เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - ใครบ้างใส่ร้ายคนไม่เป็น?

บทที่ 19 - ใครบ้างใส่ร้ายคนไม่เป็น?

บทที่ 19 - ใครบ้างใส่ร้ายคนไม่เป็น?


บทที่ 19 - ใครบ้างใส่ร้ายคนไม่เป็น?

★★★★★

ในมุมมองของฮูหยินอวิ๋น ท่านย่าอาจจะไม่ชอบเซินหาน

แต่ยังไงเซินหานก็แซ่เซิน

มีคำว่าเซินนำหน้า อาศัยอยู่ในจวนตระกูลเซิน ย่อมเกี่ยวพันกับหน้าตาของจวนโหว

ท่านย่าไม่เห็นแก่หน้าเซินหาน ก็ต้องเห็นแก่หน้าตระกูลเซินบ้าง

บนบัลลังก์ ท่านเจ้าเมืองสวีนั่งนิ่งสงบ ไม่รีบร้อนตัดสินคดี

เขารอท่านย่าตระกูลเซินส่งข่าวมา

โลดแล่นในวงราชการมานาน จนได้นั่งเก้าอี้เจ้าเมือง เขาย่อมมีความเฉลียวฉลาดในแบบของเขา

ไม่นาน บ่าวรับใช้ก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา

"ท่านย่าว่าอย่างไรบ้าง?"

คนอื่นยังไม่ทันถาม ท่านเจ้าเมืองสวีก็ชิงถามก่อน

"เรียนท่านเจ้าเมือง ท่านย่าบอกว่า คนทำผิดต้องได้รับโทษ

วันนี้ตระกูลเซินอาจจะเสียหน้า แต่ลูกหลานตระกูลเซินจะไปกู้หน้าคืนในสนามรบ..."

สิ้นคำบ่าวรับใช้ ทุกคนในศาลก็กระจ่างแจ้ง

คุณชายห้าตระกูลเซินผู้นี้ ถูกตระกูลตัดหางปล่อยวัดอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

มองดูเด็กหนุ่มกลางศาล ท่านเจ้าเมืองสวีอดรู้สึกสงสารไม่ได้

เด็กรุ่นนี้ของตระกูลเซิน มีอัจฉริยะอย่างเซินเย่ที่เก่งกาจกว่าปู่ตัวเองสมัยหนุ่มๆ

เมื่อมีดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้าขนาดนั้น พี่น้องคนอื่นย่อมดูหมองหม่นไร้แสง

แถมคู่หมั้นของเซินหาน ดันเป็นหญิงในดวงใจของพี่ชายอัจฉริยะคนนั้นอีก

เพื่อให้งานแต่งถูกยกเลิก การเสียสละเซินหานจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้...

ท่านเจ้าเมืองสวีส่ายหน้าเบาๆ อยู่ในสถานะแบบเซินหาน สู้ไปเกิดในบ้านชาวนาจนๆ ยังจะดีเสียกว่า

ถ้าโดนสักหน้า อนาคตก็ดับวูบ กลายเป็นคนชั้นต่ำ ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีกำลังใจมีชีวิตอยู่ต่อไหม...

ในศาล มีเพียงฮูหยินอวิ๋นที่ยังคงอ้อนวอนขอความเมตตาให้เซินหาน

นางหันไปขอร้องฮูหยินเหอและฮูหยินเซี่ย ขอให้พวกนางให้อภัยเซินหาน

"น้องอวิ๋น เซินหานทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล การเป็นขโมยทำให้พวกเราขายขี้หน้ากันหมด

ถ้าไม่ลงโทษให้เข็ดหลาบ คนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง ตระกูลเซินจะรักษาเกียรติยศแม่ทัพไว้ได้ยังไง!"

สองฮูหยินอ้างคุณธรรมน้ำมิตร อ้างเพื่อตระกูล เพื่อการอบรมสั่งสอนลูกหลาน ถึงต้องทำแบบนี้

ส่วนลูกหลานตระกูลเซินที่ตามมาดูเหตุการณ์ ต่างทำหน้าเย็นชา

ในสายตาพวกเขา คงคิดว่าเซินหานขโมยของจริง ถึงได้โดนลากตัวมาที่นี่

นอกศาล ชาวบ้านมุงดูต่างซุบซิบวิจารณ์

ส่วนใหญ่เข้าข้างเซินหาน รู้สึกว่าฮูหยินสองคนนี้ใจร้ายเกินไป

ยังมีคนพูดถึงเรื่องที่เซินหานต้องไปเก็บกากยาที่โรงยาเมื่อวันก่อน แสดงให้เห็นว่าชีวิตในจวนของเขาลำบากแค่ไหน

ขโมยเงินขโมยทอง ก็คงเพราะจนตรอกจริงๆ...

แต่เสียงวิจารณ์ของชาวบ้านตาดำๆ จะไปมีผลอะไร

"คุณชายห้าตระกูลเซิน พยานหลักฐานพร้อมมูล เจ้ามีอะไรจะแก้ต่างไหม?"

ท่านเจ้าเมืองสวีมองเซินหาน เด็กหนุ่มที่เจอเรื่องร้ายขนาดนี้ จิตใจคงเตลิดเปิดเปิงไปหมดแล้ว

ถ้าแก้ต่างไม่ขึ้น ต่อให้เขาอยากช่วย ก็คงจนปัญญา

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เซินหาน

เงียบอยู่นาน ในที่สุดก็ถึงตาเขาพูดบ้าง

ถ้ามีคนใส่ร้ายว่าเจ้าขโมยกินขนม วิธีที่โง่ที่สุดคือการผ่าท้องตัวเองให้ดู

เมื่อเจอกับการใส่ร้าย ถ้าไม่มีหลักฐานเด็ดขาด การพยายามแก้ตัวคือวิธีรับมือที่แย่ที่สุด

เซินหานเตรียมคำพูดไว้ในใจแล้ว ในเมื่อท่านใส่ร้ายข้า ก็ขออภัยที่ข้าต้องใส่ร้ายท่านกลับบ้าง

"ท่านเจ้าเมือง ผู้เยาว์เซินหานอาศัยอยู่ลำพังที่สวนผักฝั่งตะวันออก แม้จะยากจนข้นแค้น แต่ไม่มีวันทำเรื่องต่ำช้าอย่างการลักขโมยเด็ดขาด

เรื่องทั้งหมดนี้ ความจริงคือมีคนอยากจะสั่งสอนข้า ให้ข้าหุบปาก ให้ข้าไม่กล้าพูดความจริง"

พอเซินหานพูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนก็ชะงัก

ดูท่าเรื่องนี้จะมีอะไรในกอไผ่

"เซินหาน เจ้าหมายความว่า มีคนใส่ร้ายเจ้า?"

"เรียนท่านเจ้าเมือง ถูกต้องขอรับ"

ท่านเจ้าเมืองสวีขมวดคิ้ว มองไปที่ฮูหยินรองเซี่ยซึ่งเป็นพยานปากเอก

"คนที่เป็นพยานชี้ตัวเจ้า คือฮูหยินรองของตระกูลเจ้า เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดผิด?"

สิ้นเสียง ลูกหลานตระกูลเซินก็ตะโกนด่าเซินหานทันที

"ฮูหยินรองมีฐานะสูงส่ง จะลดตัวไปใส่ร้ายเจ้าทำไม?"

"ใช่ ไอ้คนจนตรอก ใส่ร้ายเจ้าแล้วจะได้อะไร?"

กลางศาล เซินหานแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ

"เรียนท่านเจ้าเมือง ข้าเซินหานเดินตรงนั่งตรง ไม่เคยคิดทำเรื่องลักขโมย

ที่ถูกใส่ร้าย ก็เพราะวันนั้นข้าดันไปเห็นเรื่องบัดสีบัดเถลิงเข้า..."

พูดถึงตรงนี้ เซินหานหยุดเว้นจังหวะนิดหนึ่ง

เป็นไปตามคาด คำพูดของเขาดึงดูดความสนใจของทุกคน

เรื่องบัดสีแม้จะน่ารังเกียจ แต่พวกไทยมุงชอบฟังเรื่องบัดสีที่สุด~

"เรื่องอะไรกันแน่?"

"ประมาณวันที่เจ็ด ข้าเห็นเรือนข้าลมโกรก เลยจะไปหาไม้เก่าๆ ในจวนมาซ่อม

แต่พอเดินผ่านสวนหลังบ้าน กลับเห็นบ่าวชายคนหนึ่งกับ... กับ..."

เซินหานทำท่าอึกอัก ยิ่งทำให้น่าสงสัยใคร่รู้เข้าไปใหญ่

แม้แต่ท่านเจ้าเมืองสวียังอยากรู้

"กับอะไร? ข้าเป็นเจ้าเมืองอยู่ที่นี่ เจ้าพูดความจริงมาเถอะ"

"กับฮูหยินรองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน แถมมือของทั้งสองคนยัง...

เรียนท่านเจ้าเมือง เรื่องนี้กระทบชื่อเสียงตระกูลเซิน ข้าไม่กล้าพูดต่อแล้วขอรับ..."

เซินหานละไว้ในฐานที่เข้าใจ ให้คนฟังไปจินตนาการต่อเอาเอง

"เหลวไหล!

ข้ารักนวลสงวนตัว จะไปทำเรื่องบัดสีพรรค์นั้นได้ยังไง!

ข้าจะตบปากเจ้า ให้เลิกพูดจาเลอะเทอะ!"

ฮูหยินรองเซี่ยที่เป็นพยาน นึกไม่ถึงว่าหอกจะพุ่งกลับมาทิ่มตัวเอง

ท่านเจ้าเมืองสวีโบกมือ มือปราบรีบเข้าไปขวางฮูหยินเซี่ยไว้

ปัง!

ไม้ตบโต๊ะดังสนั่น!

"เงียบ!"

"เซินหาน เจ้าพูดต่อสิ"

ท่านเจ้าเมืองสวียิ้มมุมปาก มองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เซินหานที่เติบโตมาในสภาวะกดดัน ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ จริงๆ

"ข้าบังเอิญไปเห็นเข้า ก็รู้สึกโกรธ เลยขู่ให้ฮูหยินรองกับบ่าวคนนั้นไปสารภาพผิดกับท่านย่า ไม่อย่างนั้นข้าจะเอาเรื่องนี้ไปแฉ...

แต่พวกเขากลับขู่ข้าว่า ถ้าข้ากล้าพูด จะทำให้ข้าตายไม่มีที่ฝัง

วันนี้ที่ใส่ร้ายข้าเรื่องขโมยของ ก็เพื่อเตือนให้ข้ารู้ฤทธิ์เดชของพวกเขา..."

ยิ่งพูด เซินหานก็ยิ่งใส่อารมณ์ ราวกับเจ็บแค้นแสนสาหัส

"แต่พวกเขาคิดผิด จะให้ข้าเซินหานยอมรับความอัปยศจากการสักหน้า เป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้า

ข้ายอมตายเสียดีกว่า ข้าไม่มีวันยอมจำนน!"

สิ้นคำแถลง ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ถึงกับปรบมือเชียร์โดยไม่รู้ตัว

ส่วนคนตระกูลเซินยืนงงเป็นไก่ตาแตก

ฮูหยินอวิ๋นมองเซินหาน นางก็ไม่รู้ว่าที่เซินหานพูดมาจริงหรือเท็จ แต่ฟังดูสมจริงมาก...

ท่ามกลางความงุนงง เซินเหลย (ลูกชายคนที่หก) พุ่งตัวออกจากฝูงชน ปล่อยหมัดใส่เซินหาน

"ใส่ร้ายท่านแม่ข้า แกตายซะเถอะ!"

หมัดนี้รุนแรงกะเอาให้ตาย ไม่รู้ว่าทำเพื่อระบายความโกรธ หรือมีเหตุผลอื่นแฝง

ในใจเขาคิดว่า เซินหานต้องตายสถานเดียว!

ถ้ามีคนมาสอบสวนทีหลัง ก็อ้างว่าทำไปเพราะความกตัญญู ทนไม่ได้ที่เซินหานลบหลู่มารดา เลยบันดาลโทสะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 19 - ใครบ้างใส่ร้ายคนไม่เป็น?

คัดลอกลิงก์แล้ว