- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 70 - คุณค่าของตำราเหอลั่ว
บทที่ 70 - คุณค่าของตำราเหอลั่ว
บทที่ 70 - คุณค่าของตำราเหอลั่ว
บทที่ 70 - คุณค่าของตำราเหอลั่ว
★★★★★
เม็ดยาระดับสูงที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า คือประกาศิตว่าตระกูลอวิ๋นกำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงยิ่งกว่าเดิม
"ท่านลุง... ท่านโอเคไหมขอรับ"
เห็นท่านลุงอวิ๋นยืนอึ้งกิมกี่อยู่นาน เซินหานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเรียก
ได้ยินเสียงเรียก ท่านลุงอวิ๋นถึงได้สติกลับมา
ก่อนหน้านี้เขาคิดแค่ว่าเซินหานคงแค่อยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก
บวกกับความห้าวหาญของวัยรุ่น ที่มักคิดว่าเรื่องที่คนอื่นทำไม่ได้ ตัวเองต้องทำได้
เดิมทีท่านลุงอวิ๋นกะว่าจะใช้โอกาสนี้สอนปรัชญาชีวิตให้เซินหานสักบท...
ที่ไหนได้ ตัวเขาเองกลับเป็นฝ่ายถูกสอนมวย จนเข้าใจสัจธรรมชีวิตข้อหนึ่ง
นั่นคือ อย่าได้ใช้อคติของตัวเอง ไปตัดสินอัจฉริยะ
"ท่านลุง..."
"ลุงไม่เป็นไร... ถ้าไม่ติดเรื่องลำดับอาวุโส ลุงอยากจะคุกเข่าคารวะเจ้าเสียด้วยซ้ำ"
เซินหานหลุดขำ รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ท่านลุงอย่าพูดแบบนั้นเลยขอรับ คนกันเองทั้งนั้น ข้าช่วยอะไรตระกูลอวิ๋นได้ ก็ย่อมต้องช่วยอย่างเต็มที่"
"ตำรายาที่คนตระกูลอวิ๋นกี่รุ่นต่อกี่รุ่นอ่านไม่เข้าใจ เจ้ากลับแก้ปริศนาได้ในคืนเดียว
เจ้ารู้ไหมว่าสมุดเล่มเล็กๆ นี้มีค่าแค่ไหน
มีสมุดเล่มนี้ การที่ตระกูลอวิ๋นจะผงาดขึ้นเป็นตระกูลปรุงยาอันดับต้นๆ ของต้าเว่ย ก็แทบจะเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว
ลุงไม่รู้จะขอบคุณเจ้ายังไงดี..."
บางครั้งบุญคุณที่ยิ่งใหญ่เกินไป ก็ทำเอาคนรับทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
"ฮูหยินสามรักและดูแลข้าเหมือนลูกในไส้ ถ้าไม่มีฮูหยินสามคอยปกป้องข้าในตระกูลเซิน ป่านนี้ข้าไม่รู้จะมีสภาพเป็นอย่างไร
สิ่งเหล่านี้ ท่านลุงไม่ต้องขอบคุณหรอกขอรับ เป็นสิ่งที่เซินหานควรทำ"
เซินหานพูดเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ท่านลุงอวิ๋นรู้ดีว่า บุญคุณครั้งนี้ต้องจดจำไว้ให้มั่น
หากตระกูลอวิ๋นแข็งแกร่งขึ้น ก็จะเป็นเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดให้เซินหาน
ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องปรุงยาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
ชายชราเคราขาวผู้หนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ท่านพ่อ ท่านมาได้ยังไงขอรับ"
"ไอ้ลูกไม่รักดี เจ้าดูแลกิจการของตระกูลแบบนี้รึ
วันนี้อุตส่าห์เชิญเถ้าแก่ซามาได้ เจ้ากลับบอกว่าไม่มีเวลา!
เจ้ารู้จักฐานะตัวเองบ้างไหม ยาคืนพลัง ยาบำรุงเลือด ไม่ใช่มีแค่ตระกูลอวิ๋นที่ปรุงได้
ถ้าเราไม่เอาใจเถ้าแก่ซา คนอื่นก็จะมาแย่งส่วนแบ่งนี้ไปทันที!"
ไม่ผิดแน่ ชายชราเคราขาวผู้นี้คือผู้นำตระกูลอวิ๋นคนปัจจุบัน
หรือก็คือท่านตาของเซินหาน พ่อของฮูหยินอวิ๋นนั่นเอง
เซินหานยืนอยู่ข้างๆ รีบทำความเคารพท่านผู้นำตระกูลอวิ๋น
ตอนนี้เองที่ท่านตาอวิ๋นเพิ่งจะสังเกตเห็นเซินหาน
"เจ้าคือเซินหานสินะ มาอยู่ตระกูลอวิ๋นเคยชินหรือยังล่ะ"
เทียบกับตอนคุยกับลูกชาย น้ำเสียงตอนคุยกับหลานช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว
"ได้รับความเมตตาดูแล ข้ากับเสี่ยวไฉ่หลิงมีความสุขมากขอรับ"
"งั้นก็ดี ทำตัวเหมือนเป็นบ้านตัวเองนะ
แต่วันนี้ ตาต้องขอลากตัวลุงเจ้าไปก่อน มีเรื่องด่วนต้องจัดการ เจ้าสองคนพักผ่อนกันไปก่อนนะ"
พูดจบ ท่านตาอวิ๋นก็โบกมือ เรียกให้บ่าวรับใช้พาเซินหานกับเสี่ยวไฉ่หลิงไปหาอะไรเล่นสนุกๆ
แต่ท่านลุงอวิ๋นกลับยืนยิ้มแป้น
"เถ้าแก่ซาคนนั้นคุยกันทีไร ก็มีแต่คำพูดดูถูกตระกูลอวิ๋น ความจริงข้าก็ไม่อยากร่วมมือกับเขาอยู่แล้ว..."
พูดยังไม่ทันจบประโยค ท่านตาอวิ๋นก็ง้างมือจะฟาด
"ข้าว่าเจ้ากะจะล้างผลาญตระกูลอวิ๋นให้พังพินาศใช่ไหม
เถ้าแก่ซาเขากิจการใหญ่โต เจ้ามีสิทธิ์อะไรไปปฏิเสธเขา"
ถึงจะโดนด่า แต่ท่านลุงอวิ๋นก็ยังยิ้มระรื่น
"ก็สิทธิ์จากไอ้พวกนี้ไงขอรับ"
เขาเบี่ยงตัวหลบ
บนโต๊ะด้านหลัง ปรากฏเม็ดยาวางเรียงรายอยู่
ท่านลุงอวิ๋นไม่เก็บอาการดีใจอีกต่อไป
"ท่านพ่อ นับจากวันนี้ไป ตระกูลอวิ๋นของเรา ไม่ต้องคอยดูสีหน้าใครเพื่อหากินอีกแล้ว
ตระกูลของเรา กำลังจะก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่!"
ท่านตาอวิ๋นเดินเข้าไปใกล้ หยิบเม็ดยาขึ้นมาดม พินิจดูอย่างละเอียด
ไม่ผิดแน่ นี่คือยาระดับสูง
แถมยังเป็นยาที่คุณภาพดีเยี่ยมเสียด้วย!
"ยาพวกนี้... เจ้าปรุงเองรึ?"
ท่านลุงอวิ๋นยื่นสมุดเล่มเล็กให้
"เป็นเซินหานที่ทำความเข้าใจตำรายาบนผนังห้องปรุงยาเมื่อคืน แล้วจดบันทึกออกมาขอรับ
ซวนเอ๋อร์บอกว่าเซินหานมีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ เพิ่งฝึกได้แค่สี่เดือนกว่า ก็ก้าวสู่ระดับแปด
ไม่นึกเลยว่า พรสวรรค์ด้านการปรุงยา ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน"
ท่านลุงอวิ๋นแสดงความชื่นชมออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ส่วนท่านตาอวิ๋น ประคองสมุดเล่มนั้นด้วยสองมือ สีหน้าแทบจะเปลี่ยนเป็นเลื่อมใสศรัทธา
ตอนเปิดหน้ากระดาษ มือไม้สั่นเทาด้วยความระมัดระวัง
อ่านสูตรยาแรกจบ ท่านตาอวิ๋นก็เริ่มเตรียมสมุนไพรและอุปกรณ์
นาทีนี้ เถ้าแก่ซงเถ้าแก่ซาอะไรนั่น
ลืมไปหมดสิ้นแล้ว
โยนสมุนไพรลงหม้อ เร่งไฟ...
ราวสองเค่อ (30 นาที) ยาทะลวงขอบเขต ก็เสร็จสมบูรณ์
ผิวสีเทาดำ ไม่อาจปิดกั้นกลิ่นหอมของยาที่อยู่ภายใน
ทำตามวิธีที่เขียนไว้ในสมุด การปรุงยาระดับสูงกลับดูง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ
ตอนนี้ ท่านตาอวิ๋นเข้าใจแล้วว่าทำไมลูกชายถึงกล้าพูดแบบนั้น
ไอ้เถ้าแก่ซา... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่า 'ไอ้หนูซา'
จากนี้ไป พ่อค้าขายยาอย่างไอ้หนูซา จะต้องเป็นฝ่ายมาคุกเข่าอ้อนวอนตระกูลอวิ๋น
"ไม่ต้องมองหน้าข้า เซินหานเป็นคนเขียน ลูกชายท่านไม่มีปัญญาทำได้หรอก"
ท่านลุงอวิ๋นเหมือนรู้ทันว่าพ่อจะพูดอะไร เลยชิงพูดดักคอไว้ก่อน
ท่านตาอวิ๋นหันไปมองเซินหาน อ้าปากพะงาบๆ อยู่นาน แต่พูดไม่ออกสักคำ
"ท่านตาอยากพูดอะไร หลานรู้หมดแล้วขอรับ"
เห็นเซินหานรู้ความเช่นนี้ ท่านตาอวิ๋นยิ่งซาบซึ้งใจ
"เจ้าเด็กคนนี้ มิน่าล่ะซวนเอ๋อร์ถึงบอกว่าเจ้ารู้ความนัก...
เขาว่าเด็กที่รู้ความมักถูกเอาเปรียบ แต่ตระกูลอวิ๋นของเรา จะไม่มีวันยอมให้เจ้าถูกเอาเปรียบอีกเด็ดขาด"
พูดจบ ท่านตาอวิ๋นก็จูงมือเซินหานเดินออกจากห้องปรุงยา
แล้วหันไปสั่งบ่าวรับใช้ "ถ่ายทอดคำสั่ง นับจากวันนี้ ปิดจวนหนึ่งเดือน งดรับออเดอร์ยาทุกชนิด"
เดินตามท่านตาอวิ๋นมาที่สวนหลังบ้าน
สวนหลังบ้านเงียบสงบกว่ามาก ท่านลุงอวิ๋นเดินตามมาเงียบๆ รอฟังพ่อพูด
"ความจริงยาระดับสูงบางชนิด ตาแก่คนนี้ก็ปรุงได้ แต่ความสำเร็จมีแค่สามส่วน
นอกจากจะเปลืองสมุนไพรแล้ว ยังเปลืองแรงเปลืองเวลาเป็นวันๆ
แต่สูตรยาที่เจ้าเขียนมา มันเป็นการยกระดับแบบก้าวกระโดด ไม่ถึงชั่วยาม ก็ได้ยาออกมาแล้ว..."
ในฐานะคนนอกวงการ เซินหานไม่รู้จริงๆ ว่า "ตำราเหอลั่ว" เล่มนี้มีค่าแค่ไหน
แต่พอดูจากปฏิกิริยาของท่านตากับท่านลุง ก็พอจะเข้าใจได้บ้างแล้ว
"ท่านตาอย่าถือเป็นคนอื่นคนไกลเลยขอรับ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน วันหน้าข้ายังต้องพึ่งใบบุญตระกูลอวิ๋นให้คุ้มครองอีก"
พอพูดแบบนี้ สองพ่อลูกตระกูลอวิ๋นก็นึกขึ้นได้
เซินหานยังมีสัญญาหมั้นหมายติดตัว
เรื่องที่ตระกูลเซินอยากจับคู่เซินเยี่ยกับซูจินอวี่ ก็ไม่ใช่ความลับอะไร
"หลานวางใจเถอะ ตระกูลอวิ๋นแม้อิทธิพลจะสู้ตระกูลเซินไม่ได้ แต่ตระกูลเซินก็ไม่กล้าบุกมาแย่งคนถึงในจวนตระกูลอวิ๋นหรอก
เพียงแต่ตาคิดว่า เจ้ามีพรสวรรค์ขนาดนี้ ตระกูลเซิน..."
จริงอยู่ ถ้าเซินหานแสดงศักยภาพ ตระกูลเซินน่าจะหันมาปกป้องดูแล
"ตั้งแต่เล็กข้าถูกกีดกันในตระกูลเซิน โดยเฉพาะท่านย่าที่รังเกียจข้า ชีวิตในจวนตระกูลเซินมันบัดซบมาก
ในสายตาพวกเบื้องบนตระกูลเซิน ข้าคงกลายเป็นตัวอันตรายที่มีแต่ความเคียดแค้นต่อตระกูล
ซึ่งพวกเขาก็คิดถูก ข้าเกลียดตระกูลเซินจริงๆ
ในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งข้าแสดงพรสวรรค์ออกมา พวกเขาก็ยิ่งกังวล
อีกอย่าง ตระกูลเซินมีลูกชายคนโตอัจฉริยะอย่างเซินเยี่ยอยู่แล้ว ไม่ได้ขาดแคลนทายาทสืบทอดแต่อย่างใด"
[จบแล้ว]