- หน้าแรก
- ท็อปสตาร์เมาแล้วคลั่ง วงการบันเทิงถึงกับฮากระจาย!
- บทที่ 14 บ้าจนสุด! ‘ปีศาจอาละวาด’! เพี้ยน! เพี้ยนกันให้สุดไปเลย!
บทที่ 14 บ้าจนสุด! ‘ปีศาจอาละวาด’! เพี้ยน! เพี้ยนกันให้สุดไปเลย!
บทที่ 14 บ้าจนสุด! ‘ปีศาจอาละวาด’! เพี้ยน! เพี้ยนกันให้สุดไปเลย!
บทที่ 14 บ้าจนสุด! ‘ปีศาจอาละวาด’! เพี้ยน! เพี้ยนกันให้สุดไปเลย!
PD หนุ่มรีบพุ่งเข้าไปแยกคนออกทันที
อาจารย์หวงเพิ่งรอดมาได้อย่างทุลักทุเล เขาก้มตัวไอรัวๆ ขาดออกซิเจนจนไม่สนภาพลักษณ์ ทรุดเข่าลงกับพื้น นอนคว่ำแล้วไออย่างหนัก!
ยังไม่ทันได้ซึมซับความยินดีหลังรอดตาย เงาหนึ่งภายใต้แสงไฟถนนก็ทอดยาวมาตรงหน้า เขาหันกลับไปอย่างมึนงง ก็เห็นหลี่ชางเฟิงโผล่มาอยู่ด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มจ้องแผ่นหลังของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“นายน่ะ… จะทำอะไร?!” อาจารย์หวงตื่นตระหนก
หลี่ชางเฟิงจู่ๆ ก็ชักเข็มขัดจากเอวออกมา
ถัดมา ในจังหวะที่แววตาของอาจารย์หวงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหวาดกลัว อีกฝ่ายก็เฆี่ยนลงบนตัวเขาเต็มแรงจนเกิดเสียง ‘เพียะ!’
“วู่หู!!”
“อูอูอู! ฮูฮูฮู!”
อาจารย์หวงสะดุ้งเฮือกลุกพรวดจากพื้นตามสัญชาตญาณ เอามือกุมก้นแล้วร้องซี้ดปนกรีดเสียงหลง
หลี่ชางเฟิงเห็นดังนั้นก็กระหน่ำฟาดอีกสองทีทันควัน เล่นเอาอาจารย์หวงกลิ้งตาขาว ทั้งตัวกระโดดพรวดพราด อ้าปากครางฮือเจ็บจนแทบขาดใจ!
เมื่อเจ็บจนถึงขีดสุด อาจารย์หวงเหมือนโดนกดปุ่มปิดเสียง กระทั่งเสียงขอความช่วยเหลือสักแอะก็เปล่งไม่ออก…
“คุกเข่า! แล้วเรียกว่าปะป๊า!”
อาจารย์หวง: “?!”
“เวรเอ๊ย! หลี่! แกนี่มัน! ทำ! บ้า! อะไร!”
“ยังกล้าเถียงอีก? ไม่เชื่อฟังใช่ไหม!”
หลี่ชางเฟิงรู้สึกว่าศักดิ์ศรีถูกท้าทาย จึงเหวี่ยงเข็มขัดฟาดใส่อาจารย์หวงแบบ ‘เพียะๆ’ ไม่ยั้ง
“สะใจไหม! สะใจไหม! กูฟาดแล้วมึงสะใจไหม!”
อาจารย์หวง: “อ้วกโฮ! ว้าว! ยาฮู้! อีเฮ้!”
ทีมผู้กำกับที่ดูอยู่หลังเวทีถึงกับตาค้าง
PD หนุ่มสองคนที่หน้างานยิ่งอ้าปากค้างหนักกว่า อยากจะพุ่งไปช่วยอาจารย์หวง แต่พอได้ยินเสียงเข็มขัดแหวกอากาศอย่างแหลมคมปะปนกับเสียงกรีดร้องแทบขาดใจของอาจารย์หวง พวกเขาก็ไม่มีความกล้าจะเข้าไปแทรกจริงๆ
เงินเดือนทั้งเดือนก็มีอยู่แค่นั้น ยังไม่มีสวัสดิการอะไร จะเอาชีวิตเข้าแลกทำไม!
ทั้งบ้านเห็ดในลานกว้างกลายเป็นโกลาหลสุดๆ
อาจารย์หวงหนี หลี่ชางเฟิงไล่
อาจเป็นสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดที่ถูกกระตุ้น แม้อายุจะเกือบห้าสิบ แต่อาจารย์หวงกลับกระโดดตัวลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แล้วด้วยแรงอะดรีนาลีน แขนทั้งสองก็ระเบิดพลังเหนือคาด ปีนกำแพงลานขึ้นไปได้สำเร็จจนรอดตาย!
“ลงมา!”
“ไม่ลง!”
“หมาน้อยไม่เชื่อฟัง เจ้าของจะโกรธนะ!”
“ไอ้เวรเอ๊ย แกยังกล้าทำเป็นโมโหใส่อีกเหรอ?”
“นับสาม ถ้าแกไม่ลง ฉันจะลงโทษแล้วนะ!”
“ไอ้เวรเอ๊ย แกอย่าให้กูจับได้ละกัน ไม่งั้นสักวันกูเชือดแกแน่!”
อาจารย์หวงอัดอั้นสุดๆ
ในเวลาไม่กี่อึดใจ อารมณ์ของเขาขึ้นรถไฟเหาะจากดีใจเป็นเสียใจ จากจุดสูงสุดของชีวิตสู่การโดนซ้อม เขาสาบานว่าอยู่มาเกือบครึ่งชีวิต ยังไม่เคยเจอการขึ้นสุดลงสุดแบบนี้มาก่อน จนสภาพจิตใจพังยับ แม้แต่คำด่าข่มขู่ยังติดสำเนียงสะอื้น!
……
ในเวลาเดียวกัน
ห้องไลฟ์สดเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักครื้นเครง
【6666!】
【กูยืนงงไปเลยเว้ย!】
【แขกรับเชิญวาไรตี้สมัยนี้ ปล่อยของกันขนาดนี้แล้วเหรอ?】
【ขำจนหายใจไม่ทัน!】
【เอิ๊กเอิ๊กเอิ๊กเอิ๊กเอิ๊ก!】
【โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว ฉี่… จะฉี่แล้วเว้ย ฉันขำจนฉี่แทบราด!】
【ฉันขอเรียกเทปนี้ว่าเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์วาไรตี้ของวงการบันเทิงจีน! เอฟเฟกต์รายการนี่นะ ถึงขั้นแซงหน้า #วิกฤตไส้ใหญ่เก้าชั้น# ไปแล้ว!】
【จะให้แซงก็คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่คู่ควรอันดับหนึ่งร่วมแน่นอน!】
【นี่มันมีสคริปต์ไหม ย้ำอีกครั้ง นี่ไม่ใช่สคริปต์!】
【ชัดๆ เลยว่าไม่ใช่สคริปต์ เฟิงเฟิงเล่นซัดเหมือนไล่ตีกองทัพญี่ปุ่น ไม่ออมมือสักนิด เข็มขัดฟาดลงตัวเน้นๆ แค่มองยังเจ็บแทน!】
【หลังอาจารย์หวงโดนฟาดเป็นรอยเลือดหลายเส้น เลือดซึมออกมาทะลุเสื้อเลย!】
【บ้าชิบหายจริงๆ เลยว่ะ!】
【ไม่ซัดเหล้าขาวไปสองจิน คงบ้าไม่ถึงระดับนี้!】
【เหล้าขาว? คิดไปไกลแล้ว แบบนี้มันเอฟเฟกต์หลอนประสาทต่างหาก มีข่าวลือว่าเห็ดมีพิษจะทำให้เห็นภาพหลอน ตอนเฉาเกอเริ่มแสดงอาการฉันยังไม่เก็ต แต่พอได้ยินเฉินชือชือจะโชว์ ‘สามคำกินหมูหนึ่งตัว’ เท่านั้นแหละ เพื่อนๆ ฉันเข้าใจหมดเลย!】
【ซุปไก่มีพิษ! ขอโทษครับ เข้าฉากผิด ต้องเป็นซุปเห็ดมีพิษต่างหาก!】
【พี่ชาวหยุนชวนที่มาให้ความรู้ก่อนหน้านั้นยังอยู่ไหม?】
【ออกมาอธิบายหน่อย เราว่าพวกเขากินเห็ดแล้วหลอนไปจริงๆ!】
ขณะแฟนๆ ตาค้าง ทุกคนต่างนึกถึงความรู้ที่พี่ชาวหยุนชวนคนหนึ่งเคยพิมพ์ไว้ในคอมเมนต์กระสุนก่อนหน้า
แต่เสียดาย คนเยอะล้นหลาม พี่ชาวหยุนชวนคนนั้นไม่ได้โผล่มาให้คำตอบ
ทว่าข่าวดีก็คือ ด้วยความฮอตระเบิดของบ้านเห็ด ทำให้ในห้องไลฟ์สดมีชาวหยุนชวนเพียบ ไม่นานก็มีผู้รู้ใช้ตัวอักษรสีๆ โผล่มาอธิบายว่า:
【ผมเพิ่งย้อนดูคลิปอย่างละเอียด อาจารย์หวงน่าจะใส่เครื่องปรุงลงไปมากเกินไป ทำให้พิษบางส่วนที่อันตรายต่อร่างกายถูกทำให้เป็นกลางไป ดังนั้นซุปเห็ดจึงไม่แรง ดื่มแล้วไม่เป็นอันตรายมาก】
【แต่เพราะก้นหม้อเห็ดมีคราบเครื่องปรุงตกค้างหนา ทำให้อุณหภูมิถ่ายเทไม่ดี บวกกับเวลาตุ๋นไม่ถึงตามที่ควร พิษที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนใหญ่จึงไปรวมตัวเข้มข้นอยู่ในเนื้อเห็ด!】
【ข่าวดีคือ ได้อานิสงส์จาก “เครื่องปรุงเกิน” ไม่งั้นซดหมดหม้อนี่ พิษออกฤทธิ์ ถึงรถพยาบาลจะมาไม่ทัน คนก็คงไปก่อนแล้ว ข่าวร้ายคือ แม้จะรอดชีวิต แต่พิษในเห็ดที่เข้มข้นมีพิษต่อระบบประสาทโดยตรง อาการหลอนจะหนักมาก!】
【แม้ไม่ถึงขั้นคุกคามชีวิต แต่ต้องไปพบแพทย์ให้ไว ถ้าไปช้า เดี๋ยวก็ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเป็นยังไง】
เห็นความรู้ของผู้รู้แล้ว ชาวเน็ตทั้งอึ้งทั้งรู้สึกแปลกใหม่
【“เครื่องปรุงเกิน” วงไว้ จะออกข้อสอบ!】
【ว่าแล้ว นี่แหละอาจารย์หวงในความทรงจำของฉัน มือใหม่แต่ชอบเล่นของ!】
【งี้แปลว่า อาจารย์หวงฝีมือทำอาหารไม่ดี กลับกลายเป็นโชคดีไป? ถ้าเป็นคนอื่นทำ แค่ตอนนี้ใครอยู่ในบ้านเห็ดก็คงเก็บของไปแจ้งเหยียนหวังกันหมดแล้ว】
【โชคดีบ้าบออะไร แขกรับเชิญยังต้องขอบคุณที่เขา “ไม่ฆ่า” อีกเหรอ?】
【ถ้าเป็นคนอื่นจัดงาน คงไม่เกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้หรอก】
【เราคาดหวังกับดาวดับหมิงสูงเกินไปนะ #ตะวันตกอสรพิษโอวหยางหมิง# มากสุดก็ทำให้กระเพาะพัง แต่ดู #ตะวันออกพิษหวงเย่าซือ# สิ พอลงมือทีก็เล่นเอาแทบเอาชีวิต!】
【ถ้าเป็นภาพหลอนล่ะก็ สิ่งที่เฉาเกอกับชือชือเห็นก็พอเข้าใจได้ ฉันอยากรู้มากกว่าว่าเฟิงเฟิงเห็นอะไร】
【เดี๋ยวก็ให้เรียกปะป๊า เดี๋ยวก็หมาน้อย เดี๋ยวก็เจ้าของ เดี๋ยวก็ลงโทษ แถมยังถือเข็มขัดไล่ฟาดอาจารย์หวงไม่ยั้ง เอ่อ แบบนี้ถูกเหรอพี่น้อง?!】
【เหมือนฉันจะเก็ตแล้ว!】
【งั้นฉันก็ไม่ง่วงแล้ว!】
【ถ้าหลอนขนาดนี้ งั้นฉันต้องไปหยุนชวนชิมหม้อเห็ดแล้วล่ะ แบบต้มสุกไม่เอา ต้องกินแบบมีพิษประสาท หลอนได้เท่านั้น!】
【……】
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
โทรศัพท์ของผู้กำกับทีมรายการบ้านเห็ดดังระงมไม่หยุด พอรู้ว่าแขกรับเชิญเกิดอาการประสาทหลอนเพราะกินหม้อเห็ด ผู้กำกับก็ไม่กล้าชักช้า รีบโทรหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด ขอให้รถพยาบาลมาช่วยด่วน!
จังหวะนั้นเอง เฉาเกอกลับทำหน้าตาตื่นเต้นสุดขีด ตะโกนลั่นว่า
“เพื่ออิสรภาพ!”
“วิ่งสิเอ๋ย! วัยรุ่นของฉัน!”
ทีมผู้กำกับ: “???”
ชาวเน็ต: “!!!”
เพิ่งจะเงียบไปได้ไม่กี่อึดใจ เฉาเกอก็ออกตัวพุ่งพรวดจากลานบ้านเห็ด อาการคึกจัดนั้น สอง PD หนุ่มใช้แรงทั้งหมดก็ยังรั้งเฉาเกอที่กำลังเพี้ยนไว้ไม่อยู่…
เจ้าตัวเล่นโชว์ “จักจั่นลอกคราบ” ต่อหน้าคนดูทั้งประเทศ!
แล้วภายใต้กล้องที่ตามติด ก็เหลือเพียงเฉาเกอในกางเกงในตัวแดง วิ่งแก้ผ้าตรงดิ่งเข้าป่าไป
สอง PD หนุ่มมองกางเกงที่อยู่ในมือ สีหน้าทั้งลำบากใจทั้งสับสน
“เฉาเกอฟื้นสติแล้ว จะไม่มาเอาเรื่องพวกเราใช่ไหม?”
ความกังวลนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะระหว่างที่ทั้งสองมองเฉาเกอวิ่งเข้าป่าไปเพื่อตามหาเยาว์วัยและอิสรภาพนั้นเอง ในลานบ้าน เฉินชือชือเห็นว่า ‘ลูกหมู’ เกาะกำแพงไม่ยอมลง เลยวิ่งดิ่งไปที่โรงเรือนด้านข้าง แล้วออกแรงพุ่งเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย
เฉาเกอวิ่งลับเข้าป่า จะตามทันก็ใช่ที่ ทั้งสองเลยรีบหันไปดูชือเกอก่อน
พอเข้าไปในโรงเรือน ก็เห็นเฉินชือชือกำข้าวโพดดิบสองฝัก ทั้งตัวเหมือนกระรอกตัวบิ๊ก กำลังแทะเอา ๆ!
“ชือเกอ หยุด… เอ่อ ไม่สิ หยุดปากก่อน!”
“นั่นมันข้าวโพดดิบ กินแล้วท้องพังนะ!”
เฉินชือชือไม่สนใจ: “ใครบอกว่าดิบ? นี่มันข้าวโพดต้มที่ฉันชอบที่สุด อย่ามาแย่งข้าวโพดฉัน ใครแย่งฉันเอาตาย!”
เห็นฟันของชือเกอที่เปื้อนคราบเลือด PD หนุ่มทั้งสองชั่งใจอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ยอมปล่อยมืออย่างเงียบ ๆ
อย่างน้อยข้าวโพดดิบก็ยังเป็นอาหาร จะฝืดคอแข็งไปหน่อย แต่คงไม่ถึงตายใช่ไหม?
แค่ยอมให้เขานั่งรอรถพยาบาลอย่างสงบได้ กินไปหน่อยก็คงไม่เป็นไร…
“เดี๋ยวก่อน ชือเกอจะทำอะไร?” พอเห็นท่าทางของเฉินชือชือ ทั้งสองสะดุ้ง รีบคว้าแขนไว้คนละข้าง: “นั่นมันคอกหมู นั่นคอกหมู นั่นคอกหมูนะ!”
เฉินชือชือ: “พูดเพ้ออะไร นั่นมันชัด ๆ ว่าบุฟเฟต์ ฉันได้กลิ่นพิซซ่าแล้ว!”
ทั้งสองมองตามสายตาชือเกอ เห็นไกล ๆ เป็นรางหินสำหรับให้อาหารหมู ข้าวค้างคืนในนั้นถูกหมูเหยียบย่ำจนเละเป็นโจ๊ก!
“ชือเกอ ใจเย็น ใจเย็นก่อน!”
“ฉันก็แค่อยากกินของดี ๆ พวกนายปล่อยฉัน ฉันจะกินพิซซ่า!”
“นั่นไม่ใช่พิซซ่า นั่นอาหารหมูต่างหาก!”
“ช่วยด้วย! พวกเรารั้งชือเกอไม่ไหวแล้ว ใครก็ได้มาช่วยที!”
เฉินชือชือตาแดงกร่ำ ทั้งตัวเหมือนวัวกระทิง แม้ถูกสองคนรั้งไว้ก็ยังดันตัวพุ่งใส่คอกหมูไม่หยุด
ใกล้จะถึงคอกหมูแล้ว ฝ่ายผู้กำกับที่คุมหลังบ้านถึงกับเสียงสั่น: “จับเขาไว้ให้ได้!”
สอง PD หนุ่มก็รู้ดีว่าอะไรหนักอะไรเบา
ไส้ใหญ่เก้าชั้นของลวี่หมิง ถึงจะมีขี้ผสมอยู่ก็เถอะ อย่างน้อยก็ถูกปรุงให้อร่อยแล้ว แถมหน้าตายังดูน่ากินมาก แต่ของหมูนั่นมันของสกปรกของแท้!
ถ้ากินจริงขึ้นมา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องจะอยู่รอดในวงการบันเทิงจีนแล้ว แต่น่าจะต้องย้ายไปอยู่อีกดาวเคราะห์หนึ่งเลย!
กล้องถ่ายที่มูลค่าหลายหมื่น ทั้งสองไม่คิดชีวิต ปล่อยทิ้งลงพื้น แล้วเข้าประกบคนละข้าง หนีบขาทั้งสองของชือเกอ โอบแขนไว้ แล้วกระชากล้มลงพื้น ใช้วิธีดั้งเดิมที่สุด ล็อกเฉินชือชือที่กำลังจะบุกคอกหมูเอาตัวรอดด้วยของกินไว้ได้สำเร็จ
ในห้องไลฟ์สด ชาวเน็ตผู้เฝ้ารอดูดราม่าขำกันจนหายใจไม่ทัน:
【666!】
【@ซุนลี่ สามีคุณกำลังแก้ผ้าวิ่งอยู่!】
【ดีเลย ตอนนี้คนดูทั้งประเทศรู้แล้วว่าสามีคุณชอบใส่กางเกงในสีแดง】
【กูขำไม่ไหวแล้วเว้ย ใครก็ได้มาช่วยฉันที!】
【อยู่ๆ นายก็ชวนไปกินพิซซ่า (รางหิน) ที่บุฟเฟต์ (อาหารหมู) เพื่อนฉันเกือบขำจนหงายหลังตายคาที่ โอ๊ย ช่วยด้วยนะ ขอเถอะหยุดตลกได้แล้ว!】
【ยินดีต้อนรับสู่ ดวงจันทร์ของเธอ หัวใจของฉัน พี่พิซซ่าก็คือผม ผมก็คือเจิงเสี่ยวเซียน ถ้าคุณสงสัยว่าทำไมถึงได้ฉายานี้ ก็เชิญมาพิสูจน์ที่บ้านเห็ด!】
【จะไม่ไหวแล้ว!】
ทีมผู้กำกับเพิ่งโล่งใจได้หายใจทั่วท้อง อยู่ๆ ในลานก็มีเรื่องอีก!
อาจารย์หวงเกาะกำแพงลานแน่นไม่ยอมลง หลี่ชางเฟิงเลยได้แต่ยืนข้างล่างฟาดเข็มขัดขู่ปากเปล่า เดิมทีสถานการณ์ก็ค้างเติ่งอยู่แค่นั้น ทีมผู้กำกับคิดว่าเดี๋ยวรถพยาบาลมาก็หิ้วทุกคนขึ้นรถได้อย่างสวยงาม
แต่จู่ๆ อู๋เชียนที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีความเคลื่อนไหว ก็ทำหน้าบึ้งเกร็งใส่อาจารย์หวงที่นั่งคร่อมกำแพงลาน แล้วคำรามว่า “CNM ไอ้ดาราตกกระแส!!”
อาจารย์หวง: “???”
นี่ลูกน้องสังกัดใครอีกวะเนี่ย!
พวกปี่หยางยามค่ำคืน พอเจอกันครั้งแรกต่างก็ให้ความเคารพเขาสุดๆ กลัวว่าพูดคำไหนจะขัดหูจนทำเขาไม่พอใจ พอเริ่มคุ้นกันแล้ว ถึงจะไม่เกร็งเท่าเดิม แต่ก็ยังให้เกียรติเขามากอยู่ เมื่อสิบนาทีก่อน ทุกคนเพิ่งพากันชมเขาอยู่หยกๆ
อาจารย์หวงนึกยังไงก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมในเวลาแค่นิดเดียว ท่าทีของพวกนี้ที่มีต่อเขาถึงกลับตาลปัตรแบบสุดขั้ว คนละคนเหมือนเป็นลมบ้าหมูไปทั้งแก๊ง สติดูไม่ปกติกันแล้ว
ที่แย่สุดคือ พวกดวงอรุณที่เพิ่งฉายแสงนี่เอาแต่เพี้ยนใส่เขาคนเดียว…
เชี่ยเอ๊ย!
“ไอ้ดาราตกกระแส มึงลงมาหาพ่อเดี๋ยวนี้!”
อาจารย์หวงของขึ้น: “มึงเห่าห่าอะไรวะ?! มึงดูหน้ากูให้ชัดก่อนค่อยพูดได้ไหม?!”
อู๋เชียนได้ยินเท่านั้นก็เดือดพล่านทันที
“ไอ้ดาราตกกระแส มึงต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่าน พ่อก็จำได้! ด่าเชียนเกอใช่ไหม? รอเดี๋ยว!”
อู๋เชียนเดือดจัด ตั้งท่าวิ่งพุ่งทันที แล้วต่อหน้าสายตาตกตะลึงของอาจารย์หวง ก็กระโจนพุ่งเข้าหากำแพงลานอย่างรวดเร็ว!
อาจารย์หวงตกใจสุดขีด: “อย่า! เข้า! มา! นะ!”
อู๋เชียนตัวเบาดุจนกแอ่น เหยียบผนังพรวดเดียวก็ขึ้นไปคว้าอาจารย์หวงไว้ได้ แล้วกระชากลงมาทันที!
อาจารย์หวงไม่ทันสนใจความเจ็บ พูดเสียงสั่น: “ผมไม่ใช่ดาราตกกระแส ผมไม่ใช่ ผมจริงๆ ไม่ใช่ดาราตกกระแส!”
เพี้ยะ!!!
เสียงตบใสกังวาน ทำเอาคำแก้ต่างอย่างร้อนรนของอาจารย์หวงถูกตัดขาดในพริบตา
ชั่วขณะนั้น อากาศเงียบกริบ!
อาจารย์หวงยกมือกุมแก้มตัวเอง มองเหม่ออย่างไม่อยากเชื่อ แม้แต่แววตาก็ว่างเปล่า
นี่มันตบเต็มฝ่ามือเลยนะ!
เขา หวงเหยียน อาจารย์หวง ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการบันเทิงจีน ศิษย์ลูกหามีทั่วหล้า เคยโดนหยามกันถึงเพียงนี้ที่ไหนกัน?!
“ไอ้เด็กเปรต มึงเก่งแต่แก้ตัวนักนะ!”
“ผมไม่ใช่ดาราตกกระแส…”
“ยังกล้าเถียง?”
เพี้ยะ!!!
“มึงแอบอ้างเป็นแฟนคลับพ่อ เนียนดีนะ?”
“บะ…บ่มี เด้อ ผมม่ายได้ทำ…”
เพี้ยะ!!!
“ยังจะเถียง?”
“แทงข้างหลังใช่ไหม?” เพี้ยะ! “เกอเกอใช่ไหม?” เพี้ยะ! “แฟนคลับใช่ไหม?” เพี้ยะ! “ปากดีใช่ไหม?” เพี้ยะ! “เด็กชายกินขี้ใช่ไหม?” เพี้ยะ! “ไอดอลกินขี้ใช่ไหม?” เพี้ยะ! “ไส้ใหญ่เก้าชั้นใช่ไหม?” เพี้ยะ! “กินอิ่มแปล้ใช่ไหม?”
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ!
อู๋เชียนฟาดหมัดซ้ายที ตบขวาที อาจารย์หวงตอนแรกยังพยายามเถียงแก้ต่าง แต่พอโดนฝ่ามือหนักๆ ตบมั่วซั่วลงบนหน้า…
เขางงไปหมด…โดนตบจนมึนสนิท!
ทั้งร่างกายและจิตใจถูกกระตุ้นรุนแรงซ้ำซ้อน คออาจารย์หวงเอียง ตากลับขาว สลบวูบไปทันที!
“ยังจะเสแสร้งเป็นแฟนคลับไหม? ยังจะเรียกเกอเกออีกไหม?” อู๋เชียนเห็นอาจารย์หวงไร้ปฏิกิริยา ก็รีบใช้นิ้วบีบสันจมูกทันควัน สีหน้าเหี้ยมเกรียมราวหรงโม่ม่อกำลังเอาเข็มแทง พูดคำรามว่า “บอกให้ดังๆ เลย ว่าเชียนเกอของแกสุดยอดไหมล่ะ!”
อาจารย์หวงถูกบีบจนได้สติ ลืมตาขึ้นมองหนุ่มตรงหน้าที่บ้าคลั่งเต็มขั้น ใจคนแก่สั่นสะท้านไปหมด
เขารู้แจ้งชัดเจนว่า ถ้ายังไม่ยอมรับว่าตนเองคือ ‘ดาราตกกระแส’ ล่ะก็ มีหวังถูกไอ้เวรนี่ซัดดับตรงนี้แน่!
“สุด…สุดยอด!” อาจารย์หวงตัวสั่นงึกๆ น้ำตาคนแก่ไหลพรากในทันที
พอเห็นไอ้ดาราตกกระแสตัวปลอมที่ในใจอยากเชือดเป็นพันชิ้นทอดลงกระทะยอมศิโรราบ ในเสี้ยววินาที หน้าตาอู๋เชียนที่ยังเหี้ยมเมื่อครู่ก็อ่อนลงทันที
เขาปัดมือแปะๆ เดินผละไปอย่างพอใจ แล้วชี้ๆ จิ้มๆ ใส่อากาศว่า “คุณ คุณ คุณ แล้วก็คุณไม่เอา ที่เหลืออยู่ให้หมด!”
“สาวๆ จ๋า มาเฮกันหน่อย ได้ม่ะ?!”
“……”
ครู่ต่อมา ผู้กำกับรีบวิ่งพรวดเข้ามา เขาเหลือบมองอู๋เชียนที่ทำไม่สนโลก กำลังกอดอากาศเต้นยั่วยวนอยู่ กลืนน้ำลายเฮือกหนึ่ง แล้วค่อยๆ พยุงอาจารย์หวงที่หน้าบวมแดงลุกขึ้นจากพื้น:
“พี่…ยังไม่สิ้นใจใช่ไหม?”
อาจารย์หวง: “……”
เขาเอาแต่ปาดน้ำตารัวๆ จนไม่มีแรงจะพูดแม้แต่น้อย
ไม่สิ้นใจ?
สภาพกูแบบนี้ ดูแล้วเหมือนไม่สิ้นใจไหมวะ?!
“รู้ไหมว่าโดนตบสลับข้างหนึ่งฉาด มันทำร้ายจิตใจคนแก่ได้มากแค่ไหน?!” อาจารย์หวงโวยเสียงสั่น “แต่โบร่ำโบราณมา ลูกหลานตบหน้าผู้ใหญ่ ต้องถูกด่าจนสันหลังกระดูกคดกันไปข้าง!”
“ตบหน้ากูแรงๆ แบบนี้ เขาตบกูสามนาทีเต็มๆ แม่งเอ๊ย ไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว ตบกูจนครบสามนาที!”
“รู้ไหมว่าสามนาทีนั้นกูผ่านยังไงมา?”
“หา?!”
“ไอ้**! พยุงข้าไปห้องครัวที ข้าจะตุ๋นถั่วฝักยาวหม้อเบ้อเริ่ม วางยาไอ้พวกหลานเวรนี่…” อาจารย์หวงตาแดงก่ำ แววตาเคียดแค้น “พวกขยะนี่ตัวไหน อย่าหวังได้รอดสักคน!”
ผู้กำกับ: “……”