เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.1311 ล่ามังกร (กลาง)

EP.1311 ล่ามังกร (กลาง)

EP.1311 ล่ามังกร (กลาง)


EP.1311 ล่ามังกร (กลาง)

“เอี๊ยด…”

ประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆ หลินมู่อวี่สวมชุดคลุมยาวและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวอินข้าตื่นแล้ว พี่ใหญ่มีเรื่องอะไรถึงมาเช้าแบบนี้ บอกมาได้เลยท่านก็รู้ว่าข้าหายป่วยมาตั้งแต่เมื่อเจ็ดแปดปีก่อน”

“จริงหรือ?” ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปตกใจ “เมื่อวานสภาพของเจ้าไม่แตกต่างจากมันเผาด้วยซ้ำ แต่วันนี้ดูเหมือนเจ้าจะหายเป็นปกติแล้วจริงๆ”

“มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ?”

ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปมีสีหน้าอึดอัดเล็กน้อยในขณะที่พูดถึงบรรพชนมังกร

หลังจากฟังเรื่องราวหลินมู่อวี่ก็พยักหน้ายอมรับและกล่าวว่า “เนื่องจากผู้อาวุโสชวีเคยพูดคุยกับบรรพชนมังกรผู้ล่วงลับผ่านจิตวิญญาณ นั่นหมายความว่าบรรพชนมังกรมีอยู่จริง ดังนั้นเราจึงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อย้อนเวลาไปแล้วจะไม่เจอพวกเขา แล้วพี่ใหญ่ราชันย์ปีศาจรู้หรือไม่ว่าบรรพชนมังกรอยู่ที่ไหน?”

“ข้าไม่รู้” ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปส่ายหน้า “ทำไมเจ้าถึงคิดว่าตัวข้าต้องสนใจเรื่องของจิ้งเหลนพวกนั้นด้วย”

หลินมู่อวี่มีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรไปถามผู้อาวุโสชวีให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา”

ชวีฉู่นั่งอย่างสงบนิ่งเหมือนต้นสนแคระ ท่ามกลางต้นไม้เล็กๆ มากมาย ร่างกายของเขากลมกลืนไปกับธรรมชาติราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หากจะพูดถึงด้านของพลัง หลินมู่อวี่และราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปแข็งแกร่งยิ่งกว่าชวีฉู่อย่างแน่นอน แต่หากพูดถึงด้านสมาธิและการฝึกตนแล้วพวกเขาไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับชวีฉู่ได้

“ตึก ตึก”

หลินมู่อวี่และราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ หลังจากนั้นหลินมู่อวี่ก็ประสานมือแสดงความเคารพและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสชวี ราชันย์ปีศาจและข้าต้องการสอบถามเรื่องบางอย่างจากท่าน”

ชวีฉู่ยิ้มเล็กน้อยโดยไม่หันกลับมาและกล่าวว่า “เมื่อเจ็ดร้อยปีที่แล้วเผ่าพันธุ์มังกรจำศีลอยู่ในหล่มน้ำแข็งหมื่นปีซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตของอาณาจักรสวรรค์แดนเหนือ พวกเจ้าสามารถตรวจสอบสถานที่แห่งนั้นได้ อย่างไรก็ตามข้าเคยติดต่อกับวิญญาณของบรรพชนมังกรเหล่านั้นและรู้ดีว่าพวกเขาไม่เคยสนใจต่อความเป็นไปของโลกเลย การที่จะเชิญพวกเขาออกมาช่วยอาณาจักรเทพได้หรือไม่นั้นอย่าได้คาดหวังมากเกินไป”

“ขอบคุณผู้อาวุโสชวี”

หลินมู่อวี่พูดจบก็กระทืบเบาๆ บนพื้น ทันใดนั้นแสงสีน้ำเงินก็หมุนไปรอบๆ และทำให้พื้นบริเวณที่พวกเขายืนอยู่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด พลังลึกลับและหาที่เปรียบไม่ได้ของศิลปะศักดิ์สิทธิ์ยังคงหมุนวนอยู่รอบๆ ตัวเขาในขณะที่ประตูมิติขนาดเล็กได้ถูกเปิดขึ้น

“พี่ใหญ่ ถึงเวลาที่เราจะไปแล้ว” หลินมู่อวี่กล่าว

ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย “แต่...ข้ายังไม่ได้นำของว่างและอาหารที่จื่อเหยาเตรียมไว้ติดตัวไปด้วยเลย หากพวกเราติดอยู่ภายในมิติลึกลับหลายปีจะทำอย่างไร?”

“จะไปหรือไม่ไป?”

“ไปสิ!”

เมื่อพูดจบราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปก็เดินเข้าสู่ประตูมิติซึ่งถูกสร้างขึ้นจากพลังแห่งสังสารวัฏของหลินมู่อวี่ ในขณะนี้ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปตกใจเป็นอย่างมาก เขานึกไม่ถึงว่าหลินมู่อวี่จะมีความสามารถระดับนี้แล้ว บางทีการที่เขาติดตามไปด้วยอาจไม่แน่ว่าจะมีส่วนช่วยเหลือหลินมู่อวี่ในการต่อสู้จริงๆ

ตรงกันข้าม หลินมู่อวี่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย ท่าทางของเขาสงบนิ่งเห็นได้ชัดว่าการเดินทางครั้งนี้เขาค่อนข้างมั่นใจในความสำเร็จของตัวเอง

“ผู้อาวุโสชวี แล้วพบกันใหม่”

หลินมู่อวี่ยิ้ม เขารู้ว่าไม่ว่าตัวเขาและราชันย์ปีศาจจะอยู่ในอดีตเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อนนานแค่ไหนสุดท้ายสำหรับผู้อาวุโสชวีจะเป็นเวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น

“ไปเถอะไอ้หนู!” ชวีฉู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลินมู่อวี่กระตุ้นพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้สามารถย้อนอดีตกลับไปเมื่อเจ็ดร้อยปีที่อย่างแม่นยำ

ปัง!

ประตูมิติปิดลงพร้อมกับคลื่นพลังที่ซัดสาดออกไปทุกทิศทาง

...

“วาบ…”

เวลาและสถานที่เปลี่ยนไป ลำแสงจำนวนนับไม่ถ้วนระเบิดออกมาจากความว่างเปล่าแสงที่รุนแรงภายในอุโมงค์มิติทำให้ดวงตาของทั้งสองคนพร่ามัว

ปัง!

ร่างของทั้งสองคนหลุดออกมาจากความว่างเปล่าและสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ายังคงเป็นภูเขาลั่วเหยียนเหมือนเดิม

เป็นเพียงว่าในสถานที่แห่งนี้ไม่มีสำนักไท่ซูอยู่บนยอดเขา มีเพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตา และในระยะไกลคือวังสวรรค์ตะวันออกที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างท้องฟ้าซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“วังสวรรค์ตะวันออก...”

ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปถอนหายใจเล็กน้อย

หลินมู่อวี่ถามว่า “พี่ใหญ่ ในตอนนี้ใครเป็นผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรสวรรค์ตะวันออก”

“นอกจากตัวข้าแล้วยังจะเป็นใครได้ อาอวี่แล้วตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน?”

หลินมู่อวี่ดูทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย “ให้ตายเถอะ เจ็ดร้อยปีที่แล้วโลกที่ข้าอาศัยอยู่ยังอยู่ในยุคดินปืนและประเทศของข้าคงกำลังถูกกองทัพของราชวงศ์หยวนโจมตีอยู่ หากคำนวณตามเวลาปีนี้น่าจะเกิดยุทธนาวีที่หยาเหมินและเยว่เฟย

(งักฮุย) กับหานซื่อจงคงตายไปนานแล้ว ในช่วงของราชวงศ์ซ่งใต้แม้กระทั่งปู่ทวดของข้าก็ยังไม่เกิดเจ้าคิดว่าข้าจะอยู่ที่ไหน?”

ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปหัวเราะอย่างสนุกสนาน “เด็กน้อย ดูเหมือนว่าเจ้าจะเกลียดยุคนั้นมากสินะ?”

หลินมู่อวี่ “นั่นเป็นเรื่องธรรมดา สำหรับประเทศของข้ามันเป็นยุคแห่งการสิ้นชาติอย่างแท้จริง หลังจากสิ้นสุดยุทธนาวีหยาเหมิน ราชวงศ์ซ่งใต้ก็ถูกบดขยี้จนพังพินาศ ชาวฮั่นมากกว่าสามในสี่ถูกสังหารหมู่ อารยธรรมที่พัฒนาอย่างสูง ทั้งรูปแบบเศรษฐกิจและการปกครองถูกทำลายโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นเหตุให้ประเทศของข้ากลับไปสู่ยุคป่าเถื่อนที่ทำให้ล้าหลังประเทศตะวันตกมากกว่าสามร้อยปี

ภายใต้การปกครองของราชวงศ์หยวนชาวฮั่น พวกเรากลายเป็นชนชั้นที่สามทั้งที่มันแผ่นดินของพวกเราเอง ในโลกของข้า ผู้คนต่างเชื่อว่าราชวงศ์หยวนคืออาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากสิ้นสุดยุทธนาวีหยาเหมิน ประเทศของเราก็ถูกลบล้างออกจากแผนที่โลกโดยสิ้นเชิง ข้าเสียใจจริงๆ ที่ไม่ได้ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้สี่สิบปี ไม่เช่นนั้นเรื่องเลวร้ายทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น”

“แต่เจ้าไม่ใช่เทพประเภทที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ไปตามใจของตัวเอง” ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปยิ้มเล็กน้อยและดูมุ่งมั่นมาก “เจ้าคือเทพแห่งความชอบธรรม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นความแค้นหรือความวุ่นวายเจ้าไม่เคยสนใจในเรื่องนี้มาก่อน”

หลินมู่อวี่ยิ้ม “ลืมมันไปเถอะ ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วทำไมต้องบังคับให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอีก ใส่ใจเรื่องของเราดีกว่า ภารกิจของเราในครั้งนี้คือการค้นหาบรรพชนมังกรและเราต้องทำอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นบรรพชนมังกรทั้งหมดจะร่วงหล่นไปในความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปี”

“ใช่ มังกรโง่ๆ เหล่านี้คิดอะไรอยู่ ทั้งที่ความตายรออยู่ข้างหน้าแท้ๆ เหตุใดพวกมันไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

“...”

...

ทันใดนั้นยอดฝีมือหลายร้อยคนก็ปรากฏตัวขึ้นบนขอบฟ้า พวกเขาล้อมรอบราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปและ

หลินมู่อวี่ในทุกทิศทาง จากนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวออกมาข้างหน้าและกล่าวว่า

“พวกเจ้าเป็นใครถึงกล้าบุกรุกอาณาจักรสวรรค์ตะวันออก?”

“ในแง่ของตำแหน่งข้าเป็นนายเหนือหัวของเจ้า” ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปยิ้ม “เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าเจ้าคือซุนเฟิง ฮ่าๆๆ หน้าตาเจ้าเป็นแบบนี้หรือ?”

“เจ้ารู้จักข้าได้อย่างไร”

ซุนเฟิงตกตะลึง เขาไม่รู้จักราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีป นับประสาอะไรกับหลินมู่อวี่

หลินมู่อวี่ส่งเสียงผ่านกระแสจิตว่า “พี่ใหญ่ หากท่านติดต่อกับซุนเฟิงที่นี่มากเกินไปมันจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและอาจทำให้เรากลับสู่อนาคตได้ยากขึ้น”

“ใช่ เจ้าพูดถูก ไปกันเถอะ ไปที่อาณาจักรสวรรค์แดนเหนือ!”

“อาณาจักรสวรรค์ตะวันออกเป็นสถานที่ที่เจ้าคิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไปได้หรือ?” ซุนเฟิงคำรามด้วยความโกรธก่อนจะกระแทกทวนศึกของเขาเข้าหาหลินมู่อวี่อย่างโหดร้าย

หลินมู่อวี่ไม่ได้พูดอะไรเพียงมองซุนเฟิงด้วยความสงบ ในทันใดนั้นปราณกระบี่แห่งความภาคภูมิก็กวาดขึ้นมาจากด้านล่างและกระแทกทวนของซุนเฟิงให้กระเด็นหลุดออกจากมือของเขาอย่างง่ายดาย

“ปัง!”

แรงปะทะทำให้ซุนเฟิงใบหน้าบิดเบี้ยว ในตอนนี้เขาเป็นถึงราชาเทวะผู้แข็งแกร่งแต่กลับไม่สามารถรับมือฝ่ายตรงข้ามได้แม้กระบวนท่าเดียว พลังที่หลินมู่อวี่แสดงออกมาทรงอำนาจอย่างยิ่ง และรัศมีพลังของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้เทพทุกคนที่อยู่ที่นี่คุกเข่าลงด้วยความกลัว!

“ไปกันเถอะ!”

ภายในพริบตาเดียวร่างของหลินมู่อวี่ก็อยู่ห่างจากกองทหารอาณาจักรสวรรค์ตะวันออกไปกว่าร้อยลี้แล้ว ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปก็ตามหลังมาติดๆ โดยทิ้งให้ซุนเฟิงและทหารอีกหลายคนยืนด้วยความมึนงงอยู่อย่างนั้น

...

ด้วยระดับการบ่มเพาะของพวกเขาไม่มีสิ่งใดสามารถกีดขวางเส้นทางได้ แม้แต่เทพแห่งเต๋าสวรรค์มหายานยังไม่มีความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของหลินมู่อวี่ นับประสาอะไรกับเทพยุคเก่าตั้งแต่เมื่อเจ็ดร้อยปีที่แล้ว

ในไม่ช้า ทั้งสองคนก็เข้าสู่เขตแดนของอาณาจักรสวรรค์แดนเหนือ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภูเขาหิมะขนาดใหญ่และมีทัศนียภาพที่งดงามจับตา

ระหว่างที่หลินมู่อวี่บินอยู่นั้น เขาก็หันไปถามราชันย์ปีศาจว่า “พี่ใหญ่ ใครคือราชาสวรรค์แดนเหนือเมื่อเจ็ดร้อยปีที่แล้ว”

“ตงหมิงขึ้นครองบัลลังก์ราชาเทพตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน อย่างไรก็ตามเราจะไม่พบเขาอย่างแน่นอน เพราะทิศทางที่เราจะไปไม่ใช่เมืองศิลาทมิฬแต่เป็นดินแดนอมตะซึ่งอยู่ชายแดนของอาณาจักรสวรรค์แดนเหนือ แม้ว่าดินแดนแห่งนั้นจะถูกเรียกว่าดินแดนอมตะแต่มันก็เป็นเพียงสถานที่อันรกร้างไร้พลังจิตวิญญาณ ข้าถึงได้บอกเจ้า ว่ามังกรพวกนั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตโง่เขลา พวกมันมีความแข็งแกร่งแต่กลับยินยอมที่จะอาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีพลังวิญญาณเบาบางที่สุดในอาณาจักรเทพ”

“การที่พวกเขาถูกผลักไสไปอยู่ที่นั่นหรือว่าตงหมิงก็ดูถูกเผ่าพันธุ์มังกรด้วย”

“เป็นเรื่องจริง” ราชันย์ปีศาจเจ็ดประทีปยิ้มเล็กน้อย “มังกรที่เจ้าเคยเห็นในอดีตนั้นมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับเทพอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามพวกมันไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างกายนั่นเป็นเหตุผลให้เจ้าหนูตงหมิงไม่ให้ความสำคัญกับเผ่าพันธุ์นี้”

“แล้วท่านสามารถค้นหาตำแหน่งของพวกเขาได้หรือไม่?”

“เกือบแล้ว อาอวี่เจ้าสามารถใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองค้นหาพวกมันได้อย่างง่ายดาย รัศมีพลังของมังกรแข็งแกร่งอย่างยิ่ง มันไม่มีทางที่เทพธรรมดาจะนำมาเปรียบเทียบได้ ดังนั้นตราบใดที่พวกมันเข้าสู่รัศมีตรวจจับของเรา ข้าจะค้นหาพวกมันได้ทันที”

“ตกลง!”

ทั้งสองคนเริ่มเร่งความเร็วขึ้นและพวกเขาก็ทะลุผ่านม่านพลังบางๆ ที่ปกคลุมดินแดนแห่งนี้อยู่โดยไม่รู้ตัว

“ปัง!”

เมื่อม่านพลังถูกบุกรุกกระแสคลื่นก็กระจายไปทั่วสวรรค์พิภพอย่างรวดเร็ว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังราชาตงหมิงโดยตรง อย่างไรก็ตามตงหมิงไม่เคยให้ความสนใจกับอะไรอยู่แล้ว ในช่วงเวลานี้เขาคงกำลังกอดสนมของตัวเองอย่างมีความสุขเท่านั้น

หลินมู่อวี่กระจายสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกไปทั่วโลก และทันใดนั้นเขาก็พบกับบางสิ่งบางอย่างซึ่งทำให้เขาอุทานด้วยความตื่นเต้น “ข้าพบแล้ว พวกเขาอยู่ใกล้ๆ นี่เอง!”

…………………………………

จบบทที่ EP.1311 ล่ามังกร (กลาง)

คัดลอกลิงก์แล้ว