เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 : การยอมรับ

ตอนที่ 6 : การยอมรับ

ตอนที่ 6 : การยอมรับ


วันต่อมา แสงวันใหม่ได้มอบวันอันสดใสแก่เมืองหลวงอาณาจักรลอเรต

เทียนหลงนั้นเหนื่อยล้าอย่างมากจากเมื่อวานนี้ เขาหลับในห้องของเขา และหลังจากมั่นใจว่าเขาหลับ แคลผู้เป็นแม่ก็อยู่กับเขาอีกหลายชั่วโมงเพื่อมองหน้าเขาก่อนจะออกจากห้องไป

เมื่อตื่นนอน เทียนหลงเดาได้ว่านางไปที่ใดและค่อนข้างแน่ใจเพราะเขาเริ่มที่จะจินตนาการการแสดงความรักระหว่างพ่อกับแม่ อย่างไรก็ตาม ดูจากเครื่องแต่งกายที่พวกเขาสวมใส่และบัลลังก์ในห้องบัลลังก์แล้วนั้น เขาไม่ต้องใช้ความคิดมากเท่าใดที่จะรู้ว่าพวกเขาควรจะเป็นราชาและราชินี หรือถ้าหากยิ่งใหญ่กว่านั้น ก็ต้องเป็นจักรพรรดิและราชินี

ประตูเปิดออก สตรีวัยกลางคนสวมชุดสาวใช้ราชวงศ์เดินเข้ามาในห้อง นางโค้งด้วยความเคารพก่อนจะเดินมาหาเขา

“ขออภัยด้วย ฝ่าบาท…”

เมื่อพูดอย่างระมัดระวังแล้ว นางจับมือเขาช้า ๆ เพื่อพาไปอาบน้ำ ถอดเสื้อผ้าเขา และอาบให้สะอาด

เทียนหลงตัวแข็งทื่ออยู่ตลอดเวลา เขาไม่แม้แต่เหลือบมองสาวใช้วัยกลางคนเป็นเวลานานเพราะส่วนโค้งเว้าของนางนั้นเปียกและเห็นทะลุได้ผ่านเสื้อผ้า เขามองใบหน้าของนางและเห็นว่านางก็เป็นสตรีที่งดงามสมวัย

‘หรือว่าคนนี้จะเป็นสาวใช้?’

เทียนหลงจินตนาการไปตามชุดที่นางสวมใส่ที่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่นี่ ยกเว้นเสียแต่ว่าชุดที่นางใส่นั้นดูแตกต่างอยู่บ้าง อาจจะดู ยิ่งใหญ่กว่า

เขารู้สึกสดชื่นหลังจากที่เขาอาบน้ำและสวมเสื้อผ้าแล้ว ซึ่งมันสดชื่นยิ่งกว่าความรู้สึกตอนอาบน้ำตามปกติ ความง่วงได้สลายไปจากกาย

‘อ่างอาบน้ำมีอะไรที่ทำให้สดชื่นงั้นเหรอ? จำได้ว่ามันเป็นกลิ่นที่แปลก…’

เทียนหลงจินตนาการ

สาวใช้วัยกลางคนจับมือเขาพาไปยังห้องตำรา

ในห้องตำรา แคลยืนรออยู่อย่างตั้งใจเพื่อรอให้ลูกชายมาถึง

ด้วยเรื่องบางประการทำให้นางมิอาจมาอาบน้ำลูกชายได้ด้วยตัวเอง นางจึงอาบน้ำตัวเองให้สดชื่นก่อนจะมาที่นี่

*เอี๊ยด!*

ประตูเปิด สาวใช้ปล่อยมือเทียนหลง ที่ด้านใดเขาได้เห็นคนที่จำได้ว่าเป็นมารดา

นางยิ้มอย่างอ่อนโยนและอ้าแขนเมื่อเห็นเขา

“ดาวิส ลอเรต มาหาแม่สิลูก…”

เทียนหลงอึ้งเมื่อเห็นนางทำตัวน่ารักเช่นนี้

‘คนคนนี้ควรจะเป็นราชินีหรือจักรพรรดินีไม่ใช่เหรอ?’

เขารีบซ่อนความตกใจและทำหน้าตาแบบเด็กสามขวบ เขาได้แต่มองเธอด้วยความสงสัยและไม่ตอบรับคำเชิญชวน

แคลทำซ้ำแบบเดิมด้วยท่าทางอื่น

เทียนหลงค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างช้า ๆ เหมือนกับเด็กทารกที่หัดเดินเป็นครั้งแรก เขาไม่ได้แสร้งทำแต่มันยากอย่างมากที่จะขยับร่างกายที่ไร้การเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เกิด เขาไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อวิญญาณของเขาผสานเข้ากับร่างกายของเด็กคนนี้

แคลกางแขนกว้างพร้อมที่จะมอบอ้อมกอด เทียนหลงเดินไปหานางและได้รับความรู้สึกอบอุ่นอีกครั้ง นางกอดเขาแน่นและปรารถนาว่าเขาจะไม่มีวันหายไปจากสายตานางอีก

*เอี๊ยด!*

ประตูปิดลง สาวใช้ออกจากห้องตำรา

หนึ่งนาทีผ่านไปแต่พวกเขาก็กอดกันอยู่อย่างนั้น

เทียนหลงรู้สึกต่างออกไปแต่ก็ไม่ได้อึดอัดมากนัก ความรู้สึกอยากจะร้องไห้เอ่อล้นในตัวทำให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตัวตนของเด็กคนนี้มีผลต่อเขา ในด้านอารมณ์

‘บางทีเราอาจจะหลอมรวมดวงวิญญาณกับเด็กคนนี้ ใช่ไหม?’

เทียนหลงเริ่มนึกถึงความคิดที่น่ากลัว

“ดาวิส แม่ของเจ้าจะดูแลเจ้าและชี้แนะเจ้าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป มาเริ่มตั้งแต่เรื่องพื้นฐานกันดีไหม?”

แคลยิ้มเบา ๆ ราวกับเทพธิดา เทียนหลงกระพริบตาและรู้สึกว่ามันคือรอยยิ้มที่อ่อนหวานที่สุดบนโลกใบนี้ ทั้งสดใสและสงบ

นางจับมือเขาพาเขาไปนั่งบนเก้าอี้ และจากนั้นนางก็เริ่มสอนภาษาของโลกนี้ราวกับไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

======

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป และเทียนหลงก็สามารถวิ่งเล่นได้แล้ว มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่นี่ และเขากินทุกสิ่งที่ถูกป้อน เขารู้สึกมีพละกำลังขึ้นในแต่ละคำที่กัดลงไป คุณภาพของอาหารอย่างเดียวก็มากพอที่จะทำให้เขาดูไม่เหมือนกับเด็กอดอยากแต่เป็นเด็กสุขภาพดีแล้ว

เขาถึงกับได้กินเนื้อซึ่งนับว่าอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อกว่าอาหารทุกจานที่เคยรับประทานบนโลก

นอกเหนือจากนั้น พัฒนาการด้านภาษาของโลกใบนี้ของเขาก็เป็นไปอย่างราบรื่น เขาสามารถเข้าใจบทสนทนาพื้นฐานแล้ว

สาวใช้จะนำอาหารมาส่งให้เขาสามครั้งต่อวัน และเตียงจะถูกจัดในห้องเรียน ซึ่งเป็นตัวเขาเองที่ขอแม่ให้ทำแบบนั้น

ความรู้คือพลังที่สำคัญที่สุดที่เขาต้องมีบนโลกใบนี้ ด้วยร่างกายที่กำลังเติบโตตอนนี้ การที่จะแข็งแกร่งอย่างคนอื่นที่เขาเห็นในราชปราสาทนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการเรียนรู้จึงเป็นความสำคัญอันดับแรก

ในฐานะของคนที่เหมือนกับ ‘อพยพ’ และ ‘เข้าสิงร่างคนอื่น’ นั้น เขาไม่ยินดีนักที่จะปล่อยเวลาให้สูญเปล่า

เทียนหลงรู้สึกได้ว่าเขาเรียนรู้อย่างรวดเร็วผิดปกติ เขาสามารถจดจำได้อย่างดีเยี่ยมกว่าเมื่อก่อน แต่เขาก็คิดว่าเป็นเพราะดวงวิญญาณของเขาแข็งแกร่ง

ครั้งนี้เขาเดาถูก แต่เขาก็ไม่รู้ตัวอยู่ดี

ศิลาข้ามโลกทำให้ดวงวิญญาณเขาแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งที่จริงมันคือการใช้งานหลัก แต่คนบนโลกมิอาจหาวิธีการทำให้ดวงวิญญาณแข็งแกร่งได้

เทียนหลงเริ่มชอบแม่คนใหม่ของเขาอย่างมาก นางห่วงใยเขาอย่างถึงที่สุดและเล่นกับเขาในทุกครั้งที่เขาเรียนเสร็จ เขามีความสุขที่ได้เล่นกับนาง และอาจเป็นเพราะร่างที่เล็ก แต่รู้สึกเหมือนกับเด็กเมื่ออยู่ใกล้กับนาง

เขายังรู้ตัวว่าสภาพอารมณ์ของเขานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และความคิดของเขาก็ได้รับผลกระทบด้วย ด้วยเรื่องนี้เขาจึงพยายามที่จะหาความผิดปกติในวิญญาณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก็ไม่พบความแปลกประหลาดใดนอกจากบันทึกทมิฬในวิญญาณ

“ดาวิส ทำตรงนี้ให้เสร็จแล้วไปเล่นเกมที่ข้าเตรียมไว้กันเถอะ”

“ได้เลย ท่านแม่!”

ดาวิสตอบอย่างร่าเริง เขาแสร้งทำตัวเป็นเด็กต่อไป

ไม่เพียงแต่นางจะเล่นกับเขาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่นางยังแสดงให้เขาเห็นถึงความรักของแม่อันน่าอัศจรรย์ เขาไม่รู้ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นกับนางบ้าง แต่บอกได้เลยว่านางกำลังมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเขา

เพื่อตอบแทนความใจดีและเพื่อที่จะได้เป็นผู้รอบรู้ เขาจะทิ้งการเรียนไปไม่ได้

‘มันราบรื่นกว่าที่เราคิดเสียอีก ลูกข้าเรียนรู้ทุกอย่างที่สอนได้อย่างรวดเร็ว เขาเป็นอัจฉริยะแน่ ๆ เลย!’

แคลยิ้มอย่างภูมิใจเพราะรู้สึกว่าได้เห็นพรสวรรค์ของเทียนหลง

======

อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป แต่มันเป็นหนึ่งสัปดาห์ที่รู้สึกเชื่องช้าอย่างมากสำหรับเทียนหลง

เขาเริ่มที่จะมีความรักต่อแม่ เขาพูดได้ อ่านได้ และเขียนได้อย่างชำนาญ ความรู้ด้านภาษาของเขาก้าวหน้าในความเร็วสูงด้วยความพยายาม แต่บางแห่งในใจเขาก็เริ่มรู้สึกผิดที่ได้ใกล้ชิดกับแม่ของดาวิสที่ตายไปแล้ว

บางครั้ง เขาถึงกับรู้สึกว่าตัวตนข้างในกระซิบกับเขา

‘แกฆ่าลูกเธอ ทำไมถึงยังหัวเราะกับเธออีกล่ะ?’

‘สนุกงั้นเรอะ? เล่นสนุกกับแม่ของเด็กที่แกฆ่าน่ะ?’

‘คิดว่านั่นเป็นแม่แกรึไง? ไม่ใช่! แกสิงร่างลูกเธอต่างหาก!’

“หยุดนะ!!!”

“ดาวิส?”

แคลทำหน้าเป็นห่วง

เทียนหลงหยุดความคิดและนึกได้ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ แม่ของเขาเพิ่งจะล้อเล่นเรื่องที่ว่าถ้าหากเขาตายในที่ที่นางไม่รู้ นางจะรู้สึกอย่างไร

“เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?”

แคลถามด้วยความเป็นห่วง

เทียนหลงหลบตาตอบ

“อื้ม ข้าไม่เป็นไร”

แคลกระพริบตาเมื่อรู้สึกว่าลูกชายของนางดู…แปลกไป

======

อีกหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

เทียนหลงเริ่มที่จะทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับแคล เขาเริ่มที่จะไม่เล่นหลังจากเรียนเสร็จ เขาเพียงแค่ทำตามที่นางบอกจนเสร็จและเรียนภาษาต่อ

แคลเริ่มที่จะกังวลเรื่องที่ลูกชายไม่ค่อยตอบสนองกับนางมากอีกแล้ว

‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมลูกจึงเริ่มทิ้งระยะห่างจากข้าล่ะ? ข้าทำอะไรผิดรึ? หรือเพราะข้าเล่นตลกเรื่องที่ว่าถ้าหากเขาตาย หรือจะเป็นเรื่องนั้น?’

แคลคิดว่านางทำอะไรผิด และนางก็รู้สึกว่าเขาจะกลับมาเป็นตัวตนเดิมอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป

======

สัปดาห์ที่สี่

เรื่องราวมากมายเกิดขึ้น แต่เทียนหลงก็ลืมวิธีเผชิญหน้ากับแม่ด้วยสีหน้าปกติไปแล้ว เขาเริ่มหงุดหงิดและถึงกับเริ่มโทษตัวเองเมื่อเห็นแคลเป็นกังวลจนเกินเหตุ

ในอีกมุมหนึ่ง เขารู้สึกว่าเขาไม่คู่ควรกับแม่ที่มีหัวใจอบอุ่นกับความผิดที่เขาทำต่อลูกของนาง แต่ในอีกมุม เขารู้สึกว่าเขาควรทำให้แม่ของเด็กคนนี้มีความสุข ความรู้สึกย้อนแย้งนี้เองที่ทำให้หัวใจเขาแหลกสลายจากภายใน

มันยังทำให้เขาสับสนว่าจะปั้นหน้าอย่างไรในอนาคต ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความรู้สึกใหม่ของเขาและเขาก็ไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ตัวเองเพราะเป็นเด็กกำพร้า

ในห้องเรียน

“ดาวิส~”

เสียงที่เต็มไปด้วยความคิดถึงดังในหูเทียนหลง

“ท่านแม่…”

เทียนหลงเหลือบมองแคลหนึ่งวินาทีก่อนจะหลบสายตา

แค่ได้เห็นดวงตาสีม่วงสดใสบริสุทธิ์ก็ทำให้เขารู้สึกหนักใจแล้ว เขาถึงกับคิดจะหนีออกไปจากที่นี่ แต่ทุกครั้งเมื่อเขาออกจากห้องเรียนไปไม่นาน เขาก็จะเห็นองครักษ์ที่คุ้มกันปราสาทอย่างหนาแน่น

“มองแม่สิดาวิส”

แคลขอร้องด้วยใบหน้าลำบากใจ

เทียนหลงค่อย ๆ หันไปมองนาง

“แม่ทำอะไรผิดรึ? เหตุใดเจ้าถึงไม่คุยกับแม่อีกแล้วล่ะ?”

แคลขบริมฝีปาก ดวงตาชื้นไปด้วยน้ำตาที่เอ่อ

เทียนหลงยังคงเงียบ

“ที่นี่ไม่ดีรึ? หรือว่าข้า…ทำผิดต่อเจ้า? หรือเพราะข้าล้อเล่นเรื่องเจ้าตาย?”

เทียนหลงรู้สึกทนไม่ไหวเมื่อได้ยินน้ำเสียงของนาง เขารู้สึกว่าหัวใจเจ็บปวดเมื่อได้ยินแม่พูด

แคลยังไม่รู้ว่าเหตุใดลูกชายถึงเลี่ยงนาง ซึ่งนี่ทำให้นางเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการหายตัวไปของเขา นางมองลูกชายตรงหน้าแต่ก็ราวกับว่าเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ตรงนี้ซึ่งทำให้นางวิตกหดหู่

เทียนหลงยังคงเงียบเหมือนกับเด็กที่ทำผิดมา

เขาจะไม่รู้สึกผิดได้อย่างไร? แม้ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม เขาก็เป็นคนฆ่าลูกของนางอยู่ดี และนี่เป็นสิ่งที่เขาหาข้ออ้างหรือเมินมันไปได้

เขาสาบานว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือของดาวิสให้ดี แต่เขาไม่คิดถึงเหตุการณ์นี้เลย

แคลมองหน้าเขาและสูดหายใจเข้าลึก

“หลังจากที่แม่เสียเจ้าไป แม่คิดว่าแม่จะไม่ได้เห็นเจ้าอีก แม่ไม่มีความปรารถนาใดนอกจากให้เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย แม่ทุกข์ใจในทุกวันที่ไม่มีเจ้า แม่คิดว่าแม่จะเสียเจ้าไปตลอดกาล แต่เจ้าก็กลับมา! ลูกแม่กลับมาหาแม่ เรียนกับแม่ เล่นกับแม่ แต่แล้วทำไมกัน!”

แคลร่ำไห้

“ทำไมลูกถึงไม่พูดกับแม่ล่ะ!?”

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจเทียนหลง นัยน์ตาเขาสั่นระริก!

แคลฝืนกอดลูกชายนาง

เทียนหลงพยายามจะทิ้งห่างจากนางแต่ก็ไม่ได้ผล พละกำลังของเขาไม่มากพอให้แม้จะดิ้นรน

“ดาวิส! อย่าไปนะ! คุยกับแม่เถอะนะ! แม่อยากได้ดาวิสกลับมา! ได้โปรดเอาดาวิสกลับมาเถอะนะ!”

แคลร้องไห้น้ำตาอาบแก้มทั้งที่แขนยังกอดเขาอยู่ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี

“แม่ทนไม่ไหวแล้ว!”

ราวกับว่าเทียนหลงได้เจอกับระเบิดอย่างรุนแรงเมื่อปะทะกับความรู้สึกทั้งหมดนี้

“แม่!!”

เขารู้สึกปวดหัวใจและกำหมัด

‘โถ่โว้ย! จะไม่หนีอีกแล้ว!’

เขากอดนางด้วยแขนที่อ่อนแอและพูดเสียงแหบพร่า

“ดาวิสอยู่นี่แล้วแม่! ดาวิสของแม่จะไม่ไปไหนอีก ข้ายังอยู่ที่นี่…”

เป็นตอนนี้เองที่เทียนหลงยอมรับตัวตนใหม่ ดาวิส ลอเรต ด้วยทั้งหัวใจ

ในตอนนั้นเอง แสงสว่างจ้าและเริ่มหมุนวนรอบระหว่างคิ้วของดาวิส ดวงวิญญาณของเขาเริ่มก่อรูปร่างเป็นทรงกลม

แคลเห็นและเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมิอาจเชื่อสายตาตัวเองและมองใบหน้าลูกชายที่กำลังสับสน

“ดาวิส…เจ้ากลายเป็นขั้น…ขั้นก่อวิญญาณ…”

นางพูดเสียงแผ่วเบาด้วยความตกตะลึง

จบบทที่ ตอนที่ 6 : การยอมรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว