- หน้าแรก
- บัลลังก์เลือดจอมจารชน
- บทที่ 8 - แยกย้าย
บทที่ 8 - แยกย้าย
บทที่ 8 - แยกย้าย
บทที่ 8 - แยกย้าย
เมื่อเห็นติงลี่แสดงท่าทางจริงจังขนาดนั้น เฉินเล่อเต้าก็หันไปมองสวี่เหวินเฉียงด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในใจแอบคิดว่าบทบาทนี้มันควรจะเป็นของติงลี่กับสวี่เหวินเฉียงไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นเขามารับบทนี้เสียเองล่ะ?
หรือว่าเขามีออร่าลูกพี่ใหญ่ซ่อนอยู่จนคนรอบข้างต้องก้มหัวให้ตั้งแต่แรกเจอ? ความคิดบ้าบอพวกนี้ผุดขึ้นมาในหัวจนเขารู้สึกตลกตัวเองเหมือนกัน
"เอาน่าๆ อย่าทำตัวเคร่งเครียดนักเลย งั้นต่อไปฉันเรียกนายว่าอาลี่ ส่วนนายจะเรียกฉันว่าอะไรก็ตามใจนายเถอะ" เฉินเล่อเต้าตบบ่าติงลี่เบาๆ เพื่อลดความกดดันในใจ
นี่เขาได้ลูกน้องมาคนแรกในเซี่ยงไฮ้แล้วสินะ
"หึๆ พี่ใหญ่!" ติงลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ดูมีความสุขสุดๆ ไปเลย
"มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะไอ้ฉางกว้าย เรียกพี่ใหญ่สิ! ไม่มีหูหรือไง" ติงลี่หันไปถีบเพื่อนเบาๆ หนึ่งทีตามสไตล์ ฉางกว้ายที่กำลังยืนดูเพื่อนหาลูกพี่คนใหม่เพลินๆ ก็โดนลากเข้ามาเอี่ยวด้วย
"แฮะๆ สวัสดีครับพี่ใหญ่" ฉางกว้ายยิ้มร่าทักทาย
เขาก็เห็นฝีมือเฉินเล่อเต้ามากับตาตัวเองเหมือนกัน เลยคิดว่าถ้ามีพี่ใหญ่เก่งๆ แบบนี้ ต่อไปคงไม่มีใครกล้ามารังแกพวกเขาเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว การเรียกพี่ใหญ่ครั้งนี้จึงมาจากใจจริงๆ
"เอาละ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ" เขาโบกมือตัดบท เพราะตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องจัดการ
"พวกเรารีบย้ายไปที่อื่นก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นเกิดเปลี่ยนใจตามมาจะวุ่นวายเปล่าๆ" เฉินเล่อเต้าสั่งการแล้วพาเดินต่อไปยังจุดที่ปลอดภัยกว่าเดิมจนถึงถนนใหญ่ที่คนไม่พลุกพล่านนัก
"เอาละ แยกกันตรงนี้แหละ" พวกเขาเดินมาถึงสุดสายถนนที่บรรยากาศดูเงียบสงบกว่าแถวสถานีเยอะ
"อาลี่ นายอยู่แถวจาเป่ยใช่ไหม ที่บ้านมีใครอยู่บ้างล่ะ" เฉินเล่อเต้าถาม ถึงในใจจะรู้ข้อมูลดีอยู่แล้วแต่เขาก็ต้องทำเป็นไม่รู้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ติงลี่พยักหน้าตอบว่า "มีแม่อยู่ที่บ้านคนหนึ่งครับ"
"งั้นนายนายรีบกลับไปหาแม่เถอะ อย่าตามพวกเรามาเลย" เฉินเล่อเต้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"นายบอกเองว่าพวกนั้นเป็นคนแถวนี้ ดีไม่ดีอาจจะมีใครจำหน้านายได้ก็ได้นะ" พูดจบเฉินเล่อเต้าก็ควักเหรียญเงินออกมาจำนวนหนึ่ง
"เอาเงินนี่ไป แล้วรีบพาแม่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวซะ อย่าเพิ่งกลับไปที่บ้านเดิมเดี๋ยวพวกนั้นจะตามไปราวีเอาได้"
"พี่ใหญ่ ผมเข้าใจแล้วครับ พี่พูดถูกไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าแม่ผมอีกแล้ว แต่เงินนี่ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ" ติงลี่เห็นด้วยเรื่องความปลอดภัยของแม่แต่เรื่องเงินเขาก็มีศักดิ์ศรีของเขา บุหรี่น่ะรับได้แต่เงินนี่มันดูจะมากเกินไปหน่อย
"รับไปเถอะ บอกแล้วไงว่าเป็นพี่ใหญ่ เงินนี่พี่ให้ถือว่าเป็นทุนให้แม่นายไปอยู่ที่ใหม่" เฉินเล่อเต้าทำเสียงเข้ม เขาให้เงินนี้ไม่ใช่เพราะรวยล้นฟ้าจนอยากแจกเล่นๆ หรอกนะ
แต่เขารู้ว่าติงลี่เป็นคนมีความสามารถและมีความทะเยอทะยาน การมีติงลี่เป็นพวกจะช่วยเขาได้เยอะในอนาคตที่เซี่ยงไฮ้ และอีกอย่าง เรื่องวันนี้ติงลี่ก็พลอยซวยเพราะเขาด้วย ถ้าไม่ยุ่งเรื่องนี้ติงลี่ก็คงแค่โดนซ้อมนิดหน่อยแล้วจบไป
ถ้าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ติงลี่ต้องมาเดือดร้อน เขาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ในยุคที่บ้านเมืองวุ่นวายเขาอาจจะโหดเหี้ยมได้บ้างเพื่อให้รอดพ้นแต่อย่างน้อยเขาก็ต้องมีหลักการและความเป็นคนหลงเหลืออยู่ในใจ
ไม่อย่างนั้น ต่อให้ข้ามเวลามาเขาก็คงโดนยุคสมัยนี้กลืนกินไปจนหมด
"พี่ใหญ่!" ติงลี่น้ำตาซึม เขาในตอนนี้ยังไม่ใช่ติงลี่มือขวาเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่เหี้ยมเกรียมในละคร แต่เป็นแค่พ่อค้าสาลี่ที่กำลังลำบาก พอเฉินเล่อเต้ามาทำเพื่อเขาขนาดนี้เขาก็ซึ้งใจจนพูดไม่ออก ความเคารพรักที่มีให้เฉินเล่อเต้าตอนนี้มันลึกซึ้งกว่าเดิมเยอะ
"เอาน่า อย่ามัวแต่อาลัยอาวรณ์ รีบไปได้แล้ว!" เฉินเล่อเต้าเร่ง เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าที่ทำไปนี่เพื่อซื้อใจคนหรือว่าสงสารจริงๆ กันแน่
"แล้วผมจะไปหาพี่ใหญ่ได้ที่ไหนครับ" ติงลี่ถามพลางรับเงินไปในที่สุด เพราะชีวิตแม่เขาสำคัญที่สุดตอนนี้ถ้ายังขืนปฏิเสธต่อก็จะดูเป็นการเสแสร้งเกินไป แถมในใจเขาก็ยิ่งขอบคุณเฉินเล่อเต้ามากขึ้นไปอีก
"เอ่อ..." เฉินเล่อเต้าชะงักไปเพราะเขาก็ยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ติงลี่ก็ต้องย้ายบ้านหนีอีก จะติดต่อกันยังไงดีล่ะเนี่ย
"ถ้าจะหาเขา ก็โทรมาที่บ้านฉันสิคะ นี่เป็นเบอร์ที่บ้านฉันเอง" เฝิงเฉิงเฉิงที่ยืนฟังอยู่นานรีบเสนอตัวทันที เธอหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาเขียนเบอร์แล้วฉีกส่งให้ติงลี่ ดีใจที่มีโอกาสได้ช่วยบ้าง
เฉินเล่อเต้ามองเธอเงียบๆ และพยักหน้าเห็นด้วยกับวิธีนี้
"ไปเถอะ อย่าช้า" เฉินเล่อเต้าไล่สองคนนั้นไป ติงลี่ในตอนนี้ทำตัวเรียบร้อยเหมือนน้องชายที่เชื่อฟังพี่ใหญ่ไม่มีผิด
"คุณสวี่ล่ะครับ จะไปไหนต่อ" พอติงลี่ไปแล้ว เฉินเล่อเต้าก็หันมาถามสวี่เหวินเฉียง
"ผมมีเพื่อนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ครับ ตั้งใจว่าจะไปหาเธอ" สวี่เหวินเฉียงมองทุกคนแล้วตอบอย่างสุภาพ
"คุณเฉิน คุณเฝิง คุณหวัง ดีใจที่ได้รู้จักนะครับ ผมคงต้องขอตัวตรงนี้" คำพูดของสวี่เหวินเฉียงดูนิ่งและรักษาระยะห่างพอสมควร สวี่เหวินเฉียงที่เพิ่งมาถึงเซี่ยงไฮ้ยังมีทิฐิและอุดมการณ์ของปัญญาชนอยู่เต็มตัว
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เฝิงเฉิงเฉิงถูกปองร้ายหรือเรื่องที่เฉินเล่อเต้ายิงปืนได้อย่างแม่นยำ ทุกอย่างมันบอกชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
และเขาที่เพิ่งมาถึงก็ยังไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากแบบนี้เท่าไหร่นัก
สวี่เหวินเฉียงในตอนนี้ยังต้องเจอประสบการณ์ชีวิตอีกเยอะกว่าจะกลายเป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
"ได้ครับ ไว้มีโอกาสคงได้พบกันใหม่" เฉินเล่อเต้ายิ้มรับอย่างไม่ถือสา เขาไม่แปลกใจเลยที่พี่เฉียงจะเลือกทางนี้ เพราะถ้าสวี่เหวินเฉียงทำตัวเหมือนติงลี่เขาก็คงไม่ใช่สวี่เหวินเฉียงที่เขารู้จัก
สวี่เหวินเฉียงลาทุกคนแล้วเดินแยกไป เหลือเพียงเฉินเล่อเต้ากับสองสาว
"พวกคุณจะเอายังไงต่อดีล่ะครับ ให้ผมช่วยเรียกรถให้ไหม" ถึงเฉินเล่อเต้าจะอยากเข้าหาเฝิงจิ้งเหยาผ่านลูกสาวแต่เขาก็ไม่อยากทำตัวให้ดูจงใจเกินไป
อย่างที่มีคนเคยว่าไว้ การเสนอตัวเข้าไปหามากเกินไปมันจะดูไม่มีค่า
"คุณเฉินคะ พวกเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันแล้วนะ คุณจะใจดำปล่อยพวกเราขึ้นรถไปเองคนเดียวจริงๆ เหรอคะ" หวังเยว่ฉีทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จใส่เฉินเล่อเต้าทันที เหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้เธอรู้ซึ้งเลยว่าเซี่ยงไฮ้น่ากลัวขนาดไหน ถึงเธอจะดูร่าเริงแต่ถ้าต้องให้ไปเองตอนนี้เธอก็กลัวเหมือนกัน เฉินเล่อเต้าอยู่ด้วยแล้วทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยกว่าเยอะ
เฝิงเฉิงเฉิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เธอมองใครก็ดูเป็นคนร้ายไปหมดเลย
"โธ่เอ๊ย คนร้ายมันไม่ได้มีอยู่ทุกที่หรอกครับ ป่านนี้พ่อคุณคงรู้เรื่องแล้วและคงส่งคนออกตามหาคุณให้วุ่นไปหมดแล้วล่ะ" เฉินเล่อเต้าหัวเราะกับท่าทางของทั้งคู่
เฉินเล่อเต้าเดาไม่ผิดเลย เพราะตอนนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลเฝิง เฝิงจิ้งเหยากำลังโกรธจนตัวสั่น แววตาที่ดูนิ่งสงบซ่อนไฟบรรลัยกัลป์ไว้ข้างใน วันเกิดครบรอบหกสิบปีของเขากลับมีคนกล้ามาลูบคมขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่การดูถูกแต่เหมือนการเอาเท้ามาลูบหน้าเขาชัดๆ
เขากำลังรอข่าวสาร และได้สั่งให้ลูกน้องทุกคนออกไปพลิกแผ่นดินเซี่ยงไฮ้หาตัวลูกสาวให้เจอ หลายปีมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจเขาขนาดนี้
บรรยากาศในห้องทำงานเครียดจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ลูกน้องคนสนิทก็ยังไม่กล้าเข้าไปรบกวนนอกจากลุงเซียงคนเดียวเท่านั้น
"กริ๊งงงง กริ๊งงงง"
จู่ๆ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น
เฝิงจิ้งเหยาที่กำลังนั่งนิ่งๆ เริ่มขยับเปลือกตา เขามองโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกหูขึ้นรับ
"ฮัลโหล" น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความโกรธที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อเหมือนภูเขาไฟที่กำลังจะประทุ
"คุณพ่อคะ นี่หนูเองค่ะ"
เสียงใสๆ ปลายสายทำให้ความขุ่นมัวในใจเฝิงจิ้งเหยามลายหายไปทันที สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและบรรยากาศในห้องก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"เฉิงเฉิง ลูกเป็นยังไงบ้าง อยู่ที่ไหน ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เขาถามออกไปด้วยความร้อนรนลืมมาดเจ้าพ่อไปเสียสิ้น
"หนูไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ ตอนนี้หนูอยู่ที่... พ่อส่งคนมารับหนูหน่อยนะ"
"ได้ลูก อยู่ตรงนั้นอย่าไปไหนนะ พ่อจะรีบส่งคนไปรับเดี๋ยวนี้เลย"
พอวางสายเขาก็รีบสั่งการลูกน้องทันที รถยนต์คันหรูพุ่งออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฝิงมุ่งหน้าไปตามที่ลูกสาวบอก พร้อมกับที่ลุงเซียงได้รับคำสั่งให้ไปจัดการเรื่องของเหิงซานให้สิ้นซาก
ทั้งสามคนเดินออกมาจากร้านค้าหลังจากโทรศัพท์เสร็จ เฉินเล่อเต้าช่วยถือกระเป๋าให้เฝิงเฉิงเฉิง ส่วนหวังเยว่ฉีต้องรับกรรมแบกกระเป๋าหนักอึ้งของตัวเองต่อไป
"คุณเฉินคะ พอพวกเราไปแล้วคุณจะไปไหนต่อเหรอคะ" เฝิงเฉิงเฉิงถามเฉินเล่อเต้าขณะยืนรอคนมารับ
"ผมคงไปหาโรงแรมพักผ่อนสักคืนก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกไปหาบ้านเช่าครับ" เขาพิงกำแพงมองดูถนนหนทางในเซี่ยงไฮ้ยุคนี้
เขตจาเป่ยอยู่ในความดูแลของรัฐบาลจีน คนที่เดินไปมาส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น มีทั้งผู้หญิงใส่กี่เพ้าสวยๆ ปัญญาชนใส่ชุดยาว แต่ส่วนมากก็คือชาวบ้านธรรมดาที่ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ
เฉินเล่อเต้ามองไปรอบๆ เห็นทั้งร้านตัดเสื้อ ร้านจำนำที่ดูเงียบเหงา แต่ร้านขายของชำกลับมีคนพลุกพล่านกว่า เขาเลยเดินไปที่ร้านค้าชั่วครู่
พอกลับออกมาเขาก็ถือบุหรี่ยี่ห้อ "เรือใบ" ติดมือมาด้วย
บุหรี่ยุคนี้มีหลายยี่ห้อมาก ยี่ห้อเรือใบจากอังกฤษนี่แหละที่เข้ามาในจีนตั้งแต่สมัยก่อนและเป็นที่นิยมมากเพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
นอกจากนี้ยังมีรุ่นอื่นๆ อย่าง "นางฟ้า" "อูฐ" หรือ "สามปืน"
บุหรี่นางฟ้าน่ะเป็นของโปรดของพวกสาวเต้นรำและเศรษฐีนีในเซี่ยงไฮ้เพราะสูบแล้วกลิ่นไม่ติดตัว ดูเป็นผู้ดี
แต่สาวๆ ตรงหน้าดูจะไม่ค่อยปลื้มบุหรี่เท่าไหร่ พอเห็นเฉินเล่อเต้าเดินเข้าไปในร้านแล้วออกมาพร้อมบุหรี่แค่ซองเดียว หวังเยว่ฉีก็ทำแก้มป่องมุ่ยปากทันที เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหวังเอาไว้เลย
นี่มันเวลาอาหารเที่ยงแล้วนะ! พวกเธอที่เป็นผู้หญิงน่ะยังไม่ได้กินอะไรเลยสักนิด!
เฉินเล่อเต้าไม่ทันสังเกตเห็นอาการนั้น เขาจุดบุหรี่สูบพลางเห็นหวังเยว่ฉีจ้องหน้าเขาก็เลยยื่นซองบุหรี่ให้แบบงงๆ
"...เชอะ!" หวังเยว่ฉีสะบัดหน้าหนีทันที
"คุณเฉินคะ... ไปบ้านฉันด้วยกันเถอะนะ คุณช่วยฉันมาตั้งสองครั้งแล้ว ฉันอยากจะขอบคุณคุณจริงๆ ค่ะ" เฝิงเฉิงเฉิงรวบรวมความกล้าพูดออกไปพลางมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่เธอชวนผู้ชายไปที่บ้าน พอพูดจบเธอก็เริ่มเขินจนหน้าแดงระเรื่อดูน่ารักจับใจ
เฉินเล่อเต้าเห็นแล้วก็อยากจะแกล้งหยอกสักหน่อยว่า "ถ้าจะขอบคุณก็เปลี่ยนเป็นแต่งงานกับผมสิครับ"
แต่เขาก็ยั้งปากไว้ทันเพราะนึกได้ว่านี่คือปี 1929 ไม่ใช่ยุคอนาคตที่พูดเล่นอะไรแบบนั้นได้ง่ายๆ
เขาตัดสินใจปฏิเสธ "เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ พ่อคุณคงเป็นห่วงมาก ผมไม่ไปรบกวนดีกว่าครับ"
เฝิงเฉิงเฉิงมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด หวังเยว่ฉีที่ยืนมองอยู่แอบเห็นแววตานั้นก็ถึงกับอ้าปากค้าง เธอเริ่มรู้สึกว่ามี "ความลับ" บางอย่างที่เธอกำลังจะค้นพบเสียแล้ว
"แล้วถ้าติงลี่จะติดต่อคุณล่ะคะ เขาโทรหาที่บ้านฉันแล้วไม่เจอคุณจะทำยังไง" เธอแอบดีใจลึกๆ ที่ติงลี่มีเบอร์เธอแล้ว
"อืม นั่นสิ" เฉินเล่อเต้าครุ่นคิด "งั้นคุณช่วยจดเบอร์ไว้ให้ผมด้วยละกัน เดี๋ยวผมตั้งหลักได้แล้วจะโทรไปหา"
เขายังไม่อยากไปบ้านตระกูลเฝิงตอนนี้หรอก เพราะการได้รับบุญคุณจากเฝิงจิ้งเหยาน่ะเป็นเรื่องดีแต่ถ้าทำตัวเหมือนจะไปทวงบุญคุณมันจะดูไร้ค่าและโดนดูถูกเปล่าๆ
เขาไม่มีความจำเป็นต้องรีบไปพบเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในตอนนี้หรอก รอให้เขาส่งคนมาเชิญเองจะดีกว่า เฉินเล่อเต้าคิดในใจอย่างใจเย็น
พอยังไงเธอก็ชวนไม่สำเร็จ เฝิงเฉิงเฉิงก็เลยเลิกตื้อ ถึงเธอจะเป็นนักศึกษาที่มีหัวคิดสมัยใหม่แต่เธอก็มีความเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจอยู่บ้าง พอโดนปฏิเสธครั้งแรกก็เลยแอบเคืองนิดๆ เหมือนกัน
ทั้งสามคนจมอยู่ในความคิดของตัวเองจนบรรยากาศเงียบลง
ไม่นานนักรถยนต์สีดำคันใหญ่ที่คุ้นตาในละครก็มาจอดตรงหน้า
ลุงเซียงก้าวลงจากรถพอเห็นคุณหนูปลอดภัยก็ถอนหายใจออกมาดังพรืดแล้วรีบเดินเข้ามาหาทันที
"คุณหนูครับ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ" ลุงเซียงถามด้วยความเป็นห่วงสุดใจ
"ไม่เป็นไรค่ะลุงเซียง" เฝิงเฉิงเฉิงยิ้มตอบ ลุงเซียงเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเธอที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็กๆ รองจากพ่อเขาก็คือคนที่เธอไว้ใจที่สุด
"ปลอดภัยก็ดีแล้วครับ กลับบ้านกันเถอะ ท่านเฝิงรออยู่จนนั่งไม่ติดแล้ว" ลุงเซียงเร่ง
"เดี๋ยวก่อนค่ะลุงเซียง หนูมีเพื่อนจะแนะนำให้รู้จัก" เฝิงเฉิงเฉิงหลบทางให้เห็นเฉินเล่อเต้า
"นี่คุณเฉินเล่อเต้า เพื่อนใหม่ของหนูเองค่ะ ครั้งนี้เขาเป็นคนช่วยชีวิตหนูไว้" เธอแนะนำด้วยความภูมิใจ
เฉินเล่อเต้าก้มหัวทักทายเล็กน้อย "สวัสดีครับลุงเซียง"
ลุงเซียงพยักหน้ายิ้มรับ "ขอบคุณคุณเฉินมากนะครับที่ช่วยดูแลคุณหนูจนปลอดภัย"
"ผมกับเฉิงเฉิงเป็นเพื่อนกันครับ อะไรช่วยได้ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว" เฉินเล่อเต้าตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ทำตัวเย่อหยิ่งหรือประจบประแจง
ลุงเซียงขอบคุณเขาอีกหลายครั้งจนในที่สุดทุกคนก็ขึ้นรถเตรียมจะจากไป
"คุณจะไม่ไปจริงๆ เหรอคะ" ก่อนรถจะออกเฝิงเฉิงเฉิงอดไม่ได้ที่จะถามอีกรอบ
"ไม่เป็นไรครับ กลับบ้านเถอะ" เขาโบกมือลาพร้อมรอยยิ้ม
"งั้นถ้าคุณหาที่พักได้แล้วต้องโทรมาบอกนะคะ เดี๋ยวฉันจะพาคุณเที่ยวเซี่ยงไฮ้เอง"
เฉินเล่อเต้าพยักหน้ารับคำแล้วยืนส่งรถที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวจากไป
[จบตอน]