- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 180 - ซูจินอวี่ผู้แสนคับแค้นใจ
บทที่ 180 - ซูจินอวี่ผู้แสนคับแค้นใจ
บทที่ 180 - ซูจินอวี่ผู้แสนคับแค้นใจ
บทที่ 180 - ซูจินอวี่ผู้แสนคับแค้นใจ
★★★★★
ได้ยินคำแก้ตัวของเซินหาน ท่านอาจารย์ใหญ่ยิ่งโมโห
"เจ้าเด็กคนนี้ ยังจะมาเล่นลิ้นกับข้าอีก
บอกว่ามีพลังระดับหก พวกข้าจะไปตรัสรู้ได้ไงว่าเป็นระดับหกขั้นกึ่งก้าว?
ใครๆ ก็ต้องนึกว่าเพิ่งจะแตะระดับหกขั้นหิมะแรกทั้งนั้นแหละ...
ห้ามเถียง เจ้ามันนิสัยเสีย ชอบซ่อนเขี้ยวเล็บ"
คำพูดของอาจารย์ใหญ่ก็มีส่วนถูก
อาจเป็นเพราะประสบการณ์ในตระกูลเซิน ทำให้เซินหานติดนิสัยชอบซ่อนอะไรบางอย่างไว้เสมอ
ต้องเหลือไพ่ตายไว้ในมือบ้าง ถึงจะอุ่นใจ
บ่นจบ อาจารย์ใหญ่ก็หันมามองเซินหานอีกครั้ง
"เจ้ากับซูจินอวี่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน วันนี้เจ้าเอาชนะนางได้ด้วยวิชากระบี่
นับจากวันนี้ไป ชื่อเสียงอัจฉริยะ คงต้องตกเป็นของเจ้าแล้ว
ตระกูลเซินคงคาดไม่ถึง ว่าตระกูลตัวเองจะมีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมาถึงสองคน
น่าเสียดาย ที่พวกเขาโยนทิ้งไปคนหนึ่งด้วยมือตัวเอง"
พูดไป อาจารย์ใหญ่ก็หัวเราะชอบใจ
แล้ววกกลับมาเรื่องซูจินอวี่
"การท้าประลองครั้งนี้ ผู้แพ้ต้องจ่ายค่าตอบแทน เรื่องนี้รู้กันทั่วเมืองหลวง
เจ้าลองคิดดูดีๆ ว่าอยากให้ซูจินอวี่ชดใช้อะไร
ถ้าตระกูลซูเบี้ยวสัญญา ข้าจะไปฟ้องฮ่องเต้ ทวงความยุติธรรมให้เจ้าเอง"
เห็นเซินหานจะอ้าปากพูด อาจารย์ใหญ่ก็ยกมือห้าม
"คิดให้รอบคอบก่อน ค่อยไปยื่นเงื่อนไข ไม่ต้องรีบร้อน~
ช่วงเวลานี้ ปล่อยให้ตระกูลซูอกสั่นขวัญแขวนเล่นไปก่อน"
พูดจบ จงหนานและอาจารย์ใหญ่ก็ขอตัวกลับ
ในเมื่อคนเจ็บต้องการพักผ่อน ก็ไม่ควรรบกวนนาน
ตลอดทั้งวัน ศิษย์สำนักศึกษาเทียนอีต่างรื่นเริงบันเทิงใจราวกับวันปีใหม่
ในเมืองหลวง ใครที่มีความรู้เรื่องสำนักศึกษาบ้าง ต่างก็มองว่าเทียนอีคือสำนักศึกษาปลายแถว
ในสายตาคนนอก ศิษย์เทียนอีด้อยกว่าอีกสามสำนักอยู่หนึ่งขั้น
หลายคนชอบถามว่า สำนักพวกเจ้าเคยมีคนเก่งๆ จบออกไปบ้างไหม
เมื่อก่อนแทบไม่มีชื่อให้เอ่ยถึง แต่นับจากวันนี้ไป อย่างน้อยชื่อของเซินหานก็ดังก้องไปทั่วเมืองหลวง
บัลลังก์อัจฉริยะแห่งวิถีกระบี่ ได้เปลี่ยนมือแล้ว
ในเรือนพักอาจารย์ ตู๋กูเถียนที่เพิ่งกลับจากลานประลอง กำลังเก็บข้าวของเงียบๆ คนเดียว
ตลอดมา เขาดูถูกศิษย์สำนักศึกษาเทียนอีมาตลอด
เอะอะก็อ้างสำนักศึกษาซานไห่ดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ ศิษย์ซานไห่เก่งกาจปานเทพเจ้า
แต่วันนี้ อัจฉริยะอย่างซูจินอวี่ แพ้ให้กับเซินหาน
แพ้ให้กับศิษย์ที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยาม...
และฝีมือของซูจินอวี่ เขาตู๋กูเถียนรู้ดีที่สุด ต่อให้เป็นศิษย์สำนักศึกษาซานไห่หลายคน ก็ยังสู้ซูจินอวี่ไม่ได้
มาตอนนี้ เรื่องที่เซินหานมอบโสมเจียงอวิ๋นให้จงหนาน ก็น่าจะเป็นเรื่องจริง
ถ้าตอนนั้นเขาไม่หยิ่งยโสโอหัง วันนี้คนที่ได้ลาภลอยพวกนั้น อาจจะเป็นเขา
แต่บางครั้ง ก้าวผิดก้าวเดียว ก็ยากจะหันหลังกลับชั่วชีวิต
ตกดึก ณ หอสดับพิรุณ
พอกลับจากลานประลอง ซูจินอวี่ก็ขังตัวเองอยู่ในห้องหนังสือ
นั่งกอดเข่าคู้ตัว ซุกใบหน้างดงามลงกับหัวเข่า
ใจสับสนว้าวุ่น สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เหม่อลอยเป็นพักๆ นั่งนิ่งไปนานสองนานกว่าจะรู้สึกตัว
ดึกสงัด เสียงแมลงร้องระงม
ในหัวของนาง ภาพเหตุการณ์การต่อสู้เมื่อตอนกลางวันฉายวนซ้ำไปซ้ำมา
วิเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกย้อนทีละจุด
แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง สมมติสถานการณ์แบบไหน นางก็นึกไม่ออกว่าจะเอาชนะได้อย่างไร
บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเงากระบี่อันคมกริบ
ซูจินอวี่หลงคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านกระบี่เป็นเลิศ แต่ก็ไม่เคยเห็นกระบวนท่าแบบนี้มาก่อน
และเงากระบี่พวกนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้ควบคุมด้วยจิตเหมือนของนาง แต่มันเหมือน... อานุภาพ
อานุภาพกระบี่... สิ่งที่ระดับหกไม่น่าจะครอบครองได้...
พอคิดได้แบบนี้ ความมั่นใจในการจับกระบี่ของซูจินอวี่ก็พังทลายลงจนหมดสิ้น
เท่านั้นยังไม่พอ ซูจินอวี่ยังนึกถึงคำพูดอวดดีที่ตัวเองเคยประกาศไว้
พูดตามตรง นางไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะแพ้
ยอมเป็นทาสรับใช้ ยอมทำตามคำขอทุกอย่าง...
คำพูดพวกนั้นตอนพูดออกไป นางไม่ได้ไตร่ตรองเลยสักนิด
แล้วทีนี้ จะทำยังไงดี
"ชิงเฉ่า... ชิงเฉ่า..."
ได้ยินคุณหนูเรียกหา สาวใช้ชิงเฉ่ารีบวิ่งมาจากห้องพักคนใช้ข้างๆ
เห็นซูจินอวี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก็รีบเข้าไปกอดปลอบ
"คุณหนูฝันร้ายเหรอเจ้าคะ ทำไมท่าทางตกใจขนาดนั้น"
ซูจินอวี่ไม่ตอบ ได้แต่ซบหน้าลงกับไหล่ชิงเฉ่าด้วยความคับแค้นใจ
"ชิงเฉ่า ข้าจะทำยังไงดี...
เขาต้องบังคับให้ข้าไปเป็นทาสรับใช้แน่ๆ เขาต้องรังแกข้าแน่ๆ..."
ได้ยินดังนั้น ชิงเฉ่าลูบหลังซูจินอวี่เบาๆ
พูดปลอบประโลมเสียงอ่อนโยน
"คุณหนูไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นถึงคุณหนูตระกูลซู ก็แค่แพ้ประลองครั้งเดียวเอง
ต่อให้เป็นยอดยุทธ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า ก็ไม่กล้าพูดหรอกว่าไม่เคยแพ้ใคร
แพ้วันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ตลอดไป
ถ้าเซินหานรู้ความ เขาคงไม่กล้าบังคับให้คุณหนูไปเป็นทาสหรอกเจ้าค่ะ
อีกอย่าง นายท่านก็ไม่มีทางยอมให้คุณหนูไปเป็นทาสใครแน่ๆ
วางใจเถอะเจ้าค่ะ"
คำพูดของชิงเฉ่าทำให้ซูจินอวี่ใจชื้นขึ้นมาบ้าง
ถ้านางต้องไปเป็นทาสรับใช้ ตระกูลซูคงขายหน้าแย่
ท่านพ่อไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่
ถึงจะไม่เชื่อฟังซูเจิ้นเซิง แต่พอมีปัญหา คนแรกที่ซูจินอวี่นึกถึง ก็คือท่านพ่อ
"อีกอย่างนะเจ้าคะคุณหนู เรายังไปขอความช่วยเหลือจากท่านประมุขยอดเขาได้
ตอนถอนหมั้น ท่านประมุขยอดเขาก็รู้จักกับเซินหาน แถมยังเคยช่วยเขาไว้
เห็นแก่หน้าท่านประมุข เขาคงไม่กล้าทำอะไรเกินเลย"
สีหน้าซูจินอวี่ดูลำบากใจ "ท่านอาจารย์ต้องด่าข้าแน่ๆ... ข้าไม่เชื่อฟังคำสั่งท่าน..."
"ตอนนี้จะมาห่วงอะไรอีกเจ้าคะ โดนด่าสักยก ก็ยังดีกว่าไปโดนเซินหานรังแก
สิ่งที่น่ากังวลจริงๆ คือ ถ้าเซินหานฉวยโอกาสนี้ เอ่ยปากขอแต่งงานกับคุณหนูอีกครั้ง จะทำยังไงดีเจ้าคะ..."
ซูจินอวี่ก้มหน้าลงต่ำ...
ที่ชิงเฉ่าพูดก็มีเหตุผล
แม้นางจะแพ้การประลองครั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพรสวรรค์ทั้งหมดของนางจะหายไป
พรสวรรค์ด้านกระบี่ของนาง ยังคงเป็นอันดับต้นๆ ของคนรุ่นใหม่ในต้าเว่ย
อีกอย่าง ซูจินอวี่ไม่เคยพูดถึงรูปร่างหน้าตาตัวเอง
แต่นางมีความมั่นใจในเรื่องนี้เต็มเปี่ยม
ความเป็นไปได้ที่เซินหานจะฉวยโอกาสครอบครองนาง มีสูงมาก
ในหัวของซูจินอวี่เริ่มจินตนาการไปไกล...
แต่คราวนี้ พอคิดภาพเซินหานยืนอยู่ข้างกายนาง ดูเหมือนจะไม่ได้ยอมรับยากขนาดนั้นแล้ว
พรสวรรค์ของเขาไม่ด้อยไปกว่านาง เพลงกระบี่ที่เขาใช้ นางแทบจะเทียบไม่ติดฝุ่น
พรสวรรค์ระดับนี้ เหนือกว่านางไปแล้ว
นางไม่มีสิทธิ์ไปรังเกียจเขาอีก
แถมเซินหานก็หน้าตาดีใช้ได้...
เด็กหนุ่มผู้นั้น หากดึงดันจะผูกวาสนากับนางให้ได้...
จิตใจสับสนว้าวุ่น ซูจินอวี่สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป
ที่คิดมาทั้งหมดนี้ ดูเหมือนจะคิดไปไกลเกินจริงไปหน่อย
[จบแล้ว]