- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 28 - แม่จะฆ่ามันให้เจ้าเอง โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ
บทที่ 28 - แม่จะฆ่ามันให้เจ้าเอง โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ
บทที่ 28 - แม่จะฆ่ามันให้เจ้าเอง โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ
บทที่ 28 - แม่จะฆ่ามันให้เจ้าเอง โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ
★★★★★
ทันทีที่สัมผัสถึงแรงกดดันจากเซินเอ้า เซินหานก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
วาจาสิทธิ์ในวิถีปัญญาชน คือการใช้พลังจิตเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและกฎเกณฑ์
ส่วน "เจตจำนงกระบี่วิถีสวรรค์" ก็มีหลักการเดียวกัน
เพียงแต่วิชานี้ใช้พลังจิตสร้างเจตจำนงกระบี่สะเทือนฟ้า เพื่อหักล้างกฎเกณฑ์เหล่านั้น
ตะโกนสั่งให้ "คุกเข่า" แต่ภาพที่เซินเอ้าวาดฝันไว้กลับไม่เกิดขึ้น
ไอ้ขยะเซินหานในสายตาเขา ยังคงก้มหน้าพันแผลให้สาวใช้อย่างใจเย็น
พันสองรอบ แล้วผูกเงื่อนตายเบาๆ
ทำแผลเสร็จ เซินหานค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ก้มลงมองเซินเอ้า
สาเหตุหลักที่เซินเอ้าชอบสั่งให้คนคุกเข่า ก็เพราะเขาเกลียดการที่คนอื่นมองลงมาที่เขา
โดยเฉพาะพวกที่พรสวรรค์ด้อยกว่า ยิ่งยอมไม่ได้
"จงคุกเข่า!"
ตะโกนสั่งอีกครั้ง แต่คราวนี้ทำได้แค่สร้างระลอกคลื่นจางๆ รอบตัวเซินหานเท่านั้น
ในมือถือกิ่งหลิว เซินหานก้าวเดินเข้าไปหาเด็กปีศาจวัยสิบขวบ
อาจเป็นเพราะโดนเซินเอ้ารังแกมาถ้วนหน้า ในใจลึกๆ ของบ่าวไพร่ที่มุงดูอยู่ ต่างก็เชียร์ให้เซินหานจัดการสั่งสอนเด็กนี่สักที
"ไสหัวไป!"
เซินเอ้ามุ่งมั่นในวิถีปัญญาชน อายุยังน้อยแต่บรรลุระดับแปด นับว่าเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ
ความสามารถวาจาสิทธิ์ทำให้เขามั่นใจในพลังของตนเอง
แต่ลูกไม้ของเขาใช้กับเซินหานไม่ได้ผลเลยสักนิด
"คุก..."
เขายังพยายามจะลองอีกครั้ง แต่คำพูดยังไม่ทันหลุดจากปาก ก็โดนเซินหานหิ้วคอเสื้อจนตัวลอย
ถ้าพลังวิเศษใช้ไม่ได้ผล เซินเอ้าก็ไม่มีอะไรไปสู้เซินหานได้
เซินหานที่มีรากฐานระดับเก้าแน่นปึ้ก มีพละกำลังเหนือกว่าเด็กน้อยอย่างเซินเอ้าหลายเท่าตัว
"ปล่อยข้านะ! ไอ้ลูกที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน ตัวซวย!
เจ้ากล้าลบหลู่ข้า ท่านแม่กับท่านย่าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!
พี่ใหญ่ข้าจะถลกหนังเจ้า..."
เซินเอ้ายังเด็ก เสียงของเขายังเล็กแหลมเหมือนเด็กทั่วไป
แต่ทุกคำพูดล้วนโหดเหี้ยมอำมหิต
บ่าวไพร่ที่มุงดูต่างจ้องตาค้าง ในใจคาดหวังให้เซินหานตบสั่งสอนไอ้เด็กเวรนี่สักฉาด
แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เซินหานกล้าหิ้วคอเสื้อเซินเอ้าแบบนี้ ก็นับว่าใจกล้าบ้าบิ่นมากแล้ว
ใครจะกล้าตีเซินเอ้า...
คิดยังไม่ทันจบ กิ่งหลิวในมือเซินหานก็ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ฝ่ามือของเซินเอ้า
เพียะ!
"เจ้ากล้า..."
"ทำไมข้าจะไม่กล้า?"
เซินหานสวนกลับเสียงเย็น แล้วฟาดกิ่งหลิวใส่ฝ่ามือเซินเอ้าอีกที
เพียะ!
ไปเรียนที่เมืองหลวงมาสองปี แม้พลังจิตจะพัฒนาไปไกล แต่ร่างกายของเซินเอ้าก็ยังบอบบางสู้พวกฝึกยุทธ์ไม่ได้
ความหยิ่งผยองเมื่อครู่หายวับไปกับตา ใบหน้าเริ่มฉายแววหวาดกลัว
พี่ชายห้าคนนี้ ไม่เหมือนที่เขาจินตนาการไว้เลย
นอกจากจะรังแกไม่ได้แล้ว ยังกล้าสู้กลับอีกต่างหาก...
เมื่อคำขู่ใช้ไม่ได้ผล เซินเอ้าก็เริ่มร้องขอความช่วยเหลือ ตะโกนสั่งให้บ่าวไพร่ไปตามฮูหยินใหญ่กับท่านย่า
แต่คราวนี้ ตะโกนจนคอแตกก็ไม่มีใครขยับ
เหล่าบ่าวไพร่ยืนนิ่งเป็นตอไม้ แถมบางคนยังแอบสะใจลึกๆ...
บางคนถึงกับแอบปรบมือเชียร์เซินหานเบาๆ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม คุณหนูเจ็ดที่กะมาดูเรื่องสนุก เดินเข้ามาเห็นภาพเซินเอ้ากำลังโดนทำโทษ
มือสองข้างบวมเป่ง ความอวดดีบนใบหน้ามลายหายสิ้น
ในที่สุดเขาก็รู้จักคำว่า "กลัว"
อยู่ที่เมืองหลวง มีเซินเย่คอยหนุนหลัง ต่อให้สู้ไม่ได้ เซินเอ้าไปหาเรื่องใครก็ไม่มีใครกล้าเอาเรื่อง
แต่อยู่ที่นี่ เซินหานไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
โดยเฉพาะตอนเห็นเลือดที่เข่าของเสี่ยวไฉ่หลิง หมัดของเซินหานก็ยิ่งหนักหน่วงขึ้น
คุณหนูเจ็ดขยี้ตาตัวเอง แวบแรกนางนึกว่าตัวเองตาฝาดเห็นภาพหลอน
มองอยู่ตั้งนาน ถึงจะเชื่อว่าสิ่งที่เห็นเป็นเรื่องจริง
เซินหานกำลังสั่งสอนคุณชายแปด...
รู้สึกว่าเรื่องจะบานปลาย คุณหนูเจ็ดรีบวิ่งแจ้นไปที่เรือนของฮูหยินเหอ
"ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าขา น้องแปดเขา..."
"เป็นอะไรไป? ไปก่อเรื่องมาเหรอ?"
ฮูหยินเหอยิ้มแก้มปริ นางรอลูกชายไปก่อเรื่องอยู่พอดี
ทำให้เซินหานพิการ แล้วนางในฐานะผู้ใหญ่ก็แกล้งทำเป็นดุลูกชายนิดหน่อย
สั่งกักบริเวณสักสองวัน เรื่องก็จบแบบแฮปปี้~
งานแต่งระหว่างเซินหานกับซูจินอวี่ ก็จะถูกยกเลิกด้วยเหตุผลว่าฝ่ายชายพิการ ไม่เหมาะสมกับอัจฉริยะตระกูลซู
"น้องแปด... กำลังโดนเซินหานตี...
โดนตีมาพักใหญ่แล้วเจ้าค่ะ..."
คุณหนูเจ็ดหอบแฮกๆ พูดตะกุกตะกัก
"เอ้าเอ๋อร์โดนตี? เป็นไปไม่ได้~"
ฮูหยินเหอหัวเราะร่า "เด็กคนนั้นนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้มีฝีมือระดับแปด ในจวนนี้ใครจะกล้าแหยมกับเขา?
เฮ้อ แม่ยังกลัวว่าเขาจะไปรังแกพวกพี่น้องคนอื่นเลยเนี่ย"
ฮูหยินเหอยังไม่เชื่อ แต่คุณหนูเจ็ดย้ำอีกครั้ง
แถมยังสาบานว่าเห็นกับตาว่าเซินเอ้ากำลังโดนฟาด
เห็นลูกสาวพูดจาจริงจัง ฮูหยินเหอก็เริ่มใจคอไม่ดี รีบลุกขึ้นเดินไปทางเรือนเซินหาน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็หันมาสั่งให้คุณหนูเจ็ดไปตามท่านย่ามาด้วย
ณ เรือนพักฝั่งตะวันออก
เซินเอ้าสิ้นลายโดยสมบูรณ์ มองเซินหานด้วยสายตาหวาดผวา
คนขี้เบ่งอย่างเขา ไม่เคยคิดฝันว่าจะโดนเซินหานเล่นงาน
ในความทรงจำ เซินหานเป็นคนเงียบๆ เจียมเนื้อเจียมตัว โดนผู้ใหญ่ด่าว่าก็ก้มหน้ารับฟัง
ทำไมพออยู่ต่อหน้าเขา ถึงได้โหดขนาดนี้...
ไม่นาน ฮูหยินเหอก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง
พอเห็นลูกรักโดนตีจริงๆ นางแทบคลั่ง
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่นางทะนุถนอมปานไข่ในหิน กลับมาโดนไอ้ลูกทิ้งของตระกูลสั่งสอนแบบนี้
"เซินหาน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
ฮูหยินเหอหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ผลักบ่าวไพร่ที่ขวางทางออก พุ่งเข้าไปกอดเซินเอ้าไว้
พอเห็นแม่มา เซินเอ้าเหมือนเห็นพระมาโปรด น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาทันที
ปากก็พร่ำพูดไม่หยุด "ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน"
"โอ๋ๆ แม่จะฆ่ามันให้เจ้าเอง เด็กดี ไม่ร้องนะ"
ฮูหยินเหอลูบหัวปลอบใจลูกชาย เห็นมือที่บวมเป่งของลูก นางก็รีบนวดให้อย่างเบามือ
ระหว่างนั้นก็เงยหน้ามองเซินหาน แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด
"เซินหาน! เจ้าเป็นพี่ชาย กล้าดียังไงมาทุบตีน้อง! รอท่านย่ามาก่อนเถอะ เจ้าต้องโดนลงโทษอย่างหนัก!"
เมื่อเจอกับคำพูดอาฆาตมาดร้ายของฮูหยินเหอ เซินหานกลับคารวะนางอย่างนอบน้อม
"ฮูหยินใหญ่กล่าวผิดแล้ว ข้าไม่ได้ทุบตีน้องชาย แต่กำลังสั่งสอนชี้แนะน้องชายต่างหาก"
สิ้นเสียง ท่านย่าก็เดินเข้ามาถึงหน้าประตูเรือน โดยมีสาวใช้คอยประคอง
"ถ้าเจ้าพูดแบบนี้ งั้นพวกข้าที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ก็สั่งสอนเจ้าแบบนี้ได้เหมือนกันสินะ!"
ใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านย่าฉายแววเกรี้ยวกราด
หลานคนเล็กคนนี้ช่างออเซาะฉอเลาะ แถมยังฉลาดหลักแหลม นางรักหลานคนนี้ที่สุด
ขนาดนางที่เป็นย่ายังตามใจเซินเอ้าทุกอย่าง เซินหานกล้าดียังไงมาตีเขา!
[จบแล้ว]