- หน้าแรก
- ท็อปสตาร์เมาแล้วคลั่ง วงการบันเทิงถึงกับฮากระจาย!
- บทที่ 17 คืนเงิน เจิ้งเจี่ยก็ “กู้” แล้ว! รวย! รวยขึ้นมาแล้ว!!
บทที่ 17 คืนเงิน เจิ้งเจี่ยก็ “กู้” แล้ว! รวย! รวยขึ้นมาแล้ว!!
บทที่ 17 คืนเงิน เจิ้งเจี่ยก็ “กู้” แล้ว! รวย! รวยขึ้นมาแล้ว!!
บทที่ 17 คืนเงิน เจิ้งเจี่ยก็ “กู้” แล้ว! รวย! รวยขึ้นมาแล้ว!!
ลวี่หมิงไม่รู้เลยว่าแค่เรียงความสั้นหนึ่งชิ้นของตัวเองก็สามารถควบคุมอาจารย์หวงจากระยะไกลให้ตีตีจัดการเชียนเป่าแทนได้ ถ้ารู้ เขาไม่เกี่ยงจะเขียนให้อีกสักหลายชิ้นด้วยซ้ำ
ปลอบใจอาจารย์หวงเสร็จ เขาก็หันเป้าไปที่แฟนเก่าเบี้ยวหนี้ของตัวเอง โพสต์แท็กว่า:
【เมื่อคืนผมฝันครับ】
【ฝันถึงคุณ!】
【ในฝัน ผมกลายเป็นท็อปสตาร์ทั้งวงการเพลงและวงการภาพยนตร์ที่ส่องประกายที่สุดในสปอตไลต์!】
【เพื่อนร่วมวงการทุกคนต่างอุทานว่าอิจฉาความสามารถของผม!】
【หลังจบงานหนึ่งวัน ผมกลับถึงหน้าบ้าน ก็เห็นขอทานสภาพซอมซ่อคนหนึ่งกำลังเถียงกับยาม พอเห็นผมกลับมา เจ้าขอทานตัวเล็กก็พุ่งเข้าหาผมอย่างตื่นเต้น บอดี้การ์ดนึกว่าเป็นแฟนคลับคลั่งไคล้ เลยกันเธอไว้พร้อมแซวว่าตอนนี้อิทธิพลผมแรงขนาดขอทานยังคลั่งไคล้】
【ขอทานน้อยโบกมือใส่ผมอย่างตื่นเต้น: ที่รัก! ฉันเอง ฉันคือแฟนเก่าของเธอไง!】
【ผมส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดหลบ แล้วยกมือปิดจมูกก่อนจะเพ่งพินิจขอทานตัวเหม็นคลุ้งตรงหน้า แม้ดูซอมซ่อ มือทั้งสองดำปี๋เหมือนเพิ่งรื้อถังขยะ แถมตัวยังเหม็นมาก แต่ผมก็จำได้ทันที ใช่เลย นี่แหละแฟนเก่าที่ไม่เอาไหนของผม!】
【ผมตกใจว่าราชินีแห่งวงการบันเทิงจีนที่เคยเฉิดฉาย จะตกต่ำมาถึงขั้นนี้ได้ยังไง】
【คุณพร่ำเล่าความหลังตลอดหลายปีให้ผมฟัง…】
【ที่แท้เพราะเป็นหนี้ก้อนโตจนไม่มีปัญญาใช้ ศาลจึงอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ เผชิญบรรดาเจ้าหนี้ที่ทวงแล้วทวงอีก คุณต้องปกปิดตัวตน คุ้ยขยะกิน อยู่ใต้สะพาน หลบซ่อนตลอดวัน ชีวิตแบบอดมื้อกินมื้อ】
【คุณที่เป็นลูกหนี้เบี้ยวหนี้มาหลายปี กอดขาผมขอให้รับไว้ให้อยู่ด้วย】
【ถึงคุณยังติดหนี้ผมสิบล้านหยวนที่ยังไม่ยอมคืน แต่ไหนๆ ก็รู้จักกันมา ผมก็พร้อมยื่นมือช่วย จัดให้คุณไปอยู่ในบ้านหมาหน้าวิลล่า】
【นั่นคือบ้านของโคล่า เจ้าหมาตัวอายุห้าขวบที่ฉลาดระดับเด็กเล็ก มันยังแค้นที่คุณเคยทิ้งมัน แถมตอนนี้คุณยังจะมาแย่งบ้านมันอีก เลยต้องขู่คำรามใส่คุณทุกวัน!】
【เพื่อกล่อมความโกรธของโคล่า ทุกครั้งพี่เลี้ยงทำกับข้าว จะให้มันเลียไปสองคำก่อน แล้วค่อยยกมาเสิร์ฟคุณ】
【คุณไม่รู้เรื่องเลย เอะอะก็อุทานว่าอร่อย!】
【ผมนั่งที่ระเบียง จิบลาฟิตปี 82 ที่ราคาแพงพอจะซื้อชีวิตคุณได้ มองคุณในบ้านหมา แล้วก็อดนึกถึงอดีตไม่ได้…】
【ผู้เฒ่ามักว่า โชคชะตาจะบอกใบ้อนาคตเราผ่านความฝัน】
【บางที นี่อาจเป็นจุดจบของลูกหนี้เบี้ยวหนี้…】
【@ไม่ใช่ฉู่อวี่ซวิน: ถ้าไม่อยากให้ความฝันกลายเป็นจริง ก็รีบคืนเงินเถอะ!】
ทันทีที่เรียงความสั้นชิ้นนี้ถูกปล่อยออกไป ชาวเน็ตสารพัดสายก็ถึงกับอ้าปากค้างกันถ้วนหน้า
「เชี่ย พรวด!」
「คนอื่นฝันถึงแฟนเก่าก็ล้วนเป็นแสงจันทร์ขาว หวานเจี๊ยบ ระลึกความหลัง ส่วนดาราตกกระแสคนนี้ฝันว่าแฟนเก่าอยู่บ้านหมา กินข้าวหมา นอนผ้าห่มผืนจิ๋วใต้สะพาน วันนี้มีกินพรุ่งนี้ไม่มี โคตรฮา!」
「เขาโดนเจิ้งเจี่ยแทงข้างหลังซะขนาดนั้น ยังมองโลกในแง่ดีทำคอนเทนต์เอาใจครอบครัวแฟนคลับได้อีก ไม่ง่ายจริงๆ」
「ขอไม่เห็นด้วยนะ เรื่องเขายากง่ายไม่รู้ แต่ความสามารถเขาน่ะ ล้นจอไปแล้วชัดๆ!」
「วันหนึ่งสองเรียงความสั้น ถ้าเมื่อก่อนดาราตกกระแสคนนี้ไม่เดบิวต์เข้าวงการบันเทิงจีน ป่านนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นเทพระดับตำนานในวงการนิยายออนไลน์แล้วมั้ง?」
「นั่นมันน้อยไป หลี่ไป๋สมัยนั้นถ้าขยันเท่าเขา บทกวีถังต้องเพิ่มอีกสามร้อยบท!」
「@เจิ้งเจี่ย RNM คืนเงินมา!」
ระหว่างที่ชาวเน็ตสายเผือกหัวเราะกันสนุก ก็มีไม่น้อยที่มีความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่ลวี่หมิงเจอ และออกมาช่วยเป็นกระบอกเสียงทวงหนี้ให้เขา
ยังไงซะ ต่อให้ลวี่หมิงจะบ้านแตกแค่ไหน การติดหนี้ต้องใช้หนี้ก็เป็นเรื่องถูกต้องตามครรลองอยู่ดี แม้เหล่าหูเล็กที่ตกใจจะพยายามปกป้องไอดอลของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ใช้สารพัดข้ออ้างมาป้ายสีใส่ลวี่หมิง พยายามกลับดำเป็นขาว แต่ในเรื่องใหญ่ที่ผิดถูกชัดเจนแบบนี้ ยังไงก็พลิกให้ผิดเป็นถูกไม่ได้อยู่แล้ว ตรงกันข้าม เมื่อเจอคำถามและการด่าจากชาวเน็ต ไม่น้อยเลยที่พวกแอนตี้ของหมิงพากันลบเมนต์หนี ชิ่งหลบร้อนชั่วคราว
#ดาวดับหมิงฝันถึงเจิ้งเจี่ย!#
#เจิ้งเจี่ยคืนเงิน!#
คำค้นสองอันดับแรกบนกระแสฮอตเสิร์ชถูกอัปเดตอย่างรวดเร็ว
……
เมืองหลวง กองถ่ายหนังโรแมนติกสมัยใหม่แห่งหนึ่ง
เวลาอาหารกลางวัน เจิ้งเจี่ยนั่งอยู่ในรถบ้านของตัวเอง ลิ้มรสความอร่อยของกับข้าวแปดอย่างหนึ่งซุป ข้างกายยังมีผู้ช่วยตัวเล็กสองคนคอยรินน้ำชาหยิบจับให้ ชีวิตช่วงนี้ชุ่มฉ่ำเสียยิ่งกว่าอะไรดี
เว่ยป๋อของเธอปลดแบนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แม้ในคอมเมนต์ยังมีเสียงเร่งทวงหนี้อยู่บ้าง แต่เพราะเหตุวุ่นวายในบ้านเห็ดทำให้สายตาของชาวเน็ตส่วนใหญ่ถูกเบนความสนใจไป เมื่อเทียบกับเมื่อวานที่ชาวเน็ตหัวร้อนจนถล่มจนบัญชีเธอผิดปกติแล้ว ตอนนี้กระแสติงนิดหน่อยก็แค่ลมเอื่อยฝนปรอย
ตามแนวโน้มนี้ คาดว่าไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ คนก็จะลืมเรื่องเธอติดหนี้ไม่ยอมใช้กันหมด เดือนหนึ่งผ่านไปก็คงจางหายไปในความทรงจำ
คิดมาถึงตรงนี้ เจิ้งเจี่ยก็รู้สึกอารมณ์ดี อาหารกลางวันวันนี้ยังอร่อยขึ้นเป็นพิเศษ
“เขายังกล้าหน้าตายเขียนเรียงความสั้นแขวะอาจารย์หวงอีก ฮึๆ ไม่หาเรื่องตายก็ไม่ตายหรอก รอดูเถอะ พอคลื่นกระแสนี้ซา เขาก็จะโดนวงการบันเทิงแบนแบบนิ่มๆ ถึงตอนนั้นร้องฟ้าก็ไม่มีใครตอบ อยากดูเหมือนกันว่ายังจะมาทำฉันเหม็นขี้หน้ากว่านี้ได้อีกไหม!”
เจิ้งเจี่ยยิ้มแสยะอยู่ในใจ
จู่ๆ มือถือก็ดังตึ๊ง รับการแจ้งเตือนจากรายการโปรด
ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังเปื้อนรอยยิ้มพลันมืดลง
แฟนเก่าทาสรักอัปเว่ยป๋ออีกแล้ว แถมยังแท็กเธอตรงๆ ด้วย
“ทำไมเขาถึงได้เหมือนพลาสเตอร์สุนัข แปะตายังไงก็ไม่ยอมหลุดเนี่ย” เจิ้งเจี่ยคิดเล่นๆ ก็รู้เลยว่าไอ้สารเลวนั่นต้องมาทวงหนี้อีกแน่
แต่พอกดเข้าไป เธอกลับอึ้งทันที
ดันไม่ใช่ทวงหนี้ กลับบอกว่าฝันถึงเธอ?
อี๋~
เลี่ยน!
“หรือว่าเขาเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองทำผิด รู้สึกว่าที่ผ่านมาใส่ฉันแรงไป ตอนนี้เลยอยากสารภาพรักต่อหน้าชาวเน็ต หวังจะง้อให้กลับไปคบกัน?” เจิ้งเจี่ยหัวเราะเย็น “ฮึ นิสัยสุนัขกินอึแก้ไม่หาย เพิ่งทำท่าแมนได้ไม่กี่วันก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ?”
“ชั้นเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มีผิดเลย เด็กมาก ลูกไม้ต่ำ!”
แม้ปากจะทำท่ารังเกียจ แต่ระหว่างคิ้วตาเจิ้งเจี่ยกลับพราวไปด้วยความหยิ่งยโส
รู้อยู่แล้ว!
ไอ้สารเลว คิดว่าพูดคำหวานสองสามคำ ฉันจะใจอ่อนเหรอ? คิดว่าจะยิงลูกกระสุนเคลือบน้ำตาลนิดหน่อย แล้วฉันจะลืมเรื่องก่อนหน้าเหรอ?
รู้ไหม ช่วงนี้ฉันอดทนมามากแค่ไหน?!
เธอเป็นถึงรักแรกแห่งชาติ เป็นแสงจันทร์ขาวในวัยเด็กของผู้คนมากมาย ถูกแฟนๆ อุ้มชูบนหิ้งมาตลอด ชีวิตนี้ไม่เคยโดนชาวเน็ตชี้หน้าเข้าด่าซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลย!
พอนึกถึงตรงนี้ ความคับแค้นก็พุ่งขึ้นมา ตาเธอเริ่มแดงก่ำ
“ไอ้ทาสรัก ถ้าไม่โอน 5,200,000 มาขอโทษ ฉันไม่มีวันยกโทษให้!” เจิ้งเจี่ยตะโกนเสียงสั่น
ผู้ช่วยตัวเล็กสองคนก็พลอยดีใจแทนเจ้านาย
ในที่สุดฝนก็หยุดฟ้าใสแล้วสินะ!
“พี่เจิ้ง รีบเลื่อนลงไปดูสิ เขาสารภาพรักกับพี่ต่อหน้าคนทั้งเน็ตยังไงบ้าง” ผู้จัดการส่วนตัวรีบเตือน
ผู้ช่วยตัวเล็กกระดี๊กระด๊า “ผู้ชายส่วนใหญ่พอพูดว่าเมื่อคืนนอนฝันถึงเธอ ก็มักจะตามมาด้วยคำพูดเลี่ยนๆ เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เลย พี่เจิ้งต้องทำใจไว้ก่อนนะ”
“ใช่ค่ะพี่เจิ้ง แฟนเก่าหนูก็ชอบใช้มุกนี้มาหลอกง้อ ผู้ชายนี่มันก็แบบนี้แหละ ต้องทำกับเขาแบบเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น ห้ามทำดีกับเขาเกินไปเด็ดขาด” ผู้ช่วยอีกคนก็แบ่งปันประสบการณ์
เจิ้งเจี่ยว่ามีเหตุผล
เธอปัดหน้าจอลง แต่แค่มองปราดเดียว สีหน้าที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความคาดหวังก็แข็งค้างในทันที
ผู้จัดการกับผู้ช่วยสองคนที่แอบชะโงกหน้ามองก็ถึงกับอึ้งค้างไปพร้อมกัน
“ไอ้…ไอ้สารเลว!” เจิ้งเจี่ยตบโต๊ะฉาด เขี้ยวเข่นฟัน “โจมตีเหยียดหยามบุคคล นี่มันโจ่งแจ้งชัดๆ เลย ส่งจดหมายทนาย! ตอนนี้เลย ส่งให้มันเดี๋ยวนี้!”
ผู้จัดการส่วนตัว: "……"
ผู้ช่วยตัวเล็ก: "……"
"เขายังฝันว่าตัวเองเป็นท็อปสตาร์สองสาขาอีกเหรอ? เสียงแตกพร่าของเขานั่นกับฝีมือการแสดงที่ทำคนดูเขินจนตาย ใครไม่รู้ แต่ฉันจะไม่รู้เหรอ?"
"วงการบันเทิงจีนถึงจะถอยหลังไปยี่สิบปี สามสิบปีก็ตาม คนแบบนี้ก็มีชะตาเป็นได้แค่ของสวยแต่ไร้ค่าเท่านั้น!"
"เด็กขอทาน…อยู่ในคอกสุนัข…ไวน์ลาฟิตขวดเดียวจะซื้อชีวิตฉัน?"
"ยังจะบอกว่ามาขอให้ฉันรับเลี้ยงอีก?!"
"คฤหาสน์ของฉันสักหนึ่งหลังก็ซื้อชีวิตแกได้แล้ว!"
"ไม่ไหว ฉันมึนจริงๆ!!" เจิ้งเจี่ยหัวเราะเหยียดจนตัวสั่น "ไอ้ดาราตกกระแสเฮงซวย เดี๋ยวมันต้องโดนอุบัติเหตุแน่!"
ผู้จัดการส่วนตัวเอ่ยเสียงเบา "พี่คะ ช่วงนี้เขาตกต่ำจนวันหนึ่งซัดเหล้าสามมื้อ แทบไม่มีโอกาสได้ขับรถแล้วค่ะ"
"เดินข้ามถนนโดนรถชนไม่ได้รึ?!" แววตาเจิ้งเจี่ยดุดัน
ผู้จัดการส่วนตัวรีบเงียบ ไม่กล้าอ้าปากอีก
ดวงตากลมใสของเจิ้งเจี่ยจ้องเขม็งที่หน้าจอโทรศัพท์ ทุกครั้งที่อ่านเพิ่มอีกคำเดียว ความคลุ้มคลั่งในใจเธอก็พอกพูนขึ้นอีกนิด พอเลื่อนอ่านจนสุด เจิ้งเจี่ยก็รู้สึกราวกับมีมดไต่ที่หน้าอก
วินาทีถัดมา
เธอระเบิดเต็มที่ "อ๊าาาาาาา!"
เจิ้งเจี่ยที่คลุ้มคลั่งเหมือนแมวตัวเมีย หันมาขย้ำแขนขาวๆ กับน่องเนียนๆ ของตัวเองไม่ยั้ง ทั้งหยิกทั้งเกาเป็นพัลวัน
พริบตาเดียว รอยขีดข่วนชัดเจนก็ผุดขึ้นเต็มผิวเนียนละเอียดของเธอ
ภาพเจ้านายหลุดการควบคุมทำเอาผู้ช่วยตัวเล็กรอบๆ ตกใจ รีบกรูเข้าไปปลอบ
ผู้จัดการส่วนตัวรีบใช้มือถือของตัวเองกดโทรหาเบอร์ดาราตกกระแส
ไม่นาน เสียงของลวี่หมิงก็ดังมาจากปลายสาย "ฮัลโหล ใครครับ"
"ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!! ฮือๆๆๆ…ฉันจะฆ่านาย! ฮือๆๆๆ…"
เจิ้งเจี่ยแย่งโทรศัพท์ไปทั้งน้ำตา แล้วด่ารัวไม่ยั้ง
ลวี่หมิง: "???"
"เธอไปร้องไห้หน้าหลุมศพบ้านใครอยู่?" ลวี่หมิงงง "ไปร่วมงานศพแล้วยังมีเวลามาโทรหาฉันอีก?"
เจิ้งเจี่ยด่าสวน "นายเพี้ยนรึไง!"
"ฉันกำลังไปร้องไห้หน้าหลุมศพแฟนเก่าชั่วของฉันอยู่ต่างหาก!"
"อ้อ งั้นช่วงนี้ซีนร้องไห้ของเธอระเบิดมากนะ!" ลวี่หมิงแดกดัน "ปีนี้กะจะใช้ท่าไม้ตายนี้พุ่งชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงเหรอ?"
เจิ้งเจี่ยแทบพัง "ตอนที่เราคบกัน ฉันทำผิดตรงไหนกับนาย ถึงทำให้นายต้องแก้แค้นฉันขนาดนี้!"
"สิบล้านหยวน! ส่วนเศษเล็กๆ น้อยๆ อย่างอื่น เอาเป็นว่าถือว่าเห็นแก่ที่เราเคยรู้จักกัน ฉันยกให้" ลวี่หมิงแจ้งเสียงเย็น "เธอไม่ชอบพูดเหรอว่าความรักที่แท้จริงคือการอุ้มชู? ตราบใดที่เธอยังไม่คืนเงิน ฉันจะอุ้มชูให้เธอขึ้นฮอตเสิร์ชอันดับหนึ่งทุกวัน ให้ดังไปทั่วทุกหัวระแหง!"
เจิ้งเจี่ยกัดฟันดังกรอด "นายอยากให้ฉันตายมากนักใช่ไหม! ถ้านายกล้าพูดคำว่า ‘ใช่’ ฉันตายให้ดูเดี๋ยวนี้เลย!"
"ใช่!"
เจิ้งเจี่ย: "……"
"ฮัลโหล ตายรึยัง?"
เจิ้งเจี่ย: "……"
"ถ้ายังไม่ตาย เลขที่บัญชีเธอก็รู้อยู่นะ"
เจิ้งเจี่ย: "……"
"ที่รัก?"
เสียงเจิ้งเจี่ยแหลม "อย่าเรียกฉันว่าที่รัก ฉันขยะแขยง!"
"งั้นเธอคืนเงินได้หรือยัง?"
"เงินๆๆ! นายรู้จักแต่เงิน นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลิกกับนาย ก็เพราะนายน่ะวัตถุนิยมเกินไป! คบกันมาตั้งนาน ความรู้สึกของเรามันยังสู้เงินเหม็นๆ นิดเดียวไม่ได้เลยเหรอ?" เจิ้งเจี่ยโวยวาย
ลวี่หมิงหัวเราะหยัน "เบี้ยวๆๆ! เธอเก่งแต่เป็นลูกหนี้เบี้ยวหนี้ เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยอมเลิกกับเธอ ก็เพราะเธอเสแสร้งเกินไป! คบกันมาตั้งนาน ความรู้สึกของเรา มันไม่คุ้มให้เธอจริงใจสักครั้งเลยหรือไง?"
เจิ้งเจี่ยถูกย้อนจนไปไม่เป็น
น้ำตาเธอไหลพราก เสียงสะอื้น "ถ้านายยังเป็นแบบนี้ ฉันจะโกรธแล้วนะ!!"
"อ้อ เธอโกรธเก่งนะ จะให้มอบรางวัลไหม?"
"ผู้ชาย อย่ารังแกกันให้มันมากไป!" เจิ้งเจี่ยด่าลั่น น้ำตาเปื้อนเต็มหน้า
ลวี่หมิง: "ผู้หญิง ในตาของเธอมีแต่ความโลภ!"
"เธอลบโพสต์ในเว่ยป๋อก่อน เรื่องเงินฉันจะหาทางจัดการเอง ห้ามใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงฉัน!"
"นายคืนเงินมาก่อน ฉันค่อยลบ!"
"เธอลบก่อน! ฉันระดับใหญ่ขนาดนี้ จะไปหลอกเธอได้ยังไง? แค่สิบล้านหยวนยังไม่พอชดใช้ค่าเสียหายด้านชื่อเสียงฉันเลย!"
"ที่รัก เธอนี่โม้อะไรอยู่ ทุกวันนี้สิบล้านนี่พอจะซื้อชีวิตเธอได้แล้วนะ!"
ตึกตักตึกตักตึกตักตึกตัก……
เจิ้งเจี่ยเบิกตากลมโต อกกระเพื่อมแรง: "ไอ้สารเลว!!!"
"ไอ้ดาราตกกระแส! ฉันขอสาปแช่งให้แกยาจกไปทั้งชาติ!"
ผู้จัดการส่วนตัวเห็นไอดอลของตัวเองคุมสติไม่อยู่ กรี๊ดใส่มือถือจนเพี้ยน ก็ย่องเข้าไปคว้าโทรศัพท์ของตัวเองคืน ด้วยบทเรียนครั้งก่อน เธอกลัวจริงๆ ว่าเจิ้งเจี่ยจะโมโหแล้วปามือถือเธอแตกอีก เผชิญกับดวงตาแดงก่ำมีเส้นเลือดปูดของเจิ้งเจี่ย เธอเอ่ยเสียงแผ่ว: "พี่คะ พอเถอะค่ะ ปลายสายเขาวางไปตั้งนานแล้ว…"
กำปั้นเล็กๆ ของเจิ้งเจี่ยกำแน่น จนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดซึม ทั้งคนยืนนิ่งอึ้ง
ผู้จัดการส่วนตัวเห็นท่าจะไม่ได้การ จึงค่อยๆ เอ่ยว่า:
"พี่คะ ช่วงนี้ทางบริษัทก็เริ่มมีคำวิจารณ์ถึงพี่มากขึ้นแล้ว ดาราตกกระแสคนนั้นคาอยู่ไม่ปล่อยแบบนี้ไม่ใช่เรื่องนะคะ ถ้าวันๆ ต้องติดแฮชแท็ก ‘ลูกหนี้เบี้ยวหนี้’ อยู่บนฮอตเสิร์ชไปเรื่อยๆ นานเข้า อย่าว่าแต่จะแข่งตำแหน่งสี่นางเอกวัยรุ่นปีนี้เลย หนูกลัวว่าทางเดินสายบันเทิงของพี่จะโดนกระทบ ไม่นานก็คงดรอปความดังลง…"
"ถ้าฉันมีเงิน ฉันก็คืนไปนานแล้ว!" เจิ้งเจี่ยเชิดหน้าดื้อดึง
ผู้จัดการส่วนตัวเสนอ: "งั้น…เราลองกู้จากบริษัทหน่อยไหมคะ…"
"กู้?!" เจิ้งเจี่ยถลึงตา "กู้มาแล้วไม่ต้องคืนเหรอ!"
"ไม่ใช่นะคะพี่ ค่าตัวระดับพี่ไม่ใช่ว่าดาราตกกระแสจะมาปั่นมาเกาะได้ แถมตอนนี้ทรัพยากรงานก็ดีมาก มากสุดไม่เกินปีเดียวก็คืนได้แล้วค่ะ ถ้าแบบว่าเลี่ยงๆ ซุกๆ นิดหน่อยนะ เดินสายรับงานสักสองเดือนก็น่าจะเคลียร์จบ"
เจิ้งเจี่ยเงียบ
"ยังไงพี่ก็ยังมีคฤหาสน์อีกหลัง ทรัพย์สินแน่นกว่าดาราตกกระแสเยอะ แย่สุดก็…นั่นแหละค่ะ"
"เธอหวังให้บ้านฉันโดนยึดขายทอดตลาดด้วยใช่ไหม?!"
ผู้จัดการส่วนตัวรีบโบกมือปฏิเสธ เจิ้งเจี่ยเห็นท่าทางของเธอ แล้วนึกถึงสภาพตัวเองตอนนี้ ก็ได้แต่จำใจตอบตกลง "ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว กู้ก็ได้!"
"เอาเงินไปคืนไอ้ดาราตกกระแสก่อน แล้วออกแถลงปิดเรื่องนี้ให้จบทันที!"
"ไอ้ดาราตกกระแส แกเตรียมตัวล่มจมได้เลย ฉันจะรอดูว่าแกจะทรงได้ถึงเมื่อไหร่!" เจิ้งเจี่ยกัดฟันกรอด "ยังฝันจะเป็นท็อปสตาร์สองสาขา? ฝันเฟื่องกลางวันไปเถอะ เขาทำได้แค่เพ้อในฝันเท่านั้นแหละ!"
"ดาราตกกระแสคนนั้นแทบจะโดนวงการบันเทิงแบนเงียบแล้ว กระแสนี้ซาเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครสนใจหรอก" ผู้ช่วยตัวเล็กพูดอย่างเคียดแค้น "เดี๋ยวไม่นาน ไอ้สารเลวนั่นก็จะหางกระดิกกลับมาขอให้พี่เจิ้งสงสารแน่ค่ะ"
"หึ ฉันรอดูมันพัง!" เจิ้งเจี่ยหัวเราะเย็น
……
[บัตรลงท้ายเลขที่ 5499 ของท่าน วันที่ 11 พฤษภาคม 16:52 มีรายรับ (โอนเงิน) 10,000,000.00 หยวน ยอดคงเหลือ 15,564,800.00 หยวน (ธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งจีน)]
ลวี่หมิงที่พักร้อนอยู่บ้านกำลังยิ้มแป้นดูซีรีส์ ตอนแรกได้ยินเสียงมือถือดังยังไม่ทันได้สนใจ ผ่านไปครู่หนึ่ง เผลอหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความ ตอนที่เห็นเนื้อหา เขาน้ำตาซึมขึ้นมาในทันใด!
กลับมาแล้ว!
ในที่สุดหนี้ก็ตามกลับมาจนได้!!
เดี๋ยวนี้ใครปล่อยกู้ก็เหมือนเป็นเจ้าคุณ ปล่อยกู้แป๊บเดียวสบายใจ ตามหนี้นี่เหมือนเผาศพตัวเอง พระเจ้าเท่านั้นรู้ว่าช่วงตามหนี้ผ่านมาเขาใช้ชีวิตยังไง บ้านหลังเดียวก็โดนยึดบ้านขายทอดตลาด กลายเป็นศูนย์หมดตัว จนกระทั่งค่าทนายยังไม่มีจ่าย จำต้องยอมทำตามหัวเยว่ สาละวนวิ่งวุ่นทั้งวันทั้งคืน นานๆ กลับมาที ก็ได้แต่หดหัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ซอมซ่อแห่งนี้
ตอนนี้ได้เงินหนี้สิบล้านคืนมา เขาพูดได้เต็มปากว่า กลับมารวยจริงจังแล้ว!
บวกกับค่าตัวงานที่ค้างไว้มานานก็เพิ่งโอนเข้ามา เรียกว่าดีสองเด้ง ตอนนี้เงินออมส่วนตัวของเขาพุ่งไปถึง 15.56 ล้านแล้ว เงินก้อนนี้ต่อให้เป็นในเซี่ยงไฮ้ที่ดินแพงเท่าทอง ก็พอซื้อบ้านสภาพดีได้หนึ่งหลัง แม้จะยังห่างจากการลงทุนสร้างซีรีส์อยู่พอควร แต่อย่างน้อยนี่ก็คือเงินตั้งต้นที่แข็งแรงมากชุดหนึ่ง
ในอนาคตเมื่อพ้นจากการควบคุมของหัวเยว่เมื่อไหร่ เขาก็จะเริ่มเดินหน้าธุรกิจได้ทันที แล้วไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว!
คิดมาถึงตรงนี้ ลวี่หมิงรู้สึกทั้งมั่นคงและอดไม่ได้ที่จะลิงโลดกับความคาดหวังในใจ
ในวงการบันเทิงจีนของโลกคู่ขนานนี้ เขามีความฝันมากมายเหลือเกินที่อยากจะทำให้เป็นจริง!
บนอินเทอร์เน็ต แฮชแท็ก #พี่เจิ้งคืนเงิน# ถูกถอดออกจากฮอตเสิร์ชแล้ว พร้อมกันนั้นคำค้นเรื่อง “ความฝัน” ของเขาก็ไหลตกลงอย่างรวดเร็ว หูเล็กทั้งหลายเห็นไอดอลของตัวเองเคลียร์หนี้เสร็จ ก็เริ่มเสียงดังขึ้นมาทันที คว้าประโยคแนวทาสรักในอดีตของลวี่หมิงมาล้อซ้ำไปซ้ำมา
แต่ตอนนี้กระเป๋าตุง ลวี่หมิงไม่สนใจจะไปตีกับพวกแอนตี้อีกแล้ว
กว่าจะตั้งหลักได้ทั้งที เพื่อฉลองวันพิเศษนี้ ลวี่หมิงก็ใช้เงินแบบไม่กั๊ก แวะซูเปอร์มาร์เก็ตหยิบอู่เหลียงเย่มาสองขวด จากนั้นให้เสี่ยวหย่าขับรถตู้ผู้ช่วยไปหาร้านอาหารสไตล์ครัวส่วนตัวชื่อดัง แล้วก็พาผู้ช่วยตัวเล็กที่ลำบากเป็นเพื่อนทุกข์มาด้วยกัน ไปกินอะไรหรูๆ สักมื้อ
นอกจากได้อิ่มท้องและอิ่มใจพร้อมกันแล้ว
พอสุราราคาแพงไหลลงท้อง เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะของระบบก็ดังขึ้นต่อเนื่องอยู่ในหัวเขา
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่มอู่เหลียงเย่ ค่า “บุคลิก” +3!]
[ตรวจพบว่าโฮสต์เข้าสู่สภาพมึนเมาเล็กน้อย ค่า “พื้นฐานการเรียบเรียงเพลง” +30!]
[“พื้นฐานการเรียบเรียงเพลง” อัปเกรด: เลเวล 3!]
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่มอู่เหลียงเย่ ค่า “หน้าตา” +5!]
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์เข้าสู่สภาพมึนเมาปานกลาง ค่า “พื้นฐานช่องเสียง” +100!]
[“พื้นฐานช่องเสียง” อัปเกรด: เลเวล 2!]
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังดื่มอู่เหลียงเย่ ค่า “พละกำลัง” +5!]
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์เข้าสู่สภาพเมาหนัก ค่า “พื้นฐานบทพูด” +100!]
[“พื้นฐานบทพูด” อัปเกรด: เลเวล 3!]
ถึงจะไม่ได้กระตุ้นสุ่มความสามารถ แต่ค่าความชำนาญที่ได้วันนี้จัดว่าโหดมาก เทียบกับตอนดื่มเบียร์แล้วมากกว่าหลายเท่า ทำเอาลวี่หมิงอดคิดอย่างสบายใจไม่ได้ว่า ไม่เสียแรงที่ยอมทุ่ม 1500 ต่อขวดซื้อเหล้าดีๆ มาฉลอง ของแพงก็มีดีสมราคา
ความสามารถของเขาอย่าง “พื้นฐานการเรียบเรียงเพลง” “พื้นฐานการร้องเพลง” และ “พื้นฐานบทพูด” ล้วนไปถึงเลเวล 3 ทั้งหมด อีกทั้ง “พื้นฐานช่องเสียง” ที่เพิ่งดื่มวันนี้ก็ก้าวสู่เลเวล 2
แม้จะยังไม่กล้าอวดว่าจะไปเทียบชั้นราชานักร้องราชินีนักร้องคนไหน แต่แค่ในสายดนตรีล้วนๆ ความสามารถสามอย่างนี้ของเขาก็ใช้งานได้เหลือเฟือแล้ว!
ในความฝัน เขาเริ่มจินตนาการฉากที่ตัวเองถล่มเวทีรายการเพลงใหญ่ๆ แบบยับเยินไว้เรียบร้อย…
ส่วนทำไมต้องเป็น “ในฝัน” ก็เพราะหลังจ่ายบิลที่ร้านอาหารเสร็จ ลวี่หมิงก็เมาจนดับสนิทไปแล้วด้วยซ้ำ แม้แต่กลับอพาร์ตเมนต์มายังไง เขาก็ไม่รู้เรื่องเลย