เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 ดาราตกกระแสเมาเหล้า เป็นตายยากคาดเดา ดาราตกกระแสเพี้ยนแตก ไก่บินเตลิดหมาวิ่งพล่าน!

บทที่ 39 ดาราตกกระแสเมาเหล้า เป็นตายยากคาดเดา ดาราตกกระแสเพี้ยนแตก ไก่บินเตลิดหมาวิ่งพล่าน!

บทที่ 39 ดาราตกกระแสเมาเหล้า เป็นตายยากคาดเดา ดาราตกกระแสเพี้ยนแตก ไก่บินเตลิดหมาวิ่งพล่าน!


บทที่ 39 ดาราตกกระแสเมาเหล้า เป็นตายยากคาดเดา ดาราตกกระแสเพี้ยนแตก ไก่บินเตลิดหมาวิ่งพล่าน!

เป็นที่รู้กันดีว่าในวงการบันเทิงจีนของสายภาพยนตร์และละคร ก็มี “ห่วงโซ่ดูแคลน” เต็มไปหมด คนเล่นละครสายจริงจังดูแคลนคนเล่นเว็บซีรีส์ วงการหนังยิ่งดูแคลนวงการทีวี แม้สองวงการนี้ต่างตั้งตัวเป็นก๊กเป็นเหล่า โต้เถียงกันไม่หยุด แต่ถ้าถามว่าในทั้งวงการบันเทิงจีนอะไรทำเงินที่สุด ทุกคนในใจมีคำตอบเดียว หนัง!

เมื่อเทียบกับวงการทีวีที่เปิด VIP ทีเดียวก็ดูรวดเดียวจบ ในแง่ประสิทธิภาพโกยเงินแล้ว ตั๋วหนังหนึ่งใบเริ่มต้นก็ 35 หยวน นั่นคือเงินแท้ๆ ที่ต้องให้ผู้ชมควักไปดูในโรง หนังที่ลงทุนไม่กี่สิบล้าน ระยะเวลาทำไม่เกินสามเดือน ถ้าระเบิดกระแสปากต่อปากขึ้นมา ก็มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าสามเท่า!

ประสิทธิภาพโกยเงินนี่เทียบได้กับปล้นธนาคาร ใครเห็นจะไม่ขนลุกกันบ้างล่ะ?

เขานี่ยังเท้าข้างหนึ่งก็ยังไม่ทันก้าวเข้า “วงการภาพยนตร์” เลย ภาพลักษณ์ต่อสายตาคนนอกยังคงติดอยู่ที่คำว่า “ดูดีแต่ไร้ประโยชน์” อยู่เลย ตอนนี้ถึงขั้นมีสต็อกบทหนังอยู่ในมือแล้วงั้นเหรอ?

ลวี่หมิงในใจปลาบปลื้มจนแทบล้นทะลัก

ในหัวเขาถึงกับร่างแผนการผงาดแบบชัดเจนออกมาแล้ว ใช้นักพรตไร้ใจเป็นบันได ขั้นแรกถ่ายเว็บซีรีส์เรื่องนี้ปักฐานโกยทุน ต่อมาก็ผันตัวเป็นเจ้านายลงทุนทำหนัง ถ้าเงินไม่พอ ก็หามา ถ้าหามาไม่ได้ ก็แบ่งสัดส่วนดึงนักลงทุน พอไชน่าทาวน์เปิดตัวสำเร็จ เขาก็จะก้าวพรวดขึ้นเป็นดาวกระแสสายฝีมือที่ร้อนแรงที่สุดทั้งวงการบันเทิงจีน

ถึงตอนนั้น พอสะสมทุนดั้งเดิมเสร็จ ทะเลกว้างให้ปลาโลดแล่น ฟ้าสูงให้นกโผบิน เขาเองนี่แหละจะกลายเป็นทุนที่ยืนเดี่ยวเหนือทั้งวงการบันเทิงจีน!

คิดถึงตรงนี้ ลวี่หมิงก็ตื่นเต้นสุดๆ

แต่ทั้งหมดนี้มีข้อแม้อย่างหนึ่ง ต้องขัดเกลาฝีมือการแสดงก่อน ด้านดนตรีเขาพื้นฐานแน่นอยู่แล้ว ทว่าด้านการแสดงยังอ่อนอยู่พอควร

นักแสดงในวงการบันเทิงจีนจำนวนไม่น้อย เพื่อขัดเกลาฝีมือ ต่างก็ลงคอร์ส ไปไหว้ครูหาเส้นสาย เพื่อจะได้ช่องทางขอคำชี้แนะจากนักแสดงรุ่นใหญ่ แถมเวลาศึกษาต่อยอดนับกันเป็นปีๆ ที่สำคัญคือสุดท้ายผลลัพธ์ก็งั้นๆ คนที่โดดเด่นจริงมีน้อย แถมยังมีกรณีตัวอย่างที่ฝีมือตก บทพูดเละเทะ เรียนไปๆ ดันถอยหลัง

แต่สำหรับเขา จากศูนย์ไปสู่ขั้นต้น ก็แค่เหล้าขาวสองขวด

ถ้าสองขวดไม่พอ ก็สี่ขวด ดื่มไปเดี๋ยวก็ได้เป็นราชานักแสดงในไม่ช้า!

คิดดังนั้น ลวี่หมิงก็ยกกระติกเหล้าทันที มือหนึ่งคว้าข้อมือเร่อปาที่บอบบางไร้ทางสู้ อีกมือ “กุกกักกุกกัก” ประกบกระติกซัดไม่ยั้ง!

【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่ม ‘เหมาไถเฟยเทียน’ 「พื้นฐานการแสดง」+30!】

【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่ม ‘เหมาไถเฟยเทียน’ 「พื้นฐานการแสดง」+35!】

【[พื้นฐานการแสดง] เลื่อนขั้น: เลเวล 2!】

เร่อปามองลวี่หมิงที่ต่อหน้าตัวเองเดี๋ยวเบิกตา เดี๋ยวยิ้ม แถมตอนนี้ยังกรอกเหล้า “กุกกักๆ” ติดๆ กัน เธอเริ่มหวาดๆ “พี่ชาย ถ้าจะฆ่าจะฟัน ก็ช่วยให้มันจบๆ ไปได้ไหม?”

ลวี่หมิงเพิ่งนึกได้ว่ายังกำลังจิกข้อมือเร่อปาอยู่ รีบปล่อยมือ กำลังจะเอ่ยอธิบาย ทันใดนั้น บนท้องฟ้าเหนือฮวนเลอกู่ก็ดังเสียงประกาศขึ้นมา

【คำเตือน! บอสฝ่ายสายลับถูกช่วยให้หลบหนีออกจากคุก!】

【คำเตือน! บอสฝ่ายสายลับถูกช่วยให้หลบหนีออกจากคุก!】

ลวี่หมิง: “ยังมีมือดีอีก?!”

“เหนือพี่ยังมีบอสอีกเหรอ?” เร่อปาก็ตกใจไม่น้อย

ขณะนั้นเอง ไกลๆ ดังเสียงเอะอะขึ้นมา “ดาราตกกระแสอยู่ตรงนั้น!”

“ฉันเห็นดาราตกกระแสแล้ว!”

“ฉือเอ๋อร์ มานี่ก่อน เรามาฉีกดาราตกกระแสก่อน!”

พริบตาเดียว เติ้งเฉา, เบบี้, วัวดำยักษ์ ก็ล้อมกรอบพุ่งมาทางนี้

“ช่วยด้วย!” เร่อปาคว้าฟางเส้นสุดท้าย ร้องขอความช่วยเหลืออย่างตื่นเต้น

ลวี่หมิงคว้ามือเล็กของหญิงสาว กระโจนพาวิ่งตีนแตก “ไป!”

“ฉันไม่ไป ช่วยด้วย อ๊า!”

“เธอโง่รึไง ต่อให้ฉันไม่ฉีกเธอ พวกเขาก็จะฉีกเธออยู่ดี!”

เร่อปา: “??”

เธอเหมือนสมองช็อตไป 1 วินาที จากนั้นรีบเร่งฝีเท้าตามขึ้นมาเอง ตรงเข้าไปคว้าข้อมือของลวี่หมิง หอบหายใจวิ่งสุดแรง

“เธอตามฉันมาทำไม?”

“ไม่มีเวลาจะอธิบายแล้ว รีบพาฉันไปที!” เร่อปาหอบฮักๆ

ลวี่หมิงเห็นสามคนนั้นกำลังฮึดฮัดวิ่งตรงมาทางนี้ เขาก็รวบเร่อปาขึ้นพาดบ่าทันที แล้วในสายตางงงันของเธอ พุ่งสุดแรงมุ่งหน้าไปยังแถบสวนหย่อมที่สูงเกือบครึ่งตัว กว้างสองเมตรด้านข้าง

เร่อปา: “?!!”

“เดี๋ยวๆ นายคิดจะทำอะไร?!”

ตอนนี้เธอก้นชี้ฟ้า หัวห้อยลง คล้ายพวงกุญแจที่ถูกลวี่หมิงแบกพาดบ้าอยู่บนบ่า ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องถึงบานปลายมาถึงขั้นนี้

“พี่จะพาเธอบิน เจ็บแทนเธอเอง!” ลวี่หมิงยิ้มเริงใจ

พอความรู้สึกโลกหมุนพรืดถาโถมเข้ามา เร่อปาเห็นแต่ฉากรอบตัวพุ่งถอยหลัง ไอ้หมอนี่ถึงกับพาเธอก้าวกระโดดหวังข้ามแถบสวนหย่อม ทะยานเข้าไปในสนามหญ้าด้านใน!

“อ๊ากกกก!” เร่อปาหน้าถอดสี กรีดร้องตามสัญชาตญาณ “ช่วยด้วย!”

เธอดิ้นรนสุดแรง เดิมทีศีรษะยังเอื้อมไม่ถึงพุ่มไม้ด้านล่าง แต่พอดิ้นหัวก็ลดระดับลงทันที กลายเป็นจ๊ะเอ๋แนบชิดกับใบไม้หนาทึบด้านล่าง ท่าทางกำลังจะปักหัวลงไปในพุ่มเขียวโน่นแล้ว ลวี่หมิงกลับกระตุกคว้าข้อเท้าขาวเนียนของเธอไว้สุดแรง จากนั้นแรงฉุดกระชากมหาศาลก็ลากเร่อปาให้ใช้กบาลน้อยๆ ผ่าฝ่าพงใบไม้หนาแน่นเป็นรอยยาวเหยียด!

เร่อปา: “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย อ๊า!!”

ความเจ็บแปลบจากหนังศีรษะแล่นชัด เธอเหม่อลอยจนเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ราวกับวินาทีถัดไปจะได้ไปเกิดใหม่…

【เร่—อปา!】

【เร่อปาของฉัน!】

【เร่อปาเคยลำบากขนาดนี้ตอนไหนกัน!】

【เทพธิดาของฉันไปก่อกรรมอะไรไว้ ถึงถูกดาราตกกระแสพาดบ้าทรมานขนาดนี้!】

【ขอถามว่ายังไม่ยอมรับอีกเหรอ?】

【รับบ้ารับบออะไร เล่นก็ส่วนเล่น ซนก็ส่วนซน แต่อย่าหยิบเร่อปาของพวกเรามาล้อเล่น!】

เหล่าอลิซนับไม่ถ้วนถึงกับสะดุ้งลุกจากหน้าจอ มองภาพในไลฟ์สดกันตาค้าง ราวกับถูกฟ้าผ่าห้าสายลงกลางกระหม่อม ใจแตกสลายไปตามๆ กัน

พันธมิตรรุ่นเก๋าที่โอบล้อมมองภาพสะเทือนสายตานั่นอยู่ไกลๆ แต่ละคนหน้าตาบิดเบี้ยวเหมือนเห็นอะไรสยองสุดขีด คุมสีหน้าไม่อยู่ในทันที

หลี่เฉินตาเบิกโพลง “โว้ย พลังระเบิดของหมอนี่ล้อกันเล่นอยู่เหรอ?!”

เติ้งเฉางง “นี่เล่นเอาซะสุดโต่งเกินไปแล้ว ทีมงานรายการจ่ายค่าประกาศให้สองคนนั้นเท่าไหร่กัน ดาราตกกระแสเพี้ยนก็ว่าไปอย่าง แต่เร่อปานี่ทำไมถึงก็…”

เบบี้ตาเบิกพรึง “สาวสวยคนนี้ใจถึงขนาดไหนถึงกล้าเล่นกับดาราตกกระแสแบบนี้ ไม่กลัวเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยรึไง?”

ทั้งสามมองแถบสวนหย่อมที่เดิมเรียบร้อยแต่ตอนนี้มีรอยแหวกยาวที่ถูก ‘ไถ’ ด้วยหัว รวมถึงเร่อปาที่ตอนนี้ปากเต็มไปด้วยใบไม้ ทั้งคนเหมือนว่าวปลิวคว้าง ถูกลวี่หมิงพาดบ่าวิ่งหน้าตั้ง สีหน้าพวกเขาก็กระตุกตามไปหมด

คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงจีนมาครึ่งชีวิต ยังไม่เคยเห็นฉากแบบนี้กันสักครั้ง!

แต่โอกาสดีขนาดนี้ จะปล่อยให้ดาราตกกระแสหนีไปได้ยังไง คิดได้ดังนั้น ทั้งสามก็รีบเปลี่ยนทิศ อ้อมทางใหญ่ไปดักหน้า

เฉินชือชือเพิ่งหลุดออกมาจากคุก มองไกลๆ ก็เห็นดาราตกกระแสกำลังพาดบ้าเร่อปาที่ดิ้นไม่หยุดวิ่งฝ่าลานหญ้า เขาก็ยิ่งคึก “ดาราตกกระแส!!”

“นายรู้ไหมว่าฉันตามหานายนานแค่ไหน?!” เขาเร่งฝีเท้าเข้าไป กัดฟันกรอด

ลวี่หมิงจนปัญญา “ไหงมาอีกคนแล้วล่ะ เฮ้ ไม่สิ ฉีกป้ายชื่อก็ฉีกป้ายชื่อ ทำไมพวกคุณถึงไล่ตามมาฉีกฉันคนเดียวล่ะ!”

ต่อให้เขาเก่งแค่ไหน แต่แบกเร่อปาอยู่ จะให้สู้หนึ่งต่อสี่ก็ไม่ไหว

เห็นเฉินชือชือพุ่งเข้ามา ลวี่หมิงจนตรอกคว้าของแถวนั้นใช้ทันที เขาคว้ารองเท้าผ้าใบจากเท้าของเร่อปามาบิดดึงออก แล้ว “เพียะ!” ปาใส่หน้าเฉินชือชือเต็มๆ!

พอเห็นอีกฝ่ายถูกสกัด เขาก็รีบเปลี่ยนทิศวิ่งหนีสายฟ้าแลบ!

เฉินชือชือคลำใบหน้าหล่อๆ ที่มีรอยพื้นรองเท้าประทับอยู่ทั้งอัน ตัวสั่นระริก “อ๊า! ไอ้ดาราตกกระแส ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ!!”

พอดีเหมือนนัดกันไว้ หวังเป่าเฉียงที่หลังติดป้ายชื่อเหลี่ยมๆ ใหญ่เบ้อเริ่มก็วิ่งมาจากอีกด้าน พอเห็นสภาพเร่อปาที่ซอมซ่อ เขาก็ร้องลั่น “ลวี่หมิง! หยุดเดี๋ยวนี้ มีอะไรก็ค่อยคุยกัน วางคนลงก่อน อย่าทำร้ายเพื่อนร่วมทีม เร่อปาไม่ได้ทำผิดอะไรนะ!”

“ตาไหนของคุณเห็นว่าผมทำร้ายเร่อปา ผมกำลังแบกเธอหนีตายอยู่ต่างหาก!” ลวี่หมิงโวยลั่น “แล้วพวกเราก็เป็นทีมเดียวกันนะ ช่วยกันสกัดพวกนั้นที!”

ลวี่หมิงชี้ไปทางฝั่งผู้ไล่ล่าที่กำลังกู่ร้องโหวกเหวกอยู่ด้านหลัง

หวังเป่าเฉียง: “??”

“พี่เป่าเฉียง ชะ…ช่วย…ช่วยด้วย…” ทันทีที่เห็นหวังเป่าเฉียง อารมณ์อัดอั้นของเร่อปาก็พุ่งขึ้นมาท่วมอก ดวงตากลมสวยเอ่อคลอไปด้วยหยดไข่มุกเม็ดเล็กๆ แต่เพราะลวี่หมิงวิ่งเร็วเกิน น้ำตาเลยสาดกระเซ็นราวฝนโปรย

หวังเป่าเฉียงได้สติทันที ด่าลั่น “ไอ้ทรยศ! ปล่อยเร่อปาเดี๋ยวนี้!”

ลวี่หมิงสวนกลับ ดึงรองเท้าอีกข้างจากเท้าของเร่อปาออก แล้วเล็งใส่หวังเป่าเฉียงที่พุ่งเข้ามาเหมือนเสือหิว โป๊กเข้ากลางกบาล เล่นเอาอีกฝ่ายมึนงงไปทันที จากนั้นเขาก็สะบัดแขนเหวี่ยงรองเท้าสร้างเส้นโค้งสวยงาม “เพียะ!” ตกแม่นยำไปปะทะเข้าหน้าเติ้งเฉา

【รองเท้าของเร่อปา!!】

【ไอ้ดาราตกกระแส นายจะทำอะไร!】

【ขอร้องล่ะ บ้าขนาดนี้ฉันกราบจริง!】

【เร่อปา: อยู่กับนาย ฉันยอมแพ้จริงๆ!】

【ฮะๆๆๆๆ แง๊ก!】

“อ๊าๆๆ!”

“ไอ้ดาราตกกระแส!!!”

เสียงโหวกเหวกตะโกนลั่นดังสะท้อนเหนือฮวนเลอกู่

ลวี่หมิงไม่พูดพร่ำ ทำอย่างเดียวคือเร่งฝีเท้าวิ่งหนีเอาชีวิตรอด!

ชั่วพริบตาเดียว

ทุกคนที่ยัง “รอด” อยู่ในสนามต่างพากันไล่ล่าลวี่หมิงบ้าคลั่ง เขาแบกเร่อปาไหล่เดียว วิ่งหนีจากม้าหมุนไปถึงทางเข้าชิงช้าสวรรค์ ความเร็วเหลือเชื่อจนแม้แต่ PD หนุ่มก็ถูกทิ้งห่างลิบๆ เห็นฝูงชนกำลังล้อมกรอบจากสี่ทิศจะอุดไว้หมด ลวี่หมิงกัดฟัน พุ่งเข้าประตูขึ้นกระเช้า ผลักเร่อปาเข้าไปในกล่องสี่เหลี่ยม แล้วกระโดดตามเข้าไปด้วย

ก่อนที่ทั้งห้าจะพุ่งถึงตัว เขารีบล็อกประตูกระเช้าจากด้านใน พวกที่ทุบประตูอย่างร้อนรนเห็นเปิดไม่ได้ ก็ทำได้เพียงตาละห้อยมองชิงช้าสวรรค์ค่อยๆ หมุนสูงขึ้นไป

“ผู้กำกับ พวกเขาขึ้นไปแล้ว ผมตามไม่ทัน!” PD หนุ่มรีบรายงานผ่านวอ

ผู้กำกับที่อยู่ในห้องกระจายเสียงรีบไล่หากล้องติดตั้งประจำตำแหน่งที่เตรียมไว้ไม่นาน ภาพไลฟ์ก็ถูกสลับไปยังภายในกระเช้าชิงช้าสวรรค์

คนเขียนบทที่ยืนอยู่ข้างๆ โล่งใจ “โชคดีที่เราคิดไว้ก่อนว่าให้ PD แบกกล้องเข้าไปถ่ายในชิงช้าสวรรค์มันลำบาก เลยติดตั้งกล้องประจำไว้ล่วงหน้า”

“ถ้าฉันจำไม่ผิด เขตดอกไม้ไฟตรงนั้นยังเหลือดอกไม้ไฟอีกไม่น้อยใช่ไหม?” ผู้กำกับพูดขึ้นมาเฉย

คนเขียนบท: “?!”

“พอเถอะน่า ดาราตกกระแสมันเพี้ยนขนาดนี้ ใครที่ไหนจะยอมปั้น CP กับเขา แล้วต่อให้ปั้นได้จริง จะมีใครอินเหรอ? รายการชาวบ้านเขา CP หวานๆ แจกน้ำตาลกัน ของเรานี่ CP บ้าบอ แจกแต่ความเพี้ยน!”

“ให้ไปก็ไปสิ จะบ่นอะไรนักหนา!” ผู้กำกับด่า “เมื่อกี้เว็บไซต์ทางการของหัวเยว่ประกาศฝ่ายเดียวว่าไล่ดาราตกกระแสออก ตอนนี้เขาเป็นฟรีแลนซ์แล้ว!”

“อย่างอื่นไม่พูดนะ แค่หน้าตานี่ CP แฟนคงไม่มีหรอก แต่สายเสพความบันเทิงต้องมาแน่”

คนเขียนบทยืนอึ้ง:

“ก่อนหน้านี้คุณยังบอกว่าเขาตัวซวยอยู่เลย ตอนนี้คิดจะปั้นเขาแล้ว? บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงจีนสามวันฟ้องสองคดี คุณมีกี่ชีวิตถึงกล้าเล่นด้วย? แล้วในเมื่อเขาเป็นฝ่ายเตะดาราตกกระแสออกเอง ก็ชัดเลยว่าจะสั่งแบนทั้งวงการ นั่นมันหัวเยว่ยักษ์ใหญ่ของวงการนะ ครึ่งหนึ่งของดาราแถวหน้าในวงการตอนนี้อยู่ใต้สังกัดเขา ดาราตกกระแสคนนี้ไม่พังยับเลยเหรอ?”

“ผู้อำนวยการสถานีเพิ่งโทรมากำชับด้วยตัวเอง ให้ดันดาราตกกระแสให้สุดแรง!”

“……6!” คนเขียนบทยังไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทำตาม

……

“ฮู… ในที่สุดก็ปลอดภัยสักที!” ลวี่หมิงหมดแรงทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ หอบหายใจเฮือกๆ บิดฝาขวดเหล้า แล้วกระดกยาวเพื่อคลายความเครียด

“ซี…ฮะ…”

เขาเหลือบตามองไป จึงสังเกตว่าเร่อปาดูสภาพจิตใจไม่ค่อยปกติ

เทพธิดาแดนตะวันตกที่เมื่อครู่ยังออร่าพุ่ง แต่งหน้าพริ้ง สวยสะกด ตอนนี้กลับกลายเป็นมอมแมม เท้าเปล่า ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงฟูเป็นรังนก ใบหน้าสลด ดวงตาว่างเปล่า ดูเหมือนสะใภ้ตัวน้อยที่เพิ่งโดนย่ำยี น่าสงสารสุดๆ

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ลวี่หมิงโบกมือไปมาตรงหน้าเธอ

เร่อปา: “……”

เงียบไปครู่หนึ่ง แววตาเธอค่อยๆ มีชีวิตชีวาขึ้น จากนั้นต่อหน้าสายตาตกตะลึงของลวี่หมิง เธอก็พุ่งใส่เหมือนลูกแมวน้อยคลั่ง “อ้าวอู๊” งับเข้าที่ท่อนแขนเขาเต็มแรง

ลวี่หมิง: “??!”

“ซี๊ดๆๆ… เจ็บ! เธอนี่เกิดปีจอรึไง!”

เร่อปาไม่ตอบ เอาแต่กอดแขนเขาแล้วงับไม่ปล่อย ผลักยังไงก็ไม่ออก

【กัดได้ดี!】

【กัดเจ้าดาราตกกระแสให้ตาย!】

【ต้องอย่างนี้สิ ดูซิว่าแกทำเทพธิดาของพวกเราเละเป็นอะไรไปแล้ว!】

อลิซสะใจสุดๆ

ลวี่หมิงถูกกัดจนตาคว่ำ เพราะขยับแรงไปหน่อย กระเช้าสะเทือนโคลงอย่างหนัก เร่อปาตกใจ รีบลนลานกลับไปนั่งที่ ท่าทีไร้เดียงสาน้ำตาคลอ ดวงตาคู่สวยแวววาวน่าสงสาร มองลวี่หมิงด้วยความน้อยใจเต็มคิ้วเต็มตา

“ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่มีมโนธรรมสิ้นดี ฉันอุ้มเธอหนีตาย เธอกลับทรยศใส่ฉันใช่ไหม?” ลวี่หมิงเช็ดน้ำลายบนแขน บ่นเสียงขุ่น

“ยังมีหน้ามาว่าฉันไม่มีมโนธรรมอีกเหรอ? พี่ชาย ชั้นเป็นผู้หญิงนะ! นายอุ้มฉันพาดบ่าแบบนั้นต่อหน้าคนดูทั้งประเทศ ใช้ท่าทางไม่งามวิ่งตั้งสองกิโล ยังดึงรองเท้าฉันออกไปหมด ฉันเป็นดาราหญิงที่ทำมาหากินกับหน้าตา ภาพลักษณ์พัง หน้าก็ไม่เหลือ แล้วอย่างนี้ฉันจะแต่งงานได้ไหม?!”

เร่อปายิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ชี้ไปที่ศีรษะตัวเองร้องไห้ฟ้อง “ที่สำคัญสุดคือ ตรงนี้ ตรงนี้นะ!”

“แม่ฉันบอกฉันมาตั้งแต่เด็กว่าฉันไม่ค่อยฉลาดอยู่แล้ว นายยังมาทำร้ายหัวฉัน ตอนนั้นฉันเกือบได้ไปเจอย่าทวดแล้วรู้ไหม?!”

ลวี่หมิง: “……”

“เฮ้อ ฉันผิดไปแล้ว”

เร่อปา: “ยังรู้ว่าผิดด้วย?!”

“ใช่ ฉันผิด ผิดมหันต์!”

“แล้วนายผิดตรงไหน?” เร่อปาเห็นลวี่หมิงทำท่าทางจริงจัง น้ำเสียงก็อ่อนลงนิดหน่อย

ลวี่หมิงพลันโพล่งฟ้องกลับอย่างฮึกเหิม “ฉันผิดก็ผิดที่ใจอ่อนไป ไม่ควรพาเธอมาด้วย ที่ผิดยิ่งกว่าคือใจดีเกินไป รับผิดชอบเกินไป แบกภาระเกินไป!”

เร่อปา: “หือ?!”

“เธอพูดถูก! ไม่ฟังเหตุผล เอาแต่ดึงดัน โมโหร้าย ชอบตะโกนโวยวาย แยกแยะถูกผิดไม่เป็น นิสัยสุดโต่ง แถมลงไม้ลงมือ อารมณ์ก็ไม่มั่นคงสักนิด ฉันรู้สึกว่าอนาคตเธอต้องมีแนวโน้มทำร้ายคนในครอบครัวอย่างหนัก พอนึกถึงฉากนั้น ฉันก็กลัวจนตัวสั่น อยู่กับเธอในที่แคบๆ มันอึดอัดเหมือนอยู่ในนรก!”

“ชีวิตแบบนี้ ฉันทนไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!”

“การได้พบเธอคือหายนะของชีวิตฉันชัดๆ!”

เร่อปา: “หา?”

“เลิก!!”

“เลิกอะไร?” เร่อปามึนงง

ลวี่หมิง: “เลิกคบ!”

“พี่ชาย ทำไมฉันไม่รู้ล่ะว่าเราเคยคบกันตอนไหน?” เร่อปาทำหน้าท่าทีอ่อนแรง

ลวี่หมิงตบหน้าผาก “งั้นก็แยก! ตอนนี้เลย เดี๋ยวนี้ ออกจากเซฟเฮาส์ของฉันไป ตั้งแต่นี้ไปเธอไปตามถนนหยางกวนของเธอ ฉันข้ามสะพานไม้เดี่ยวของฉัน ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน!”

เร่อปามองท่าทางลวี่หมิงที่พร่ำโวยวายใส่ตัวเองแล้วกลั้นไม่อยู่ “ปุ๊ง!” หลุดขำ กลอกตาใส่แล้วพึมพำ “คำพูดแบบนั้น ใครสอนมาน่ะ ฟังดูน่ากลัวชะมัด”

"ประสบการณ์สอนมา!"

"ดูออกเลยนะว่า ความรักครั้งก่อนของนายช่างอาภัพจริงๆ!"

ลวี่หมิงยกขวดเหล้าขึ้นมาจิบด้วยท่าทางนิ่งสงบ “เรื่องเก่าให้ลมพัดพาไป ก็แค่ลมฝนที่พัดผ่านชีวิตเท่านั้นเอง”

จบบทที่ บทที่ 39 ดาราตกกระแสเมาเหล้า เป็นตายยากคาดเดา ดาราตกกระแสเพี้ยนแตก ไก่บินเตลิดหมาวิ่งพล่าน!

คัดลอกลิงก์แล้ว