- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 26 - เจตจำนงกระบี่ล่องลอย!
บทที่ 26 - เจตจำนงกระบี่ล่องลอย!
บทที่ 26 - เจตจำนงกระบี่ล่องลอย!
บทที่ 26 - เจตจำนงกระบี่ล่องลอย!
★★★★★
เซินฟูเดินเกาะแขนหลิ่วซีหลาน ปากก็พร่ำพูดถึงเรื่องฝึกยุทธ์ไม่หยุด
ความนัยก็คืออยากให้หลิ่วซีหลานช่วยดันนางให้ขึ้นระดับเก้า
"น้องเล็ก เส้นทางการฝึกยุทธ์ จำเป็นต้องมีตัวช่วยก็จริง แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องพึ่งพาความเพียรพยายามของตัวเอง
ในฐานะพี่สาว ข้าแนะนำเจ้าได้ แต่คงช่วยยกระดับให้เจ้าโดยตรงไม่ได้หรอก"
หลิ่วซีหลานพูดชัดเจนมากแล้ว
แต่เซินฟูยังทำปากยื่นปากยาว ไม่พอใจ
"พี่หญิงหลิ่วช่วยเซินหานขึ้นระดับเก้าได้ ทำไมจะช่วยข้าบ้างไม่ได้ล่ะ..."
"ข้าไปช่วยเขาขึ้นระดับเก้าตอนไหน?"
หลิ่วซีหลานงงเป็นไก่ตาแตก นางเพิ่งรู้ว่าเซินหานขึ้นระดับเก้าก็วันนี้นี่เอง
ทำไมเซินฟูถึงพูดเป็นตุเป็นตะว่านางช่วยเขา
"พวกเรารู้กันหมดแล้ว ตอนพี่หญิงหลิ่วมาอวิ๋นอันครั้งแรก เซินหานกินยาหลอมกระดูกเข้าไป ก็ได้ยาเม็ดวิเศษของพี่หญิงหลิ่วช่วยชีวิตไว้..."
หลิ่วซีหลานถอนหายใจ นางอธิบายไปตั้งกี่รอบแล้วว่ายาเม็ดนั้นแค่แก้ปวด ไม่มีสรรพคุณอื่น
แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อ
"แล้วก็หลังจากนั้น เซินหานไปเก็บกากยาที่คนทิ้งแล้วมาต้มอาบ จู่ๆ ก็เลื่อนเป็นระดับเก้าได้เฉย
ถ้าไม่ใช่อานิสงส์จากยาเม็ดวิเศษของพี่หญิงหลิ่ว ลำพังน้ำยากากเดนพวกนั้น จะช่วยให้เลื่อนระดับได้ยังไง?"
เซินฟูเบะปาก ไม่สบอารมณ์สุดๆ
แต่หลิ่วซีหลานจับใจความได้แค่เรื่องเซินหานเก็บกากยา
คิ้วงามขมวดมุ่น หันไปมองเซินฟู
"ตระกูลเซินเป็นตระกูลแม่ทัพใหญ่โต ลูกหลานในบ้านจะใช้น้ำยาแช่ตัว ถึงกับต้องไปเก็บกากยาของคนอื่นมาใช้เชียวหรือ?
แค่เพราะเซินหานได้รับสมรสพระราชทานคู่กับจินอวี่ ถึงต้องโดนปฏิบัติแบบนี้?"
ได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของหลิ่วซีหลาน เซินฟูรีบก้มหน้าหลบสายตา
"ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เซินหานทำตัวเอง...
ใครใช้ให้แม่เขาทำเรื่องงามหน้าให้ตระกูล ท่านย่าไม่ชอบขี้หน้าเขา พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้..."
หลิ่วซีหลานเงียบไป ในใจรู้สึกอึดอัด
โชคดีที่นางไม่ได้เกิดในตระกูลใหญ่แบบนี้ ขืนต้องมาเจอสภาพแบบเซินหาน คงตรอมใจตายไปนานแล้ว
หลิ่วซีหลานปฏิเสธคำเชิญของเซินฟู คืนนี้ไม่ได้ค้างที่จวนตระกูลเซิน
แต่กลับไปพักที่โรงเตี๊ยมอวิ๋นอัน
คืนฤดูใบไม้ร่วง พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง
หลิ่วซีหลานนั่งอยู่บนหลังคาจวน คิดทบทวนคำพูดของเซินฟูเมื่อตอนกลางวัน
ใช้กากยาที่คนอื่นทิ้งแล้วมาต้มน้ำอาบ
อาศัยแค่กากยาพวกนั้น เซินหานกลับเลื่อนระดับเป็นจอมยุทธ์ระดับเก้าได้สำเร็จ
หลิ่วซีหลานรู้สึกเห็นใจในชะตากรรมของเซินหาน และทึ่งในพรสวรรค์ของเขาไปพร้อมๆ กัน
การปรุงน้ำยาแช่ตัวต้องมีสูตรที่แม่นยำ
ถ้าไม่ใช่หมอยาหรือนักปรุงยา ใครจะกล้ามั่วสูตรส่งเดช
ขืนปรุงผิด นอกจากจะไม่ได้เลื่อนระดับ ร่างกายอาจพังพินาศได้
แต่เซินหานกลับใช้แค่กากยา บรรลุถึงระดับเก้า
สงสัยสวรรค์คงเมตตาเขาจริงๆ
ณ เรือนพักฝั่งตะวันออก จวนตระกูลเซิน
เซินหานนั่งอยู่ขอบเตียง พลิกอ่านคัมภีร์ในมือ
ไม่นาน ตัวอักษรสีขาวก็ลอยขึ้นมาบนหน้าปก
[คัมภีร์ที่เข้าใจยากสุดขีด]
ช่วงนี้เซินหานเริ่มจับทางความสามารถของตัวเองได้แล้ว
คุณสมบัติสีขาว มักจะเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน
พอดึงออกไป คุณสมบัติของสิ่งของก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
เซินหานเตรียมคุณสมบัติไว้รอแล้ว
ดึงคุณสมบัติสีขาวออก แล้วใส่คุณสมบัติ [ที่เข้าใจง่าย] เข้าไปทันที
เปิดคัมภีร์วิชากระบี่อีกครั้ง เนื้อหาข้างในเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว
เซินหานหยิบพู่กันขึ้นมา จดบันทึกเนื้อหาลงไปไม่หยุด
เพราะพรุ่งนี้ต้องคืนคัมภีร์ให้หลิ่วซีหลาน เขาต้องดึงคุณสมบัติออกให้กลับเป็นเหมือนเดิม
วิชากระบี่เล่มนี้ต่างจาก "เพลงกระบี่อัสดง" โดยสิ้นเชิง
"เพลงกระบี่อัสดง" เน้นความหนักหน่วง มั่นคง
แต่วิชานี้เน้นสอนเรื่องเจตจำนงกระบี่ ในคัมภีร์เรียกว่า "เจตจำนงกระบี่ล่องลอย"
หัวใจของมันคือการผสานความจริงและความลวง
สะบัดมือครั้งเดียว เกิดเงากระบี่นับร้อย
ร้อยกระบี่ มีทั้งจริงทั้งลวงปนเปกัน
ถ้าคู่ต่อสู้แยกไม่ออก ก็ต้องรับมือกับพลังทำลายของทั้งร้อยกระบี่
หนึ่งจริง ร้อยลวง แค่ต้องคอยระวังก็เหนื่อยจนรากเลือดแล้ว
อ่านคัมภีร์ไป เซินหานก็ตาสว่าง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
เจตจำนงกระบี่ล่องลอยนี้ เกิดมาเพื่อการต่อสู้จริงชัดๆ
ขอแค่คู่ต่อสู้ดูไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนลวง ก็แพ้ไปแล้วครึ่งตัว
เซินหานอ่านจนเคลิ้ม ถึงกับลองจินตนาการภาพในหัว
ถือกระบี่ยาว ใช้เจตจำนงกระบี่ล่องลอย เข้าปะทะกับเจตจำนงกระบี่วิถีสวรรค์ในห้วงความคิด
เจตจำนงกระบี่วิถีสวรรค์ที่ฝังอยู่ในหัวก็น่าทึ่ง นอกจากจะใช้ฝึกสมาธิ ยังเอามาเป็นคู่ซ้อมได้ด้วย
รู้สึกเหมือนผ่านไปไม่นาน เสียงไก่ขันก็ดังมาจากนอกเรือน
เซินหานรวบรวมบันทึก ดึงคุณสมบัติออก คืนสภาพคัมภีร์ให้เป็นตามเดิม
ดูเหมือนเพื่อให้เซินหานมีเวลาทำความเข้าใจมากพอ หลิ่วซีหลานเลยรอจนถึงยามอู่ค่อยโผล่หน้ามา
ในมือหิ้วกล่องอาหารมาด้วย ซื้อมาจากภัตตาคารอวิ๋นอัน
นางเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนกินข้าวด้วยกันครั้งแรก เซินหานถึงห่อของเหลือกลับไปเยอะแยะ
ตระกูลเซินใจร้ายกับเขาจริงๆ
เห็นหลิ่วซีหลานมาถึง เซินหานก็รีบคืนคัมภีร์ให้
ยังไม่ทันที่นางจะถาม เขาก็ยื่นสมุดบันทึกที่เขียนเมื่อคืนให้
"ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด หัวใจของวิชากระบี่ชุดนี้คือเจตจำนงกระบี่ชนิดพิเศษ
แก่นแท้ของมันอยู่ที่ความจริงและความลวง ในตำราเรียกมันว่า เจตจำนงกระบี่ล่องลอย..."
ศิษย์พี่หลิ่วอุตส่าห์ให้ยืมคัมภีร์สุดยอดขนาดนี้มาอ่านทั้งคืน เขาจะทำให้ผิดหวังไม่ได้
พอได้ยินคำว่า "ความจริงและความลวง" หลิ่วซีหลานก็เริ่มตื่นเต้น
นางพอจะดูออกบ้าง เข้าใจเรื่องความจริงความลวงอยู่บ้าง แต่เจาะลึกไม่ได้
เซินหานใช้เวลาแค่คืนเดียว มองทะลุถึงเจตจำนงกระบี่ที่แท้จริง แถมยังเขียนคำอธิบายออกมาได้เป็นเล่ม
หลิ่วซีหลานไม่เข้าใจ อัจฉริยะขนาดนี้ ตระกูลเซินทำไมถึงกล้าย่ำยี?
เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงมานานแล้ว อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ
แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ายังใส่เสื้อผ้าบางๆ แถมปลายแขนเสื้อยังโผล่ผ้าลายดอกออกมาให้เห็น
ชัดเจนว่าเป็นเศษผ้าตัดเสื้อผู้หญิง
คิดแล้ว หลิ่วซีหลานก็ล้วงเงินก้อนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
"วันหน้าถ้าต้องใช้น้ำยาแช่ตัว อย่าไปเก็บกากยาที่คนทิ้งแล้วมาใช้อีกนะ..."
เซินหานชะงัก ไม่นึกว่าศิษย์พี่หลิ่วจะรู้เรื่องนี้ด้วย
"ขอบคุณศิษย์พี่หลิ่วที่เป็นห่วงขอรับ จริงๆ แล้วข้าสบายดี ไม่ลำบากอะไร"
"วันนี้กลับไปยอดเขาเสี่ยวเหยา ข้าจะเสนอชื่อเจ้ากับเหล่าผู้อาวุโสเซียนกระบี่ แนะนำให้เจ้ายอดเขาเสี่ยวเหยา
ถ้าสำเร็จ เจ้าก็ไม่ต้องทนอยู่ที่ตระกูลเซินอีกต่อไป"
ได้ยินดังนั้น เซินหานรีบคารวะขอบคุณ
ถ้าออกจากนรกขุมนี้ได้ อย่าว่าแต่เรื่องความก้าวหน้าเลย อย่างน้อยชีวิตเขาก็ปลอดภัยขึ้น
ยอดเขาเสี่ยวเหยาเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ ถ้าได้เป็นศิษย์ที่นั่น ตระกูลเซินคงไม่กล้าใช้วิธีสกปรกกับเขาอีก
"ยังมีอีกอย่าง ผู้อาวุโสท่านหนึ่งในยอดเขาเสี่ยวเหยาฝากมาให้เจ้า ท่านบอกว่าขอบใจที่เจ้าช่วยไขปริศนา 'เคล็ดวิชากายาภูผานที' เลยขอมอบกระบี่คู่กายให้"
พูดจบ ในมือหลิ่วซีหลานก็ปรากฏกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง
ปลอกกระบี่ส่องประกายเย็นเยียบ
เซินหานมองไปที่กระบี่ ตัวอักษรสีม่วงลอยขึ้นมาทันที
[กระบี่ยาวอันคมกริบไร้เทียมทาน]
แค่ดูจากคุณสมบัติ ก็รู้แล้วว่าเป็นของชั้นเลิศ
"กฎของตระกูลเซิน ถ้าผู้ใหญ่ไม่อนุญาต ห้ามพกอาวุธมีคม
ถ้าวันนี้ข้ารับกระบี่เล่มนี้ไว้ แล้วคนในบ้านรู้เข้า ตอนบ่ายคงโดนยึดเข้าคลังแสงแน่ขอรับ..."
เซินหานยิ้มขื่น
"รบกวนศิษย์พี่หลิ่วฝากขอบคุณผู้อาวุโสท่านนั้นด้วยขอรับ แต่ตอนนี้ข้ายังไม่มีวาสนาได้รับไว้จริงๆ"
ได้ยินเซินหานพูด หลิ่วซีหลานก็เข้าใจสถานการณ์
ท่านย่าตระกูลเซินเกลียดขี้หน้าเซินหานขนาดนั้น กฎระเบียบที่ผ่อนปรนให้คนอื่น ย่อมเข้มงวดกับเขาเป็นพิเศษ
ให้กระบี่ไปตอนนี้ อีกไม่นานก็คงตกไปอยู่ในมือคนอื่น
"งั้นข้าจะเก็บไว้ให้ก่อน รอจังหวะเหมาะๆ ค่อยมอบให้เจ้าอีกที"
[จบแล้ว]