหมื่น พวกแกสานอะไรกันวะถึงได้แพงขนาดนั้น? สานจรวดอยากจะขึ้นสวรรค์รึไง?"
"แกจะไปสนทำไมว่าฉันสานอะไร ยังไงก็ได้ตั้งหมื่นหยวน!" ฉินเหล่าโช่วทำหน้าบึ้ง ยืนยันคำเดิม
อันหรันยิ้มแล้วยกมือห้าม พูดขึ้นเบาๆ "ตอนนี้ผมมีออเดอร์เยอะมาก ขาดแคลนคนงานที่มีประสบการณ์ด้านการจักสานอย่างเร่งด่วน ถ้าฝีมือดีจริง ผมให้เงินเดือนพื้นฐานคนละ 4,000 หยวน จ้างครอบครัวคุณมาทำงานที่โรงงานผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ของผม มีประกันสังคม ประกันสุขภาพ หยุดเสาร์-อาทิตย์ นอกจากนี้ เครื่องกระดาษแต่ละชิ้น ตามขนาดและความยากง่ายที่แตกต่างกัน ยังมีค่าคอมมิชชันให้อีก 3 ถึง 10 หยวนด้วย"
(จบตอน)