- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 570 - แผนการอันยอดเยี่ยม
บทที่ 570 - แผนการอันยอดเยี่ยม
บทที่ 570 - แผนการอันยอดเยี่ยม
บทที่ 570 - แผนการอันยอดเยี่ยม
★★★★★
เมืองอานหยาง
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับจวนตระกูลอวิ๋นในช่วงนี้ ผู้คนรอบข้างต่างพอจะได้ยินข่าวมาบ้าง
เมื่อก่อนมีข้อจำกัดมากมาย จวนตระกูลอวิ๋นรับแขกได้ไม่มาก
แต่ตอนนี้ ผ่านไปตั้งนานก็ไม่มีแขกมาเยือนสักคน
เข้าสู่ช่วงปลายฤดูร้อนแล้ว พืชผลบางอย่างเริ่มสุก เกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยว
เมืองอานหยางหากไร้การสนับสนุนจากตระกูลอวิ๋น ก็เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ธรรมดาเมืองหนึ่ง
บ่ายคล้อย จวนตระกูลอวิ๋นปิดประตูเงียบเชียบมาตลอดช่วงนี้
ไม่มีใครมา และไม่มีใครออกไป
แต่วันนี้ กลับมีกลุ่มคุณชายคุณหนูแต่งตัวหรูหรานับสิบคนเดินทางมาถึง
บนใบหน้าของแต่ละคน แฝงไปด้วยความตื่นเต้น และความประหม่าเล็กน้อย
"ใกล้ถึงตระกูลอวิ๋นแล้ว พวกเจ้าอย่าปอดแหกนะเว้ย"
"ข้าปอดแหก? คนที่ปอดแหก น่าจะเป็นเจ้ามากกว่ามั้ง~"
คนกลุ่มนี้แต่งกายดูดีมีราคา เดินอยู่ในเมืองอานหยาง ย่อมดึงดูดสายตาผู้คน
กลุ่มคนเดินมาถึงหน้าประตูจวนตระกูลอวิ๋น ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คนหนึ่งก็ทำใจกล้าเดินเข้าไปเคาะประตู
สักพัก บ่าวรับใช้ตระกูลอวิ๋นก็มาเปิดประตู
"คุณชายคุณหนูทุกท่าน มาขอยาหรือขอรับ?"
เห็นคนกลุ่มนี้ บ่าวรับใช้ตระกูลอวิ๋นก็ยังพูดจาพาทีด้วยดี
"ตระกูลอวิ๋นพวกเจ้าตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว ยังจะมีใครกล้ามาขอยาอีกรึ?
พวกเรามาที่นี่ เพื่อมาหาเสิ่นหาน ไปเรียกมันออกมาพบพวกเรา"
บ่าวรับใช้ตระกูลอวิ๋นไม่รู้ว่าพวกเขามาดีมาร้าย แต่เมื่อต้องการพบเจ้านาย จึงรีบวิ่งไปแจ้งข่าว
ตระกูลอวิ๋นช่วงนี้เงียบเหงา นานๆ จะมีแขกมาเยือน
เสิ่นหานได้ยินข่าว ก็ตัดสินใจออกไปดูด้วยตัวเอง
ฮูหยินอวิ๋นและเสี่ยวไฉ่หลิง ก็ติดตามออกไปพร้อมกัน
เดินมาถึงหน้าประตูจวน เสิ่นหานมองดูกลุ่มคุณชายคุณหนูผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า
กลับพบว่าไม่รู้จักเลยสักคน
"ทุกท่าน ไม่ทราบว่ามาหาข้าด้วยธุระอันใด?
พวกเรา น่าจะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกกระมัง"
เสิ่นหานยังคงพูดจาสุภาพ
ส่วนกลุ่มคุณชายคุณหนูตรงหน้า พอเห็นเสิ่นหาน ก็ดูจะตื่นเต้นปนเกร็งๆ กันเล็กน้อย
ในเมืองหลวง ชื่อเสียงของเสิ่นหานโด่งดังมานานแล้ว
ในงานประลองต่างๆ ของสำนักศึกษา พวกเขาก็เคยเห็นเสิ่นหาน ย่อมจำหน้าได้ว่าคนตรงหน้าคือเสิ่นหาน
ขนาดซือคงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เก่งกาจขนาดนั้น เสิ่นหานยังเอาชนะได้ง่ายดาย
กลุ่มลูกท่านหลานเธอที่ตอนแรกดูตื่นเต้น ตอนนี้กลับเริ่มถอยหลังกรูด
ผลักกันไปผลักกันมา ในที่สุดคนหนึ่งก็ทำใจกล้าเดินออกมา
"เจ้าคือเสิ่นหานสินะ คุณชายผู้นี้มีนามว่า ตู้ซินเฉิง มาที่นี่เพื่อจะบอกเจ้าว่า
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามเจ้าก้าวออกจากจวนตระกูลอวิ๋นแม้แต่ครึ่งก้าว และห้ามฝึกวิชาต่อเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังต้องเอายาระดับสูงมาให้พวกเราคนละเม็ดด้วย"
ได้ยินคำพูดของตู้ซินเฉิง เสิ่นหานก็ขมวดคิ้ว
"ข้ามีเหตุผลอะไรต้องฟังคำสั่งพวกเจ้า และมีเหตุผลอะไรต้องให้ยาพวกเจ้า?"
กลุ่มคุณชายคุณหนูตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าเริ่มกลัว
เมื่อเผชิญหน้ากับการซักถามของเสิ่นหาน ตู้ซินเฉิงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ แล้วหยิบป้ายคำสั่งออกมาอันหนึ่ง
ป้ายคำสั่งทำขึ้นอย่างประณีต บนนั้น สลักคำว่า "ลั่ว" ไว้อย่างชัดเจน
"เหตุผลอะไร ก็เหตุผลนี้ไง"
ป้ายคำสั่งอันเดียว ก็เพียงพอที่จะอธิบายทุกอย่าง
"พวกเจ้าไม่ฟังคำสั่งเรา ก็ลองดูสิ ว่าคนในจวนตระกูลอวิ๋นจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน"
ตู้ซินเฉิงอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป้ายคำสั่งนี้มีความหมายว่าอย่างไร
ตอนพูด ก็ยังดูประหม่าอยู่มาก
แต่ฮูหยินอวิ๋นและเสี่ยวไฉ่หลิงที่อยู่ด้านหลัง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
พวกนางดูออกทันที ว่านี่คือคนที่ลั่วจู่เฉินส่งมา
ด้านหลัง เสี่ยวไฉ่หลิงกระตุกแขนเสื้อเสิ่นหานเบาๆ
"นายน้อยหาน คนพวกนี้เหมือนจะเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเจ้าค่ะ
ตู้ซินเฉิงคนนี้ เมื่อก่อนเคยมาที่จวนตระกูลเซินด้วย
เขาเหมือนจะเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลตู้ที่เป็นท่านจื่อ บรรดาศักดิ์ของตระกูลตู้ กำหนดไว้แล้วว่าเขาจะเป็นผู้สืบทอด..."
มองดูกลุ่มคนที่มาหาเรื่อง เสิ่นหานสีหน้าเย็นชา
ถ้ายอมอ่อนข้อ เกรงว่าจะมีแต่ปัญหาตามมาไม่จบไม่สิ้น...
แต่ทว่าด้านหลัง ฮูหยินอวิ๋นกลับดึงเสิ่นหานไว้ แววตาเต็มไปด้วยการขอร้อง
"เสี่ยวหาน อย่าใจร้อน...
ลั่วจู่เฉินส่งคุณชายสูงศักดิ์พวกนี้มา จงใจจะเล่นงานเจ้าชัดๆ
ผู้มีสิทธิ์สืบทอดบรรดาศักดิ์ ก็เหมือนกับเมื่อสองปีก่อนนั่นแหละ อยากจะยัดข้อหาให้เจ้า..."
บรรดาศักดิ์ของต้าเว่ย รองจากอ๋อง ก็แบ่งเป็นห้าระดับ
กง, โหว, ป๋อ, จื่อ, หนาน
บรรดาศักดิ์ของตระกูลเซิน คือระดับโหว ที่รองลงมาจากกงเพียงขั้นเดียว
และตู้ซินเฉิงผู้นี้ เป็นทายาทของท่านจื่อ ในอนาคตเมื่อสืบทอดบรรดาศักดิ์ ก็จะเป็นท่านหนาน
การได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง บรรดาศักดิ์นี้คือสัญลักษณ์ของสถานะ
ในต้าเว่ย มันคือยันต์กันตายชั้นดี
การลงมือกับผู้มีบรรดาศักดิ์ แถมยังทำต่อหน้าธารกำนัล ย่อมมีข้อหากบฏรออยู่
"เสี่ยวหาน เชื่อแม่เถอะ เราค่อยๆ คิดหาทางกัน..."
พูดจบ ฮูหยินอวิ๋นก็รีบสั่งให้เสี่ยวไฉ่หลิงไปเอายาระดับสูงมา
วิ่งเข้าไปในลานบ้าน ไม่นานเสี่ยวไฉ่หลิงก็นำยาระดับสูงออกมา แจกให้คนละเม็ด
วินาทีที่ได้รับยา ใบหน้าของเหล่าคุณชายคุณหนูจอมเสเพลก็ฉายแววดีใจ
ความประหม่าก่อนหน้านี้หายวับไป แทนที่ด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น
พวกเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่า ป้ายคำสั่งในมือ มีอานุภาพร้ายกาจขนาดนี้
กลุ่มคนรับยาเสร็จ ก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม
เดินไปพลาง หันกลับมามองพลาง
ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างผู้ชนะ
ราวกับเก็บทองได้ก็ไม่ปาน
เห็นพวกคุณชายเสเพลจากไป คนมุงดูรอบๆ ก็รีบสลายตัว
คนดูรู้ดีว่า ตระกูลอวิ๋นเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว ไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว
ถูกคนบุกมาถึงหน้าบ้าน ยังไม่กล้าตอบโต้สักคำ
กลับเข้ามาในจวน ฮูหยินอวิ๋นเรียกพ่อและพี่ชายของนางมาหารือ
เรื่องเมื่อครู่ เห็นชัดว่าเป็นแผนการแก้แค้นของลั่วจู่เฉิน
พวกคุณชายเสเพลไม่มีน้ำยาอะไร แต่ทุกคนมีบารมีบรรพบุรุษคุ้มหัว
อย่างตู้ซินเฉิงคนเมื่อกี้ สืบทอดบรรดาศักดิ์ อนาคตก็คือท่านจื่อ
พูดง่ายๆ ก็คือขุดหลุมรอเสิ่นหานอยู่
อยากบีบให้เสิ่นหานกระโดดลงไป
ถ้าเสิ่นหานหรือคนตระกูลอวิ๋นลงมือ ลั่วจู่เฉินก็จะเอาเรื่องไปฟ้องราชสำนัก
อยากจะให้เหมือนเมื่อสองปีก่อน ครั้งนี้ จะให้เสิ่นหานและคนตระกูลอวิ๋นต้องรับโทษกบฏให้ได้
"วันนี้ยอมอ่อนข้อแบบนี้ อีกไม่นาน พวกคุณชายเสเพลจากเมืองหลวงพวกนี้ ก็คงจะแห่กันมาอีก"
ท่านลุงอวิ๋นขมวดคิ้ว
ครั้งนี้ วิธีการของลั่วจู่เฉินช่างชั่วร้ายนัก
ใช้คนอื่นมาบีบบังคับตระกูลอวิ๋น
ใครกล้าปกป้องเสิ่นหาน ก็จะเจอกับการแก้แค้นไม่จบสิ้น
"ก้าวต่อไป ลั่วจู่เฉินน่าจะเริ่มลงมือกับบ่าวไพร่ตระกูลอวิ๋นแล้ว
บ่าวไพร่ที่ออกไปซื้อของข้างนอก อาจจะมีอันตรายถึงชีวิต
ถัดจากบ่าวไพร่ ก็จะเป็นนักปรุงยาในจวน
อีกไม่กี่วัน ในจวนคงจะอกสั่นขวัญแขวนกันหมด"
เสิ่นหานพูดเสียงเบา เขาเข้าใจวิธีการที่ลั่วจู่เฉินจะใช้ดี
ได้ยินเสิ่นหานพูดแบบนี้ ฮูหยินอวิ๋นก็ดึงแขนเสื้อเสิ่นหานเบาๆ
"เสี่ยวหาน ถ้าเจ้าแอบหนีไปจากจวนตระกูลอวิ๋น ข้ากับเสี่ยวไฉ่หลิงจะไม่ยกโทษให้เจ้าเด็ดขาด
อุปสรรคความยากลำบากพวกนี้ เราต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน
เมื่อก่อนตระกูลอวิ๋นลำบากขนาดไหน เราก็ยังผ่านมาได้
ตอนนี้ยาของตระกูลอวิ๋น เป็นอันดับหนึ่งในต้าเว่ยแล้ว
ข้าไม่เชื่อว่า ตระกูลอวิ๋นของเรา จะถูกลั่วจู่เฉินทำลายได้ลง"
ข้างๆ กัน ท่านตาอวิ๋นก็พยักหน้าเห็นด้วย
"เจ้าลั่วจู่เฉินนั่นคิดว่าตัวเองเป็นใคร?
ถึงจะมาชี้นิ้วสั่งพวกเราได้?
ครั้งนี้ เราจะสู้กับมันให้ถึงที่สุด"
เห็นท่าทีของฮูหยินอวิ๋นและท่านตา ท่านลุง เสิ่นหานก็รู้สึกอบอุ่นใจ
เพียงแต่ตอนนี้ ตระกูลอวิ๋นยังมีบ่าวไพร่และนักปรุงยาอีกมากมาย
พวกเขาเสี่ยงอันตรายมากกว่าใคร
"ท่านตา ตอนนี้ยังมีตระกูลหรือขุมกำลังไหนกล้าซื้อยาเราบ้างไหมขอรับ?"
ได้ยินคำถาม ท่านตาอวิ๋นก็ส่ายหน้า
"สองวันมานี้ นอกจากพวกผู้ฝึกตนอิสระที่ไม่มีสังกัดตระกูลแล้ว คนอื่น แทบจะไม่กล้ามาซื้อเลย..."
"ขอแค่ยังมีคนซื้อ ลั่วจู่เฉินก็ปิดล้อมตระกูลอวิ๋นไม่ได้
ลดราคาลงหน่อย ให้ผู้ฝึกตนอิสระพวกนั้นช่วยเอายาของตระกูลอวิ๋นไปขายต่อ
ขุมกำลังในต้าเว่ยไม่กล้าซื้อ งั้นเราก็ขายให้แคว้นฉี ขายให้แคว้นเยี่ยน"
ประโยคเดียวของเสิ่นหาน ทำให้ทุกคนในที่นั้นตาเป็นประกาย
ท่านตาอวิ๋นก็เข้าใจได้ทันที นี่ไม่เพียงแต่จะขายยาออกไปได้ แต่ยังเป็นการกดดันราชสำนักทางอ้อมด้วย
"เสี่ยวหาน วิธีของเจ้ายอดเยี่ยมมาก!
ถ้าราชสำนักไม่อนุญาต พวกเขาก็ต้องหาวิธีมาช่วยเราแก้ปัญหาตรงหน้า
ถ้าราชสำนักนิ่งดูดาย เราก็เอายาไปขายให้แคว้นเยี่ยน แคว้นฉี
ลั่วจู่เฉินแน่จริงก็ไปแก้แค้นแคว้นเยี่ยน แคว้นฉีสิ"
ท่านตาอวิ๋นนึกภาพตามแล้วก็อดปรบมือชอบใจไม่ได้
คนอื่นพอเข้าใจวิธีนี้ ก็ตาลุกวาวเช่นกัน
"ใช้วิธีนี้ ตระกูลอวิ๋นเราแค่กำไรลดลงนิดหน่อยเท่านั้น
แถมยังโยนความกดดันไปให้ราชสำนัก ให้ชาวบ้านต้าเว่ยได้เห็นกันชัดๆ ว่าราชสำนักที่เก็บภาษีไปตั้งเยอะแยะ ปกป้องพวกเขาอย่างไร"
คืนนี้ คนตระกูลอวิ๋นหลับสบายขึ้นเยอะ
ช่องทางขายยาของตระกูลอวิ๋น เสิ่นหานไม่เคยมองว่าเป็นปัญหา
ปัญหาจริงๆ คือการที่ลั่วจู่เฉินลงมือกับคนรอบข้าง
นี่ต่างหากคือปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญ
คิดถึงตรงนี้ เสิ่นหานส่งกระแสเสียงไปบอกซือเยว่จู๋ด้วย ศิษย์ยอดเขาเสี่ยวเหยา ก็อาจจะต้องหาวิธีป้องกันไว้
หลังจากคุยกับซือเยว่จู๋จบ เสิ่นหานก็ยังไม่วางใจเรื่องจวนตระกูลอวิ๋น
เลยลุกขึ้น เตรียมจะวางค่ายกลรอบนอกจวนตระกูลอวิ๋น
เรื่องที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญค่ายกล นอกจากซือเยว่จู๋แล้ว คนอื่นไม่น่าจะรู้
เดิมทีเป็นไพ่ตายลับ แต่ตอนนี้ ก็คงต้องงัดออกมาใช้แล้ว
รอบนอกจวนตระกูลอวิ๋น วางค่ายกลแบบเดียวกับที่สำนักศึกษาเทียนอีก็พอ
ถ้ามีขอบเขตเซียนบุกเข้ามาจากทางอื่น ก็จะรู้ตัวทันที
ความสงบสุขอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน
ค่ายกลของเสิ่นหานยังวางไม่เสร็จ
พวกคุณชายเสเพลกลุ่มนั้น ก็มาอีกแล้ว
ครั้งนี้ พวกเขาดูย่ามใจกว่าเดิมมาก
เดินคุยหัวเราะกันมาตลอดทาง ปากก็พร่ำบอกว่าจะเอาอะไร จะไปเรียกร้องอะไร
คนที่เป็นแกนนำคราวนี้ เป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลผู นางไม่มีบรรดาศักดิ์ติดตัว
แต่ตระกูลผูก็ถือเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
กลุ่มคนเดินหัวเราะต่อกระซิกกันมา
"คราวที่แล้ว พวกเจ้าเห็นสีหน้าเสิ่นหานไหม?
หน้าบึ้งตึง นึกว่าจะกล้าลงมือกับพวกเราซะอีก~"
"คราวนี้ พี่สาวผูอย่าลืมเรียกร้องกับเสิ่นหานนะ
ต่อไปเจอพวกเรา ต้องโค้งคำนับ ยิ้มต้อนรับ
ยังไงเราก็มีป้ายคำสั่งนี้อยู่ในมือ
ข้าไปสืบมาแล้ว คนลึกลับที่ให้ป้ายคำสั่งพวกเรามา ก็คือท่านลั่วจู่เฉิน
ถ้ากล้าขัดคำสั่งเรา เราก็ไปเชิญท่านลั่วมาจัดการพวกมัน!"
[จบแล้ว]