เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - ความตื่นตระหนกของเชียนมู่ฝาน

บทที่ 120 - ความตื่นตระหนกของเชียนมู่ฝาน

บทที่ 120 - ความตื่นตระหนกของเชียนมู่ฝาน


บทที่ 120 - ความตื่นตระหนกของเชียนมู่ฝาน

★★★★★

ในมุมมืด สีหน้าของเซินหานยังคงเรียบเฉย ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ

คำดูถูกถากถางพรรค์นี้ เขาฟังจนชาชินไปนานแล้ว ไม่เก็บมาใส่ใจให้รกสมอง

กลับเป็นซือเยว่จู๋ที่ยืนอยู่ข้างกาย ที่คิ้วสวยขมวดมุ่น

นางไม่เข้าใจเลยว่า เป็นลูกหลานตระกูลเซินเหมือนกัน ทำไมถึงได้ลำเอียงกันขนาดนี้

ปฏิบัติกันแบบนี้ คนโง่เท่านั้นแหละที่จะยอมทุ่มเทเพื่อตระกูลเซิน

"การประลองระหว่างเสี่ยวเอ้าเอ๋อร์กับเซินหาน เอาไว้หลังการประเมินผลงานตระกูลจบก่อนก็แล้วกัน

ต้องรบกวนสหายเชียนมู่ให้ลำบากต่ออีกหน่อย"

เซินชิงซานพูดกับเชียนมู่ฝานอย่างเกรงใจ

เชียนมู่ฝานโค้งกายรับคำอย่างสุภาพ ท่าทางสง่างามดั่งบัณฑิตผู้ทรงภูมิ

หลังจากเซินเอ้า ก็มีหลานตระกูลเซินอีกสองคนขึ้นมาท้าประลอง

ฝีมือของเชียนมู่ฝานนั้นเหนือกว่าเฟิงชืออยู่หลายขุม

เมื่อต้องก้าวเข้าไปในลานประลอง ยิ่งทำให้คู่ต่อสู้ประหม่า

แต่หลังจากได้ประมือกับเชียนมู่ฝาน แม้ทั้งสองจะพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่ได้ขายหน้าจนเกินไป

คำพูดและการกระทำของเชียนมู่ฝานนั้น รู้งานยิ่งกว่าเฟิงชือเสียอีก

รักษาหน้าตาให้ตระกูลเซินทุกกระเบียดนิ้ว แต่ยิ่งทำแบบนี้ ทุกคนก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งอันลึกล้ำของเขา

การประเมินดำเนินมาถึงตรงนี้ ก็เหลือเพียงเซินหานคนเดียวที่ยังไม่ได้ลงสนาม

เมื่อเห็นสายตาของเซินชิงซานมองมา เซินหานก็ลุกขึ้น คารวะผู้อาวุโสในตระกูล แล้วจึงก้าวเดินเข้าไปยังกลางลานประลอง

เช่นเคย ทุกอิริยาบถของเซินหาน ไม่มีส่วนไหนขาดตกบกพร่องตามมารยาทประเพณี

กลางลานประลอง เชียนมู่ฝานยังคงรักษามาดสุภาพชนผู้ทรงภูมิ แต่เมื่อเห็นเซินหานเดินเข้ามาใกล้ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"เจ้าคงเป็นเซินหานที่มีชื่อเสียงในต้าเว่ยสินะ"

น้ำเสียงของเชียนมู่ฝานเย็นชาเล็กน้อย เขาเป็นสหายของเซินเยี่ย ย่อมต้องไม่ชอบขี้หน้าเซินหานเป็นธรรมดา

"ท่านแม่ทัพเซิน ก่อนเริ่มการทดสอบ ผู้น้อยมีถ้อยคำจากใจบางอย่างอยากจะพูด อาจจะเสียเวลาทุกท่านสักเล็กน้อย"

เซินชิงซานยิ้ม "สหายเชียนมู่เป็นผู้คุมสอบ เชิญตามสบายเลย"

เมื่อได้รับอนุญาต เชียนมู่ฝานก็สะบัดมือคลี่พัดจีบออกมา

ท่วงท่าดูสูงศักดิ์ราวกับคุณชายผู้เลอโฉม

"แม้เราจะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่เรื่องราวและวีรกรรมของเจ้า ข้าเชียนมู่ฝานได้ยินมานานแล้ว

ตอนที่พี่เซินเยี่ยคุยเรื่องหมากรุกกับข้า ก็เคยเอ่ยถึงเรื่องแย่ๆ ที่เจ้าทำไว้"

เชียนมู่ฝานถือพัดเดินวนรอบตัวเซินหาน พลางเทศนาสั่งสอน

"คำพูดเหล่านี้เจ้าอาจจะไม่ชอบฟัง แต่ข้าเชียนมู่ฝานก็ยังอยากจะเตือนสติเจ้าสักหน่อย

เกิดเป็นคนต้องรู้จักบุญคุณคน

ตระกูลเซินเลี้ยงดูเจ้ามาหลายปี ทุ่มเทแรงกายแรงใจ บรรพบุรุษทุ่มเทเลือดเนื้อเลี้ยงเจ้าจนเติบใหญ่

ลำพังบุญคุณนี้ ก็ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าแล้ว

หากตระกูลเชียนมู่ต้องการให้ข้าเสียสละเพื่อตระกูล ต่อให้เป็นบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็พร้อมจะทำ!"

เชียนมู่ฝานพูดจาฉะฉาน ราวกับจะซาบซึ้งในคำพูดตัวเองเสียเต็มประดา

คนตระกูลเซินรอบข้างดูเหมือนจะคล้อยตาม ราวกับว่าถ้าให้พวกเขาตายเพื่อตระกูล พวกเขาก็พร้อมจะทำทันที

"เซินหาน ข้าอายุมากกว่าเจ้าไม่กี่ปี เห็นแก่ที่เจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่เซินเยี่ย ข้าอยากจะให้คำแนะนำเจ้าสักข้อ

จริยธรรมต้องมาก่อนการฝึกยุทธ์ หากนิสัยใจคอไม่ดี ฝีมือย่อมไม่มีทางพัฒนา

ต่อให้เจ้าจะเดินขึ้นบันไดพันฤดูได้ถึงชั้นแปดสิบ มันก็เป็นแค่ภาพลวงตา"

พล่ามยาวเหยียดไม่หยุดหย่อน

เซินหานฟังแล้วก็ทั้งพูดไม่ออกและระอาใจ

เขาหันไปมองซือเยว่จู๋ นางเองก็มองมาที่เขาพอดี

ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

รู้สึกตรงกันว่า เจ้าเชียนมู่ฝานคนนี้ช่างน่าขบขันสิ้นดี

เชียนมู่ฝานเห็นปฏิกิริยานั้น ก็ส่ายหน้าทำท่าเหมือนผู้ใหญ่ที่ผิดหวังในตัวเด็กดื้อ

"ก่อนมา พี่เซินเยี่ยบอกว่าคำพูดดีๆ คงยากจะเตือนสติคนแบบเจ้า แต่ข้าก็ยังแอบมีความหวัง

แต่ตอนนี้ดูแล้ว พี่เซินเยี่ยพูดถูกเผง

หลักธรรมคำสอนของปราชญ์ พูดให้เจ้าฟังก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง

มีแต่ต้องให้เจ้าเจ็บตัวบ้าง ถึงจะสำนึกได้

ถ้าเจ้าทนเจ็บไม่ไหว ไม่อยากเจ็บตัว ก็ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนตระกูลเซินเจ็ดวัน

สำนึกผิดต่อบรรพบุรุษตระกูลเซินอย่างจริงใจซะ"

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เซินหาน

สามารถเดินขึ้นบันไดพันฤดูได้ถึงชั้นแปดสิบ

ด้วยผลงานนี้ พลังฝีมือของเซินหานต้องอยู่ที่ระดับเจ็ดเป็นอย่างน้อย

รองจากเซินเยี่ยและเซินเอ้า พรสวรรค์ของเซินหานน่าจะอยู่อันดับสาม

พูดตามตรง คนตระกูลเซินอยากเห็นเซินหานลงมือมาก อยากรู้ฝีมือที่แท้จริงของเขา

แต่คู่ต่อสู้ตรงหน้าคือเชียนมู่ฝาน

ความเก่งกาจของเชียนมู่ฝาน ทุกคนในที่นี้ประจักษ์แก่สายตาแล้ว

เฟิงชือในโหมดบ้าคลั่ง พลังน่าจะแตะระดับหกไปแล้ว

แต่ขนาดนั้น เชียนมู่ฝานเพียงแค่ใช้หมากตัวเดียว ก็สยบเฟิงชือได้อยู่หมัด

ด้วยฝีมือระดับนี้ ถ้าเชียนมู่ฝานบอกว่าจะให้เซินหานเจ็บตัว เซินหานก็ต้องเจ็บตัวแน่ๆ

ทุกคนจ้องมองเซินหาน อยากรู้ว่าเขาจะกล้าทดสอบต่อหรือไม่

กลางลานประลอง สีหน้าของเซินหานยังคงราบเรียบ

สิ่งที่ต่างไปเล็กน้อยคือ ในความเรียบเฉยนั้น แฝงความเอือมระอาอยู่บ้าง

"สหายเชียนมู่ คนบางคนเกิดมาสันดานต่ำช้า อย่าไปเปลืองน้ำลายสั่งสอนเลย เสียเวลาเปล่าๆ หากใครเข้ามาสอดมือวุ่นวายกับการประเมิน ข้าจะจัดการเอง"

ประโยคสุดท้ายของเซินชิงซาน พูดดักคอซือเยว่จู๋

ปกป้องความปลอดภัยของเซินหานได้ แต่ถ้าจะมาขวางไม่ให้เซินหานโดนสั่งสอนให้เจ็บตัว เขาเซินชิงซานไม่ยอมแน่

ให้เชียนมู่ฝานสั่งสอนเซินหานสักยก แล้วค่อยให้เซินเอ้ามาซ้ำอีกที น่าจะชัวร์กว่า

ลมหนาวพัดผ่าน ต้นอู๋ถงที่เหลือแต่กิ่งก้านแห้งเหี่ยวสั่นไหวตามแรงลม

ท่ามกลางบรรยากาศวังเวง เชียนมู่ฝานคีบหมากดำตัวหนึ่งแล้วลงมือ

"หมากดำ หนีบสองตาเดิน"

เสียงแผ่วเบา แต่กลับแฝงด้วยอำนาจกดดันมหาศาล

ตารางหมากรุกปรากฏขึ้นอีกครั้ง ขอบตารางดูร้อนระอุราวกับไฟบรรลัยกัลป์

"หมากดำ หนีบต่ำหนึ่งตาเดิน"

หมากอีกตัวถูกวางลง ตารางหมากรุกที่ร้อนแรงนั้นเริ่มบีบตัวเข้ามา

จะกระโดดหนีก็ทำไม่ได้

ตารางหมากรุกนี้พิสดารนัก มันเคลื่อนที่ตามเป้าหมายได้

มองดูตารางหมากรุกที่บีบเข้ามาเรื่อยๆ เซินหานเรียกเงากระบี่ออกมาในมือ

"กระบี่เทพทลายปฐพี"

สิ้นเสียงแผ่วเบา เงากระบี่ในมือเพียงชั่วพริบตา ก็ฟันตารางหมากรุกจนขาดสะบั้น

ใช่แล้ว ฟันขาดสะบั้น

เชียนมู่ฝานฝึกฝนมาหลายปี ยังไม่เคยเจอใครที่สามารถฟันตารางหมากรุกของเขาจนขาดได้มาก่อน...

ในใจตื่นตระหนก แต่สีหน้ายังคงปั้นนิ่ง

เซินหานถือเงากระบี่ เดินเข้าไปหาเชียนมู่ฝานทีละก้าว

เชียนมู่ฝานภายนอกยังคงดูสงบนิ่ง

ผลงานของเซินหาน เหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ

แต่ในสายตาของเชียนมู่ฝาน ทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม

ในมือคีบหมากหลายตัว แล้วซัดออกไปพร้อมกัน

"หมากรุกดั่งดาว (ซิงหลัวฉีปู้)"

เงาหมากรุกขนาดยักษ์ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ดูใหญ่โตและน่ากลัวกว่าขุนเขาเทพที่เซินเอ้าเรียกมาเสียอีก

ผู้ชมรอบข้างต่างส่งเสียงฮือฮา นี่มันไม่ใช่การประเมินผลงานรุ่นลูกหลานแล้ว

ผู้อาวุโสหลายคนยังไม่มีปัญญาทำได้ขนาดนี้เลย

แต่กระบวนท่านี้ ก็ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าของเซินหานได้

"กระบี่เหินคลุมฟ้า"

ร่างของเขาแทบไม่ได้หยุดชะงัก เงากระบี่ที่เรียกออกมาฟันเงาหมากรุกจนแหลกเป็นผุยผง

และเซินหานยังคงเดินหน้าเข้าหาเขาอย่างต่อเนื่อง

ดูเหมือนแม้แต่จังหวะการก้าวเดิน ก็ไม่ได้ช้าลงเลยสักนิด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 120 - ความตื่นตระหนกของเชียนมู่ฝาน

คัดลอกลิงก์แล้ว