เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 - แค่หน้าตาหล่อเหลาจะมีประโยชน์อะไร

บทที่ 130 - แค่หน้าตาหล่อเหลาจะมีประโยชน์อะไร

บทที่ 130 - แค่หน้าตาหล่อเหลาจะมีประโยชน์อะไร


บทที่ 130 - แค่หน้าตาหล่อเหลาจะมีประโยชน์อะไร

★★★★★

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชิวซูอิ่นตั้งใจจะคุยกับเขาให้นานขึ้นหรือไม่

เซินหานรู้สึกว่านางพาเขาเดินอ้อมไปไกลโข ราวกับพาเดินชมรอบสำนักศึกษาเทียนอีไปหนึ่งรอบ

ระหว่างเดิน ชิวซูอิ่นก็พูดจาแปลกประหลาดออกมาเรื่อยเปื่อย

ความหมายโดยนัยก็คือ อยากให้เซินหานพยายามเข้า ไปตามจีบซูจินอวี่ให้ได้...

ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกอะไรทำนองนั้น...

เมื่อเจอกับคำขอเหล่านี้ เซินหานก็ได้แต่หาข้ออ้างปัดผ่านไป

ในที่สุดก็มาถึงหน้าเรือนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ทั้งสองจึงหยุดเดิน

"เดินตรงไปเรือนเล็กหลังที่สี่ นั่นคือที่พักของท่านอาจารย์ตู๋กู เจ้าเข้าไปหาเขาเองเถอะ

นิสัยเขาอาจจะแปลกๆ หน่อย อดทนหน่อยก็แล้วกัน"

เซินหานกล่าวขอบคุณชิวซูอิ่น จากนั้นจึงเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนเล็ก

ชิวซูอิ่นหันหลังกลับ ก็เห็นเพื่อนร่วมสำนักสาวๆ สองสามคนกำลังยิ้มกริ่มมองมาที่นาง

"คิกคิก นึกไม่ถึงเลยว่าซูอิ่นจะเปลี่ยนใจไปมีรักใหม่เสียแล้ว

นึกว่าจะจมปลักอยู่กับเซินเยี่ยไปตลอดชีวิตเสียอีก

ไม่เลวเลยนะ พ่อหนุ่มคนนั้นหน้าตาหล่อเหลาเอาการ เหมาะสมกับเจ้าดี~"

พวกนางกล่าวหยอกล้อ

ได้ยินดังนั้น ชิวซูอิ่นกลับยื่นปากเล็กน้อย "พูดจาเหลวไหลอะไรกัน เนื้อคู่ของข้าชิวซูอิ่น จะต้องเป็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศในใต้หล้า แค่หน้าตาหล่อเหลาจะมีประโยชน์อะไร?

เว้นเสียแต่ว่าเขาจะไม่ได้มีดีแค่หล่อ แต่ยังมีพรสวรรค์เหนือกว่าเซินเยี่ย นั่นแหละถึงจะพอไหว~"

เพื่อนสาวต่างพากันมองค้อนชิวซูอิ่น รู้สึกว่าความเพ้อฝันของนางช่างห่างไกลความเป็นจริงเหลือเกิน

คนแบบนั้น ทั่วทั้งทวีปจะมีสักคนหรือเปล่าก็ไม่รู้

อีกด้านหนึ่ง เซินหานเดินไปตามทางที่ชิวซูอิ่นบอก จนถึงเรือนเล็กหลังที่สี่

เขาเคาะประตูเบาๆ ครู่หนึ่ง ชายวัยกลางคนท่าทางซกมกคนหนึ่งก็เดินออกมา

"มาหาข้า?"

น้ำเสียงไม่ได้มีความเกรงใจเลยแม้แต่น้อย

"ท่านอาจารย์ตู๋กู ผู้น้อยเซินหาน เป็นศิษย์ใหม่ที่มารายงานตัววันนี้ขอรับ

นี่คือจดหมายตอบรับเข้าเรียนของข้า"

พูดพลางเซินหานก็ยื่นจดหมายในมือส่งไปให้ ส่วนตู๋กูเถียนผู้นั้นก็กระชากจดหมายไปอย่างแรง

คิ้วขมวดมุ่นตลอดเวลา ราวกับเห็นหน้าเซินหานแล้วหงุดหงิดใจอย่างนั้น

"เจ้าก็คือคนที่ผู้คุ้มกันมาแจ้งเมื่อครู่ ว่าจะมาหาข้าสินะ?"

"ผู้น้อยเห็นท่านอาจารย์มาช้า..."

"ทำไม รอสักหน่อยไม่ได้หรือไง?

เจ้าจะมาช้ากว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ ทำไมต้องมารบกวนเวลาพักผ่อนของข้าด้วย?"

คำพูดคำจาของตู๋กูเถียน ช่างโอหังเสียเหลือเกิน

ในฐานะอาจารย์ผู้ดูแล ตัวเองไม่รับผิดชอบหน้าที่ แล้วยังมาพูดจาแบบนี้อีก

ระหว่างพูด ตู๋กูเถียนเดินกลับเข้าไปในห้อง

สักพัก ก็โยนถุงใบหนึ่งกับป้ายหยกประจำตัวออกมาให้เซินหาน

"ข้อควรระวังต่างๆ เขียนไว้ในคู่มือหมดแล้ว อ่านไม่เข้าใจก็ไปเปิดดูเอง

เรือนพักที่เจ้าต้องไปอยู่ ก็เขียนไว้ในนั้น ไปหาที่ซุกหัวนอนเอาเอง"

พูดจบ อาจารย์ท่านนี้ก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องไป

โบกมือไล่เซินหานให้ออกไปจากเรือนของเขา แล้วปิดประตูใส่หน้าดังปัง

จากสีหน้าและคำพูดของตู๋กูเถียน สิ่งที่เซินหานสัมผัสได้ ดูเหมือนจะเป็นความรังเกียจ

เจอกันครั้งแรก ก็ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้เลยหรือ?

เซินหานไม่คิดจะเสียเวลาไปใส่ใจตู๋กูเถียนผู้นี้ เขาจะมองตนอย่างไร เซินหานไม่แคร์

จะมีอาจารย์ผู้ดูแลหรือไม่ สำหรับเขาแล้ว ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันมากนัก

การมาที่สำนักศึกษาเทียนอี เขาหวังจะได้ประสบการณ์จากการฝึกฝนภาคสนามมากกว่า

เรื่องพรสวรรค์และทรัพยากร เขามีความสามารถของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร

ตามคำแนะนำในคู่มือ เซินหานเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสำนักศึกษาเทียนอี ที่นั่นมีเรือนพักตั้งเรียงรายอยู่มากมายจริงๆ

สำนักศึกษาเทียนอีอย่างไรเสียก็มีเบื้องหลังเป็นเชื้อพระวงศ์ เรื่องรากฐานความรู้อาจต้องใช้เวลาสั่งสม

แต่สภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ย่อมดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเดินมาถึงจุดหมาย ตรงหน้าคือลานกว้างขนาดใหญ่ ภายในลานมีบ้านพักแยกเป็นหลังๆ หลายหลัง

ใช้ป้ายหยกตรวจสอบดู บ้านพักของเขาควรจะเป็นหลังที่อยู่ทางซ้ายมือทิศเหนือ

ตัวเรือนจัดวางเป็นรูปตัวยู ตรงกลางเป็นสวนดอกไม้

มีเก้าอี้วางอยู่สองสามตัว ดูแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ

อาจจะเป็นเพราะได้ยินเสียงเปิดประตู เพื่อนร่วมสำนักในบ้านพักรอบข้างต่างเดินออกมาดู

"มีพี่ชายผู้โชคร้ายมาร่วมชะตากรรมกับพวกเราเพิ่มอีกคนแล้ว..."

"เฮ้อ หัวอกเดียวกัน..."

ชายหนุ่มสามคนเดินออกมา มองมาที่เซินหานด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ

เซินหานขมวดคิ้วเล็กน้อย "สหายทั้งหลาย เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น? หรือข้าทำสิ่งใดไม่เหมาะสม?"

ทั้งสามได้ยินเซินหานถามเช่นนั้น ก็รีบโบกมือปฏิเสธ

"เจ้าคงได้พบอาจารย์ผู้ดูแลของพวกเราแล้วใช่ไหม?"

"ท่านอาจารย์ตู๋กู ของในมือนี่เขาก็เป็นคนมอบให้"

หนึ่งในนั้นเดินออกมาข้างหน้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"พวกเราสี่คนต้องมาตกอยู่ในความดูแลของตู๋กูเถียน ถือว่าซวยซ้ำซวยซ้อนแปดชั่วโคตรจริงๆ..."

ที่แท้ก็เรื่องของตู๋กูเถียนนี่เอง

"อาจารย์ท่านนี้ แย่มากเลยหรือขอรับ?"

"จะว่าแย่ก็ไม่เชิง หากวัดกันที่ความสามารถในการสอน ในสำนักศึกษาเทียนอีนี้ เขาติดอันดับหนึ่งในห้าด้วยซ้ำ..."

คนที่พูดถอนหายใจแล้วอธิบายต่อ

"แต่ในสายตาของตู๋กูเถียน จริงๆ แล้วเขาดูถูกพวกเรานักเรียนสำนักศึกษาเทียนอี

ใจของเขา คิดแต่จะกลับไปที่สำนักศึกษาซานไห่ ไปสอนพวกอัจฉริยะยอดคนเหล่านั้น...

ใจเขา ไม่ได้อยู่ที่พวกเราเลย"

เซินหานขมวดคิ้ว "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำไมเขาไม่ไปอยู่ที่สำนักศึกษาซานไห่เสียล่ะ?"

"จะเพราะอะไรเสียอีก ก็เพราะสำนักศึกษาเทียนอีให้ค่าตอบแทนสูงลิ่วไงล่ะ...

ปีก่อน ตอนที่ตู๋กูเถียนฝึกวิชา เส้นลมปราณเกิดแปรปรวน นับตั้งแต่นั้นมา เขาจำเป็นต้องกินยาเป็นประจำทุกวัน

สำนักศึกษาซานไห่ไม่มีทางให้ข้อเสนอที่ดีขนาดนี้ได้ เขาเลยต้องมาอยู่ที่สำนักศึกษาเทียนอี

ตัวอยู่ที่นี่ แต่ใจกลับอยู่ที่นั่น"

พอคนหนึ่งพูดจบ อีกคนก็เสริมขึ้นมา

"ได้ยินมาว่าตอนที่เขาอยู่สำนักศึกษาซานไห่ เคยสอนเซินเยี่ยมาก่อน

คงอยากจะกลับไปเป็นอาจารย์ให้เซินเยี่ยต่อนั่นแหละ

เซินเยี่ยเก่งกาจจะตายไป อัจฉริยะแห่งตระกูลเซิน ผู้ที่ในอนาคตต้องก้าวขึ้นสู่ขอบเขตเซียนอย่างแน่นอน

ถ้าได้เป็นอาจารย์ของเซินเยี่ย การจะมีชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก"

"ตอนนี้เขาคงรู้สึกไม่พอใจ เลยมาลงกับพวกเรา

มักจะคิดว่าพวกเราด้อยกว่าพวกสำนักศึกษาซานไห่ ในคำพูดคำจามักจะแฝงการดูถูกเหยียดหยามพวกเราอยู่เสมอ

ต่อให้นักเรียนสำนักศึกษาซานไห่จะเก่งกว่าพวกเราจริง ก็ไม่ควรทำแบบนี้..."

ทั้งสามคนดูจะมีความอัดอั้นตันใจมาก คำพูดคำจาล้วนแต่บ่นเรื่องความแย่ของตู๋กูเถียน

เซินหานฟังแล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

ที่แท้ตู๋กูเถียนผู้นี้ไม่ได้รังเกียจแค่เขา แต่รังเกียจนักเรียนทุกคนของสำนักศึกษาเทียนอี

หลังจากได้ระบายความในใจ ทั้งสามคนดูจะโล่งใจขึ้นมาก

จึงชวนเซินหานออกไปหาของอร่อยกินกันในเมืองหลวง

ไม่อาจปฏิเสธน้ำใจได้ เซินหานจึงตกลงไปด้วย

เพื่อนร่วมหอทั้งสามคนนี้ดูเป็นคนพูดจาเปิดเผย น่าคบหา

เซินหานเองก็ไม่รังเกียจที่จะผูกมิตรกับใคร

เดินออกจากสำนักศึกษาเทียนอี ไปตามถนนหน้าประตูไม่ไกล ก็ถึงย่านรวมร้านอาหารและเหลา

เซินหานเพิ่งมาถึง ย่อมไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อย

จึงเดินตามพวกเขาไปนั่ง

ไม่นาน อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

ลองชิมดูเล็กน้อย รสชาติถือว่าแย่ใช้ได้...

พอมองไปที่อาหาร คุณสมบัติของมันก็ฟ้องรสชาติอยู่ทนโท่

[อาหารรสชาติจืดชืด]

แค่มองคุณสมบัติ ก็รู้แล้วว่าไม่อร่อย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 130 - แค่หน้าตาหล่อเหลาจะมีประโยชน์อะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว