- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 280 - ข้า... ก้าวเข้าสู่ระดับห้าแล้วจริงๆ
บทที่ 280 - ข้า... ก้าวเข้าสู่ระดับห้าแล้วจริงๆ
บทที่ 280 - ข้า... ก้าวเข้าสู่ระดับห้าแล้วจริงๆ
บทที่ 280 - ข้า... ก้าวเข้าสู่ระดับห้าแล้วจริงๆ
★★★★★
ลั่วจู่เฉินเอ่ยปลอบใจเซินเยี่ย แต่ทว่าภายในใจของเขานั้น กลับมีจิตสังหารต่อเซินหานเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ไม่รู้ว่าโอกาสดีๆ แบบนี้ จะวนกลับมาอีกเมื่อไหร่
"ท่านอาจารย์ลั่ว บาดแผลของท่าน..."
ฟ้าเริ่มสาง ทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางกลับเมืองหลวง
ได้ยินเซินเยี่ยถามด้วยความเป็นห่วง ลั่วจู่เฉินก็ยิ้มพลางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
"เจ้ารู้จักข้าดี ด้านอื่นๆ ข้าอาจจะเทียบยอดฝีมือขอบเขตเซียนคนอื่นไม่ได้"
"แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการฟื้นฟูร่างกาย ในใต้หล้านี้จะมีสักกี่คนที่เหนือกว่าข้า"
สำหรับลั่วจู่เฉิน สิ่งนี้คือไพ่ตายที่ทำให้เขากล้าเอาชีวิตเข้าแลก
อาการบาดเจ็บแต่ละครั้ง สำหรับเขาแล้ว เพียงแค่พักฟื้นสักหน่อยก็หายดี
เซินเยี่ยพยักหน้าเห็นด้วย
หากไม่ใช่เพราะความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายที่น่าทึ่งนี้ ท่านอาจารย์ลั่วคงไม่สามารถรอดพ้นจากเล่ห์เหลี่ยมและการลอบทำร้ายมากมายมาได้จนถึงทุกวันนี้
...
สำนักศึกษาเทียนอี
จนกระทั่งคืนวันที่สอง ท่านอาจารย์ใหญ่เทียนอีถึงได้มาเยี่ยมเยียน
ปล่อยให้เซินหานพักผ่อนเต็มที่ไปหนึ่งวันเต็มๆ
ภายในห้องรับรอง เบื้องหน้าของทั้งสองมีชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางอยู่กาหนึ่ง
"รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม ไม่ได้บาดเจ็บตรงจุดสำคัญตรงไหนใช่ไหม"
ท่านอาจารย์ใหญ่ถามเสียงเบาด้วยความเป็นห่วง
เพียงแต่ในน้ำเสียงนั้น เผลอติดความทะลึ่งตึงตังออกมานิดหน่อย
เซินหานทำหูทวนลมกับมุกสองแง่สองง่ามพวกนี้ พยักหน้าตอบกลับ "แค่บาดเจ็บเล็กน้อยขอรับ ไม่เป็นอะไรมาก"
"โลกกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ ไม่รู้ว่าศิษย์อาจารย์ลั่วจู่เฉินคู่นั้น ไปหาเจอที่ตั้งของแดนลับได้ยังไง"
"หรือว่าจะมีใครคาบข่าวไปบอก"
ท่านอาจารย์ใหญ่แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ในคำพูดนั้น ชี้เป้าไปที่ซูจินอวี่อย่างชัดเจน
นางเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเซินเยี่ยมาก่อน
แต่เซินหานกลับไม่คิดว่ามีใครเป็นหนอนบ่อนไส้
"แดนลับที่ไปสำรวจครั้งนี้ เมื่อเดือนสิบปีที่แล้ว ซูจินอวี่เคยไปสำรวจพร้อมกับเซินเยี่ยมาก่อนขอรับ"
"ตอนนั้นพวกเขายังไขปริศนาไม่ได้"
"เขาคงจะเดาได้เองมากกว่า"
ได้ยินเซินหานอธิบาย ท่านอาจารย์ใหญ่ก็พยักหน้าเข้าใจ
เขายกชาขึ้นจิบเบาๆ
"เซินหาน วันนั้นที่ข้าไปเจอเจ้า ข้าเห็นเจ้าใช้วิชาตัวเบา"
"ท่วงท่าและจังหวะ ดูไม่เหมือนพลังระดับหก"
"กลับดู... ใกล้เคียงกับระดับห้ามากกว่า..."
ท่านอาจารย์ใหญ่เองก็ไม่ค่อยแน่ใจ พูดจาอึกๆ อักๆ
เพราะสถานการณ์ตอนนั้นมันฉุกละหุก เขาอาจจะรู้สึกไปเองก็ได้
อีกอย่าง เซินหานปีนี้อายุสิบเก้า
อายุสิบเก้า ระดับห้าขั้นหิมะแรก... จะบ้าเหรอ...
แต่ไม่รู้ทำไม ใจมันเรียกร้องอยากจะถามให้แน่ใจ อยากจะยืนยันให้ชัดเจน
ได้ยินคำถามของท่านอาจารย์ใหญ่ เซินหานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
"อย่างที่ท่านอาจารย์ใหญ่เห็น ข้า... ก้าวเข้าสู่ระดับห้าขั้นหิมะแรกแล้วจริงๆ ขอรับ..."
ท่านอาจารย์ใหญ่รู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบ
ตัวเขาเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตเซียนระดับสอง
ขุนเขาแม่น้ำยิ่งใหญ่แค่ไหนก็เคยเห็น คลื่นลมมรสุมรุนแรงเพียงใดก็เคยผ่านมา
แต่วันนี้ ข่าวที่ได้ยินทำเอาเขาตกตะลึงจนตัวแข็ง
คนอายุเท่านี้ที่ก้าวเข้าสู่ระดับห้า ไม่ใช่ว่าไม่มี
แต่มีน้อยยิ่งกว่าน้อย
อย่างน้อยในหน้าฉากปัจจุบัน นอกจากเซินหานแล้ว ก็มีเพียงคนเดียวในรุ่นเยาว์ที่ทำได้ในวัยนี้
เขายกมือขึ้นลูบอกตัวเองเบาๆ รอให้อารมณ์สงบลง แล้วค่อยๆ ถามต่ออย่างระมัดระวัง
"เลื่อนระดับ... ตั้งแต่เมื่อไหร่...?"
เซินหานนึกย้อนกลับไป "ตอนประลองกับซูจินอวี่ ข้าก็เป็นระดับหกขั้นผลสัมฤทธิ์แล้ว ตอนนั้นขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ระดับห้า"
"แต่การประลองกับนาง ไม่ได้ทำให้ข้าบรรลุอะไรเพิ่ม"
ท่านอาจารย์ใหญ่พยักหน้าหงึกหงัก "แสดงว่าตอนสู้กับซูจินอวี่ จริงๆ แล้วเจ้าชนะใสๆ เลยสินะ"
"นางยังไม่ได้บีบให้เจ้าเอาจริงด้วยซ้ำ"
"อื้ม"
คำว่า "อื้ม" คำเดียว น้ำเสียงราบเรียบ แต่ทำเอาท่านอาจารย์ใหญ่สะดุ้งอีกรอบ
"หลังจากนั้น ในงานประลองของสำนักศึกษา ตอนสู้กับร่างแยกของเซินเยี่ย"
"ถึงได้เกิดการตระหนักรู้จริงๆ จนก้าวข้ามจากระดับหก เข้าสู่ระดับห้า"
เซินหานเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่มีการโอ้อวด ไม่มีท่าทีลำพองใจ แค่เล่าความจริงออกมา
ถ้าเป็นคนอื่น
พอมีคนถามว่า "กินข้าวหรือยัง"
คงตอบว่า "รู้ได้ไงว่าข้าอยู่ระดับห้าแล้ว ใช่ๆ ข้าอายุสิบเก้าเอง..."
ท่าทีเฉยเมยของเซินหาน ทำให้ท่านอาจารย์ใหญ่ยิ่งรู้สึกรับมือไม่ถูก
พยายามสงบสติอารมณ์อีกครั้ง ยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นจิบอีกคำ
เพิ่งจะวางลง ก็เผลอยกขึ้นมาจิบอีก
ลูบอกตัวเองอีกรอบ แต่ดูเหมือนใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ
"ข้าขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย..."
พูดจบ ท่านอาจารย์ใหญ่ก็เดินดุ่มๆ ออกไปจากห้อง เดินวนไปวนมาอยู่ในลานบ้าน
ระดับห้า...
ระดับห้าขั้นหิมะแรก...
อายุสิบเก้า...
ปากพึมพำไม่หยุด ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
พูดตามตรง ท่านอาจารย์ใหญ่ไม่เคยเจออัจฉริยะขนาดนี้มาก่อน
ในหัวสมองสับสนไปหมด
ไม่รู้ว่าจะฟูมฟักเซินหานต่อไปยังไง และไม่รู้ว่าจะปกป้องเซินหานอย่างไรดี
เดินวนเวียนอยู่ในลานบ้านนานถึงสองเค่อ (30 นาที) ท่านอาจารย์ใหญ่ถึงได้กลับเข้ามาในห้อง
แววตาที่มองเซินหาน เป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าเดิม
"มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้เจ้าถึงมาถามวิธีฝึกฝนหลังจากระดับห้า ข้าก็นึกว่าเจ้าถามเผื่อไว้ในอนาคต ที่ไหนได้ เจ้าก้าวเข้าสู่ระดับห้าไปแล้ว"
สำหรับคำชมของท่านอาจารย์ใหญ่ เซินหานทำได้เพียงพยักหน้ารับ
"แม้ข้าจะเข้าสู่ระดับห้าขั้นหิมะแรกแล้ว แต่การปะทะกับเซินเยี่ยเมื่อวันก่อน เขาก็ซ่อนฝีมือไว้เหมือนกันขอรับ"
"ความจริงแล้ว เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับห้าขั้นผลสัมฤทธิ์แล้ว"
"ไม่อย่างนั้น ข้าน่าจะพอต่อกรกับเขาได้"
"ระดับห้าขั้นผลสัมฤทธิ์?"
ได้ยินดังนั้น ท่านอาจารย์ใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
"ด้วยนิสัยอย่างลั่วจู่เฉิน ถ้าเซินเยี่ยเข้าสู่ระดับห้าขั้นผลสัมฤทธิ์จริง ป่านนี้เขาคงป่าวประกาศไปทั่วเมืองแล้ว จะมาทนนิ่งเงียบอยู่จนถึงตอนนี้ได้ยังไง"
"ถ้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นวิชาลับบางอย่าง ที่ช่วยยกระดับพลังได้ชั่วคราว"
"ข้าเคยประมือกับลั่วจู่เฉินมาก่อน เขาก็เคยใช้ลูกไม้พวกนี้"
"แต่วิชาลับพวกนี้มีผลสะท้อนกลับรุนแรงมาก ไม่รู้ทำไมศิษย์อาจารย์คู่นี้ถึงกล้าใช้"
การคาดเดาของท่านอาจารย์ใหญ่ถูกต้องเกือบทั้งหมด
ถ้าเซินเยี่ยมีพลังระดับนั้นจริงๆ คงจะยิ่งยโสโอหังกว่านี้แน่
พอพูดถึงคู่ศิษย์อาจารย์ลั่วจู่เฉิน เรื่องนี้ก็เลี่ยงไม่ได้
"เซินหาน ยิ่งเจ้าฉายแววโดดเด่น จิตสังหารของพวกเขาก็ยิ่งรุนแรง"
"หลังจากพลาดท่าครั้งนี้ การลอบโจมตีครั้งหน้า น่าจะยิ่งอันตรายและรัดกุมกว่าเดิม"
"การเตรียมการของพวกเขา ต้องพร้อมสรรพแน่นอน"
พูดถึงตรงนี้ ท่านอาจารย์ใหญ่ก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
"ในความคิดข้า ควรจะเพิ่มคนคุ้มกันให้เจ้า"
"ในหนึ่งถึงสองปีนี้ เจ้าก็เก็บตัวฝึกฝนอยู่ในสำนักศึกษา อย่าได้ออกไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้า"
"ส่วนงานประลองสิบอาณาจักรนั่น ข้าลองคิดดูแล้ว ปฏิเสธไปก็น่าจะดีกว่า"
แต่เซินหานกลับไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้
"ไม่มีใครเติบโตขึ้นมาได้ภายใต้การประคบประหงมปกป้องหรอกขอรับ"
"อย่างที่ข้าเคยบอกกับท่าน การเติบโตภายใต้การคุ้มกันอย่างไข่ในหิน ต่อให้ระดับพลังจะเพิ่มขึ้น"
"ก็เป็นได้แค่เสือกระดาษ หรือหมอนปักลายที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม"
"วันข้างหน้า ไม่แน่ว่าข้าเป็นถึงระดับห้าขั้นผลสัมฤทธิ์ แต่อาจจะแพ้ให้กับคนระดับห้าขั้นกึ่งก้าวก็ได้"
[จบแล้ว]